gimyong หาดใหญ่
ศูนย์ประชุมนานาชาติฉลองสิริราชสมบัติครบ ๖๐ ปี
 
 


ผู้เขียน หัวข้อ: คีตราชนิพนธ์.  (อ่าน 689 ครั้ง)

คีตราชนิพนธ์.

ออฟไลน์ Review

คีตราชนิพนธ์.
« เมื่อ: 14:48 น. วันที่ 03 ธ.ค.58 »

                maxresdefault (3).jpg



           “ในวาระมหามงคล เฉลิมพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว...” คำโปรยบนหน้าเว็บไซต์ www.คีตราชนิพนธ์.com    ที่บอกเล่าเรื่องราวของพระอัจฉริยะภาพของพระองค์ท่านในด้านดนตรี ผ่าน 4 บทเพลงพระราชนิพนธ์ ตีความผ่าน 4  มุมมองผู้กำกับหนังไทยชั้นแนวหน้า ออกมาเป็นภาพยนตร์สั้น 4 เรื่องร้อยเรียงกันไป ครั้งนี้นับเป็นครั้งที่สองแล้ว โดยครั้งแรกได้เคยนำออกฉายมาแล้วเมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา และเมื่อถึงวาระสำคัญของประเทศในเดือนธันวาคม จึงได้นำออกฉายในโรงภาพยนตร์อีกครั้งหนึ่ง เพื่อให้ประชาชนได้รับทราบแนวคิดและมุมมองผ่านการเขียนเนื้อร้องของพระองค์ท่านถ่ายทอดไปยังหนังสั้นทั้งสี่เรื่องนี้...ได้แพร่หลายมากยิ่งขึ้น...



                ต้องยอมรับว่าก่อนจะไปดู ในใจนั้นมีกำแพงตั้งอยู่สูงในระดับหนึ่ง ด้วยภาพติดตา มาตั้งแต่เด็กถึงการนำเสนอในรูปแบบเดิม ๆ ของหนังเทิดพระเกียรติ เผื่อใจไว้เยอะว่า อาจจะมีวูบมีหลับ เรื่องของการเล่าเรื่องแบบตรง ๆ อัดแน่นด้วยเนื้อหาวิชาการ มีคนพูด ๆๆๆ ตลอด จบด้วยบทเพลงที่ครูเพลงรุ่นเก่า ๆ นำเพลงพระราชนิพนธ์มาร้องในสไตล์ลูกกรุงเดิม ๆ .......พร้อมคำราชาศัพท์มากมายถวายพระพรในตอนจบเรื่อง...แต่เมื่อไฟในโรงหนังดับลง แสงสว่างที่จอหนังเริ่ม......



558000005324505.JPEG



 



The Singers



            ภาพยนตร์โดย “พี่อุ๋ย นนทรีย์  นิมิบุตร” ผู้กำกับมือเก๋าของไทยจากหนังเรื่อง 2499 อันธพาลครองเมือง , นางนาก , หนังใหม่ ๆ ก็อย่าง Timeline..จดหมาย ความทรงจำ.....เดอะ ซิงเกอร์ เป็นเรื่องราวของหญิงชราสองนางที่มีชีวิตและสถานะทางสังคมที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง    ที่มีโชค”ชะตาชีวิต” นำพาทั้งสองให้มาพบเจอกัน โดยมีหลานสาวตัวน้อยเป็นสิ่งยึดเหนี่ยวให้มีความหวังมีชีวิตอยู่และสู้ต่อไปเพื่อตนเองและคนรอบข้าง...หนังนำดาราหญิงรุ่นเก่า 2 ท่านมาประชันกัน เราก็ไม่เคยรู้หรอกว่าทั้งสองท่านโด่งดังมากขนาดไหนในสมัยนั้น แต่เมื่อดูหนังตอนนี้จบเรารับรู้ได้เลยถึงความสามารถของดาราสมัยก่อนแล้ว ไม่เพียงแต่มีความสวยเท่านั้น ยังมีน้ำเสียงที่ไพเราะ มีการแสดงที่จับจิตจับใจ..เราแพ้ทางเรื่องของเด็กกับคนแก่อยู่แล้ว..มีอยู่ตอนหนึ่งที่ยาย ๆ สามท่านนั่งคุยกันใต้ศาลาวัด..มันโคตรจริงเลย คุณยายเม๊าท์กัน รู้เรื่องมั่งไม่รู้เรื่องมั่ง ฟังไม่ได้ยินกันมั่ง คนนึงถามเรื่องอีกคนตอบอีกเรื่องบ้าง คนเคยมีประสบการณ์ตรงนั่งข้างวงแบบนี้ ทำเอาเราขำจนน้ำตาเล็ด..........ถึงท้ายสุดแม้ทุกสิ่งจะไม่เป็นดังฝัน เฉกเช่นชะตามนุษย์มีขึ้นมีลง แต่อย่างน้อยคนเราก็อย่ายอมแพ้และหยุดฝัน.....



