gimyong หาดใหญ่
ศูนย์ประชุมนานาชาติฉลองสิริราชสมบัติครบ ๖๐ ปี
 

 

ผู้เขียน หัวข้อ: ค่ายรวมพลคนชอบเขียน @ ม.หาดใหญ่  (อ่าน 633 ครั้ง)

ค่ายรวมพลคนชอบเขียน @ ม.หาดใหญ่

ออฟไลน์ ทีมงานประชาสัมพันธ์

ค่ายรวมพลคนชอบเขียน @ ม.หาดใหญ่

   คณะศิลปศาสตร์และศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยหาดใหญ่ จัดโครงการ “ค่ายรวมพลคนชอบเขียน” เพื่อส่งเสริมให้คณาจารย์และนักเรียนจากสถาบันการศึกษาต่าง ๆ ในระดับมัธยมศึกษาทั่วภาคใต้ ได้มีส่วนร่วมในการสืบสานงานวรรณกรรม และจุดประกายการเป็นนักเขียนมืออาชีพแก่ผู้ที่มีความชอบด้านทักษะการเขียน ซึ่งเป็นโครงการที่จัดขึ้นต่อเนื่องมาเป็นปีที่ 3 แล้ว ซึ่งกิจกรรมแต่ละครั้งผู้เข้าร่วมโครงการจะได้ workshop กับนักเขียนมืออาชีพระดับประเทศ อาทิ มนตรี ศรียงค์  กานติ ณ ศรัทธา  ดวงแก้ว กัลยาณ์ เป็นต้น โดยหลังจาก workshop ผู้เข้าร่วมโครงการจะได้มีโอกาสลงมือปฏิบัติการเขียนจริง และมอบรางวัลงานเขียนดีเด่นให้แก่ผู้เข้าร่วมโครงการอีกด้วย



รางวัลชนะเลิศประเภทกวีนิพนธ์ โครงการค่ายรวมพลคนชอบเขียน ปีที่ 1 พ.ศ. 2555

โรงเรียนของฉัน

ต้นไม้ต้นนั้น   
โต๊ะตัวนั้น
เก้าอี้ตัวนั้น         
อาจารย์ท่านนั้น
กระดานที่เลอะชอล์ก         
ช่างเป็นสิ่งที่สวยงามยิ่งนัก
มันประทับอยู่กลางใจฉัน   
บรรยากาศที่อบอุ่น
ที่โรงเรียนแห่งนั้น
ถูกเผาแล้ว

โดย  นางสาวนาซูฮา  เล๊ะนุ๊ ระดับชั้น ม.5  โรงเรียนพัฒนาวิทยา อำเภอเมือง  จังหวัดยะลา



รางวัลชนะเลิศประเภทกวีนิพนธ์ โครงการค่ายรวมพลคนชอบเขียน ปีที่ 2 พ.ศ. 2556      

เสียงกระซิบจากชายแดน

ปั้ง ปั้ง ปั้ง ปึงปัง ใจหวั่นหวั่น                บนพื้นนั้นมีเศษปลอกกระสุน
ภายหลังปลิดบางชีวิตเป็นรูพรุน                ทิ้งเศษฝุ่น เศษซาก เขม่าควัน
    เสียงกรีดร้องก้องทั่วดั่งฟ้าผ่า               เมืองยะลา ตานี แสนโศกศัลย์   
   อีกนราฯ  เมืองใต้ อยู่ใกล้กัน                    ภาพความฝันหลุดหายไปกับตา
      ลมหายใจปลายด้ามขวานเริ่มจะแผ่ว      เสียงเจื้อยแจ้วแห่งหวังนั้นไร้ค่า
   เสียงอื้ออึงดังก้องพสุธา                             เสียงอาก้า เอ็มสิบหก ถล่มรัว
      ตูม ตูม ตูม ตึงตัง เป็นระยะ                   เสียงระเบิดปะทะดังไปทั่ว
   ก้อนหัวใจร่วงหล่นหลุดจากตัว                   เพราะความกลัวเหตุใดไม่รักกัน
      สามัคคี สามัคคี สามัคคี                         คำคำนี้ดังก้องในใจฉัน
   เหตุไฉนคนไทยต้องฆ่าฟัน                      ต้องโรมรันแค่ไหนถึงจะพอ
      ต้องเซ่นสรวงบวงพลีกี่ชีวิต                   ฟังสักนิดรักกันได้ไหมหนอ
   กี่ชีวิตที่เขายังเฝ้ารอ                                ขอสานต่อความสุขกลับคืนมา
      อยากให้ลมหายใจไม่หยุดนิ่ง                  อยากให้สิ่งดีดีหวนมาหา
   อยากให้คืนเมืองใต้คืนชีวา                       คืนยะลา  นราฯ  ปัตตานี
      
โดย  นางสาวอารียา  หมาดโต๊ะเห็น ระดับชั้น ม.6  โรงเรียนเทศบาล 5 (วัดหัวป้อมนอก)  อำเภอเมือง  จังหวัดสงขลา


รางวัลชนะเลิศประเภทกวีนิพนธ์ โครงการค่ายรวมพลคนชอบเขียน ปีที่ 3 พ.ศ. 2557

ความอ้างว้างในเมืองใหญ่

 ดวงดาวน้อยเคลื่อนคล้อยลอยลงต่ำ                           ทุกยามย่ำราตรีนี้แสนหนาว
มองดูฟ้าสลัวมัวหมองดาว                                           ดับสกาวพราวแสงแห่งนิทรา
ยามหนุนนอนหมอนข้างที่กลางมุ้ง                               ให้สะดุ้งหลับฝันหวั่นผวา
นวลแสงจันทร์แสนเศร้าเคล้าดารา                                 แม้นหลับตาก็ไม่วายให้กังวล
ในดวงใจสุดแสนจะเศร้าหมอง                                      ถูกจำลองภาพความหลังให้สับสน
ต้องลาบ้านจากแม่มาดิ้นรน                                          สู้อดทนเมืองใหญ่ไกลลับตา
บางคราหลับน้ำตาไหลอาบแก้ม                                    ต้องแต่งแต้มชีวิตใหม่ที่ใฝ่หา
เพื่อตามฝันเล่าเรียนเพียรค้นคว้า                                   ปริญญานำทางอย่างภาคภูมิ


โดยนางสาววราภรณ์  เสนแก้ว  นักศึกษาชั้นปีที่ 1  คณะศิลปศาสตร์และศึกษาศาสตร์  สาขาวิชาภาษาไทยเพื่อการสื่อสารธุรกิจ  มหาวิทยาลัยหาดใหญ่

 


ร่วมขับเคลื่อนโดย
เว็บไซท์นี้จัดสร้างขึ้นมาเพื่อเป็นสังคมออนไลน์ของชาวหาดใหญ่ - สงขลา สงวนลิขสิทธิ์ © บริษัท บ้านเรา คอร์ปอเรชั่น จำกัด
นโยบาย | เกี่ยวกับเรา | ลงโฆษณา | ร้องเรียน | แจ้งข้อผิดพลาด | ติดต่อเรา | มีอะไรใหม่ในเว็บกิมหยง | คุยกับเว็บมาสเตอร์
เครือข่ายเว็บไซท์ท้องถิ่นไทย [ ตรัง ] [ ขอนแก่น ] [ เชียงใหม่ ] [ เชียงราย ] [ อุดรธานี ] [ หาดใหญ่ - สงขลา ] [ น่าน ] [ พัทลุง ] [ นครศรีธรรมราช ]