gimyong หาดใหญ่
ศูนย์ประชุมนานาชาติฉลองสิริราชสมบัติครบ ๖๐ ปี
 
 

 

ผู้เขียน หัวข้อ: ครั้งหนึ่งของ มิกาโด้ 950  (อ่าน 50144 ครั้ง)

ครั้งหนึ่งของ มิกาโด้ 950

ออฟไลน์ Kungd4d

  • สนใจโปรแกรม eXtreme karaoke ของแท้ ติดต่อ กุ้ง 085-7007299
  • ประวัติการขาย
  • สมาชิกกลุ่มดาว 8-1
  • *
  • รักหาดใหญ่และยังอยู่หาดใหญ่
    • www.karaoke-soft.com
Re: ครั้งหนึ่งของ มิกาโด้ 950
« ตอบกลับ #30 เมื่อ: 11:54 น. วันที่ 04 ก.พ.56 »
 ส-ฝนเล็บ ส-ฝนเล็บ ชอบรถไฟ ชอบตำนานรถไฟ แต่ไม่ค่อยมีความรุ้เรื่องรถไฟ ก็ได้แต่ติดตามท่านที่มีความรู้ มีความหลังกับรถไฟ มาสนทนากันครับ  ส-ฝนเล็บ ส-ฝนเล็บ

ออฟไลน์ peeak

Re: ครั้งหนึ่งของ มิกาโด้ 950
« ตอบกลับ #31 เมื่อ: 17:08 น. วันที่ 04 ก.พ.56 »
ผมอยากคุยกับคุณลุง ระลึก คนนี้จัง....คงไขข้อข้องใจอะไรให้ผมได้เยอะ 824 เป็นรถจักรคันแรกที่ผมประทับใจ ปัจจุบันผมก้ได้พยายามหาข้อมูลต่างๆ จากช่างเก่าๆที่ธนบุรีนี่แหละครับ ภาพนี้อีกภาพนึงครับเซฟไว้นานล่ะ จำไม่ได้ว่าที่ไหน ปีอะไร

ออฟไลน์ ซัมเบ้ Note 7 Jr.

Re: ครั้งหนึ่งของ มิกาโด้ 950
« ตอบกลับ #32 เมื่อ: 17:31 น. วันที่ 04 ก.พ.56 »
ผมอยากคุยกับคุณลุง ระลึก คนนี้จัง....คงไขข้อข้องใจอะไรให้ผมได้เยอะ 824 เป็นรถจักรคันแรกที่ผมประทับใจ ปัจจุบันผมก้ได้พยายามหาข้อมูลต่างๆ จากช่างเก่าๆที่ธนบุรีนี่แหละครับ ภาพนี้อีกภาพนึงครับเซฟไว้นานล่ะ จำไม่ได้ว่าที่ไหน ปีอะไร

จากที่ผมทราบมา ตอนนี้ลุงระลึกก็เกษียณไปหลายปีแล้วครับ แต่ความจำเรื่องรถจักรไอน้ำยังดีเยี่ยม

เคยมีเวปๆนึง ไปสัมภาษณ์ลุงระลึกไว้แล้วครับ ผมจำไม่ได้ว่าเป็นเวปไหน ใครรู้ก็ช่วยบอกด้วยละกันครับ
ขอเป็นข้ารองพระบาททุกชาติไป

ออฟไลน์ ซัมเบ้ Note 7 Jr.

Re: ครั้งหนึ่งของ มิกาโด้ 950
« ตอบกลับ #33 เมื่อ: 17:47 น. วันที่ 04 ก.พ.56 »
เรียนถามท่านโน

1.ผมได้ยินมาบ้างนะครับ แต่ไม่แน่ใจ ว่า  ในอดีต ชุมทางหาดใหญ่เคยมีทางสามเหลี่ยม(เพื่อให้กลับหัวรถจักร) จริงหรือไม่ ส.อืม ส.อืม 

2.วงเวียนกลับรถจักรเดิม อยู่ในย่านโรงรถพ่วง ใกล้วงเวียนปัจจุบัน ใช่ไหมครับ

3.ตัวอาคารสถานีหาดใหญ่ ก่อนจะมีอาคารปัจจุบันนั้นอยู่คนละฝั่งกับปัจจุบัน จริงหรือไม่  ผมเคยเห็นรูปเก่าๆ เห็นว่าอาคารสถานี(ไม้)อยู่ตรงข้ามกับถังเก็บน้ำ(ที่อยู่ใกล้ทางไปยะลา)ครับ

ผมคงไม่รบกวนท่านโนมากนะครับ ขอบคุณครับ ส.ตากุลิบกุลิบ
ขอเป็นข้ารองพระบาททุกชาติไป

ออฟไลน์ Mr.No

Re: ครั้งหนึ่งของ มิกาโด้ 950
« ตอบกลับ #34 เมื่อ: 22:17 น. วันที่ 04 ก.พ.56 »
ส-ฝนเล็บ ส-ฝนเล็บ ชอบรถไฟ ชอบตำนานรถไฟ แต่ไม่ค่อยมีความรุ้เรื่องรถไฟ ก็ได้แต่ติดตามท่านที่มีความรู้ มีความหลังกับรถไฟ มาสนทนากันครับ  ส-ฝนเล็บ ส-ฝนเล็บ