 



558000005324506.JPEG



อมยิ้ม



          “อมยิ้ม” กำกับโดย “วัลลภ ประสบผล”  ผู้กำกับหนังโฆษณา หนังออกมาในโทนของ ”ฮอร์โมน...” เรื่องของชีวิตเด็กมัธยมชายหญิง คู่หนึ่ง ที่จำต้องมามีประสบการณ์ชีวิตวัยเรียนร่วมกันทั้ง ๆ ที่ไม่อยากยุ่งเกี่ยวกันเลย ทั้งสองได้มาค้นหาตัวตน เรียนรู้การอยู่ในสังคม ต้องก้าวข้ามผ่านปัญหาเพื่อที่จะเติบโตเป็นผู้ใหญ่ต่อไป...น้อง”ชานน” หลายคนคุ้น ๆ หน้าจากฮอร์โมนซีซั่น 3 เล่นเป็นหนุ่ม”หน้าตาย” ที่แบกหนังไว้ทั้งเรื่องและเล่นบทคลี่คลายในซีนส่งท้ายได้จนตื้อจุกในลำคอ... ส่วนสาว “พลอยชมพู” นางยังใหม่อยู่กับการแสดง ถ้าเรื่องร้องเพลงไม่เถียง แต่ก็ถือได้ว่าแสดงพอผ่าน โชคดีที่มีรอยยิ้มน่ารัก ๆ ช่วยให้หนังดูสดใสโลกดูสว่างขึ้นทันทีที่เธอยิ้ม คงต้องดูเรื่อง ”รุ่นพี่” ว่านางจะพัฒนาไปได้มากแค่ไหน ผู้กำกับวัลลภ ทำหนังสั้นเรื่องนี้ในโทนสบาย ๆ แต่แอบหม่นเศร้าอยู่ในที ทำให้อยากดูงานหนังยาวของแกบ้าง...หนังเรื่องนี้มีธีมของเพลง ”ยิ้มสู้” เป็นแกนเดินเรื่อง..



 



558000005324503.JPEG



ฝนตกที่ห้วยขาแข้ง



          เพลง ”สายฝน” ถูกนำมาใช้ประกอบหลักของภาพยนตร์ตอนนี้ ภาคภูมิ วงศ์ภูมิ ผู้กำกับที่เคยทำหนังดังสยองขวัญของไทยอย่าง ชัตเตอร์ , แฝด , สี่แพร่ง , ห้าแพร่ง  พลิกแนวมาทำหนังอัตชีวประวัติของนักต่อสู้ที่พิทักษ์ผืนป่า ผู้วายชนม์ “คุณสืบ นาคะเสถียร” หนังฉายภาพชีวิตของคุณสืบกลับมาให้เราดูอีกครั้งว่าจะต้องฟันฝ่าอุปสรรคอะไรมาบ้าง ถึงต้องหาทางออกด้วยวิธีนี้...”นพชัย ชัยนาม” รับบท”คุณสืบ” ได้เหมือนจริงจนน่าขนลุก สีหน้าแววตาที่มุ่งมั่น จังหวะการพูด ท่วงท่า การทอดถอนใจ  การเดิน ครุ่นคิดจนทำให้เรารับรู้ได้ถึงปัญหาในใจที่ต้องแบกรับจนเกินที่จะรับไว้ได้...ตอนนี้ดูแล้วจะดูเครียดและกดดันมากที่สุดในหนังทั้ง 4 ตอน



