gimyong หาดใหญ่
ศูนย์ประชุมนานาชาติฉลองสิริราชสมบัติครบ ๖๐ ปี
 


ผู้เขียน หัวข้อ: ปั่น 2 ล้อ ต่อรถไฟ จากหาดใหญ่ ไปพัทลุง  (อ่าน 1318 ครั้ง)

ปั่น 2 ล้อ ต่อรถไฟ จากหาดใหญ่ ไปพัทลุง

ออฟไลน์ Review

                    12212074_903960252987210_645425638_n.jpg



                   12207741_903960272987208_516129144_n.jpg



                   มีธุระต้องไปร่วมงานศพของญาติที่เมืองลุง ฯ ไอ้ครั้นจะไปกันสองคน กับรถยนต์ก็ดูสิ้นเปลืองโดยใช่ที่ ปกติก็ใช้จักรยานเป็นพาหนะหลักของการเดินทางในเมืองหาดใหญ่เป็นบางวันอยู่แล้ว ลองปั่นออกนอกพื้นที่กันดูบ้างจะเป็นไรไป หาข้อมูลคร่าว ๆ  ถามพี่ ๆ น้อง ๆ ที่เคยเอาจักรยานขึ้นรถไฟ ใคร ๆ เขาก็ว่าไม่ยาก เอาวะ..ลองสักตั้ง...



สถานีรถไฟ.JPG



                   จุดหมายปลายทางของเราคือวัดชุมประดิษฐ์ จังหวัดพัทลุง ลองหาข้อมูลจากแผนที่กูเกิ้ล    เอ๊ะ ๆ ..มันมีสถานีรถไฟใกล้ ๆ ด้วยนี่ ห่างจากวัดนั้นแค่  5 กม.ชื่อสถานีบ้านต้นโดน... ดีเหมือนกันไม่ต้องเสี่ยงมาก เพราะเราเองก็ไม่คุ้นเคยกับเส้นทางเลยทั้งทางรถไฟ และถนนที่จะไปยังวัด ถ้าเราไปลงสถานีพัทลุง เราจะต้องปั่นย้อนกลับมาไกลเพิ่มขึ้นเกือบ ๆ  20 กม. และเราเองก็ยังไม่รู้ว่าเราจะมีเวลายกรถจักรยานขึ้นลงรถไฟนานแค่ไหน จะทันเวลารถเข้ารถออกกันหรือเปล่า เอาง่าย ๆ  ว่าเราแทบไม่รู้อะไรเลย เรียกว่าไปไปตายกันดาบหน้าแม้ว่าจะพกข้อมูลมาแน่นเปรี๊ยะ แต่พอเจอสถานการณ์จริง ๆ หน้างานก็ไม่รู้จะหมู่หรือจ่ากันแน่...เอาที่ชัวร์ ๆ ดีกว่า



รถไฟ_3074.jpgรถไฟ_3717.jpg



ตารางรถไฟ.jpgรถไฟ_8164.jpg



             



                เราออกเดินทางจากบ้านแถว ๆ  Big C คลองแห โดยปั่นจักรยานไปยังสถานีชุมทางหาดใหญ่ ไปถึงสถานีเช้ามืดราว ๆ ตี 5.30 เพราะเช็คตารางเวลาจากเว็บไซต์การรถไฟไทย



( http://www.railway.co.th/checktime/checktime.asp ) รถเที่ยวแรกที่จะผ่านพัทลุง และสถานีบ้านต้นโดน จะออกจากหาดใหญ่เวลา  06.40 น้อง ๆ เขาแนะนำว่าควรไปก่อนสักชั่วโมง ได้ไม่ฉุกละหุกนัก ไปถึงสถานี คนยังน้อย เราเลือกที่จะเอารถจักรยานติดตัวไปเลย ไม่ไปฝากตู้สัมภาระเพราะดูแล้วอุ่นใจกว่า และได้ยินมาว่าถ้าฝากตรงนั้นมีค่าขนขึ้นลงด้วยก็เลยไม่เอาวิธีนี้   ถามพนักงานสาวที่ห้องตั๋ว เธอบอกว่าขบวนนี้เป็นรถไฟฟรี....ยิ้มละสิ...ของฟรีใคร ๆ ก็ชอบ เข็นจักรยานผ่านไปยังชานชลา รถไฟจอดที่ชานชลาที่ 2 ทางทิศเหนือ...จะรู้ไม๊เนี่ย ไหนเหนือไหนใต้...