คุยเรื่องรถไฟเก่า ๆ สนุกครับ. แต่คุยเรื่องเก่ามากไปเดี๋ยวเค้าหาว่า พวกชอบกินของขม...ชมเด็กสาว..เล่าเรื่องเก่า (ชรา)  ส.หัว
..ขอเป็นแค่ "มนุษย์" ที่อาศัยโลกใบนี้สำหรับ เกิด.แก่.เจ็บ.ตาย อย่างนอบน้อมและคารวะ.
https://www.facebook.com/mrno.hatyai

ออฟไลน์ Mr.No

Re: ครั้งหนึ่งของ มิกาโด้ 950
« ตอบกลับ #35 เมื่อ: 22:26 น. วันที่ 04 ก.พ.56 »
ผมอยากคุยกับคุณลุง ระลึก คนนี้จัง....คงไขข้อข้องใจอะไรให้ผมได้เยอะ 824 เป็นรถจักรคันแรกที่ผมประทับใจ ปัจจุบันผมก้ได้พยายามหาข้อมูลต่างๆ จากช่างเก่าๆที่ธนบุรีนี่แหละครับ ภาพนี้อีกภาพนึงครับเซฟไว้นานล่ะ จำไม่ได้ว่าที่ไหน ปีอะไร

สวัสดีครับคุณ peeak


ผมเพิ่งเจอลูกชายคนโต คุณระลึก เมื่ออาทิตย์ที่แล้วที่งานศพอดีตช่างโรงรถจักรยุคไอน้ำท่านหนึ่ง..ก็ถามไถ่ถึงคุณพ่อทราบว่าพึ่งจะผ่าตัดตาและอยู่ในระหว่างการพักฟื้นครับ..ยังไงมีโอกาสเจออีกจะเล่าให้ฟังหรือขอเบอร์ให้ครับ เผื่อจะมีโอกาสจะไปเยี่ยมไปคุยกับแกบ้าง ส.ตากุลิบกุลิบ

ขอบคุณสำหรับภาพที่นำมาให้ชมครับ..เก่าเชียวครับ... เจ้า 827 (ที่วันนี้กลายเป็นปุ๋ยไปเรียบร้อย) คันในภาพ ผมเดาว่าน่าจะก่อนที่จะส่งมาใช้งานในระยะสุดท้ายที่ทุ่งสงหรือหาดใหญ่  แต่ก็ต้องถือว่าเป็นพี่ ๆ น้อง ๆ กับ 824 ที่กลายเป็นตัวแทนให้แทน


ที่น่าสนใจก็คือจากภาพ..ผมแทบไม่ต้องเดาก็รู้ว่า คนซ้ายสุดนั่นน่ะช่างไฟ 2 เพราะพี่แกสวมชุดโยนฟืนชัดเจน..ส่วนคนที่สวมหมวกหม้อตาลและขวาสุดผมเดาว่า น่าจะเป็นฝ่ายเดินรถ(นายสถานี) เพราะดูจากแถบคาดหมวดน่าจะออกแดงและสีเสื้อน่าจะเป็นกากี.มากกว่าน้ำเงิน  (อาจจะผิดก็ได้ครับ ส.หัว)

เรื่องรถจักรไอน้ำนี่...สิ่งสำคัญที่สุดที่ พขร.ในยุคนั้นจะให้ความสำคัญมากคือ ช่างไฟ1 ครับ...ต้องเลือกพวกที่ ปรุงไอ หรือ ดงไอ เก่ง ๆ  (คำว่า ปรุงไอ เป็นศัพท์ที่ใช้เรียกกันในยุคนั้น)

การสร้างสตีมหรือไอน้ำดี ๆ ช่วยให้รถจักรมีกำลัง ดังนั้น ช่างไฟ 1 มีหน้าที่คุมกำลังไอน้ำ...ส่วนช่างไฟ 2 มีหน้าที่โยนฟืนเข้าเตาตามคำสั่ง

อย่างปรุงไอไม่ดี...ขนาดมิกาโด้ที่ว่าแรงดี ยังลากตู้สินค้าไม่รอดต้องจอดตัดตู้ทิ้งไว้ที่ ควนจง ในยุคนั้นบ่อย ๆ  ส.หัว ส.หัว

เท่าที่จำได้ รถจักรไอน้ำในยุคนั้นทุกรุ่นสั่งเข้ามาใช้ฟืนทุกคันครับ...แต่ในระยะสุดท้ายมีการปรับเปลี่ยนเป็นใช้เชื้อเพลิงพวกน้ำมันเตาแทน แต่ก็ไม่ใช่ทุกคัน...เพราะบางคันใช้ฟืนไปจนกระทั่งตัดบัญชี

ในระยะหลังที่มีการปรับเปลี่ยนไปใช้น้ำมันเตา ตำแหน่งช่างไฟ 2 ก็ค่อย ๆ หมดไป เพราะไม่มีความจำเป็นต้องใช้การโยนฟืนเข้าเตาอีกต่อไป...

อย่างใน link ที่คุณ   นำภาพ 840 มาให้ดู (http://www.internationalsteam.co.uk/tales/thaitales02.htm ) จะเห็นว่า รถจักรคันนี้มีการปรับเปลี่ยนมาใช้น้ำมันเตาแล้ว ...และอยากให้สังเกตุในภาพเกจ์วัดในห้องขับ ที่นายบุญเกื้อ พขร ผุ้ทำขบวนกำลังทำขบวนแสดงให้เห็นการทำงานเต็มสตีมของรถแล้ว (มิดเกจ์เลย)


ในการเลือกรถจักรเพื่ออนุรักษ์..ผมยังนึกแปลกใจในช่วงนั้นว่า เหตุใดในซีรีสย์ 8 จึงไม่เลือก 840 ที่เป็นรถจักรที่ขึ้นชื่อสวยงามนัก แทนที่จะไปเลือก 850 แต่ผมเข้าใจว่า ทางฝ่ายวิศวกรอาจตรวจแล้วพบว่าสภาพของบอยเลอร์และโครงประธานของ 850 อาจเนี้ยบกว่าการพิจารณาความเงางามภายนอกก็ได้...