 



images.jpg



ดาว



          เรื่องของหนุ่มประถมตัวน้อยที่มุ่งมั่นจะทำอะไรบางอย่างให้พ่อภูมิใจและได้โชว์ให้พ่อเห็นในวันพ่อที่ใกล้จะมาถึง ชอบ “หนุ่ย” ทีมุ่งมั่นจะหา “ดาว” ที่คุณครูให้เป็นรางวัลเพื่อสะสมให้ได้สูงสุด ชนะเพื่อนให้ได้ ......เห็น ”หนุ่ย” แสดงแล้วทำให้นึกถึง “แจ๊ค แฟนฉัน” สมัยเด็กๆ ฝึกดี ๆ ไปไกลเลยนะนั่นหนูน้อยคนนี้  ผู้กำกับ “ยงยุทธ ทองกองทุน” ทำหนังมาหลากหลายแนว ทั้งผี ทั้งตลก โรแมนติคก็มี มาจับสเกลหนังเด็ก ๆ แต่ความหมายเนื้อหาคิดไปได้ไกลลิบ ๆ ถ้าจะคิดต่อ..”ความฝันอันสูงสุด” คือเพลงธีมหลักของหนังเรื่องนี้ ไม่ว่าจะเป็นฝันของใคร เด็กหรือผู้ใหญ่ ถ้ามีฝันและอยากทำให้มันเป็นจริง ทุกฝันก็จะมีความหมาย...ถึงแม้มันจะไกลสูงสุดเพียงใดก็ตาม...



 



            หนังทั้งสี่ตอนถูกสร้างด้วยสตูดิโอชั้นเลิศ ผู้กำกับหนังไทยระดับแถวหน้า ทีมงานมืออาชีพ เพลงประกอบซึ่งเป็นเพลงพระราชนิพนธ์ถูกนำมาทำดนตรีใหม่โดยนักร้องคุณภาพสมัยใหม่ อย่างวง เกสโนว่า ปาล์มมี่ ...หลาย ๆ ตอนเรียกน้ำตาได้อย่างไม่น่าเชื่อ...ในทุก ๆ ปี ภาพยนตร์เหล่านี้จะยังคงสามารถนำมาฉายใหม่ได้อย่างไม่เก่าเชย...



                หนังเริ่มกลับมาฉายใหม่ในช่วงนี้ 2-7 ธันวาคม 58 รายละเอียดลองดูในเว็บไซต์ข้างบน แนะนำว่าให้ไปตรงเวลา เพราะไม่มีโฆษณา ถึงเวลาฉายเลยทันทีหลังจบเพลงสรรเสริญพระบารมีตอนเปิดม่าน เห็นมีคนมาสายหลายท่าน มาถึงก็เกือบ ๆ จะจบตอนแรกไปแล้ว น่าเสียดายแทน..อีกอย่างน่าปลื้มใจที่เห็นคนที่มาต่อแถวรับบัตรชมมีวัยรุ่น หนุ่มสาว นักศึกษา ไปจนถึงวัยทำงาน พ่อแม่พาลูก ๆ เข้าชมกันก็หลายครอบครัว...ที่สำคัญจัดฉายให้ชมกันฟรี ๆ



12342638_901859863216633_171202019540287046_n.jpg



 



 



12333900_914729871910248_865390499_o.jpg



               



 



                

ที่มา:หาดใหญ่รีวิว


 


ร่วมขับเคลื่อนโดย
เว็บไซท์นี้จัดสร้างขึ้นมาเพื่อเป็นสังคมออนไลน์ของชาวหาดใหญ่ - สงขลา สงวนลิขสิทธิ์ © บริษัท บ้านเรา คอร์ปอเรชั่น จำกัด
นโยบาย | เกี่ยวกับเรา | ลงโฆษณา | ร้องเรียน | แจ้งข้อผิดพลาด | ติดต่อเรา | มีอะไรใหม่ในเว็บกิมหยง | คุยกับเว็บมาสเตอร์
เครือข่ายเว็บไซท์ท้องถิ่นไทย [ ตรัง ] [ ขอนแก่น ] [ เชียงใหม่ ] [ เชียงราย ] [ อุดรธานี ] [ หาดใหญ่ - สงขลา ] [ น่าน ] [ พัทลุง ] [ นครศรีธรรมราช ]