gimyong หาดใหญ่
ศูนย์ประชุมนานาชาติฉลองสิริราชสมบัติครบ ๖๐ ปี
 
 

 

ผู้เขียน หัวข้อ: เอารูปศาลเจ้าโบราณร้อยกว่าปีแถวบางกล่ำมาให้ดู  (อ่าน 34598 ครั้ง)

เอารูปศาลเจ้าโบราณร้อยกว่าปีแถวบางกล่ำมาให้ดู

บาบ๋า

  • บุคคลทั่วไป
ไหว้ตรุษจีน คนบางกล่ำ เรียกว่า ไหว้ชื่อ ก็ถูกของเขาจริงๆ ครับ ก็ไหว้ชื่อบนป้ายวิญานแบบข้างบนนั่นแหละ แต่ถ้าเป็นรุ่นที่สอง (เกิดที่นี่ไม่ได้มาจากเมืองจีนเหมือนรุ่นที่หนึ่ง)  ส่วนมากไม่ได้ทำเป็นป้ายไม้ครับ แต่จะให้ซินแซ(แบบฮกเกี้ยน)   เขียนชื่อเป็นภาษาจีนลงบนกระดาษวางไว้ก้นถ้วย(กระถางธูปที่วางหน้าโลงศพ) ที่นี่เขาเรียกว่า ถ้วยชื่อ ตั้งไว้บนหิ้งและไว้ในวันก่อนวันตรุษจีนหนึ่งวัน

บาบ๋า

  • บุคคลทั่วไป
ขอนอกเรื่องสักหน่อยนะครับ สามีคนปัจจุบันของบุ๋ม ปนัดดา วงศ์ผู้ดี ชื่อเอกเป็นลูกหลานของชาวบางกล่ำแท้ๆเลยครับ ปู่ชื่อ ก๋งเฉี้ยง ย่าชื่อ ยายขู้ พ่อชื่อ แปะภพ