ผมมักได้ยินหลายคนพูดถึงรถจักรไอน้ำ โดยเฉพาะ “กลิ่นไอ” กันบ่อย ๆ ....ผมก็ยอมรับว่า “กลิ่นไอน้ำ” มีเสน่ห์จริงๆ (พิมพ์มาถึงตรงนี้ กลิ่นนั้นยังอวลอยู่ในความจำเลยนะเนี่ย)

ถ้าใครอยากทราบว่ากลิ่นไอน้ำ..มันสดชื่นหยั่งกะคนผ่านซาวน์น่ายังไง..มีโอกาสได้ไปดูของจริงเวลาทำขบวนพิศษ ..ลองเดินผ่านไปใกล้ ๆ ลูกสูบรถแถว ๆ ล้อกำลังแรกนั่นละครับ ..แต่อย่าเผลอไปยืนเวลาเค้าเปิดไอฉีด...ฟู้ดดดดดดด เต็มแรงน่ะ   ร้อนเล่นเอาพองนะครับ... ส.หัว ส.หัว
..ขอเป็นแค่ "มนุษย์" ที่อาศัยโลกใบนี้สำหรับ เกิด.แก่.เจ็บ.ตาย อย่างนอบน้อมและคารวะ.
https://www.facebook.com/mrno.hatyai

ออฟไลน์ Mr.No

Re: ครั้งหนึ่งของ มิกาโด้ 950
« ตอบกลับ #36 เมื่อ: 23:09 น. วันที่ 04 ก.พ.56 »
เรียนถามท่านโน

1.ผมได้ยินมาบ้างนะครับ แต่ไม่แน่ใจ ว่า  ในอดีต ชุมทางหาดใหญ่เคยมีทางสามเหลี่ยม(เพื่อให้กลับหัวรถจักร) จริงหรือไม่ ส.อืม ส.อืม 

2.วงเวียนกลับรถจักรเดิม อยู่ในย่านโรงรถพ่วง ใกล้วงเวียนปัจจุบัน ใช่ไหมครับ

3.ตัวอาคารสถานีหาดใหญ่ ก่อนจะมีอาคารปัจจุบันนั้นอยู่คนละฝั่งกับปัจจุบัน จริงหรือไม่  ผมเคยเห็นรูปเก่าๆ เห็นว่าอาคารสถานี(ไม้)อยู่ตรงข้ามกับถังเก็บน้ำ(ที่อยู่ใกล้ทางไปยะลา)ครับ

ผมคงไม่รบกวนท่านโนมากนะครับ ขอบคุณครับ ส.ตากุลิบกุลิบ

1.ผมได้ยินมาบ้างนะครับ แต่ไม่แน่ใจ ว่า  ในอดีต ชุมทางหาดใหญ่เคยมีทางสามเหลี่ยม(เพื่อให้กลับหัวรถจักร) จริงหรือไม่ ส.อืม ส.อืม 

  ตอบ มีครับ..แต่ผมไม่ทัน. ผมทันยุควงเวียนกลับรถแล้ว  ส่วนตำแหน่งสามเหลี่ยมเดิม ก็ตรงทางเข้าบ้านพักรถไฟ (หลังอู่) นั่นละครับ มันจะมีเส้นออกมาอีกเส้น แบบง่ามหนังสติ๊ก เช่นรถจักรมาจากยะลาจะกลับรถทำขบวนเช้าไปอีกที ก็ต้องวิ่งเดินหน้าขึ้นเหนือแล้วถอยเข้าไป (ในซอย) จนสุด ก็สับปะแจ วิ่งออกอีกเส้นหันไปทางทิศใต้ หลักง่าย ๆ ครับ (แต่มันไม่ work เพราะกินที่แยะ)

2.วงเวียนกลับรถจักรเดิม อยู่ในย่านโรงรถพ่วง ใกล้วงเวียนปัจจุบัน ใช่ไหมครับ
  ตอบ จากสามเหลี่ยม ผมก็เห็นวงเวียนกลับรถจักรที่มีอยู่นี่ละครับ (วงเวียนหรือสามเหลี่ยมครับ ส.อืม)

3.ตัวอาคารสถานีหาดใหญ่ ก่อนจะมีอาคารปัจจุบันนั้นอยู่คนละฝั่งกับปัจจุบัน จริงหรือไม่  ผมเคยเห็นรูปเก่าๆ เห็นว่าอาคารสถานี(ไม้)อยู่ตรงข้ามกับถังเก็บน้ำ(ที่อยู่ใกล้ทางไปยะลา)ครับ

  ตอบ  ..อาคารสถานีหาดใหญ่เดิมกับปัจจุบันมันก็ฝั่งเดี่ยวกันนี่ครับเพียงแต่เดิมมันเป็นอาคารไม้แล้วก็มาสร้างเป็นตึกเอาทีหลัง ถ้าก่อนอาคารไม้ผมเกิดไม่ทันครับ น่าจะยุคนายเจีย แถวอู่ตะเภาเลยมั๊งครับ ส.ตากุลิบกุลิบ 
..ขอเป็นแค่ "มนุษย์" ที่อาศัยโลกใบนี้สำหรับ เกิด.แก่.เจ็บ.ตาย อย่างนอบน้อมและคารวะ.
https://www.facebook.com/mrno.hatyai

