gimyong หาดใหญ่
ศูนย์ประชุมนานาชาติฉลองสิริราชสมบัติครบ ๖๐ ปี
 
 

 

ผู้เขียน หัวข้อ: เอารูปศาลเจ้าโบราณร้อยกว่าปีแถวบางกล่ำมาให้ดู  (อ่าน 41412 ครั้ง)

เอารูปศาลเจ้าโบราณร้อยกว่าปีแถวบางกล่ำมาให้ดู

บาบ๋า

  • บุคคลทั่วไป
ไหว้ตรุษจีน คนบางกล่ำ เรียกว่า ไหว้ชื่อ ก็ถูกของเขาจริงๆ ครับ ก็ไหว้ชื่อบนป้ายวิญานแบบข้างบนนั่นแหละ แต่ถ้าเป็นรุ่นที่สอง (เกิดที่นี่ไม่ได้มาจากเมืองจีนเหมือนรุ่นที่หนึ่ง)  ส่วนมากไม่ได้ทำเป็นป้ายไม้ครับ แต่จะให้ซินแซ(แบบฮกเกี้ยน)   เขียนชื่อเป็นภาษาจีนลงบนกระดาษวางไว้ก้นถ้วย(กระถางธูปที่วางหน้าโลงศพ) ที่นี่เขาเรียกว่า ถ้วยชื่อ ตั้งไว้บนหิ้งและไว้ในวันก่อนวันตรุษจีนหนึ่งวัน

บาบ๋า

  • บุคคลทั่วไป
ขอนอกเรื่องสักหน่อยนะครับ สามีคนปัจจุบันของบุ๋ม ปนัดดา วงศ์ผู้ดี ชื่อเอกเป็นลูกหลานของชาวบางกล่ำแท้ๆเลยครับ ปู่ชื่อ ก๋งเฉี้ยง ย่าชื่อ ยายขู้ พ่อชื่อ แปะภพ

