gimyong หาดใหญ่
ศูนย์ประชุมนานาชาติฉลองสิริราชสมบัติครบ ๖๐ ปี
 
 

 

ผู้เขียน หัวข้อ: เอารูปศาลเจ้าโบราณร้อยกว่าปีแถวบางกล่ำมาให้ดู  (อ่าน 35287 ครั้ง)

เอารูปศาลเจ้าโบราณร้อยกว่าปีแถวบางกล่ำมาให้ดู

บาบ๋า

  • บุคคลทั่วไป
ลองเขียนภาษาจีน คำว่า หับ โห้ หิ้น ซึ่งเป็นชื่อโรงสีแดงที่เมืองสงขลาถูกผิดขอโทษด้วยนะคับ
合 = หับ = ความร่วมมือ
和 = โห้ = ความกลมกลืน ,ความเป็นเอกภาพ
興 = หิ้น = ความเจริญรุ่งเรือง
ไม่เคยเห็นใครเขียนออกมาเป็นภาษาจีนเลยฝึกภาษาฮกเกี้ยนกันหน่อยครับ

บาบ๋า

  • บุคคลทั่วไป
พระครูวิมลปัญญาสาร (หิ้น) ฉายา ติกฺขปญฺโญ อายุ 90 พรรษา 69 วิทยฐานะ น.ธ.โท สังกัดวัดยูงทอง ตำบลท่าช้าง อำเภอบางกล่ำ จังหวัดสงขลา ตำแหน่งอดีตเจ้าอาวาสวัดยูงทอง และอดีตเจ้าคณะอำเภอบางกล่ำ สถานะเดิมชื่อ นายโปหิ้น นามสกุล สุขชาญ  (陳保興) เกิดเมื่อวันที่ 23 สิงหาคมพ.ศ.2466 ที่บ้านบางกล่ำกลาง บ้านเลขที่ 22 หมู่ที่ 2 ตำบลบางกล่ำ อำเภอบางกล่ำ จังหวัดสงขลา  โยม บิดามารดาเป็นคนไทยเชื้อสายจีนฮกเกี้ยน ชื่อคุณพ่อเฮี้ยว และคุณแม่เฉี้ยว สุขชาญ  (เดิมแซ่ตัน) เป็นบุตรคนสุดท้องในจำนวนพี่น้อง 5 คน อุปสมบทเมื่อวันที่ 8 สิงหาคม พ.ศ.2487 ณ วัดชลธาราวาส ตำบลบางกล่ำ อำเภอบางกล่ำ จังหวัดสงขลา พระอุปัชฌาย์ พระครูสุคนธศีลาจารย์ วัดคูเต่า ตำบลแม่ทอม อำเภอบางกล่ำ จังหวัดสงขลา วิทยาฐานะ พ.ศ.2487 สำเร็จการศึกษาระดับประถมศึกษาชั้นปีที่ 4 จากโรงเรียนวัดบางทิง ตำบลบางเหรียง อำเภอควนเนียง จังหวัดสงขลา พ.ศ.2492 สอบได้ น.ธ.โท จากสำนักเรียนคณะจังหวัดสงขลา สังกัดวัดชลธาราวาส อำเภอบางกล่ำ จังหวัดสงขลา งานปกครอง พ.ศ.2527 เป็นเจ้าอาวาสวัดยูงทอง พ.ศ.2529 เป็นผู้รักษาการแทนเจ้าคณะตำบลบางกล่ำ พ.ศ.2530 เปฌนเจ้าคณะตำบลบางกล่ำ พ.ศ.2530 เป็นพระอุปัชฌาย์ พ.ศ.2542 เป็นเจ้าคณะอำเภอบางกล่ำ สมณศักดิ์ พ.ศ.2531 ได้รับพระราชทานสมณศักดิ์เป็นพระครูสัญญาบัตรเจ้าคณะตำบลชั้นตรีที่พระครูวิมลปัญญาสาร พ.ศ.2542 ฌป็นพระครูสัญญาบัตร เจ้าคณะอำเภอชั้นโทพระครูวิมลปัญญาสาร ได้มรณภาพสาเหตุด้วยโรคชรา เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2556 ณ วัดยูงทอง อำเภอบางกล่ำ จังหวัดสงขลา สิริรวม อายุได้ 90 ปี 70 พรรษา