ออฟไลน์ peeak

Re: ครั้งหนึ่งของ มิกาโด้ 950
« ตอบกลับ #37 เมื่อ: 08:25 น. วันที่ 05 ก.พ.56 »
สวัสดีครับคุณ peeak


ผมเพิ่งเจอลูกชายคนโต คุณระลึก เมื่ออาทิตย์ที่แล้วที่งานศพอดีตช่างโรงรถจักรยุคไอน้ำท่านหนึ่ง..ก็ถามไถ่ถึงคุณพ่อทราบว่าพึ่งจะผ่าตัดตาและอยู่ในระหว่างการพักฟื้นครับ..ยังไงมีโอกาสเจออีกจะเล่าให้ฟังหรือขอเบอร์ให้ครับ เผื่อจะมีโอกาสจะไปเยี่ยมไปคุยกับแกบ้าง ส.ตากุลิบกุลิบ

ขอบคุณสำหรับภาพที่นำมาให้ชมครับ..เก่าเชียวครับ... เจ้า 827 (ที่วันนี้กลายเป็นปุ๋ยไปเรียบร้อย) คันในภาพ ผมเดาว่าน่าจะก่อนที่จะส่งมาใช้งานในระยะสุดท้ายที่ทุ่งสงหรือหาดใหญ่  แต่ก็ต้องถือว่าเป็นพี่ ๆ น้อง ๆ กับ 824 ที่กลายเป็นตัวแทนให้แทน


ที่น่าสนใจก็คือจากภาพ..ผมแทบไม่ต้องเดาก็รู้ว่า คนซ้ายสุดนั่นน่ะช่างไฟ 2 เพราะพี่แกสวมชุดโยนฟืนชัดเจน..ส่วนคนที่สวมหมวกหม้อตาลและขวาสุดผมเดาว่า น่าจะเป็นฝ่ายเดินรถ(นายสถานี) เพราะดูจากแถบคาดหมวดน่าจะออกแดงและสีเสื้อน่าจะเป็นกากี.มากกว่าน้ำเงิน  (อาจจะผิดก็ได้ครับ ส.หัว)

เรื่องรถจักรไอน้ำนี่...สิ่งสำคัญที่สุดที่ พขร.ในยุคนั้นจะให้ความสำคัญมากคือ ช่างไฟ1 ครับ...ต้องเลือกพวกที่ ปรุงไอ หรือ ดงไอ เก่ง ๆ  (คำว่า ปรุงไอ เป็นศัพท์ที่ใช้เรียกกันในยุคนั้น)

การสร้างสตีมหรือไอน้ำดี ๆ ช่วยให้รถจักรมีกำลัง ดังนั้น ช่างไฟ 1 มีหน้าที่คุมกำลังไอน้ำ...ส่วนช่างไฟ 2 มีหน้าที่โยนฟืนเข้าเตาตามคำสั่ง

อย่างปรุงไอไม่ดี...ขนาดมิกาโด้ที่ว่าแรงดี ยังลากตู้สินค้าไม่รอดต้องจอดตัดตู้ทิ้งไว้ที่ ควนจง ในยุคนั้นบ่อย ๆ  ส.หัว ส.หัว

เท่าที่จำได้ รถจักรไอน้ำในยุคนั้นทุกรุ่นสั่งเข้ามาใช้ฟืนทุกคันครับ...แต่ในระยะสุดท้ายมีการปรับเปลี่ยนเป็นใช้เชื้อเพลิงพวกน้ำมันเตาแทน แต่ก็ไม่ใช่ทุกคัน...เพราะบางคันใช้ฟืนไปจนกระทั่งตัดบัญชี

ในระยะหลังที่มีการปรับเปลี่ยนไปใช้น้ำมันเตา ตำแหน่งช่างไฟ 2 ก็ค่อย ๆ หมดไป เพราะไม่มีความจำเป็นต้องใช้การโยนฟืนเข้าเตาอีกต่อไป...

อย่างใน link ที่คุณ   นำภาพ 840 มาให้ดู (http://www.internationalsteam.co.uk/tales/thaitales02.htm ) จะเห็นว่า รถจักรคันนี้มีการปรับเปลี่ยนมาใช้น้ำมันเตาแล้ว ...และอยากให้สังเกตุในภาพเกจ์วัดในห้องขับ ที่นายบุญเกื้อ พขร ผุ้ทำขบวนกำลังทำขบวนแสดงให้เห็นการทำงานเต็มสตีมของรถแล้ว (มิดเกจ์เลย)


ในการเลือกรถจักรเพื่ออนุรักษ์..ผมยังนึกแปลกใจในช่วงนั้นว่า เหตุใดในซีรีสย์ 8 จึงไม่เลือก 840 ที่เป็นรถจักรที่ขึ้นชื่อสวยงามนัก แทนที่จะไปเลือก 850 แต่ผมเข้าใจว่า ทางฝ่ายวิศวกรอาจตรวจแล้วพบว่าสภาพของบอยเลอร์และโครงประธานของ 850 อาจเนี้ยบกว่าการพิจารณาความเงางามภายนอกก็ได้...