             “ ไปขบวนไหนครับ...ออ..ทางนี้เลยครับ ลองดูตู้ที่มีราวและห่วงนะครับ มันจะมีที่ว่างตรงหัวตู้ให้จอดจักรยานได้กว้าง ๆ  นั่งได้สบาย ๆ ครับ”



              เสียงพนักงานที่ยืนอยู่ริมชานชลาสอบถามและผายมือไปยังตู้ ที่เราจะไปขึ้น ..อืมมมมม.... อึ้ง ๆ ๆแปลกใจกันตั้งแต่เจ้าหน้าที่ขายตั๋วแล้ว ทุกท่านยิ้มแย้มแจ่มใส ให้คำแนะนำทุกขั้นตอน ไม่มีท่าทีเบื่อหน่ายแม้จะยังหัวรุ่ง...เอ้า..ลองดูกันต่อไปยาว ๆ ยังมีเวลาอีกหลายชั่วโมง...



อินเทรน_2076.jpg12202205_903960289653873_862420712_n.jpgรถไฟ_4480.jpg12212026_903960279653874_1433346967_n.jpg



               เราเจอตู้ที่ เจ้าหน้าที่บอกแล้ว กว้างขวางจริงดังว่า นั่งสบาย จักรยานจอดได้ไม่กีดขวางผู้โดยสารท่านอื่น แต่เรามาค่อนข้างเช้ามากไม่มีคนเลย หน้าต่างยังปิดอยู่ เลยดูมืดทึม ๆ หน่อย ตามประสารถไฟไทย...ถ้าสาว ๆ คิดจะมาขบวนรถไฟฟรีนี่น่าจะหาเพื่อนมาด้วยสักนิด เพราะตอนที่เราขึ้นมาก็เห็นมีหนุ่มหนึ่งนอนเหยียดยาวอยู่แล้ว แต่สักพักเจ้าหน้าที่เดินผ่านมาเห็นเรียกให้ตื่น ก็ไม่รู้แกไปนอนตู้ไหนต่อ....ระหว่างรอรถออก เราก็ออกอาหารเช้ารองท้องก่อน พร้อมเดินสำรวจตู้ต่าง ๆ ไป รถไฟยังคงเอกลักษณ์เดิมเฉกเช่น 3 - 40 ปีก่อนที่เคยขึ้นลงบ่อยมากๆ ตอนสมัยเด็ก ๆ... ห้องน้ำยังคงส่งกลิ่นคละคลุ้งจรุงใจแม้จะยังไม่มีคนใช้เลย เก้าอี้พนักไม้สีน้ำตาลหนา หันหน้าเข้าหากันยังคงแข็งแรงคงทนบนตู้รถไฟ มีร่องรอยของกาลเวลาปรากฏอยู่ทั่วไปและชัดเจน...



              ใกล้เวลาออก เสียงผู้ประกาศหญิงของชุมทางหาดใหญ่ ชัดใส สำเนียงไทย อังกฤษเป๊ะมาก ตั้งใจฟังดี ๆ อาจจะดีกว่าของบางสายการบินโลว์คอสบางเจ้าที่เรียกผู้โดยสารให้ขึ้นเครื่อง ฯ หน้าเกทเสียอีก... รถเราจะออกเวลา 06.40 น. ระหว่างนั้น ก็นั่งฟังผู้ประกาศแจ้งเวลาขบวนรถที่เสียเวลาไปเรื่อย ๆ ซึ่งก็ทุกขบวนนะแหละ..ฮาาาาา.... นี่ก็ถือเป็นเอกลักษณ์อีกอย่างของรถไฟไทย...