บาบ๋า

  • บุคคลทั่วไป
ปั้นดินเผาจาก 'ดินสามน้ำ' สินค้าเลื่องชื่อคน 'บางกล่ำ'
ทำมาหากิน : ปั้นดินเผาจาก 'ดินสามน้ำ' สินค้าเลื่องชื่อคน 'บางกล่ำ' : โดย...โต๊ะข่าวเกษตร
ย้อนกลับไปในอดีตพื้นที่ อ.บางกล่ำ จ.สงขลา จะเลื่องชื่อเรื่องครื่องปั้นดินเผา โดยเฉพาะดินเหนียวที่มีเนื้อละเอียดอันเกิดจากการทับถมของตะกอนดินทั้งน้ำจืด น้ำเค็ม และน้ำกร่อย จนได้ชื่อเป็น “ดินสามน้ำ” ซึ่งรุ่นปู่ย่าตายาย นำดินนี้มารังสรรค์เป็นงานฝีมือทำหม้อน้ำ ถ้วยชาม และอิฐ ถึงปัจจุบัน “ชาญชัย ทิพย์มณี” หนุ่มใหญ่ลูกหลานชาวบางกล่ำ เล็งเห็นความสำคัญของภูมิปัญญาท้องถิ่น จึงรื้อฟื้นการผลิตเครื่องปั้นดินเผาขึ้นอีกครั้ง
ชาญชัย ทิพย์มณี อยู่ที่ 39 หมู่ 1 ต.บางกล่ำ อ.บางกล่ำ ใช้บ้านหลังนี้ค้นคว้าข้อมูลเรื่องราวของ “ดินบางกล่ำ” หรือ “ดินสามน้ำ” ซึ่งมีคุณสมบัติพิเศษเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว โดยเฉพาะสีสันเมื่อเผาด้วยอุณหภูมิที่เหมาะสมจะมีสีที่สวยงามเป็นธรรมชาติ แข็งแรงคงทน โดยใช้วิถีศึกษาข้อมูลจากคนเฒ่า คนแก่เพื่อเรียนรู้ประติมากรรมการปั้นที่เป็นต้นฉบับของชาวบ้านกล่ำโดยแท้ รวมถึงคุณลักษณะโดดเด่นของดินเหนียวซึ่งเป็นวัตถุดิบชั้นดีของชุมชน อีกทั้ง ยังไปศึกษาค้นคว้าเรียนรู้เกี่ยวกับงานเซรามิกถึง จ.ลำปางด้วย

โดยที่ชาญชัยบอกว่า ช่วงแรกก่อตั้งกิจการบางกล่ำดินเผาขึ้นในชุมชน โดยรวบรวมคนหนุ่มสาวเข้ามาฝึกฝนเกี่ยวกับงานปั้น เริ่มจากการผลิตเครื่องปั้นเป็นภาชนะสำหรับเด็กเล่น ของที่ระลึก ของใช้ ของประดับ ตกแต่งบ้าน ต่อมาได้พัฒนาการผลิตจากเครื่องดินเผาแบบพื้นบ้านมาสู่งานเครื่องปั้นดินเผาแบบเคลือบสี หรือเซรามิก หลังจากตลาดเริ่มตอบสนองต่อสินค้าจากชุมชนแห่งนี้มากขึ้น
“ช่วงแรกเราทำเพื่อหวังว่าจะช่วยกันสืบสานภูมิปัญญาของชุมชนให้คงอยู่ กระทั่งสินค้าเริ่มติดตลาดและมีออเดอร์เข้ามามากขึ้นเรื่อยๆ จึงตัดสินใจผลิตเชิงพาณิชย์อย่างจริงจังในช่วง 7 ปีที่ผ่านมา แต่ยังคงมุ่งมั่นผลิตชิ้นงานจากวัสดุธรรมชาติที่หาได้ในท้องถิ่นเท่านั้น เพราะเราต้องการสะท้อนเอกลักษณ์ของบางกล่ำออกสู่ตลาดให้มากที่สุด” ชาญชัยกล่าว