ผมมักได้ยินหลายคนพูดถึงรถจักรไอน้ำ โดยเฉพาะ “กลิ่นไอ” กันบ่อย ๆ ....ผมก็ยอมรับว่า “กลิ่นไอน้ำ” มีเสน่ห์จริงๆ (พิมพ์มาถึงตรงนี้ กลิ่นนั้นยังอวลอยู่ในความจำเลยนะเนี่ย)

ถ้าใครอยากทราบว่ากลิ่นไอน้ำ..มันสดชื่นหยั่งกะคนผ่านซาวน์น่ายังไง..มีโอกาสได้ไปดูของจริงเวลาทำขบวนพิศษ ..ลองเดินผ่านไปใกล้ ๆ ลูกสูบรถแถว ๆ ล้อกำลังแรกนั่นละครับ ..แต่อย่าเผลอไปยืนเวลาเค้าเปิดไอฉีด...ฟู้ดดดดดดด เต็มแรงน่ะ   ร้อนเล่นเอาพองนะครับ... ส.หัว ส.หัว



ขอบคุณครับสำหรับประสบการณ์ดีๆ.....ถึงผมจะหาข้อมูลได้มากเพียงไร...แต่คงไม่เท่ากับคุณเลยครับ...เพราะคุณได้สัมผัสมันตรงๆ.........หาดใหญ่ 840 อาจจะเป็นรถที่สวยที่สุด ทุ่งสงก็มีครับ 848 สวยงามไม่แพ้กัน.....

ออฟไลน์ ซัมเบ้ Note 7 Jr.

Re: ครั้งหนึ่งของ มิกาโด้ 950
« ตอบกลับ #38 เมื่อ: 08:45 น. วันที่ 05 ก.พ.56 »
สวัสดีครับคุณ peeak


ผมเพิ่งเจอลูกชายคนโต คุณระลึก เมื่ออาทิตย์ที่แล้วที่งานศพอดีตช่างโรงรถจักรยุคไอน้ำท่านหนึ่ง..ก็ถามไถ่ถึงคุณพ่อทราบว่าพึ่งจะผ่าตัดตาและอยู่ในระหว่างการพักฟื้นครับ..ยังไงมีโอกาสเจออีกจะเล่าให้ฟังหรือขอเบอร์ให้ครับ เผื่อจะมีโอกาสจะไปเยี่ยมไปคุยกับแกบ้าง ส.ตากุลิบกุลิบ

ขอบคุณสำหรับภาพที่นำมาให้ชมครับ..เก่าเชียวครับ... เจ้า 827 (ที่วันนี้กลายเป็นปุ๋ยไปเรียบร้อย) คันในภาพ ผมเดาว่าน่าจะก่อนที่จะส่งมาใช้งานในระยะสุดท้ายที่ทุ่งสงหรือหาดใหญ่  แต่ก็ต้องถือว่าเป็นพี่ ๆ น้อง ๆ กับ 824 ที่กลายเป็นตัวแทนให้แทน


ที่น่าสนใจก็คือจากภาพ..ผมแทบไม่ต้องเดาก็รู้ว่า คนซ้ายสุดนั่นน่ะช่างไฟ 2 เพราะพี่แกสวมชุดโยนฟืนชัดเจน..ส่วนคนที่สวมหมวกหม้อตาลและขวาสุดผมเดาว่า น่าจะเป็นฝ่ายเดินรถ(นายสถานี) เพราะดูจากแถบคาดหมวดน่าจะออกแดงและสีเสื้อน่าจะเป็นกากี.มากกว่าน้ำเงิน  (อาจจะผิดก็ได้ครับ ส.หัว)

เรื่องรถจักรไอน้ำนี่...สิ่งสำคัญที่สุดที่ พขร.ในยุคนั้นจะให้ความสำคัญมากคือ ช่างไฟ1 ครับ...ต้องเลือกพวกที่ ปรุงไอ หรือ ดงไอ เก่ง ๆ  (คำว่า ปรุงไอ เป็นศัพท์ที่ใช้เรียกกันในยุคนั้น)

การสร้างสตีมหรือไอน้ำดี ๆ ช่วยให้รถจักรมีกำลัง ดังนั้น ช่างไฟ 1 มีหน้าที่คุมกำลังไอน้ำ...ส่วนช่างไฟ 2 มีหน้าที่โยนฟืนเข้าเตาตามคำสั่ง

อย่างปรุงไอไม่ดี...ขนาดมิกาโด้ที่ว่าแรงดี ยังลากตู้สินค้าไม่รอดต้องจอดตัดตู้ทิ้งไว้ที่ ควนจง ในยุคนั้นบ่อย ๆ  ส.หัว ส.หัว

เท่าที่จำได้ รถจักรไอน้ำในยุคนั้นทุกรุ่นสั่งเข้ามาใช้ฟืนทุกคันครับ...แต่ในระยะสุดท้ายมีการปรับเปลี่ยนเป็นใช้เชื้อเพลิงพวกน้ำมันเตาแทน แต่ก็ไม่ใช่ทุกคัน...เพราะบางคันใช้ฟืนไปจนกระทั่งตัดบัญชี

ในระยะหลังที่มีการปรับเปลี่ยนไปใช้น้ำมันเตา ตำแหน่งช่างไฟ 2 ก็ค่อย ๆ หมดไป เพราะไม่มีความจำเป็นต้องใช้การโยนฟืนเข้าเตาอีกต่อไป...