บาบ๋า

  • บุคคลทั่วไป
รูปหัวตุงอีกแล้วครับเอามาลงใหม่

บาบ๋า

  • บุคคลทั่วไป
วัดบางทีงแม้ว่าจะอยู่ในตำบลบางเหรียง อำเภอควนเนียง จังหวัดสงขลา ก็ตามแต่ทำเลที่ตั้งนั้นตั้งอยู่ริมฝั่งคลองบางกล่ำ ดังนั้นประวัติศาสตร์คนแถวนี้จึงมีที่มาที่ไปอันเดียวกันแค่อยู่คนละฝั่งคลองแค่นั้นเองครับ
ประวัติของ
พระครูรัตภูมิคณานุรักษ์
อดีตเจ้าคณะอำเภอรัตภูมิ
ชีวประวัติย่อ
      ท่านพระครูรัตตภูมิคณาณุรักษ์ มีนามเดิมว่า “ซุ่น  เซี่ยมสิม 沈順” เป็นบุตรของ
นายฬ่อ  เซี่ยมสิม  (沈魯) และ นางห้อง (峰) ซึ่งบิดาของท่านอพยพมาจากมณฑลฮกเกี้ยนของประเทศจีน มารดาของท่านเป็นคนไทยเชื้อสายจีนฮกเกี้ยนดังเดิมในพื้นที่หมู่ที่ 7 บ้านบางทีง ตำบลบางเหรียง อำเภอรัตภูมิ จังหวัดสงขลา ท่านเกิดเมื่อวันที่ 6 เดือนพฤษภาคม พ.ศ. 2435 ตรงกับวันพุธ แรม 15 ค่ำ เดือน 6 ปีมะโรง
      มีพี่น้องร่วมบิดามารดา 4 คน คือ
         1. นางมิตร
         2. ท่านพระครูรัตตภูมิคณานุรักษ์ (ซุ่น)  沈順
         3. นางเอ้ง 沈永
         4. นายฉุ้นเลี่ยง 沈春良
      ท่านพระครูรัตตภูมิคณานุรักษ์ ได้มรณภาพด้วยโรคชราที่โรงพยาบาลสงขลา เมื่อวันอาทิตย์ ขึ้น 6 ค่ำเดือนยี่ปีฉลูตรงกับวันที่ 30 ธันวาคม พ.ศ. 2516 เวลา 22.30 น. สิริรวมอายุ 81 ปี 6 เดือน 5 วัน นับตั้งแต่บรรพชาอุปสมบทมาจนวันมรณภาพรวมพรรษาอายุ 60 ปี พอดี
การบรรพชาอุปสมบท
      ท่านได้บรรพชาอุปสมบทเมื่ออายุได้ 22 ปี เมื่อวันที่ 11 กรกฎาคม พ.ศ. 2456 เวลา 13.15 น. ณ วัดบางทีง ต.บางเหรียง อ.รัตภูมิ จ.สงขลา
         - พระครูสุวรรณวาสี (วัดดอน) เป็นพระอุปัชฌายะ
         - พระสมุห์ เซ่ง (成) ธัมมสาโร วัดบางทีง เป็นกรรมวาจาจารย์
         - พระพลัด ปัญญาพโล (วัดท่าม่วง) เป็นอนุสาวนาจารย์
      ได้นามฉายาว่า อมโร
การศึกษา
      เมื่อสมัยท่านเป็นเด็กได้อยู่วัดบางทีง กับท่านสมุห์ เซ่ง(成) ท่านได้ศึกษาภาษาไทยพออ่านออกเขียนได้ ครั้นเมื่อท่านได้บรรพชาอุปสมบทแล้ว หลังจากนั้นท่านได้ศึกษาเล่าเรียนภาษาไทยและขอมจนชำนาญ และได้ศึกษาพระปริยัติธรรมปรากฏผลดังนี้
      พ.ศ. 2464 สอบได้นักธรรมตรี
      พ.ศ. 2473 สอบได้นักธรรมโท
      พ.ศ. 2478 สอบได้นักธรรมเอก
สมณศักดิ์
      โดยที่ท่านได้รับภารธุระพระศาสนาด้วยอุสาหะวิริยะและด้วยความเอาใจใส่เป็นอันดี ทางราชการและทางคณะสงฆ์ได้เห็นคุณธรรมนั้น ๆ ปรากฏ จึงได้ยกย่องให้มีสมณศักดิ์ประดับเกียรติประวัติมาโดยลำดับ คือ ครั้นเมื่อ พ.ศ. 2474 ได้รับแต่งตั้งเป็นพระครูปลัด ซึ่งเป็นตำแหน่ง
ฐานาของท่าน พระครูศีลประกฤต
      วันที่ 30 เมษายน พ.ศ. 2494 ได้รับการแต่งตั้งเป็นพระอุปัชฌายะ
      วันที่ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2494  ได้รับพระราชทินนามว่า พระครูรัตตภูมิคณานุรักษ์ เจ้าคณะอำเภอรัตตภูมิ
      วันที่ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2503 ได้รับพระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์ เป็นพระครูชั้นเอง ในราชทินนามเดิม
การในเขตปกครอง
      ในธุรกิจเกี่ยวกับการบริหารวัด และเขตการปกครองของท่านฯ นั้น นับตั้งแต่ท่านฯ ได้รับมอบหมายแต่งตั้งเป็นเจ้าอาวาสและคณะอำเภอรัตภูมิ เมื่อวันที่ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2494
ท่านฯ ได้ปฏิบัติกรณียกิจอำนวยให้เกิดประโยชน์และความเจริญแก่วัดและในเขตการปกครองของท่านฯ หลายสถาน
หน้าที่และการงาน
ในเขตการปกครอง
      ท่านฯ ได้กวดขันให้ภิกษุสามเณรรักษาระเบียบแบบแผนประเพณี  โดยเฉพาะอย่างยิ่งในการประพฤติปฏิบัติตามพระธรรมวินัย และเพื่อให้การปกครองเป็นไปด้วยความเรียบร้อย ท่านฯ ได้ออกระเบียบกติกาของวัดขึ้นทุก ๆ วัด โดยเฉพาะในเขตการปกครองของท่านฯ ท่านฯ ได้ทำตัวอย่างเป็นอันดีเสมอมา อันนี้เป็นที่ทราบกันดีของภิกษุสามเณร และวัดที่อยู่ในเขตการปกครองของท่านคือ เขตอำเภอรัตภูมิ
ในการศึกษา
      โดยเฉพาะความประสงค์ของท่านฯ ต้องการให้วัดบางทีงเป็นแหล่งการศึกษาพระปริยัติธรรมแห่งหนึ่ง ซึ่งจะเห็นได้จากที่ท่านฯ สนับสนุนด้วยประการต่าง ๆ เช่น ก่อนจะสอบไล่พระปริยัติธรรม ท่านฯได้จัดหาอุปกรณ์การสอบแจกแก่พระภิกษุสามเณรทุกรูป และภายหลังจากการสอบไล่พระปริยัติธรรมแล้ว หากมีภิกษุสามเณรรูปใดสอบไล่ได้ ท่านฯมีการให้รางวัลเป็นพิเศษและเลี้ยงพระเป็นการฉลองด้วย เพราะท่านฯ เอาใจใส่ในเรื่องการศึกษาเป็นพิเศษ นับตั้งแต่ท่านฯ เป็นครูอาจารย์ ทำการสอนด้วยตัวท่านฯ เองและอำนวยการให้ภิกษุอื่น ๆ ได้ช่วยทำการสอน ควบคุมวิธีการเรียนการสอนด้วยตัวท่านฯ เอง ทั้งในฐานะเป็นเจ้าอาวาสและในฐานะเป็นเจ้าคณะอำเภอ ซึ่งผลการศึกษานั้นนับตั้งแต่ท่านฯ ดำรงตำแหน่งเป็นเจ้าคณะอำเภอเป็นต้นมา ท่านฯ ได้เป็นประธานและคณะกรรมการควบคุมสอบพระปริยัติธรรมสนามหลวง วัดควนเนียง อ.รัตภูมิ จ.สงขลา ปรากฏว่ามีผู้ที่เรียนพระปริยัติธรรมและสอบไล่ได้เป็นจำนวนมาก และมีผู้ที่สอบไล่ได้เปรียญก็มีมากเช่นกัน โดยเฉพาะในสมัยทีท่านฯ ดำรงตำแหน่งเจ้าคณะอำเภอรัตภูมินั้นท่านฯ ก็ทำการสอนพระปริยัติธรรมด้วยตัวท่านฯ เองมาจนตลอดชีวิตของท่านฯ
ในการเผยแผ่
      นอกจากท่านฯ แสดงธรรมสั่งสอนพุทธบริษัทโดยปฏิภาณโวหารเป็นประจำในวันธรรมสวนะแล้ว ท่านฯ ยังได้อำนวยการให้มีการเผยแผ่ด้วยประการอื่น ๆ อีกหลายประการเป็นต้นว่า กวดขันความเป็นอยู่ของภิกษุสามเณรให้อยู่ในกรอบพระธรรมวินัย และระเบียบแบบแผนขนบธรรมเนียมประเพณีของวัดไว้
ในการสาธารณูปการ
      พ.ศ. 2496 สร้างสะพานประชาสามัคคี ข้ามคลองวัดบางทีง สร้างอาคารเรียนโรงเรียนประชาบาล ได้หาทุนจัดสร้างอาคารเรียนโรงเรียนประชาบาล ที่วัดบางเหรียง ต.บางเหรียง อ.รัตภูมิ จ.สงขลา มีชื่อว่าโรงเรียนวัดบางเหรียงและพระครูรัตตภูมิคณานุรักษ์ สร้างเมื่อ พ.ศ. 2501
      พ.ศ. 2502 สร้างสะพานประชาอนุสรณ์ ข้ามคลองวัดบางเหรียง
สร้างสำนักสงฆ์ 3 แห่ง คือ
         1. สำนักสงฆ์บ่อบัวแก้ว และกุฎิ-โรงครัว
         2. สำนักสงฆ์ต้นเลียบ (ดอนยวน) และกุฏิ 5 หลัง
         3. สำนักสงฆ์หนองข้อง และกุฏิ
      สรุปรวมความแล้ว วัดบางทีงและในเขตการปกครองของท่านฯ ในสมัยที่ท่านฯ  ได้ดำรงตำแหน่งเจ้าคณะอำเภอรัตภูมิเป็นเวลา 22 ปีกว่า ได้เจริญขึ้นโดยลำดับทั้งในด้านการศึกษา การเผยแผ่ แล้วในด้านการปกครอง ท่านฯ ก็พยายามกวดขันภิกษุสามเณร ให้ประพฤติดีปฏิบัติชอบตามพระธรรมวินัย และระเบียบแบบแผนประเพณีอันดีงามของวัดตลอดมา ท่านฯ พยายามทำนุบำรุงรักษาศิลปกรรมถาวรวัตถุต่าง ๆ ในเขตการปกครองของท่านฯ เป็นอันดีเสมอมา
(คัดลอกมาจากที่ระลึกในพิธีพระราชทานเพลิงศพพระครูรัตตภูมิคณานุรักษ์ อดีตเจ้าคณะอำเภอรัตภูมิ จังหวัดสงขลา 19 พฤษภาคม 2518)
      