12025422_903960222987213_894311510_n.jpg12212132_903960229653879_1501466893_n.jpg



               06.40 เป๊ง..รถเคลื่อนขบวนทันที...ไม่น่าเชื่อจริง ๆ รถไฟไทยเราพัฒนาไปไกลแล้วนะ รถออกตรงเวลาไม่เกินสักเสี้ยววินาทีเดียว....วันนี้ฤกษ์ดีแล้วเรา...ช่วงก่อนนั้นคนก็เริ่มทยอยขึ้นมาเรื่อยๆ  แต่ไม่เต็ม มีที่ให้นั่งได้ทุกคน อากาศตอนเช้าสดใส ฟ้าสวย ขบวนเราที่ 446 มีตู้โบกี้สี่ห้าตู้ไม่ยาวนัก จัดได้ว่าเป็นขบวนหวานเย็นจอดทุกป้าย ป้ายเล็กป้ายน้อยศาลากลางป่าก็จอดหมด แน่นอนว่ามันเหมาะอย่างยิ่งสำหรับคนที่ไม่เร่งรีบ เช้าวันอาทิตย์ที่เราไปนั้นพึ่งผ่านพ้นวันออกพรรษาไม่กี่วัน และบางวัดเริ่มมีการจัดทอดกฐินกันแล้ว มีคนเฒ่าคนแก่ นุ่งขาวห่มขาว สาว ๆ ก็แต่งสีสันสดใส หิ้วปิ่นโตน้อยใหญ่ตั้งใจนั่งรถไฟไปวัดกัน ดูแล้วสดชื่นสบายตาสบายใจจริง ๆ



12188771_903960239653878_279648657_n.jpg



              ระหว่างนั่งมีเจ้าหน้าที่มาตรวจตั๋วมาหยุดที่เรา เขายืนนิ่งมองเรามองรถอยู่อึดใจ จนเราคิดว่าทำอะไรผิดแน่ ๆ แต่ก็พูดด้วยเสียงแห่งความเกรงอกเกรงใจ “รบกวนรถจักรยาน คิดเป็นค่าสัมภาระนะครับ”  เราก็ตอบว่าได้ครับคนละเท่าไหร่  “คนละ 100 ครับ”...โอเค...ได้ความรู้เพิ่มอีกหนึ่งเรื่อง...



              จักรยานเราทั้งสองคัน ไม่ได้ติดเชือกอะไรมาเลย ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้บอกแล้วละ ว่าผูกสักหน่อยก็ดีจะได้ไม่โคลงเคลงหรือล้ม แต่เราไม่ได้ซีเรียสอะไร ก็จับวางนอนกับพื้นไปคันหนึ่ง อีกคันก็ใช้เป้ข้างรถเป็นตัวยึดราวไว้ ก็พอได้อยู่ พึ่งนึกออกว่าน่าจะเอาสายล็อคจักรยานยึดกับราวรถไฟก็พอได้อยู่...



                 โบกี้ที่เรานั่งนั้นติดกับตู้พนักงานรถไฟ มีป้ายแจ้งไว้ห้ามบุคคลภายนอกเข้า ทำให้เห็นการทำงานบนรถอย่างใกล้ชิด มีเจ้าหน้าที่เดินเข้าเดินออกตลอดเวลา มีคนที่คิดเอาเองว่าเป็นหัวหน้า นั่งเขียนเอกสารอยู่บนโต๊ะในตู้นั้น สักพักก็จะออกมาเดินดูไปเรื่อย ๆ ตามตู้..ที่น่าสนใจคือ พนักงานทุกท่านยิ้มแย้มแจ่มใส ทักทายและสอบถามเราตลอดทั้งขาเข้าขาออก พอเราเริ่มสนุกกับการเดินทางโดยรถไฟที่มีจักรยานเป็นเพื่อนก็เริ่มคิดไปไกลถึงการไปต่างประเทศ เอาจากที่ใกล้ ๆ บ้านเราก่อนเส้นทางหาดใหญ่ – ปีนัง ด้วยรถไฟข้ามประเทศกรุงเทพ - บัทเตอร์เวอร์ท มองเข้าไปในตู้พนักงานเห็นคนที่ดูภูมิฐานที่สุดเข้าใจเอาเองว่าน่าจะใหญ่สุดบนขบวนนี้ก็เดินเข้าไปถามหาข้อมูลเลย ซึ่งก็มีคำตอบอย่างตรงไปตรงมาและครบถ้วนไม่มีเย่อหยิ่ง ได้เก็บเป็นคลังข้อมูลสำหรับการเดินทางในคราวต่อไป....