อย่างใน link ที่คุณ   นำภาพ 840 มาให้ดู (http://www.internationalsteam.co.uk/tales/thaitales02.htm ) จะเห็นว่า รถจักรคันนี้มีการปรับเปลี่ยนมาใช้น้ำมันเตาแล้ว ...และอยากให้สังเกตุในภาพเกจ์วัดในห้องขับ ที่นายบุญเกื้อ พขร ผุ้ทำขบวนกำลังทำขบวนแสดงให้เห็นการทำงานเต็มสตีมของรถแล้ว (มิดเกจ์เลย)


ในการเลือกรถจักรเพื่ออนุรักษ์..ผมยังนึกแปลกใจในช่วงนั้นว่า เหตุใดในซีรีสย์ 8 จึงไม่เลือก 840 ที่เป็นรถจักรที่ขึ้นชื่อสวยงามนัก แทนที่จะไปเลือก 850 แต่ผมเข้าใจว่า ทางฝ่ายวิศวกรอาจตรวจแล้วพบว่าสภาพของบอยเลอร์และโครงประธานของ 850 อาจเนี้ยบกว่าการพิจารณาความเงางามภายนอกก็ได้...

ผมมักได้ยินหลายคนพูดถึงรถจักรไอน้ำ โดยเฉพาะ “กลิ่นไอ” กันบ่อย ๆ ....ผมก็ยอมรับว่า “กลิ่นไอน้ำ” มีเสน่ห์จริงๆ (พิมพ์มาถึงตรงนี้ กลิ่นนั้นยังอวลอยู่ในความจำเลยนะเนี่ย)

ถ้าใครอยากทราบว่ากลิ่นไอน้ำ..มันสดชื่นหยั่งกะคนผ่านซาวน์น่ายังไง..มีโอกาสได้ไปดูของจริงเวลาทำขบวนพิศษ ..ลองเดินผ่านไปใกล้ ๆ ลูกสูบรถแถว ๆ ล้อกำลังแรกนั่นละครับ ..แต่อย่าเผลอไปยืนเวลาเค้าเปิดไอฉีด...ฟู้ดดดดดดด เต็มแรงน่ะ   ร้อนเล่นเอาพองนะครับ... ส.หัว ส.หัว

ขอบคุณท่านโนมากครับ

และก็เพิ่งทราบข่าวเช่นกันว่า ลุงระลึกกำลังพักฟื้นจากการผ่าตัดตา  ก็ขอให้ลุงระลึกพักฟื้นและหายป่วยไวๆเช่นกันครับ

ส่วนเรื่องทางสามเหลี่ยม ผมก็มั่นใจแล้วครับว่า หาดใหญ่เคยมีทางสามเหลี่ยมอยู่จริง  กับวงเวียนกลับรถจักรเดิม ผมเคยไปเดินถ่ายรูปข้างๆโรงรถพ่วง ก็ยังได้เห็นร่องรอย ขอบปูน เป็นวงกลมค่อนข้างชัดเจน แสดงว่าเคยมีวงเวียนเก่าอยู่ตรงนั้นแน่นอน

เรื่องรถจักรไอน้ำที่ตัดบัญชี  ช่วงปี 2530 ถ้าผมจำไม่ผิด มีการนำซากรถจักรไอน้ำที่ประมูลแล้วไปตั้งบริเวณหัวมุมถนน 30 เมตร เลยโรงแรมโนราไปเล็กน้อย   น่าเสียดายที่ไม่ได้ถ่ายรูปไว้ครับ  แต่จากที่ผมจำได้ลางๆ น่าจะมีประมาณ 4 หรือ 5 คันนะครับ แบบมิกาโด้ และ แปซิฟิค ปะปนกัน   บางคันก็เหลือแค่หม้อน้ำเก่าๆ  สนิมจับก็มี ...
ขอเป็นข้ารองพระบาททุกชาติไป

ออฟไลน์ peeak

Re: ครั้งหนึ่งของ มิกาโด้ 950
« ตอบกลับ #39 เมื่อ: 11:57 น. วันที่ 05 ก.พ.56 »
ภาพไหนที่ใครค้นเจอก็อยากให้นำมาแชร์กันให้ชมกันครับ.....ภาพนี้ทุ่งสงแน่นอน

ออฟไลน์ ซัมเบ้ Note 7 Jr.

Re: ครั้งหนึ่งของ มิกาโด้ 950
« ตอบกลับ #40 เมื่อ: 12:18 น. วันที่ 05 ก.พ.56 »
ผมเคยเห็นรูปรถจักรไอน้ำตัดบัญชี จอดเป็นแถวยาวที่ทุ่งสง  ของเวปรถไฟไทยดอทคอมครับ

ไม่กล้านำมาลง เกรงใจเจ้าของภาพครับ
ขอเป็นข้ารองพระบาททุกชาติไป

ออฟไลน์ peeak

Re: ครั้งหนึ่งของ มิกาโด้ 950
« ตอบกลับ #41 เมื่อ: 13:09 น. วันที่ 05 ก.พ.56 »
คันนีั้ภาพสุดท้ายจอดเป็นซากอยู่ที่ทุ่งสงและคงถูกตัดเป็นเศษเหล็กที่มี่

Re: ครั้งหนึ่งของ มิกาโด้ 950
« ตอบกลับ #42 เมื่อ: 13:44 น. วันที่ 05 ก.พ.56 »
link ของ Mr.No ที่เป็นรูปถ่ายสี (ขอบคุณมากครับ)



คนในรูป ปัจจุบัน อายุน่าจะ 70+
บันทึกว่าเขาเดินทางปี 1973 (2516) จากหาดใหญ่ไปสุไหงโกลก ด้วย 840 ตอนนั้น ใช้เวลา 5.5 ชั่วโมง (10 carriage train หมายถึง 10 บอกี้ หรือเปล่า)