บาบ๋า

  • บุคคลทั่วไป
พอดีไปเปิดเจอเวปไซต์ประเพณีไทยดอทคอม http://www.prapayneethai.com ในหัวข้อ
เช็งเม้ง (ไหว้หลุมฝังศพบรรพบุรุษ)
มีรูปการไหว้เช็งเม้งของชาวไทยเชื้อสายจีนที่ดูเป็นแบบจีนโบราณ ก็เช็คดูปรากฎว่าเป็นการไหว้เฉ่งเบ่ง ของคนไทยเชื้อสายจีนฮกเกี้ยนแถบสงขลาบ้านเรานี่เอง ฮ่องสุย(ฮวงซุ้ย) นี้ เป็นของตระกูลกัลยาศิริ การไหว้แบบนี้คิดว่ามีเฉพาะคนจีนฮกเกี้ยนที่มาจากเมืองเจียงจิวเท่านั้น และแม้ว่าอพยพมาอยู่ที่บางกล่ำก็ยังรักษารูปแบบการไหว้ที่ไม่เหมือนใครเอาไว้ รูปถ่ายนี้อายุกว่า 30 ปี แล้วครับ

บาบ๋า

  • บุคคลทั่วไป

ฮกโล่

  • บุคคลทั่วไป
เพลงซึ่งถือเป็นสัญลักษณ์และคติของชาวฮกเกี้ยน

ออฟไลน์ oscarpuhe

ประวัติของ พระครูรัตภูมิคณานุรักษ์ อ่านแล้วได้ความรู้ขึ้นเยอะ

บาบ๋า

  • บุคคลทั่วไป
ประวัติพ่อท่านต้ม (เอียด) วัดชลธาราวาส (วัดบางกล่ำ)
ประวัติพระครูพิพัฒน์ชลธาร (เอียด สุวณโณ) วัดชลธาราวาส (วัดบางกล่ำ)

ต้นตระกูลของท่านเป็นคนจีนฮกเกี้ยน แซ่เอียว (楊) ที่มาอพยพจากแผ่นดินใหญ่มาเมืองไทยราวปลายสมัยรัชกาลที่ 4 ถึงต้นรัชกาลที่ 5 ซึ่งมีด้วยกัน 5 คนพี่น้องเป็นชาย 4 คน หญิง 1 ซึ่งเป็นน้องสาวคนสุดท้อง (ชื่ออั้ง楊紅) พี่ชาย 1 ใน 4 คน นั้นคือปู่ของท่านชื่อนายเอ่ง แซ่เอียว 楊永 เริ่มแรกทำมาหากินที่บ้านกงหราจังหวัดพัทลุง เจ้าเมืองพัทลุงสมัยนั้นเกิดชอบน้องสาว พี่ชายทั้ง 4 คนเลยพาหนีมาอยู่ที่บ้านบางกล่ำ ซึ่งสมัยนั้นก็มีคนจีนอาศัยอยู่ก่อนหน้านี้แล้ว 5 คนนี้พี่น้องนี้ก็ได้ภรรยา/สามี ซึ่งเป็นคนบ้านบางกล่ำ ได้บุตรชาย/บุตรสาว ต่อมาสมัยในสมัยรัชกาลที่ 6 จึงทรงโปรดให้มีการตั้งนามสกุล บิดาของท่านได้ตั้งนามสกุลขึ้นมาเป็น ร่วมสุข ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา

นามเดิมของท่านชื่อเอียด เป็นบุคคลที่ 4 ของครอบครัว โดยมีพี่น้องรวม 7 คน เป็นชาย 3 คน หญิง 4 คน บิดาชื่อ นายตุ้ม ร่วมสุข楊敦 มารดาเป็นคนไทยชื่อนางแป้น อาศัยอยู่ในหมู่ที่ 1 ตำบลบางกล่ำ ท่านเกิดเมื่อวันที่ 9 ตุลาคม พ.ศ. 2449 ตรงกับวันอังคาร แรม 7 ค่ำ เดือน 11 (ไทย) ปีมะเมีย เมื่อวัยเยาว์ได้ศึกษาเล่าเรียนกับวัดจนกระทั่งอ่านออกเขียนได้แล้วออกมาช่วยเหลือทางบ้านในการประกอบอาชีพทำสวนไร่นา จนกระทั่งอายุได้ 21 ปี จึงได้อุปสมบท ณ วัดชลธาราวาส เมื่อวันที่ 7 พฤษภาคม พ.ศ. 2470 ตรงกับวันเสาร์ขึ้น 7 ค่ำ เดือน 6 ปีเถาะ โดยมีพระครูรัตนโมลี วัดดอนแย้ อ.เมือง จ.สงขลา เป็นพระอุปัชณาย์ พระอธิการขวัญ เกสโร วัดชลธาราวาส เป็นพระกรรมวาจาจารย์ พระคลิ้ง วัดชลธาราวาส เป็นพระอนุสาวนาจารย์