บาบ๋า

  • บุคคลทั่วไป
รูปหัวตุงอีกแล้วครับเอามาลงใหม่

บาบ๋า

  • บุคคลทั่วไป
วัดบางทีงแม้ว่าจะอยู่ในตำบลบางเหรียง อำเภอควนเนียง จังหวัดสงขลา ก็ตามแต่ทำเลที่ตั้งนั้นตั้งอยู่ริมฝั่งคลองบางกล่ำ ดังนั้นประวัติศาสตร์คนแถวนี้จึงมีที่มาที่ไปอันเดียวกันแค่อยู่คนละฝั่งคลองแค่นั้นเองครับ
ประวัติของ
พระครูรัตภูมิคณานุรักษ์
อดีตเจ้าคณะอำเภอรัตภูมิ
ชีวประวัติย่อ
      ท่านพระครูรัตตภูมิคณาณุรักษ์ มีนามเดิมว่า “ซุ่น  เซี่ยมสิม 沈順” เป็นบุตรของ
นายฬ่อ  เซี่ยมสิม  (沈魯) และ นางห้อง (峰) ซึ่งบิดาของท่านอพยพมาจากมณฑลฮกเกี้ยนของประเทศจีน มารดาของท่านเป็นคนไทยเชื้อสายจีนฮกเกี้ยนดังเดิมในพื้นที่หมู่ที่ 7 บ้านบางทีง ตำบลบางเหรียง อำเภอรัตภูมิ จังหวัดสงขลา ท่านเกิดเมื่อวันที่ 6 เดือนพฤษภาคม พ.ศ. 2435 ตรงกับวันพุธ แรม 15 ค่ำ เดือน 6 ปีมะโรง
      มีพี่น้องร่วมบิดามารดา 4 คน คือ
         1. นางมิตร
         2. ท่านพระครูรัตตภูมิคณานุรักษ์ (ซุ่น)  沈順
         3. นางเอ้ง 沈永
         4. นายฉุ้นเลี่ยง 沈春良
      ท่านพระครูรัตตภูมิคณานุรักษ์ ได้มรณภาพด้วยโรคชราที่โรงพยาบาลสงขลา เมื่อวันอาทิตย์ ขึ้น 6 ค่ำเดือนยี่ปีฉลูตรงกับวันที่ 30 ธันวาคม พ.ศ. 2516 เวลา 22.30 น. สิริรวมอายุ 81 ปี 6 เดือน 5 วัน นับตั้งแต่บรรพชาอุปสมบทมาจนวันมรณภาพรวมพรรษาอายุ 60 ปี พอดี
การบรรพชาอุปสมบท
      ท่านได้บรรพชาอุปสมบทเมื่ออายุได้ 22 ปี เมื่อวันที่ 11 กรกฎาคม พ.ศ. 2456 เวลา 13.15 น. ณ วัดบางทีง ต.บางเหรียง อ.รัตภูมิ จ.สงขลา
         - พระครูสุวรรณวาสี (วัดดอน) เป็นพระอุปัชฌายะ
         - พระสมุห์ เซ่ง (成) ธัมมสาโร วัดบางทีง เป็นกรรมวาจาจารย์
         - พระพลัด ปัญญาพโล (วัดท่าม่วง) เป็นอนุสาวนาจารย์
      ได้นามฉายาว่า อมโร
การศึกษา
      เมื่อสมัยท่านเป็นเด็กได้อยู่วัดบางทีง กับท่านสมุห์ เซ่ง(成) ท่านได้ศึกษาภาษาไทยพออ่านออกเขียนได้ ครั้นเมื่อท่านได้บรรพชาอุปสมบทแล้ว หลังจากนั้นท่านได้ศึกษาเล่าเรียนภาษาไทยและขอมจนชำนาญ และได้ศึกษาพระปริยัติธรรมปรากฏผลดังนี้
      พ.ศ. 2464 สอบได้นักธรรมตรี
      พ.ศ. 2473 สอบได้นักธรรมโท
      พ.ศ. 2478 สอบได้นักธรรมเอก
สมณศักดิ์
      โดยที่ท่านได้รับภารธุระพระศาสนาด้วยอุสาหะวิริยะและด้วยความเอาใจใส่เป็นอันดี ทางราชการและทางคณะสงฆ์ได้เห็นคุณธรรมนั้น ๆ ปรากฏ จึงได้ยกย่องให้มีสมณศักดิ์ประดับเกียรติประวัติมาโดยลำดับ คือ ครั้นเมื่อ พ.ศ. 2474 ได้รับแต่งตั้งเป็นพระครูปลัด ซึ่งเป็นตำแหน่ง
ฐานาของท่าน พระครูศีลประกฤต
      วันที่ 30 เมษายน พ.ศ. 2494 ได้รับการแต่งตั้งเป็นพระอุปัชฌายะ
      วันที่ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2494  ได้รับพระราชทินนามว่า พระครูรัตตภูมิคณานุรักษ์ เจ้าคณะอำเภอรัตตภูมิ
      วันที่ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2503 ได้รับพระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์ เป็นพระครูชั้นเอง ในราชทินนามเดิม
การในเขตปกครอง
      ในธุรกิจเกี่ยวกับการบริหารวัด และเขตการปกครองของท่านฯ นั้น นับตั้งแต่ท่านฯ ได้รับมอบหมายแต่งตั้งเป็นเจ้าอาวาสและคณะอำเภอรัตภูมิ เมื่อวันที่ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2494
