gimyong หาดใหญ่
ศูนย์ประชุมนานาชาติฉลองสิริราชสมบัติครบ ๖๐ ปี
 
 


ผู้เขียน หัวข้อ: เจ.ดี.พาวเวอร์เผย ‘โตโยต้า’ ครองคะแนนสูงสุดบริการงานขาย  (อ่าน 419 ครั้ง)

เจ.ดี.พาวเวอร์เผย ‘โตโยต้า’ ครองคะแนนสูงสุดบริการงานขาย

ออฟไลน์ ทีมงานบ้านเรา

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ www.manager.co.th

ข่าวในประเทศ - เจ. ดี. พาวเวอร์ เอเชีย แปซิฟิก เผยผลการศึกษาดัชนีด้านบริการงานขายในประเทศไทย ประจำปี 2556 จากการสำรวจเจ้าของรถยนต์ใหม่กว่า 3 พันตัวอย่าง อันดับคะแนนสูงสุดตกเป็นของ “โตโยต้า” ครองตำแหน่ง 2 ปีติดต่อกัน ตามมาด้วย “อีซูซุ” และ “มาสด้า” คะแนนเท่าตัว และยังพบผู้ซื้อรถยนต์คันใหม่ในไทย มีแนวโน้มทำการค้นคว้าข้อมูลในเบื้องต้นเพิ่มมากขึ้น ก่อนเยี่ยมชมโชว์รูม ของผู้จำหน่าย



       ผลการศึกษาวิจัยดัชนีด้านบริการงานขายในประเทศไทย ประจำปี 2556 โดย เจ.ดี.พาวเวอร์ เอเชีย แปซิฟิก (J.D. Power Asia Pacific 2013 Thailand Sales Satisfaction Index (SSI) StudySM) เปิดเผยว่า ปีนี้นั้บเป็นปีที่ 14 ของการศึกษาวิจัย โดยศึกษาจาก 7 ปัจจัยหลัก ที่มีผลต่อความพึงพอใจโดยรวมของลูกค้า จากประสบการณ์การซื้อรถยนต์คันใหม่ (เรียงลำดับตามความสำคัญ) ได้แก่ ขั้น ตอนในการส่งมอบรถ, พนักงานขาย, สิ่งอำนวยความสะดวกของผู้จำหน่าย, การเริ่มต้นการขาย, การจัดเตรียมเอกสาร, ระยะเวลาในการส่งมอบรถ และการเจรจาตกลง ผลการปฏิบัติงานขายถูกประเมินในรูปแบบค่าดัชนีการให้คะแนน โดยมีคะแนนเต็ม 1,000 คะแนน ซึ่งคะแนนที่สูงกว่าแสดงให้เห็นถึงความพึงพอใจที่มากกว่าของลูกค้าที่มีต่อบริการงานขายสำหรับรถยนต์คันใหม่และขั้นตอนในการส่งมอบรถ
       
       จากการศึกษาวิจัยนี้พบว่า ค่าเฉลี่ยความพึงพอใจโดยรวม ด้านบริการงานขายอยู่ที่ 904 คะแนน ในปี 2556 เพิ่มขึ้น 4 คะแนนจากปี 2555 ทั้งนี้ในปี 2556 ความพึงพอใจของลูกค้า ต่อบริการงานขายเพิ่มขึ้นทุกปัจจัยหลัก ยกเว้นปัจจัยด้านพนักงานขาย และด้านการจัดเตรียมเอกสาร การให้คะแนนพนักงานขายด้านความสุภาพอ่อนน้อมและเป็นมิตร, ความอดทน — การให้เวลาลูกค้าเพียงพอก่อนตัดสินใจเลือกซื้อ รถยนต์ — และความเหมาะสมในการปิดงานขายของพนักงานขายลดตํ่าลง
       