เมื่ออุปสมบทเป็นพระเอียด สุวรรโณ ก็เริ่มศึกษาเล่าเรียนอย่างตั้งอกตั้งใจในบทพระธรรมและยังเล่าเรียนในด้านไสยศาสตร์ควบคู่ไปด้วยพร้อมกัน วินัยบทสวดพระพุทธมนต์ต่าง ๆ ที่นิยมใช้กันอยู่เป็นประจำ ตลอดจนบทสวดพระภิกขุปาฏิโมกข์ท่านก็สามารถท่องบ่นได้จบตั้งแต่ย่างเข้าพรรษาที่ 4 ต่อมาในปี 2476 ท่านก็ได้เข้าสอบนักธรรมสนามหลวงและสอบได้นักธรรมชั้นตรีในครั้งนั้น ปีต่อมาท่านจึงได้เข้าเป็นครูฝึกสอนนักธรรมเพื่อช่วยท่านอธิการขวัญ เกสโร อีกแรงหนึ่ง ต่อมาในปี 2480 ท่านก็ได้สอบผ่านนักธรรมชั้นโท และได้รับตำแหน่งเป็นครูสอนนักธรรมโดยสมบูรณ์ เมื่อเจ้าอาวาสในขณะนั้น คือ ท่านอธิการจันทร์ กุสุโม ได้ลาสิขาตำแหน่งเจ้าอาวาสก็ว่างลง คณะกรรมการวัดจึงเห็นพ้องต้องกันว่า สมควรที่จะให้พระเอียด สุวณโณ รักษาการแทนเจ้าอาวาสที่ว่างลงอยู่ขณะนั้น ท่านจึงได้ทำหน้าที่รักษาการแทนเจ้าอาวาสองค์เดิมต่อมา จนกระทั่งทางคณะสงฆ์ได้ส่งหนังสือตราตั้งเจ้าอาวาสแต่งตั้งให้ พระเอียด สุวณโณ รับตำแหน่งเป็นเจ้าอาวาสต่อจากพระอธิการจันทร์ต่อไป พร้อมกันนั้นท่านยังได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งเจ้าคณะตำบลบางกล่ำ และตราตั้งเป็น “กรรมการตรวจธรรมสนามหลวง” ในครั้งนี้อีกด้วย

ต่อมาภายหลังได้รับตราตั้งให้เป็นพระอุปัชฌาย์ ในเขตตำบลบางกล่ำ ท่านได้ทำหน้าที่อย่างเต็มความสามารถ ภายหลังได้รับตราตั้งเป็น พระครูชั้นสัญญาบัตรชั้นตรี เมื่อวันที่ 5 ธันวาคม 2504 พระครูสัญญาบัตรชั้นโทเมื่อวันที่ 5 ธันวาคม 2519 ตามลำดับ

บาบ๋า

  • บุคคลทั่วไป
ได้มีโอกาสคุยกับคนจีนจริงที่อยู่ที่ฮกเกี้ยนบ้านเกิดของบรรพบุรุษคนบางกล่ำผมได้ความรู้่มากขึ้นเยอะเลยครับว่าคนฮกเกี้ยนในฝั่งทะเลอ่าวไทยของเรา ไม่ว่าจะเป็น สงขลา ปัตตานี นครศรีธรรมราช ฯลฯ จะมาจากเมืองเดียวกันหมดเลย ผมได้เอาป้ายฮวงซุ้ยของทวดเขี้ยนเหนี่ยวให้เขาดู เขาก็บางอ้อมาเลยว่าไม่ไกลจากบ้านเขา และอยู่ใกล้ๆ กับบ้านของต้นตระกูล ณ สงขลา (แซ่เหง่า/โง้ว) บ้านเกิดของเตี่ยทวดเขี้ยนเหนี่ยว แซ่จู (ทวดถู่นู๊ แซ่จู) อยู่แถบเขาไท่อู่ซาน ตรงกันข้ามกับเกาะเซี่ยะเหมิน (เอ้หมึง) ชื่อว่าหมู่บ้านกู่โถวซาน ที่เขามาร์ควงกลมไว้่นั่นแหละบอกที่อยู่ในเมืองจีนเลยครับ และเขาก็บอกว่าคนในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้อพยพมาจากที่นี่ก็มีเยอะ ปัจจุบันเขาได้เปลี่ยนชื่อจากอำเภอไห่เฉิง (ไฮเท่ง) เป็นเมืองหลงไห่ (เหล่งไฮ) ขึ้นกับเมืองจังโจว (เจียงจิว) มณฑลฝูเจี้ยน (ฮกเกี้ยน) และวันที่ 30 พฤษภาคม 2560 นี้ เขาจะมางานหลักเมืองสงขลาครับ  你墓碑有寫,我知道哪裡了. 墓碑有寫:南太武山.跟廈門島對岸. 是的海澄. 不過現在改了名字。叫福建省漳州市龍海市南太武山. 畫圓圈,那個就是地址。具體位置. 就是這個地方這裡很多人去東南亞國家。那座山,在我們這很出名.