ท่านฯ ได้ปฏิบัติกรณียกิจอำนวยให้เกิดประโยชน์และความเจริญแก่วัดและในเขตการปกครองของท่านฯ หลายสถาน
หน้าที่และการงาน
ในเขตการปกครอง
      ท่านฯ ได้กวดขันให้ภิกษุสามเณรรักษาระเบียบแบบแผนประเพณี  โดยเฉพาะอย่างยิ่งในการประพฤติปฏิบัติตามพระธรรมวินัย และเพื่อให้การปกครองเป็นไปด้วยความเรียบร้อย ท่านฯ ได้ออกระเบียบกติกาของวัดขึ้นทุก ๆ วัด โดยเฉพาะในเขตการปกครองของท่านฯ ท่านฯ ได้ทำตัวอย่างเป็นอันดีเสมอมา อันนี้เป็นที่ทราบกันดีของภิกษุสามเณร และวัดที่อยู่ในเขตการปกครองของท่านคือ เขตอำเภอรัตภูมิ
ในการศึกษา
      โดยเฉพาะความประสงค์ของท่านฯ ต้องการให้วัดบางทีงเป็นแหล่งการศึกษาพระปริยัติธรรมแห่งหนึ่ง ซึ่งจะเห็นได้จากที่ท่านฯ สนับสนุนด้วยประการต่าง ๆ เช่น ก่อนจะสอบไล่พระปริยัติธรรม ท่านฯได้จัดหาอุปกรณ์การสอบแจกแก่พระภิกษุสามเณรทุกรูป และภายหลังจากการสอบไล่พระปริยัติธรรมแล้ว หากมีภิกษุสามเณรรูปใดสอบไล่ได้ ท่านฯมีการให้รางวัลเป็นพิเศษและเลี้ยงพระเป็นการฉลองด้วย เพราะท่านฯ เอาใจใส่ในเรื่องการศึกษาเป็นพิเศษ นับตั้งแต่ท่านฯ เป็นครูอาจารย์ ทำการสอนด้วยตัวท่านฯ เองและอำนวยการให้ภิกษุอื่น ๆ ได้ช่วยทำการสอน ควบคุมวิธีการเรียนการสอนด้วยตัวท่านฯ เอง ทั้งในฐานะเป็นเจ้าอาวาสและในฐานะเป็นเจ้าคณะอำเภอ ซึ่งผลการศึกษานั้นนับตั้งแต่ท่านฯ ดำรงตำแหน่งเป็นเจ้าคณะอำเภอเป็นต้นมา ท่านฯ ได้เป็นประธานและคณะกรรมการควบคุมสอบพระปริยัติธรรมสนามหลวง วัดควนเนียง อ.รัตภูมิ จ.สงขลา ปรากฏว่ามีผู้ที่เรียนพระปริยัติธรรมและสอบไล่ได้เป็นจำนวนมาก และมีผู้ที่สอบไล่ได้เปรียญก็มีมากเช่นกัน โดยเฉพาะในสมัยทีท่านฯ ดำรงตำแหน่งเจ้าคณะอำเภอรัตภูมินั้นท่านฯ ก็ทำการสอนพระปริยัติธรรมด้วยตัวท่านฯ เองมาจนตลอดชีวิตของท่านฯ
ในการเผยแผ่
      นอกจากท่านฯ แสดงธรรมสั่งสอนพุทธบริษัทโดยปฏิภาณโวหารเป็นประจำในวันธรรมสวนะแล้ว ท่านฯ ยังได้อำนวยการให้มีการเผยแผ่ด้วยประการอื่น ๆ อีกหลายประการเป็นต้นว่า กวดขันความเป็นอยู่ของภิกษุสามเณรให้อยู่ในกรอบพระธรรมวินัย และระเบียบแบบแผนขนบธรรมเนียมประเพณีของวัดไว้
ในการสาธารณูปการ
      พ.ศ. 2496 สร้างสะพานประชาสามัคคี ข้ามคลองวัดบางทีง สร้างอาคารเรียนโรงเรียนประชาบาล ได้หาทุนจัดสร้างอาคารเรียนโรงเรียนประชาบาล ที่วัดบางเหรียง ต.บางเหรียง อ.รัตภูมิ จ.สงขลา มีชื่อว่าโรงเรียนวัดบางเหรียงและพระครูรัตตภูมิคณานุรักษ์ สร้างเมื่อ พ.ศ. 2501
      พ.ศ. 2502 สร้างสะพานประชาอนุสรณ์ ข้ามคลองวัดบางเหรียง
สร้างสำนักสงฆ์ 3 แห่ง คือ
         1. สำนักสงฆ์บ่อบัวแก้ว และกุฎิ-โรงครัว
         2. สำนักสงฆ์ต้นเลียบ (ดอนยวน) และกุฏิ 5 หลัง
         3. สำนักสงฆ์หนองข้อง และกุฏิ
      สรุปรวมความแล้ว วัดบางทีงและในเขตการปกครองของท่านฯ ในสมัยที่ท่านฯ  ได้ดำรงตำแหน่งเจ้าคณะอำเภอรัตภูมิเป็นเวลา 22 ปีกว่า ได้เจริญขึ้นโดยลำดับทั้งในด้านการศึกษา การเผยแผ่ แล้วในด้านการปกครอง ท่านฯ ก็พยายามกวดขันภิกษุสามเณร ให้ประพฤติดีปฏิบัติชอบตามพระธรรมวินัย และระเบียบแบบแผนประเพณีอันดีงามของวัดตลอดมา ท่านฯ พยายามทำนุบำรุงรักษาศิลปกรรมถาวรวัตถุต่าง ๆ ในเขตการปกครองของท่านฯ เป็นอันดีเสมอมา
(คัดลอกมาจากที่ระลึกในพิธีพระราชทานเพลิงศพพระครูรัตตภูมิคณานุรักษ์ อดีตเจ้าคณะอำเภอรัตภูมิ จังหวัดสงขลา 19 พฤษภาคม 2518)
      