       “พนักงานขายเริ่มทำให้ลูกค้ารู้สึกกดดันอีกครั้ง สวนทางกับแนวโน้มผลการวิจัยในหลายปีที่ผ่านมา” โลอิค เปอ็อง ผู้จัดการอาวุโสของเจ.ดี.พาวเวอร์ เอเซีย แปซิฟิก ประจำประเทศสิงคโปร์ กล่าวและว่า “เป็นไปได้ว่าที่ปรึกษาด้านงานขายรู้สึกมั่นใจมากขึ้นว่าความต้องการรถยนต์คันใหม่ในตลาดมีสูง จึงทำให้ใส่ใจลูกค้าน้อยลง รวมถึงความเคยชินในการขายเชิงรุกด้วยการโน้มน้าวให้ลูกค้าซื้อรถยนต์ในวันนั้นเลย, ให้จ่ายเงินมากขึ้นหรือให้ซื้อ รถที่ไม่มีสีหรือตัวเลือกตามที่ลูกค้าต้องการ”



       การศึกษาวิจัยนี้ยังพบอีกว่า หากพนักงานขายปฏิบัติตามมาตรฐานงานขายทั้ง19 ข้อ อย่างครบถ้วนและสม่ำเสมอ จะส่งผลโดยตรงกับความสัมพันธ์ระหว่างลูกค้าและผู้จำหน่าย ด้วยการแนะนำผู้จำหน่ายแห่งนี้ต่อบุคคลอื่นๆ ในเชิงบวก เมื่อสอบถามถึงมาตรฐานงานขายทั้ง 19 ข้อว่า พนักงานขายปฏิบัติตามมากน้อยเพียงใด 83% ของลูกค้าที่พบว่าพนักงานขายปฏิบัติตามอย่างน้อย 17 ข้อจาก 19 ข้อ จะแนะนำผู้จำหน่ายที่ซื้อ รถยนต์คันใหม่แห่งนี้ให้กับเพื่อน, ญาติ หรือคนรู้จัก สำหรับลูกค้าที่พบว่าพนักงานขายปฏิบัติตามเพียง 10 ข้อหรือน้อยกว่านั้น จะแนะนำผู้จำหน่ายแห่งนี้เพียง 47%
       
       “ผู้บริหารและผู้จัดการของแต่ละผู้จำหน่าย ควรดูแลการบริการงานขาย และติดตามลูกค้าหลังการขายอย่างใกล้ชิด เพื่อให้มั่นใจว่าลูกค้าพอใจกับบริการงานขายที่ได้รับ” เปอ็องกล่าว “ลูกค้าที่พอใจการบริการงานขาย คือลูกค้าที่มีความภักดี และเป็นลูกค้าที่จะช่วยประชาสัมพันธ์ผู้จำหน่ายแต่ละแห่งต่อบุคคลอื่นต่อไป”
       
       จากการศึกษาวิจัยรถยนต์ 9 ยี่ห้อ ที่ถูกจัดอันดับในครั้งนี้ โตโยต้าครองอันดับสูงสุดด้านบริการงานขายเป็นปีที่สองติดต่อกัน ด้วยคะแนนความพึงพอใจโดยรวม 915 คะแนน ทั้งนี้โตโยต้ายังสามารถทำคะแนนเพิ่มขึ้นจากปี 2555 มากที่สุด (+10 คะแนน) โดยโตโยต้าทำคะแนนได้ดีทั้ง 7 ปัจจัยหลัก อีซูซุและมาสด้า ตามมาเป็นอันดับที่สองด้วยคะแนน 904 คะแนนเท่ากัน



       โดยผลการศึกษาวิจัยดัชนีด้านบริการงานขายในประเทศไทย ประจำปี 2556 ได้จากการประเมินคำตอบของเจ้าของรถยนต์คันใหม่จำนวน 3,612 รายที่ซื้อ รถยนต์ในช่วงเดือนสิงหาคม 2555 ถึงเดือนมีนาคม 2556 โดยมีการเก็บรวบรวมข้อมูลภาค สนามในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ถึงเดือนพฤษภาคม 2556
       