บาบ๋า

  • บุคคลทั่วไป
รูปถ่ายเก่า ๆ ของจีนบาบ๋ายุค ค.ศ. 1927 ที่ฝรั่งโพสต์ในเวป www.teakdoor.com
นายโซ้ย  กัลยาศิริ
นายเลี่ยง  กัลยาศิริ
กำนันแดง  กัลยาศิริ
นายมง  กัลยาศิริ

บาบ๋า

  • บุคคลทั่วไป
หลวงสำเร็จกิจจางวาง (ตันปุ่ย) ต้นตระกูลคณานุรักษ์ และเจ้าเมืองสงขลา (ต้นตระกูล ณ สงขลา) รวมทั้งคนจีนฮกเกี้ยนแถบ สงขลา ปัตตานี ก็มาจากที่เดียวกันครับ
  ครั้งสมัยหนึ่ง ณ ประเทศจีน มณฑลฮกเกี๋ยน福建省 จังหวัดเจียงจิวฮู漳州府 อำเภอเจียะแม้เกี่ยง (ม้าหิน) ตำบลถังโบ้ย มีหมู่บ้านราษฎรที่เจ๋าโป๋เจี่ย (หมู่บ้านหลังเง็ก) จีนพวกหนึ่งแซ่ตัน ตั้งเคหะสถานอยู่ตีนเขานำไท้บู้ซัว南太武山 หัวหน้าครอบครัวชื่อตันเต็ก ตันเต็กผู้นี้ทราบว่า ได้สืบเชื้อสายมาจากพระจีนตันเส็งอ๋อง ซึ่งเป็นพระเจ้าแผ่นดินสมัยหนึ่งในประเทศจีน
บิดาของตันเต็กชื่อ ตันกวงเลี่ยง ตั้งตนเป็นผู้กู้ชาติจากพวกตาดที่เข้ามาครอบครองแผ่นดินประเทศจีน เรื่องมาเกิดขึ้นเมื่อสมัยพระนางซูสีไทเฮาครองอำนาจ ตันกวงเลี่ยงผู้นี้มีความสามารถเก่งกาจทางหมัดมวยและวิชาเพลงดาบและกระบี่เป็นเลิศ และเคารพนับถือพระเจ้ากวนอูเป็นสัจจะธรรม พรรคพวกตั้งให้เป็นหัวหน้าคณะเถี้ยนตี่ฮวย พร้อมกับเครื่องหมายมีเป็นเบี้ยอีแปะ ด้านหน้าเขียนตัวอักษรเถี้ยน ด้านหลังเขียนตัวหนังสือว่า ตี่
ขณะเดียวกันในมณฑลฮกเกี๋ยนก็เกิดคณะกบฏบ๊อกเซอร์ขึ้นอีกคณะหนึ่ง โดยมีนายอั้งซิ่วจวนเป็นหัวหน้า มีบุคคลราษฎรเลื่อมใสเข้าเป็นสมัครพรรคพวกมากมาย นายอั้งซิ่วจวนได้ใช้ให้คนไปเกลี้ยกล่อมชักชวนคณะเถี้ยนตี่ฮวยเข้าเป็นพรรคพวกกันหลายครั้ง แต่นายตันกวงเลี่ยงไม่ยินยอมเพราะรังเกียจที่คณะบ๊อกเซอร์เป็นพวกนับถือคริสต์ คริสตศาสนากำลังระบาดอยู่ในประเทศจีนขณะนั้น เมื่อนายอั้งซิ่วจวนหัวหน้าคณะบ๊อกเซอร์เห็นว่าจะเป็นไมตรีกันไม่ได้ ขืนเอาไว้ก็จะเป็นภัยแก่ตัว เพราะอยู่ในมณฑลเดียวกัน จึงตัดสินกันด้วยกำลังกันจนคณะเถี้ยนตี่ฮวยที่มีกำลังคนน้อยกว่าแพ้ และพร้อมกันนั้นสมัครพรรคพวกของคณะเถี้ยนตี่ฮวยก็แตกความสามัคคี ส่วนมากลงความเห็นว่าประเทศชาติเป็นใหญ่ การที่หัวหน้าใช้อารมณ์เอาต่างศาสนามาเป็นข้ออ้างนั้นไม่ถูกต้องจึงให้ตีจาก
เมื่อนายตันกวงเลี่ยงพ่ายแพ้แก้คณะบ๊อกเซอร์ ก่อนหนีได้เรียกบรรดาลูกหลานที่ใกล้ชิดมาสั่งเสีย และแบ่งสมบัติเรือกสวนไร่นาแจกจ่ายกันถ้วนหน้า และสั่งลูกชายคนเดียวไว้ว่า ขอให้ตั้งตัวอยู่ในทางสมถะ การเป็นศัตรูกันระหว่างคณะเป็นเรื่องของชาติไม่เกี่ยวกับเรื่องส่วนตัว จงพยายามตั้งหน้าทำมาหากินโดยสุจริตธรรม อย่าเบียดเบียนผู้อื่น อย่าเป็นขุนนาง อย่าเล่นการเมือง จงสั่งสอนลูกหลานไว้ อย่าได้หัดเพลงอาวุธจะร้อยวิชา ทางที่ดีจงเป็นชาวนาหรือพ่อค้าจะได้มั่งมีศรีสุขสืบไป อย่าเป็นขี้ข้าพวกตาด ต่อไปจะเกิดการจราจล และที่ดินนาของเราเสื่อมคุณภาพมากแล้ว หากไม่สามารถสละสมบัติในขณะนี้ได้ แต่สืบไปจงให้ลูกหลานออกไปหากินต่างเมืองเถิด สั่งเสร็จแล้วก็นำลูกน้องที่ยังจงรักภักดีจำนวนหนึ่งมุ่งขึ้นเขานำไท้บู้ซัว南太武山 ออกอำเภอไฮเต็ง海澄縣ลงเรือออกทะเลหายสาบสูญไป