บาบ๋า

  • บุคคลทั่วไป
พอดีไปเปิดเจอเวปไซต์ประเพณีไทยดอทคอม http://www.prapayneethai.com ในหัวข้อ
เช็งเม้ง (ไหว้หลุมฝังศพบรรพบุรุษ)
มีรูปการไหว้เช็งเม้งของชาวไทยเชื้อสายจีนที่ดูเป็นแบบจีนโบราณ ก็เช็คดูปรากฎว่าเป็นการไหว้เฉ่งเบ่ง ของคนไทยเชื้อสายจีนฮกเกี้ยนแถบสงขลาบ้านเรานี่เอง ฮ่องสุย(ฮวงซุ้ย) นี้ เป็นของตระกูลกัลยาศิริ การไหว้แบบนี้คิดว่ามีเฉพาะคนจีนฮกเกี้ยนที่มาจากเมืองเจียงจิวเท่านั้น และแม้ว่าอพยพมาอยู่ที่บางกล่ำก็ยังรักษารูปแบบการไหว้ที่ไม่เหมือนใครเอาไว้ รูปถ่ายนี้อายุกว่า 30 ปี แล้วครับ

บาบ๋า

  • บุคคลทั่วไป

ฮกโล่

  • บุคคลทั่วไป
เพลงซึ่งถือเป็นสัญลักษณ์และคติของชาวฮกเกี้ยน

ออฟไลน์ oscarpuhe

ประวัติของ พระครูรัตภูมิคณานุรักษ์ อ่านแล้วได้ความรู้ขึ้นเยอะ

บาบ๋า

  • บุคคลทั่วไป
ประวัติพ่อท่านต้ม (เอียด) วัดชลธาราวาส (วัดบางกล่ำ)
ประวัติพระครูพิพัฒน์ชลธาร (เอียด สุวณโณ) วัดชลธาราวาส (วัดบางกล่ำ)

ต้นตระกูลของท่านเป็นคนจีนฮกเกี้ยน แซ่เอียว (楊) ที่มาอพยพจากแผ่นดินใหญ่มาเมืองไทยราวปลายสมัยรัชกาลที่ 4 ถึงต้นรัชกาลที่ 5 ซึ่งมีด้วยกัน 5 คนพี่น้องเป็นชาย 4 คน หญิง 1 ซึ่งเป็นน้องสาวคนสุดท้อง (ชื่ออั้ง楊紅) พี่ชาย 1 ใน 4 คน นั้นคือปู่ของท่านชื่อนายเอ่ง แซ่เอียว 楊永 เริ่มแรกทำมาหากินที่บ้านกงหราจังหวัดพัทลุง เจ้าเมืองพัทลุงสมัยนั้นเกิดชอบน้องสาว พี่ชายทั้ง 4 คนเลยพาหนีมาอยู่ที่บ้านบางกล่ำ ซึ่งสมัยนั้นก็มีคนจีนอาศัยอยู่ก่อนหน้านี้แล้ว 5 คนนี้พี่น้องนี้ก็ได้ภรรยา/สามี ซึ่งเป็นคนบ้านบางกล่ำ ได้บุตรชาย/บุตรสาว ต่อมาสมัยในสมัยรัชกาลที่ 6 จึงทรงโปรดให้มีการตั้งนามสกุล บิดาของท่านได้ตั้งนามสกุลขึ้นมาเป็น ร่วมสุข ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา

นามเดิมของท่านชื่อเอียด เป็นบุคคลที่ 4 ของครอบครัว โดยมีพี่น้องรวม 7 คน เป็นชาย 3 คน หญิง 4 คน บิดาชื่อ นายตุ้ม ร่วมสุข楊敦 มารดาเป็นคนไทยชื่อนางแป้น อาศัยอยู่ในหมู่ที่ 1 ตำบลบางกล่ำ ท่านเกิดเมื่อวันที่ 9 ตุลาคม พ.ศ. 2449 ตรงกับวันอังคาร แรม 7 ค่ำ เดือน 11 (ไทย) ปีมะเมีย เมื่อวัยเยาว์ได้ศึกษาเล่าเรียนกับวัดจนกระทั่งอ่านออกเขียนได้แล้วออกมาช่วยเหลือทางบ้านในการประกอบอาชีพทำสวนไร่นา จนกระทั่งอายุได้ 21 ปี จึงได้อุปสมบท ณ วัดชลธาราวาส เมื่อวันที่ 7 พฤษภาคม พ.ศ. 2470 ตรงกับวันเสาร์ขึ้น 7 ค่ำ เดือน 6 ปีเถาะ โดยมีพระครูรัตนโมลี วัดดอนแย้ อ.เมือง จ.สงขลา เป็นพระอุปัชณาย์ พระอธิการขวัญ เกสโร วัดชลธาราวาส เป็นพระกรรมวาจาจารย์ พระคลิ้ง วัดชลธาราวาส เป็นพระอนุสาวนาจารย์

เมื่ออุปสมบทเป็นพระเอียด สุวรรโณ ก็เริ่มศึกษาเล่าเรียนอย่างตั้งอกตั้งใจในบทพระธรรมและยังเล่าเรียนในด้านไสยศาสตร์ควบคู่ไปด้วยพร้อมกัน วินัยบทสวดพระพุทธมนต์ต่าง ๆ ที่นิยมใช้กันอยู่เป็นประจำ ตลอดจนบทสวดพระภิกขุปาฏิโมกข์ท่านก็สามารถท่องบ่นได้จบตั้งแต่ย่างเข้าพรรษาที่ 4 ต่อมาในปี 2476 ท่านก็ได้เข้าสอบนักธรรมสนามหลวงและสอบได้นักธรรมชั้นตรีในครั้งนั้น ปีต่อมาท่านจึงได้เข้าเป็นครูฝึกสอนนักธรรมเพื่อช่วยท่านอธิการขวัญ เกสโร อีกแรงหนึ่ง ต่อมาในปี 2480 ท่านก็ได้สอบผ่านนักธรรมชั้นโท และได้รับตำแหน่งเป็นครูสอนนักธรรมโดยสมบูรณ์ เมื่อเจ้าอาวาสในขณะนั้น คือ ท่านอธิการจันทร์ กุสุโม ได้ลาสิขาตำแหน่งเจ้าอาวาสก็ว่างลง คณะกรรมการวัดจึงเห็นพ้องต้องกันว่า สมควรที่จะให้พระเอียด สุวณโณ รักษาการแทนเจ้าอาวาสที่ว่างลงอยู่ขณะนั้น ท่านจึงได้ทำหน้าที่รักษาการแทนเจ้าอาวาสองค์เดิมต่อมา จนกระทั่งทางคณะสงฆ์ได้ส่งหนังสือตราตั้งเจ้าอาวาสแต่งตั้งให้ พระเอียด สุวณโณ รับตำแหน่งเป็นเจ้าอาวาสต่อจากพระอธิการจันทร์ต่อไป พร้อมกันนั้นท่านยังได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งเจ้าคณะตำบลบางกล่ำ และตราตั้งเป็น “กรรมการตรวจธรรมสนามหลวง” ในครั้งนี้อีกด้วย