                     ยิ้มให้กันกับพนักงานจนเริ่มคุ้นเคย ที่สุดเราก็อาศัยความกล้า บอกว่าจะลงสถานีนี้ ไม่รู้จะทันหรือไม่ เพราะมีจักรยานด้วย..พนักงานบอกว่าเดี๋ยวใกล้ ๆ จะถึงผมจะมาแจ้งอีกที และผมจะรอคุณขนรถลงเสร็จครับ ถึงค่อยออก....โอววววววว บอกตรงๆ ว่าประทับใจมากจริง ๆ ครับ...



                       พอรถเริ่มออกนอกเมืองหาดใหญ่ แวะจอดตามสถานีต่าง ๆ และต้องรอหลีกให้กับรถขบวนที่สวนมาจากกรุงเทพฯ  ทำให้เวลาการหยุดรอเริ่มนานสะสมขึ้นเรื่อย ๆ  ๆ  จนที่สุดก็เลยเวลาที่กำหนดไว้ ถ้ารถไฟรางคู่เสร็จเมื่อไหร่ เวลาคงจะดีขึ้นกว่านี้มาก เห็นมีหลาย ๆ จุดเริ่มทำกันบ้างแล้ว กำหนดเวลาของเราที่จะถึงตามตั๋วคือ 08.27 แต่เรามาถึงสถานีต้นโดนที่สิบโมง...ช้าไปชั่วโมงครึ่ง.. 5555 ออกตรงเวลาแต่ไปช้าระหว่างทาง.....ควรจะดีใจหรือเสียใจดีนะ...ได้ยินยายที่นั่งข้าง ๆ บ่น ๆ ว่ากูไปไม่ทันเพลพระแน่...หลบบ้านหวา...



                      ตอนถึงสถานีบ้านต้นโดน เจ้าหน้าที่บนรถ เราก็ไม่รู้เรียกตำแหน่งอะไร เดินมาบอก แต่เราก็เตรียมตัวได้สักพักแล้วแหละ เมื่อถึง เขามาช่วยยกรถเราทั้งสองคันโดยให้เราลงไปรอด้านล่างจับแฮนด์รถ เขาช่วยยกด้านท้ายให้ รอจนถึงพื้นชานชลาเรียบร้อย จึงค่อยโบกธงเขียวให้รถออกไป.... แน่นอนว่าเราสองคนไม่ลืมที่จะยกมือไหว้ขอบคุณในไมตรีจิตคนรถไฟที่งดงามอย่างนี้แน่ ๆ



รถไฟ_7025.jpg12201037_903960269653875_1794109099_n.jpgอินเทรน_741.jpg



                       ยืนเก้ ๆ กัง ๆ หน้าสถานีบ้านต้นโดน อ.พัทลุง ซึ่งเลยจากสถานีเขาชัยสนเพียง 8 กม.เท่านั้นเอง แต่สภาพแวดล้อมต่างกันลิบลับ ที่นี่เงียบสงบมาก มีพนักงานเวรประจำสถานีนี้เพียง 2 ท่านเท่านั้น เราขอเข้าห้องน้ำที่สถานี จนท. ชี้ตรงบ้านพักรถไฟทรงคลาสสิคใกล้ ๆ มีบ่อน้ำแบบรอกหมุนมืออยู่หน้าบ้านด้วยวินเทจดีแท้ เดินออกมาจากห้องน้ำถามพนักงานว่าทำไมตัวบ้านสีใหม่มาก แต่ห้องน้ำด้านล่างดูเก่าจัง เขาเล่าแบบขำขื่น ๆ บอกว่าหน่วยเหนือให้งบพัฒนาเฉพาะบ้านพักไม่ได้ให้ตรงส่วนห้องน้ำ !  ออกมายืนมึน ๆ ต่อเจ้าหน้าที่ก็เข้ามาถามว่าจะไปไหนกัน เราก็บอกเส้นทางและเป้าหมายที่จะไป ทั้งสองท่านก็แนะนำอย่างดีเยี่ยม เราถือโอกาสสอบถามรถขบวนเที่ยวกลับทันที กันเหนียวเพราะหวาดเสียวถ้าตกรถไฟได้มีปั่นจักรยานเพียว ๆ กลับกันแน่ 100 กิโล ได้มีอ้วกกันบ้าง....