ฝ่ายลูกชายตันเต็ก เมื่อได้รับคำสั่งจากบิดาก็ปฏิบัติตามทุกประการ ต่อมานายตันเต็ก หัวหน้าหมู่บ้านหลังเง็ก เกิดบุตรชาย ๒ คน คนพี่ชื่อเจียง คนน้องชื่อปุ่ย คนพี่เจริญรอยตามบิดา แต่สำหรับคนน้องแล้วตรงกันข้าม นิสัยมักเกะกะเสเพลชอบคบเพื่อนฝูง ไม่ชอบทำนา เล่นการพนันทุกชนิด ต่อมาวันหนึ่ง เมื่อตันปุ่ยอายุได้ ๑๗ ปี ได้มีเพื่อนฝูงมาชักชวนออกไปจากบ้านนานถึง ๒ ปี โดยไม่ปรากฎข่าวคราว บิดาและพี่ชายเข้าใจว่าหายสาบสูญไปเข้าเป็นสมัครพรรคพวกคณะบ๊อกเซอร์เพื่อกู้ชาติ
อยู่มาวันหนึ่งตันปุ่ยได้มาปรากฎตัวขึ้นที่หมู่บ้านอีกครั้งหนึ่ง และเข้าคำนับบิดาและพี่ชายแสดงความจำนงค์ขอลาเดินทางออกนอกประเทศ และยินยอมมอบส่วนสมบัติทรัพย์สินของตนยกให้พี่ชายจนหมดสิ้นแต่ผู้เดียว เพียงแต่ขอสุกรสัก ๑๐๑ ตัว บิดาและพี่ชายเห็นว่าจะห้ามปรามทัดทานไม่ได้แล้ว ก็อนุญาต เมื่อตันปุ่ยรวบรวมสุกรได้ครบตามจำนวนแล้ว ก็ลาบิดาและพี่ชายตลอดจนญาติมิตร เสร็จแล้วให้ฆ่าสุกรตัวแรกร่ำลาบรรพบุรุษตามธรรมเนียม แล้วออกเดินทางไปกับเพื่อนฝูงทันที
สมัยนั้นมีธรรมเนียมอยู่ว่า ผู้ใดในจังหวัดเจียงจิวฮู漳州府เมื่อเดินทางถึงหมู่บ้านอำเภอใด ก็จะนำสัตว์เป็นสุกร หรือแพะ แกะ เป็ด ไก่ ที่นำไปค้าด้วย (ยกเว้น ม้าและวัวสำหรับไถนา จะไม่ยอมซื้อขายเด็ดขาด เพราะในจังหวัดนี้ขัดสนสัตว์ ๒ ชนิดนี้ที่สุด มีกฏห้ามไม่ให้ผู้หนึ่งผู้ใดฆ่าและกินเนื้อเด็ดขาด) ไปมอบให้กับ เป้าจิ้นก๋อง หัวหน้าหมู่บ้านนั้น ๑ ตัวก่อน มิฉะนั้นจะไม่ปลอดภัยจากการถูกลักขโมยหรือปล้นสดมภ์ แต่สำหรับตันปุ่ยแล้วหาเป็นเช่นนั้นไม่ เมื่อถึงตำบลใดส่วนมากนายตำบลออกมาให้การต้อนรับเลี้ยงดูเป็นอย่างดี (เข้าใจว่าระหว่างที่ตันปุ่ยหายไป ๒ ปี คงจะปูพื้นฐานทางนักเลงไว้) เมื่อตันปุ่ยจะลาออกเดินทางก็ให้ยัดเยียดสุกรให้หมู่บ้านตำบลละคู่ โดยคำพูดเพียงประโยคเดียวขอฝากให้เลี้ยงไว้เป็นทุนสำหรับผู้ที่จะเดินทางไปหาตนเมื่อตนต้องการ จนถึงท่าเมืองเอมุยแล้วให้จำหน่ายสุกรที่ไปบ้างบางส่วน แลกเรือสำเภาได้ ๑ ลำ พาสมัครพรรคพวกรวม ๒๕ คน มุ่งสู่ทะเลโดยปราศจากจุดหมายใดๆ
ครั้นต่อมาในแผ่นดินพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๓ ขึ้นครองราชย์ ณ กลางทะเลหัวเขาแดง เมืองสงขลา ปรากฎมีเรือสำเภาจีน ๑ ลำ กางใบเข้ามาทอดสมอเทียบท่า ในลำเรือปราศจากสินค้าใดๆ ทั้งสิ้น แม้แต่ข้าวสารก็เหลือน้อยเต็มที มีแต่สุกรอยู่ ๒ - ๓ ตัว แต่คนจีนในเรือต่างยิ้มแย้มแจ่มใสดี นายอากรเจ้าท่าลงไปสอบถามการเป็นมาค้าขายตามระเบียบ มีจีนผู้หนึ่งมีลักษณะดี ตัวเล็กผอมขาวท่าทางเจ้าปัญญา คือ ตันปุ่ยนั้นเอง ลุกขึ้นตอบว่าข้าพเจ้ามาจากเมืองฮกเกี๋ยน ทราบกิตติศัพท์ว่าเจ้าเมืองที่นี่เป็นจีนฮกเกี๋ยนแซ่เง่า อยู่จังหวัดเดียวกัน จึงให้ตั้งหน้าเดินทางมาขอพึ่งบารมีทำมาหากินเพราะทางเมืองจีนปัจจุบันนี้เกิดยุคเข็ญถูกกบฏบ๊อกเซอร์อั้งซิ่วจวนรบกวนข้าวในนาเมื่อเก็บเกี่ยวได้แล้วก็ถูกแบ่งไปเพื่อใช้ในการกู้ชาติ พอทหารหลวงมาปราบกลับซ้ำร้ายเข้าไปอีก เป็ดไก่สุกรที่เลี้ยงไว้ ก็ถูกทหารหลวงจับไปฆ่ากินหมด พวกข้าพเจ้าจึงอดอยาก ต้องบากหน้าทนลำบากเพื่อมาหาที่พึ่งใหม่ แต่เกิดมาถูกพายุและหลงทิศทางอยู่กลางทะเลเสียหลายเดือนจนอาหารในเรือขาดแคลน พวกเราพากันมารวม ๒๕ คน แต่ขึ้นบกเสียกลางทาง ๑๗ คน เพราะทนอดอยากไม่ไหว แลสินค้าที่นำมาก็ได้แวะขายตามรายทาง แลกเปลี่ยนเงินทองให้พรรคพวกไปทำทุนหากินหมดแล้ว