ต่อมาภายหลังได้รับตราตั้งให้เป็นพระอุปัชฌาย์ ในเขตตำบลบางกล่ำ ท่านได้ทำหน้าที่อย่างเต็มความสามารถ ภายหลังได้รับตราตั้งเป็น พระครูชั้นสัญญาบัตรชั้นตรี เมื่อวันที่ 5 ธันวาคม 2504 พระครูสัญญาบัตรชั้นโทเมื่อวันที่ 5 ธันวาคม 2519 ตามลำดับ

บาบ๋า

  • บุคคลทั่วไป
ได้มีโอกาสคุยกับคนจีนจริงที่อยู่ที่ฮกเกี้ยนบ้านเกิดของบรรพบุรุษคนบางกล่ำผมได้ความรู้่มากขึ้นเยอะเลยครับว่าคนฮกเกี้ยนในฝั่งทะเลอ่าวไทยของเรา ไม่ว่าจะเป็น สงขลา ปัตตานี นครศรีธรรมราช ฯลฯ จะมาจากเมืองเดียวกันหมดเลย ผมได้เอาป้ายฮวงซุ้ยของทวดเขี้ยนเหนี่ยวให้เขาดู เขาก็บางอ้อมาเลยว่าไม่ไกลจากบ้านเขา และอยู่ใกล้ๆ กับบ้านของต้นตระกูล ณ สงขลา (แซ่เหง่า/โง้ว) บ้านเกิดของเตี่ยทวดเขี้ยนเหนี่ยว แซ่จู (ทวดถู่นู๊ แซ่จู) อยู่แถบเขาไท่อู่ซาน ตรงกันข้ามกับเกาะเซี่ยะเหมิน (เอ้หมึง) ชื่อว่าหมู่บ้านกู่โถวซาน ที่เขามาร์ควงกลมไว้่นั่นแหละบอกที่อยู่ในเมืองจีนเลยครับ และเขาก็บอกว่าคนในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้อพยพมาจากที่นี่ก็มีเยอะ ปัจจุบันเขาได้เปลี่ยนชื่อจากอำเภอไห่เฉิง (ไฮเท่ง) เป็นเมืองหลงไห่ (เหล่งไฮ) ขึ้นกับเมืองจังโจว (เจียงจิว) มณฑลฝูเจี้ยน (ฮกเกี้ยน) และวันที่ 30 พฤษภาคม 2560 นี้ เขาจะมางานหลักเมืองสงขลาครับ  你墓碑有寫,我知道哪裡了. 墓碑有寫:南太武山.跟廈門島對岸. 是的海澄. 不過現在改了名字。叫福建省漳州市龍海市南太武山. 畫圓圈,那個就是地址。具體位置. 就是這個地方這裡很多人去東南亞國家。那座山,在我們這很出名.

บาบ๋า

  • บุคคลทั่วไป
รูปถ่ายเก่า ๆ ของจีนบาบ๋ายุค ค.ศ. 1927 ที่ฝรั่งโพสต์ในเวป www.teakdoor.com
นายโซ้ย  กัลยาศิริ
นายเลี่ยง  กัลยาศิริ
กำนันแดง  กัลยาศิริ
นายมง  กัลยาศิริ

 


ร่วมขับเคลื่อนโดย
เว็บไซท์นี้จัดสร้างขึ้นมาเพื่อเป็นสังคมออนไลน์ของชาวหาดใหญ่ - สงขลา สงวนลิขสิทธิ์ © บริษัท บ้านเรา คอร์ปอเรชั่น จำกัด
นโยบาย | เกี่ยวกับเรา | ลงโฆษณา | ร้องเรียน | แจ้งข้อผิดพลาด | ติดต่อเรา | มีอะไรใหม่ในเว็บกิมหยง | คุยกับเว็บมาสเตอร์
เครือข่ายเว็บไซท์ท้องถิ่นไทย [ ตรัง ] [ ขอนแก่น ] [ เชียงใหม่ ] [ เชียงราย ] [ อุดรธานี ] [ หาดใหญ่ - สงขลา ] [ น่าน ] [ พัทลุง ] [ นครศรีธรรมราช ]