รถไฟ_9983.jpg



                       ปั่นออกไปทางด้านหลังสถานี เป็นดินแดงสักร้อยเมตร ก่อนถึงถนนดำยาวไป 5 กม.นิด ๆ จนถึงประตูวัดชุมประดิษฐ์ ระหว่างทางร่มรื่นต้นไม้เต็มข้างทาง มีบ้านตั้งห่าง ๆ กัน นาน ๆ รถจะผ่านมาสักคัน หลาย ๆ บ้านมองตามอย่างแปลกใจว่าใครมาปั่นแถวนี้..



รถไฟ_2100.jpgรถไฟ_6918.jpg



                       เรามาถึงวัดจัดข้าวไปสองจานพูน พร้อมขนมเหนียวพื้นบ้าน กาแฟล้างปาก นั่งคุยกับเจ้าภาพได้พักใหญ่จึงขอตัว เพื่อว่าจะได้กลับทันรถไฟฟรีเที่ยวแรกที่มาจากพัทลุง ไปหาดใหญ่ ....ดูตามเวลาที่มาถึงสถานี 11.40 น. เราไปถึง 11.43 ปรากฏว่าเจ้าหน้าที่บอกว่ารถออกไปแล้ว วันนี้รถดันมาตรงเวลา ฮา.... ตกลงเราตกรถเที่ยวนี้ไปอย่างฉิวเฉียด..นั่งรอที่สถานี คุณป้าที่นั่งใกล้ๆ  บอกขบวนถัดไปอีกนาน ไป”วัดจร” ใกล้ ๆ ตรงนี้สิไม่ถึงกิโล  วันนี้มีงานทอดกฐิน เวลาเหลือเฟือกลับมาทันแน่ ลูกเหอ...ไปก็ไป ดีกว่ามานั่งแกร่วรอโดยเปล่าประโยชน์เสียเวลาทำไม ไปชมวิว ออกกำลังกายแถมได้บุญด้วย..วัดห่างไม่ถึงกิโลจริง ๆ คนแน่น ชื่อวัดเต็ม ๆ คือ วัดจรนาราม เราเอาเงินไปให้คนสุดท้ายที่เจ้าหน้ากำลังแกะกล่องนับพอดี...ขี่วน ๆ รอบวัดนิดหน่อย เพราะคนเยอะลำบากนิดนึงกลัวจะไปเฉี่ยวเขา และใกล้ถึงเวลารถไฟจะมาแล้วก็เลยออกไปรอที่สถานีดีกว่า



12201037_903960269653875_1794109099_n.jpgรถไฟ_6574.jpg



                       มาถึงสถานี สอบถาม จนท.คนเดิม ว่าเที่ยวขามาเรานั่งตู้ทีมีที่ว่างให้จอด จกย.ใกล้ ๆ ที่เรานั่งเลย ขบวนนี้มีไม๊ครับ  เขาบอกขบวนนี้ไม่มีครับ ต้องฝากตู้สัมภาระครับ แต่ไม่เป็นไรครับ เขาจะดูแลให้อย่างดี... ขากลับนี้เราซื้อสัมภาระถูกกว่าขามา 10 บาท ก็ไม่รู้ใช้หลักเกณฑ์อะไรเหมือนกัน แต่ก็ช่างเหอะ.. ขบวนมาถึง ช้ากว่ากำหนด 40 นาที....เราเข็นรถไปตรงที่ตู้สัมภาระจอด เจ้าหน้าที่ที่โบกธง ขายตั๋ว และนายสถานีด้วยมั้ง เห็นมีคนเดียว ก็ช่วยเรายกจักรยานขึ้นตู้ให้เรียบร้อยทั้งสองคัน คนบนตู้รับรถและจัดการมัดเชือกแน่นหนา แน่นอนเราหันไปขอบคุณเขาที่ช่วยเป็นธุระให้ทุกอย่าง เราเดินมายังตู้นั่ง ตู้นี้เป็นเก้าอี้ไม้หันหน้าเข้าหากัน เราไปนั่งฝั่งขวาของรถ แดดบ่ายเข้าเราเต็ม ๆ ร้อนเหมือนจะเป็นลม คนก็เต็มแน่นทุกที่นั่ง หาที่นั่งอีกฝั่งไม่มีว่างเลย ไม่เป็นไรพอรถวิ่งก็มีลมเรื่อย ๆ บรรเทาร้อนได้อยู่ โชคดีที่ขากลับไม่มีเสียเวลาต้องไปจอดรอที่ไหนอีกเลย............