สมัยก่อนการเดินเรือไม่มีเข็มทิศ ถือความชำนาญเป็นใหญ่ โปรดเข้าใจเสียด้วยว่าการเดินทางผ่านทะเลจีนนั้นอันตรายที่สุด เสี่ยงต่อชีวิตและสินค้าที่นำไปมาค้าขายมาก คนไทยถือว่าผู้ใดสามารถนำเรือหรือลูกเรือผ่านทะเลจีนได้นับว่าโชคดี เพราะนอกจากจะถูกมรสุมทางทะเลแล้ว ยังจะต้องผจญกับโจรสลัดที่มีอยู่ทุกเกาะแก่งกลางทะเลอีกด้วย จึงให้สักมังกรพันมือหรือทำเครื่องหมายใดๆ ไว้เป็นที่ระลึกอวดชาวเรือด้วยกันว่าข้าพเจ้านี้ได้ผ่านทะเลจีนมาแล้ว คนเรือเขาให้เกียรติกันเช่นนี้
คนจีนสมัยก่อนเข้าเดินเรือสามารถและปลอดภัย เพราะมีจุดหมาย เช่นเรือสำเภาของตันปุ่ยเป็นต้น เริ่มต้นที่เอมวย 廈門(เอมุย) ก็หมายซัวเถา 汕頭 ออกจากซัวเถา หมายเกาะไฮหลำ海南 ออกจากเกาะไฮหลำ หมายฮานอย แล้วเลียบแหลมเขมร มาเข้าอ่าวไทยตามลำดับ เขาไม่เสี่ยงออกกลางทะเลเป็นอันขาด เพราะถือสินค้าในเรือเสมือนชีวิตของลูกเรือทุกคน จึงไม่ค่อยปรากฎว่า เรือสินค้าจีนอัปปางกลางทะเล จากแหลมเขมรก็ต้องมุ่งไปตราดหรือจันทบุรี ระยอง ชลบุรี ตามลำดับ
ในรัชสมัยรัชกาลที่ ๓ ขณะนั้นพระยาตานี (ตวนสุหลง) พระยาหนองจิก (ตอนจิก) พระยายะลา และพระยาระแงะ รวมกัน ๔ เมือง ยกกำลังเข้าตีเมืองยะหริ่ง พระยายะหริ่งสู้ไม่ได้จึงหนีไปอาศัยพระยาสงขลา (เทียนเส็ง ณ สงขลา) ต่อมาทางกรุงเทพฯ ได้โปรดเกล้าให้พระยาเพ็ชรบุรีเป็นแม่ทัพรวบรวมกำลังอยู่ที่เมืองสงขลา เพื่อจัดกำลังพลไปปราบพระยาตานีและพวก ซึ่งถือเป็นกบฏ ตันปุ่ยและพรรคพวกอาศัยอยู่ในจวนพระยาสงขลาจึงได้โอกาสนำสมัครพรรคพวกชาวจีนอาสาออกสู้รบและกระทำการจนสำเร็จกิจ ตามคำสั่งของพระยาเพ็ชรบุรีและพระยาสงขลาจนได้รับความดีความชอบอย่างใหญ่หลวง พระยาสงขลาจึงขอโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งให้ตันปุ่ยเป็นหลวงสำเร็จกิจกรจางวาง ตั้งแต่บัดนั้นเป็นต้นมา
ครั้นเมื่อเดินทัพมาถึงเมืองปัตตานี ตันปุ่ยซึ่งเป็นหลวงสำเร็จกิจกรจางวางมองเห็นที่ดิน ณ ที่หัวตลาดจีน มีชัยภูมิดี เหมาะสมกับการทำมาหากินทางค้าขาย เพราะใกล้ริมแม่น้ำและทะเล จึงได้เข้าขออนุญาตต่อแม่ทัพทั้งสอง ขอที่ดินและคนจีนที่สวามิภักดีอยู่ในกองทัพให้ตั้งรกรากอยู่ ณ ที่ปัตตานี เพื่อป้องกันการจราจลและโจรผู้ร้ายของบรรดาพวกกบฏที่ยังหลงเหลืออยู่ และจะได้ไกล่เกลี่ยระหว่างเจ้าเมืองคนไทยกับเจ้าเมืองคนมลายู เพราะตนเป็นคนจีน คงจะให้ความเชื่อถือและเจ้าเมืองทั้ง ๒ ฝ่าย ให้ประสานสามัคคีเป็นธรรมได้ แม่ทัพทั้งสองเห็นชอบกับความคิดของตันปุ่ยจึงให้ออกประกาศแต่งตั้งให้หลวงสำเร็จกิจกรจางวาง เป็นนายกองหัวหน้าคณะคนจีน ณ บัดนั้น พร้อมกับมอบบรรดาคนจีนที่อยู่ในกองทัพผู้สมัครจะอยู่ช่วย ควบคุมเชิงทั้ง ๒ ฝ่ายไว้พอสมควร และประกาศยกที่ดินที่หัวตลาดทั้งหมดให้แก่จีนปุ่ยและพรรคพวกทำมาหากินเลี้ยงชีพสืบต่อไปชั่วลูกหลาน