ผู้ถ่ายภาพ ได้ถ่ายภาพให้เห็นความสะอาด ของรถไฟ และสถานที่ เท่าที่เห็น (ไม่รู้เกิดอะไรขึ้น ที่เดี๋ยวนี้จึงสกปรกมาก กว่าที่เห็นในรูป)

มะรือโบ
ตันหยงมัส

เห็นแล้ว ขนลุกไปหมด ทำให้นึกถึงสมัยเด็กๆ ที่นั่งรถไฟ ผ่านสถานีเหล่านี้

กลิ่นของรถไฟและสถานี (ซึ่งไม่รู้ว่าคือกลิ่นอะไร) หวนเข้ามาในสมอง


รูปสุดท้ายของ link นั้น .....

This was no 'flash in the pan' for 840. I cannot resist this shot taken a month later from the footbridge at Haadyai station in the early morning:

ดูกันออกไหม รูปสีปี 2516



ภาพสีชัดเจนมาก
การเก็บภาพก็คณภาพสูง ดูแลเป็นอย่างดี เหมือนเพิ่งถ่ายไม่กี่ปีนี้

รูปสีในสมัยนั้นคงได้จาก ฝรั่ง มากกว่าที่จะมีในคนไทย

บันทึกนั้นมีคุณค่าจริงๆ ครับ

ออฟไลน์ Mr.No

Re: ครั้งหนึ่งของ มิกาโด้ 950
« ตอบกลับ #43 เมื่อ: 15:25 น. วันที่ 05 ก.พ.56 »


ขอบคุณครับสำหรับประสบการณ์ดีๆ.....ถึงผมจะหาข้อมูลได้มากเพียงไร...แต่คงไม่เท่ากับคุณเลยครับ...เพราะคุณได้สัมผัสมันตรงๆ.........หาดใหญ่ 840 อาจจะเป็นรถที่สวยที่สุด ทุ่งสงก็มีครับ 848 สวยงามไม่แพ้กัน.....

ผมคิดว่าเวลาที่เราเล่าเรื่องประวัติศาสตร์ให้คนรุ่นหลัง ๆ ฟัง ส่วนใหญ่เรามักจะบึนทึกหรือเล่าแต่ในเรื่องราวที่เป็นข้อมูลด้านวิชาการแทบจะร้อยเปอร์เซนต์  พูดง่าย ๆ คือ ทำให้การเรียนประวัติศาสตร์มัน "แห้งแล้งและจืดชืด"

ดังนั้นผมเห็นว่าการเก็บเกี่ยวและเติมเต็มประวัติศาสตร์..นอกจากจะต้องบันทึกสาระและเนื้อหาด้านวิชาการแล้ว ผมเห็นว่าควรต้องบันทึก เรื่องราว..บรรยากาศ หรือวิถีชีวิต,ในห้วงเวลานั้น โดยเฉพาะตัวบุคคลที่เกี่ยวข้องในประวัติศาสตร์ไว้ให้มากที่สุด จะช่วยให้การถ่ายทอดเรื่องราวประวัติศาสตร์นั้นมองเห็นภาพได้อย่างเข้าใจ.

อย่างเรื่องราวของรถไฟไทยเนี่ยะ...ผมค่อนข้างชื่นชมหลาย ๆท่านที่เป็นแฟนพันธุ์แท้ที่ทุ่มเทและแสวงหาข้อมูลด้านวิชาการจนเรียกได้ว่าเป็น "เซียน" แบบที่คนรถไฟที่ตัวเองขับรถอยู่ทุกวันยังรู้ไม่ถึงครึ่งของตัวตนรถจักรที่ตนเองขับอยู่ด้วยซ้ำ!

เรียกได้ว่า ถ้าปราศจาก "แฟนรถไฟไทย" (ที่บางคนไม่ใช่คนรถไฟด้วยซ้ำ) ลำพังอาศัยฝ่ายประชาสัมพันธ์ของการรถไฟเอง ผมว่าวันนี้ คุณค่าของรถไฟไทย ก็แค่ "วัตถุไปช้า..แถมตกรางซ้ำซาก" ก็แค่นั้น!

 เรามักจะพบแต่ด้าน "ข้อมูลทางเทคนิค" ที่มีหลายท่านค่อนข้างมีความรู้ ความสามารถมากมาย แต่ที่ผมคิดว่ายังขาดและไม่ค่อยมีใครใส่ใจก็คือ "ข้อมูลของคน" ในห้วงเวลานั้น

รถไฟ..มันก็แค่ "วัตถุ"   เรารู้ รุ่น..แบบ..ชนิด ..แรงม้า ฯลฯ   แต่ "คน" โดยเฉพาะคนรถไฟที่มีจิตวิญญาน..มีความรักความผูกพันกับรถจักร..เป็นผู้สร้างตำนาน..สร้างเรื่องราว หลายคนโดยเฉพาะหน่วยงานรถไฟเองกลับมองข้ามไม่ได้เก็บข้อมูลคนเหล่านั้นไว้... อย่างน้อย 30 ปีที่ได้เข็มทำงาน ก็น่าจะมีหอเกียรติยศบรรจุเรื่องราวดี ๆ ไว้ให้ ครฟ รุ่นใหม่ใหม่ได้เดินตามและมีแรงบันดาลใจ!