 



ค่าใข้จ่าย



            รถไฟฟรี แต่มีค่าสัมภาระคือจักรยาน ไป – กลับ สองคน 380.- เฉลี่ยคนละ 190.-



            ข้าวฟรี ขนมฟรี กินที่วัด



 



 



แนะนำ




       
  • สาว ๆ ไม่ควรเดินทางขบวนรถไฟฟรีคนเดียว เนื่องจากเป็นขบวนที่เปิดกว้างมีคนมากมายหลายแบบขึ้น

  •    
  • จักรยานหาเชือกรัดสักหน่อยก็ดีกันโคลงเคลง กรณีจอดกับเรา

  •    
  • ตู้โบกี้ที่แนะนำคือตู้ที่มีห่วงมือจับเป็นข้อสังเกต เพราะเป็นตู้ที่มีที่ว่างให้เราและจักรยานอยู่ด้วยกันได้

  •    
  • เหมาะสำหรับคนที่ชอบท่องเที่ยว ขาถึกและลุยหน่อย เพราะจะต้องแบกรถขึ้นลง รวมถึงไปปั่นในเส้นทางแปลก ๆ ที่เราไม่คุ้นเคยด้วย ที่สำคัญต้องไม่เร่งรีบ เพราะไม่รู้ว่ารถไฟเราจะไปเสียเวลาที่ตรงไหนบ้าง....

  •    
  • พกกล้องดี ๆ ไป หรือถ้าไม่สะดวกมือถือถ่ายภาพได้ชัด ๆ ก็ได้ เพราะภาพชีวิตบนรถไฟ รวมถึงวิวทิวทัศน์ข้างทางน่าตื่นตาตื่นใจเป็นที่สุด ควรค่าแก่การบันทึกไว้จริง ๆอินเทรน_4192.jpgอินเทรน_9808.jpgอินเทรน_7577.jpg



 



 



           



 



         



           



           



           

 

ที่มา:หาดใหญ่รีวิว


ออฟไลน์ jobyjob

Re: ปั่น 2 ล้อ ต่อรถไฟ จากหาดใหญ่ ไปพัทลุง
« ตอบกลับ #1 เมื่อ: 15:52 น. วันที่ 13 ก.ย.59 »
ขอบคุณสำหรับรีวิวดีๆนะครับ ดูเพลินมากๆ

 


ร่วมขับเคลื่อนโดย
เว็บไซท์นี้จัดสร้างขึ้นมาเพื่อเป็นสังคมออนไลน์ของชาวหาดใหญ่ - สงขลา สงวนลิขสิทธิ์ © บริษัท บ้านเรา คอร์ปอเรชั่น จำกัด
นโยบาย | เกี่ยวกับเรา | ลงโฆษณา | ร้องเรียน | แจ้งข้อผิดพลาด | ติดต่อเรา | มีอะไรใหม่ในเว็บกิมหยง | คุยกับเว็บมาสเตอร์
เครือข่ายเว็บไซท์ท้องถิ่นไทย [ ตรัง ] [ ขอนแก่น ] [ เชียงใหม่ ] [ เชียงราย ] [ อุดรธานี ] [ หาดใหญ่ - สงขลา ] [ น่าน ] [ พัทลุง ] [ นครศรีธรรมราช ]