พร้อมกันนี้ ชาญชัย ยังบอกถึงจุดแข็งของผลิตภัณฑ์เซรามิกดินสามน้ำบางกล่ำ คือดินเหนียวเนื้อละเอียด ซึ่งผ่านกระบวนการหมักเก็บอย่างดีก่อนเข้าสู่เตาเผาด้วยอุณหภูมิความร้อนที่ 1,250 องศาเซลเซียส จนได้สีสันสวยงามเป็นธรรมชาติ โดยเฉพาะเหมาะสำหรับการตกแต่งบ้านเรือน โรมแรม รีสอร์ท สปา หรือที่พักตากอากาศ ซึ่งผลิตภัณฑ์ทุกชิ้นจะผ่านการศึกษาและออกแบบเพื่อให้สอดรับกับกลุ่มเป้าหมายอย่างเหมาะสมที่สุด ทั้งนี้ สนนราคาตั้งแต่หลักสิบไปจนถึงหลักพัน
เซารามิก "ดินสามน้ำ” จากบางกล่ำ นับเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีความโดดเด่นในด้านความคิดสร้างสรรค์ด้วยการใช้แนวคิดภูมิปัญญาที่มีอยู่ โดยใช้วัสดุธรรมชาติในชุมชนแล้วเพิ่มด้วยการเติมเสน่ห์ให้สินค้า ตลอดจนมีการพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้สอดคล้องกับวัฒนธรรมท้องถิ่นจนทำให้เกิดความโดดเด่นและแตกต่างไปจากผู้ประกอบการรายอื่น
สนใจในผลงานหรือจะสอบถามรายละเอียดต่างๆ โทรไปสอบถามได้ที่ 0-7432-8308 ชาญชัย บอกยินดีให้คำปรึกษารวมทั้งยินดีถ่ายทอดความรู้ให้ทุกๆคนที่ชื่นชอบในเรื่องการปั้นด้วย
- See more at: http://www.komchadluek.net/detail/20151111/216645.html#sthash.OpCoqssv.dpuf
ประวัติความเป็นมา
การผลิตดินเผาบางกล่ำ มีประวัติการผลิตประมาณ135 ปี มาแล้ว โดยแบ่งการผลิตออกเป็น
 3 ระยะ คือ
ระยะที่ 1
   ประมาณ พ.ศ 2417 –2487 โดยได้มี คนจีน คนไทย อพยพมาจากตำบลเกาะยอ อำเภอเมือง จังหวัดสงขลาและจากตำบลสทิ้งหม้อ อำเภอสิงหนคร มาอาศัยอยู่ในพื้นที่หมู่ที่ 1 ตำบลบางกล่ำ ได้นำศิลปะการปั้นหม้อ ปั้น โอ่ง ไห มาเผยแพร่ โดยนายหุ้ย วิไลรัตน์ ชาวบางกล่ำ คนแรกที่ได้สร้างเตาเผาบริเวณริมคลองบางกล่ำโดยได้นำดินเหนียว ดินพรุที่มีอยู่ทั่วไปในตำบลมาปั้นเป็นอ่าง โอ่ง และไหจำหน่ายให้แก่คนในชุมชนต่อมาอุตสาหกรรมกระเบื้องเคลือบและสังกะสีเคลือบและสังกะสีเจริญรุ่งเรือง ด้วยเหตุที่ทนทานกว่าและสีสันที่สวยงามทำให้คนในชุมชนนิยมใช้กระเบื้องเคลือบและสังกะสีเคลือบแทนเครื่องใช้ที่ทำจากดินเผาทำให้ผลิตภัณฑ์ดินเผาบางกล่ำต้องหยุดกิจการลง
ระยะที่ 2
    ประมาณ พ.ศ 2517 -2520 นายปรีชา กัลยาศิริ อดีตผู้ใหญ่บ้าน หมู่ที่ 3 ตำบลบางกล่ำได้ริเริ่มนำดินเหนียวในอำเภอบางกล่ำ มาผลิตเป็นอิฐเผาซึ่งโรงอิฐของอดีตผู้ใหญ่บ้านปรีชา ตั้งอยู่ หมู่ที่ 2 ตำบลท่าช้าง อำเภอบางกล่ำ ทำอิฐอยู่ได้ประมาณ 3 ปี ก็ต้องหยุดกิจการเนื่องจากตลาดมีความต้องการน้อยและขาดแรงงานในพื้นที่
 ระยะที่ 3
 ประมาณ พ.ศ 2528- ปัจจุบัน เยาวชนในหมู่ที่ 1 ตำบลบางกล่ำซึ่งมีสายเลือดรักศิลปะการปั้น คือนายชายชัย ทิพย์มณี ได้ศึกษาค้นคว้าด้านดินเผาบางกล่ำจากผู้อาวุโสในชุมชนและบุคคลภายนอกที่มีความรู้ด้านดินเผา และได้สร้างเตาเผาขนาดเล็กเผาเครื่องปั้นประเภทกระถางต้นไม้ และกระปุกออมสิน นำออกขายในตลาดอำเภอหาดใหญ่และอำเภอเมืองสงขลา แต่ตลาดให้การตอบรับน้อย จึงได้นำดินเหนียวบางกล่ำไปปรึกษาผู้รู้เพื่อเปลี่ยนจากดินเผาธรรมดาเป็นดินเผาเคลือบเซรามิคซึ่งเมื่อเผาแล้วจะได้ผลิตภัณฑ์ที่สีสันสวยงามตามธรรมชาติเมื่อนำไปจำหน่ายในร้านจำหน่ายของที่ระลึกที่กรุงเทพมหานคร มีลูกค้าคนไทยให้ความสนใจมากมาย รวมทั้งลูกค้าต่างฯประเทศก็ให้ความสนใจและได้สั่งซื้อสินค้ารูปแบบต่างฯเป็นจำนวนมาก นายชาญชัย ทิพย์มณี ได้รวมกลุ่มชาวบ้านโดยเน้นที่กลุ่มเยาวชนในพื้นที่จัดตั้งกลุ่มดินเผาบางกล่ำถ่ายทอดศิลปะการปั้นดินเผาแก่สมาชิกกลุ่ม