หน้าประวัติศาสตร์สมัยรถจักรไอน้ำที่น่าสนใจ ..เช่น "กรณีรถจักรไอน้ำทำขบวนจากสุไหงโกลก - ปลายทางยะลา ทำขบวนมาถึงบริเวณใกล้สถานีเจาะไอร้อง พขร.นายเปิม พบว่ามีไม้หมอนวางขวางรถไฟ จึงเบาทางและพบว่ามี ขจก.ซุ่มอยู่บริเวณบนเขาข้างทาง จึงตัดสินใจค่อย ๆ เปิดไอรถจักร ใช้ตะแกรงหน้ารถค่อย ๆ ดันไม้หมอนทีวางขวางจนตกไปข้างทางและเปิดไอน้ำหนีเต็มที่..จากนั้นก็มีเสียงปืนยิงลงมาจากทั้งสองข้าง ผล ก็คือ นายเต๋ง(ผมจำชื่อจริงไม่ได้) ช่างไฟ1 ถูกกระสุนปืนคนร้ายได้รับบาดเจ็บ..แต่ผลจากการตัดสินใจของ พขร.นายเปิม ทำให้ขบวนรถไฟนั้นรอดม่าได้หวุดหวิด ..." 

ตัวอย่างที่ผมเล่าข้างต้นนี่ไงครับ... ที่เป็นเกร็ดประวัติศาสตร์ที่ผมคิดว่าเราลืมและละเลยไป

สมัยก่อนผมเคยคุยกับผู้ใหญ่บางท่านในโรงรถจักรหาดใหญ่ว่า "นอกจากเราจะมีข้อมูลด้านบุคลากรเช่น ใคร,ตำแหน่งอะไรแล้ว สิ่งที่ควรเก็บข้อมูลเพิ่มเติมคือ ข้อมูลประสบการณ์การทำงาน เช่น เคยประจำรถอะไรเบอร์อะไร ฯลฯ เพื่อใช้เป็นฐานข้อมูลสำหรับการสร้างข้อมูลทางประวัติศาสตร์ที่จะเป็นประโยชน์ในอีก 20 หรือ 30ปี หรือมากกว่านั้นในอนาคต

ต้องขอบคุณ คุณ peeak ที่นำ link 840 มาให้ชม โดยเฉพาะการได้เห็นภาพ พขร,ช่างเครื่องที่ผมคุ้นเคยในภาพนั้น เอาเป็นถ้ามีเวลาว่าง ผมจะเสาะหาข้อมูลและบรรยากาศต่าง ๆ ในช่วงนั้นมาเขียนให้อ่านกัน  หรือถ้ามีทุนอาจเขียนเป็นพ็อกเก็ตบุ๊คสักเล่มว่าแต่ คุณ peeak หรือคุณคนข้างมาม่า จะช่วยควักกะตั้งค์อุดหนุนสักเล่มมั้ยครับ  ส.หลกจริง  ส.หัว
..ขอเป็นแค่ "มนุษย์" ที่อาศัยโลกใบนี้สำหรับ เกิด.แก่.เจ็บ.ตาย อย่างนอบน้อมและคารวะ.
https://www.facebook.com/mrno.hatyai

ออฟไลน์ นายไข่นุ้ย

  • SinglE BoY
  • ประวัติการขาย
  • สมาชิกกลุ่มดาว ๑๐-๓

  • ยืนยันตัวตนแล้ว

    สถานะการยืนยันที่สำนักงานสถานะการยืนยันบัตรประชาชนสถานะการยืนยันที่อยู่สถานะการยืนยันรูปถ่ายสถานะการยืนยันหมายเลขโทรศัพท์

    Social Media

    สถานะการยืนยัน facebookสถานะการยืนยัน google+สถานะการยืนยัน twitterสถานะการยืนยัน lineสถานะการยืนยัน whatsapp

    ประวัติการใช้งาน

    • ใช้งานล่าสุดเมื่อ แรกวา เวลา ๑๑:๒๔
      • จำนวนกระทู้ ๖๒๔
      • จำนวนตอบ ๒๓,๒๖๙
  • HS9HHT ๑๔๕.๑๕๐ MHz
Re: ครั้งหนึ่งของ มิกาโด้ 950
« ตอบกลับ #44 เมื่อ: 15:32 น. วันที่ 05 ก.พ.56 »
 ส.สู้ๆ ส.ยกน้ิวให้  บ่าวไม่ทัน ขอบคุณมากครับ เรื่องราวเก่าๆ ส.หยิบตาข้างเดียว
DO YOU KNOW ME? I AM A CAT 28 YEARS. AND YOU?    แมวแท้สู (แมวยิ้ม)

 


ร่วมขับเคลื่อนโดย
เว็บไซท์นี้จัดสร้างขึ้นมาเพื่อเป็นสังคมออนไลน์ของชาวหาดใหญ่ - สงขลา สงวนลิขสิทธิ์ © บริษัท บ้านเรา คอร์ปอเรชั่น จำกัด
นโยบาย | เกี่ยวกับเรา | ลงโฆษณา | ร้องเรียน | แจ้งข้อผิดพลาด | ติดต่อเรา | มีอะไรใหม่ในเว็บกิมหยง | คุยกับเว็บมาสเตอร์
เครือข่ายเว็บไซท์ท้องถิ่นไทย [ ตรัง ] [ ขอนแก่น ] [ เชียงใหม่ ] [ เชียงราย ] [ อุดรธานี ] [ หาดใหญ่ - สงขลา ] [ น่าน ] [ พัทลุง ] [ นครศรีธรรมราช ]