บาบ๋า

  • บุคคลทั่วไป
มาดูเรื่องท่องเที่ยวริมคลองบางกล่ำกันบ้าง สายน้ำที่บรรพบุรุษชาวบางกล่ำอาศัยทางเรือมาจากจีนแผ่นดินใหญ่เข้ามาตั้งรกรากริมคลองแห่งนี้
วันนี้เวลา9.30น.ท่านผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา ท่าน ทรงพล สวาสดิ์ธรรม มาตรวจเยี่ยมตลาดน้ำประชารัฐบางกล่ำ โดยมีท่านทศพล สวัสดิ์สุข นายอำเภอบางกล่ำ ให้การต้อนรับ และวันที่ 2 กันยายน 2560 เวลา 14.00 น. เปิดทันตามกำนดครับ ขอเชิญพ่อแม่พี่น้องมาเที่ยวงานกันครับ
**-ข้อมูลและภาพจากท่านปลัดอักษร บุตรโคตร ปลัดนักพัฒนาของอบต.บางกล่ำมากๆครับ

บาบ๋า

  • บุคคลทั่วไป
ตลาดน้ำบางกล่ำ เปิดวันที่ 2กันยายน 2560 นี้เป็นต้นไปครับ ทุกๆศุกร์และเสาร์ เริ่มตั้งแต่เวลา 12.00 น.ครับ
*ณ.บริเวณท่าน้ำบางหยี ม.4 บ้านบางหยี ต.บางกล่ำ อ.บางกล่ำ จ.สงขลา
**ขอเชิญเพื่อนๆมา " ช๊อป ชิม แชะ "กันนะครับ
**กิจกรรมในงาน
-ชิม..อาหารพื้นบ้าน อาหารทะเลตามฤดูกาล ขนมพื้นบ้าน ผักผลไม้พื้นบ้าน
- ช๊อปของฝากที่ระลึก โอทอปบางกล่ำควนเนียง
-ชม..การแสดงศิลปะพื้นบ้าน บริการล่องเรือชมวิว 2 ฝั่งคลองบางกล่ำ เข้าวัดทำบุญกับวัดโบราณสถาน ชมบ้านแต่แรกสมัยก่อน
-แชะ.. มุมถ่ายภาพเซลฟี่สวยๆบริเวณท่าน้ำบางหยีในตลาดน้ำบางกล่ำ
**กำหนดการพิธีเปิดตลาดน้ำประชารัฐบางกล่ำ
วันเสาร์ที่ 2 กันยายน 2560
เวลา 13.00 - 14.00 น. - ดนตรีโพล์คซอง
- ชมการสาธิตการแข่งขันเรือยาว
- ประกวดการแข่งขันการขูดมะพร้าว
- ประกวดอาหารพื้นบ้าน
- ประกวดร้านค้าสวยงามและอนุรักษ์ธรรมชาติ
เวลา 14.00 – 15.30 น. แขกผู้มีเกียรติ หัวหน้าส่วนราชการ และผู้ร่วมงานพร้อมกันบริเวณพิธีเปิด
เวลา 15.30 – 16.00 น. การแสดงหนังตะลุงทอล์คโชว์ นักเรียนโรงเรียนบ้านบางกล่ำ
เวลา 16.00 น. ประธานพิธีเดินทางมาถึง
เวลา 16.00 – 16.30 น. การแสดงนักเรียนโรงเรียนบางกล่ำวิทยารัชมังคลาภิเษก
เวลา 16.30 – 17.00 น. พิธีเปิดงาน
เวลา 17.00 – 17.30 น. การแสดงเพลงเรือ คณะอาจารย์เปลื้อง สุขสวัสดิ์ ณ บริเวณตลาด
เวลา 17.30 – 18.00 น. มอบรางวัลผู้ชนะการประกวด
เวลา 18.00 – 18.30 น. การแสดงมโนราห์จวบ
เวลา 18.30 – 20.00 น. การแสดงดนตรีอนุรักษ์วัฒนธรรม
................................................................
พิธีกรบนเวทีกลาง 1. นายกฤษเนตร เกษสระ ผอ.รพ.สต.บ้านหาร
2. นางโสเพ็ญ โพธิพงษา พยาบาลวิชาชีพชำนาญการ
พิธีกรภาคสนาม 1. นายเปลื้อง สุขสวัสดิ์ ผู้ทรงคุณวุฒิ
2. นายชาญวิทูร สุขสว่าง ประธานสภาวัฒนธรรมอำเภอบางกล่ำ
3. นายวิโรจน์ แก้วชูเชิด ครู กศน.บางกล่ำ
**สอบถามเส้นทางมาตลาดน้ำได้ที่ 084-8564376 ได้ครับ
จาก คุณบุญโปรด จิตนวล ผู้อำนวยการกองช่าง องค์การบริหารส่วนตำบลบางกล่ำ

บาบ๋า

  • บุคคลทั่วไป
วันนี้ยอมดำล่องคลองบางกล่ำถ่ายรูปมาอวดกันน่ะครับ พร้อมกับรูปศาลเจ้าแห่งนี้ริมคลองบางกล่ำ

 


ร่วมขับเคลื่อนโดย
เว็บไซท์นี้จัดสร้างขึ้นมาเพื่อเป็นสังคมออนไลน์ของชาวหาดใหญ่ - สงขลา สงวนลิขสิทธิ์ © บริษัท บ้านเรา คอร์ปอเรชั่น จำกัด
นโยบาย | เกี่ยวกับเรา | ลงโฆษณา | ร้องเรียน | แจ้งข้อผิดพลาด | ติดต่อเรา | มีอะไรใหม่ในเว็บกิมหยง | คุยกับเว็บมาสเตอร์
เครือข่ายเว็บไซท์ท้องถิ่นไทย [ ตรัง ] [ ขอนแก่น ] [ เชียงใหม่ ] [ เชียงราย ] [ อุดรธานี ] [ หาดใหญ่ - สงขลา ] [ น่าน ] [ พัทลุง ] [ นครศรีธรรมราช ]