บาบ๋า

  • บุคคลทั่วไป
ปากคลองบางกล่ำมีเกาะชื่อว่าเกาะกลม วิวทะเลสาบสงขลาตรงปากคลองบางกล่ำ

บาบ๋า

  • บุคคลทั่วไป
บรรยากาศร้านก๋วยเตี๋ยวเรือแสงธรรมดา ริมคลองบางกล่ำ

บาบ๋า

  • บุคคลทั่วไป
สะพานวัดบางทีง ข้ามคลองบางกล่ำ (ฝั่งตะวันตกของคลองบางกล่ำคือบ้านบางเหรียง บ้านบางทีง บ้านบางกล่ำบน ฝั่งตะวันออกของคลองบางกล่ำคือบ้านเกาะน้ำรอบ บ้านบางหยี บ้านบางกล่ำใต้(นางตุง) บ้านบางกล่ำกลาง บ้านบางกล่ำบน) กับหนุ่มสาวชาวบางทีง (ตอนนี้เป็นชาวกรุงไปแล้ว)

บาบ๋า

  • บุคคลทั่วไป
ธรรมชาติอันอุดมสมบูรณ์ของคลองบางกล่ำ

บาบ๋า

  • บุคคลทั่วไป
ฮวงซุ้ยต้นตระกูลกัลยาศิริ (แซ่ซอ) หลานชายได้ย้ายฮวงซุ้ยมาจากหมู่บ้านไถ่กัง อำเภอไฮเท่ง เมืองเจียงจิว มณฑลฮกเกี้ยน ประเทศจีนมาฝังที่เมืองสงขลา และย้ายมาที่บ้านควนโส ตระกูลนี้มีลูกหลานมากมายนับเกือบ 10 ชั่วคนแล้ว ที่มีชื่อเสียงคือ คุณวิรัติ กัลยาศิริ

บาบ๋า

  • บุคคลทั่วไป
ปากคลองบางกล่ำออกสู่ทะเลสาบสงขลาที่บ้านเกาะน้ำรอบ และบ้านบางเหรียง

บาบ๋า

  • บุคคลทั่วไป
คลองบางกล่ำแตกสาขาเป็นคลองเกาะน้ำรอบ ที่บ้านเกาะน้ำรอบ

บาบ๋า

  • บุคคลทั่วไป
ประวัติต้นสวาร้อยปีขอบางกล่ำ เรียบเรียงโดยคุณปิยวิทย์ กัลยาศิริ

บาบ๋า

  • บุคคลทั่วไป
สมัยอดีตเจ้าเมืองไทรบุรีจะขี่ช้างมาชนไก่กับเจ้าเมืองสงขลาที่บ้านบางกล่ำ ลุงทุ่มซึ่งเป็นเลี้ยงไก่ของเจ้าเมืองไทรบุรีไม่มีลูกจึงขอเด็กชายถิ้ว ทิพย์มณี อายุ 7 ขวบ ไปเลี้ยงที่เมืองไทรบุรี จนกระทั่งเติบใหญ่และมีครอบและเสียชีวิตที่นั่น ทายาทของท่าน คือ ดาโต๊ะบ๊อบบี้ อ่องจูเถี้ยม(ทิพย์มณี) เพิ่งกลับมาเยือนถิ่นเกิดของเตี่ยที่บ้านบางกล่ำเมื่อ 27 พฤษภาคม 2559

บาบ๋า

  • บุคคลทั่วไป
ดาโต๊ะบ๊อบบี้ อ่องจูเถี้ยม(ทิพย์มณี) คนยืน

บาบ๋า

  • บุคคลทั่วไป
แปะถิ้ว ทิพย์มณี(แซ่อ่อง)

ออฟไลน์ thespecialist

ขอบคุณมากครับ  ส.ใส่แว่นกันแดด

 


ร่วมขับเคลื่อนโดย
เว็บไซท์นี้จัดสร้างขึ้นมาเพื่อเป็นสังคมออนไลน์ของชาวหาดใหญ่ - สงขลา สงวนลิขสิทธิ์ © บริษัท บ้านเรา คอร์ปอเรชั่น จำกัด
นโยบาย | เกี่ยวกับเรา | ลงโฆษณา | ร้องเรียน | แจ้งข้อผิดพลาด | ติดต่อเรา | มีอะไรใหม่ในเว็บกิมหยง | คุยกับเว็บมาสเตอร์
เครือข่ายเว็บไซท์ท้องถิ่นไทย [ ตรัง ] [ ขอนแก่น ] [ เชียงใหม่ ] [ เชียงราย ] [ อุดรธานี ] [ หาดใหญ่ - สงขลา ] [ น่าน ] [ พัทลุง ] [ นครศรีธรรมราช ]