       ในการศึกษาวิจัยนี้พบอีกว่า โดยเฉลี่ยแล้วผู้ที่อยู่ในระหว่างการตัดสินใจซื้อรถยนต์คันใหม่ ค้นคว้าหาข้อมูลจาก 3 แหล่งข้อมูล ก่อนเยี่ยมชมโชว์รูมของผู้จำหน่าย ซึ่งเพิ่มขึ้นจาก 2.5 แหล่งข้อมูล ในปี 2555 และแหล่งข้อมูลที่ใช้สำหรับผู้ที่อยู่ในระหว่างการตัดสินใจซื้อรถยนต์คันใหม่นั้น ได้แก่ ทางโทรทัศน์, จากเพื่อนและญาติ และทางอินเตอร์เน็ต โดยเฉพาะการใช้อินเตอร์เน็ตเพื่อช่วยในการตัดสินใจเลือกซื้อรถยนต์คันใหม่ เพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็วถึง 45% ในปี 2556 เพิ่มขึ้นจาก 33% ในปี 2555
       
       การเพิ่มขึ้นของสัดส่วนผู้ที่อยู่ในระหว่างการตัดสินใจซื้อรถยนต์คันใหม่ ซึ่งได้ตัดสินใจเลือกยี่ห้อและรุ่นรถที่ต้องการซื้อ อย่างชัดเจน ก่อนเข้าเยี่ยมชมโชว์รูมของผู้จำหน่ายมาอยู่ที่ 83% เมื่อเทียบกับปี 2555 ที่มีเพียง 79% นอกจากนี้แล้ว 79% ของผู้ที่อยู่ในระหว่างการตัดสินใจซื้อรถยนต์คันใหม่ ไม่พิจารณารถรุ่นอื่นๆ นอกจากยี่ห้อและรุ่นรถที่ตัดสินใจจะซื้อก่อนเข้าเยี่ยมชมโชว์รูมของผู้จำหน่าย
       
       “ผู้ซื้อรถยนต์คันใหม่ในประเทศไทยเริ่มตื่นตัวและมีความรู้เกี่ยวกับรถยนต์มากขึ้นก่อนการตัดสินใจซื้อ ซึ่งนับว่ามีความจำเป็นอย่างยิ่งเนื่องจากจำนวนของรุ่นรถยนต์และตัวเลือก, ความต้องการ และการแข่งขันที่เพิ่มมากขึ้น” เปอ็องกล่าว “ด้วยสัดส่วนที่เพิ่มขึ้นของผู้ซื้อ รถยนต์คันแรก ซึ่งส่วนใหญ่แล้วเป็นคนรุ่นหนุ่มสาว และเป็นผู้มีระดับการศึกษา เราพบว่า พวกเขาเหล่านั้น ได้ทำการบ้านเกี่ยวกับรถยนต์ที่พวกเขาเลือกไว้เป็นอย่างดี เมื่อเยี่ยมชมโชว์รูมพวกเขาสามารถพูดคุยกับที่ปรึกษาด้านงานขายในโชว์รูม ได้อย่างไม่รู้สึกอึดอัดและตรงประเด็นมากยิ่งขึ้น”
ศูนย์ข่าวบ้านเรา ฉับไวทุกข่าวสาร ทันทุกสถานการณ์ท้องถิ่น
แจ้งข่าว รายงานข่าว โทร.074-214222 อีเมลล์ webgimyong@gmail.com

 


ร่วมขับเคลื่อนโดย
เว็บไซท์นี้จัดสร้างขึ้นมาเพื่อเป็นสังคมออนไลน์ของชาวหาดใหญ่ - สงขลา สงวนลิขสิทธิ์ © บริษัท บ้านเรา คอร์ปอเรชั่น จำกัด
นโยบาย | เกี่ยวกับเรา | ลงโฆษณา | ร้องเรียน | แจ้งข้อผิดพลาด | ติดต่อเรา | มีอะไรใหม่ในเว็บกิมหยง | คุยกับเว็บมาสเตอร์
เครือข่ายเว็บไซท์ท้องถิ่นไทย [ ตรัง ] [ ขอนแก่น ] [ เชียงใหม่ ] [ เชียงราย ] [ อุดรธานี ] [ หาดใหญ่ - สงขลา ] [ น่าน ] [ พัทลุง ] [ นครศรีธรรมราช ]