gimyong หาดใหญ่
ศูนย์ประชุมนานาชาติฉลองสิริราชสมบัติครบ ๖๐ ปี
 
 


ผู้เขียน หัวข้อ: Rogue One : A Star Wars Story  (อ่าน 295 ครั้ง)

Rogue One : A Star Wars Story

ออฟไลน์ Review

Rogue One : A Star Wars Story
« เมื่อ: 22:37 น. วันที่ 17 ธ.ค.59 »

oakmria5PCveN94H6s-o.jpg



พึ่งได้ดู สตาร์วอร์ตอน 7 : The Force Awakens  ไปเมื่อปีก่อน มาปีนี้ได้ดูภาคแยกของหนังชุดนี้ ซึ่งเป็นผลพวงจากการที่ดิสนีย์เข้าซื้อลูคัสฟิล์ม ทำให้เราคนยุคแรกที่เกิดและเติบโตในยุคสตาร์วอร์ภาคแรกออกฉาย  ใจคิดว่าน่าจะเป็นเรื่องของเหตุผลทางการตลาดที่ต้องการแตกหน่อต่อยอด ขายของเล่นไป โดยแค่มีหนังเป็นตัวปลุกกระแส...เอาเข้าจริงคิดผิดอย่างแรง.....แอบคิดขอโทษในใจที่ปรามาสไว้ตั้งแต่คิดเริ่มสร้าง...



Rogue One : A Star Wars Story จะนับไปแล้วถือว่าเป็นภาค 3.5 ของภาพยนต์ Star Wars ที่มีทั้งหมด 9 ภาค โดยแรกเริ่มเดิมที เริ่มสร้างที่ภาค 4 , 5 และ  6 ก่อนด้วยผู้กำกับเขียนบทคิดว่าเป็นตอนที่สนุกที่สุดของชุด...แล้วก็เป็นเช่นนั้นจริง ๆ  อีกหลายปีต่อมาจึงได้มาสร้าง ภาค 1 , 2 และ 3 จนเมื่อปีกลายจึงได้ดูภาค 7 ดังที่ได้บอกไป และยังเป็นหนังที่ทำเงินสูงที่สุดในโลกด้วย....



 



Rogue One เรื่องของ เด็กสาวคนหนึ่งที่พ่อเป็นวิศวกรผู้สร้าง Death Star ของฝ่ายจักรวรรดิ (ร้าย) เธอพยายามหาทางช่วยพ่อและล้างบาปที่พ่อช่วยสร้างสิ่งที่เลวร้ายขึ้นมา โดยฝ่ายกบฎ (ดี) ก็เข้าใจผิดว่าพ่อเธอเป็นคนร้าย... แต่ก็ยังมีเหล่าทหารหาญผู้กล้ากลุ่มหนึ่งที่เชื่อเธอ และอาสาเคียงข้างเข้าไปช่วยพ่อเธอในฐานทัพฝ่ายจักรวรรดิ....



ถ้ามอง Rogue One  ในแง่หนังธรรมดา ไม่มีสเปเชียลเอ็ฟเฟ็คส์ใด ๆ มันคือหนังสงครามที่มีดราม่าเจือปนในระดับที่พอเหมาะ หลาย  ๆ ฉากสะท้อนให้เห็นความซับซ้อนและกดดันในใจของตัวละคร ได้อย่างไม่น่าเชื่อว่านี่คือสตาร์วอร์ และหลาย ๆ ฉากก็ปลุกความฮึกเหิมกล้าหาญจนขนลุกน้ำตาเอ่อ...



Gareth Edwards ผู้กำกับ ผลงานเก่าเข้าตาเราตั้งแต่ Monsters แล้ว สามารถนำเสนอเรื่องของเอเลียนในแง่ดราม่าพาดพิงไปถึงเรื่องการเหยียดชาติพันธุ์ได้อย่างน่าประทับใจ หนังโด่งดังมากจนถูกชักชวนให้มาทำ Godzilla (2014) ที่ยังคงแฝงประเด็นคน(ก๊อตซิลล่า) นอก(สังคม) ได้อย่างแสบสันต์ แถมเป็นก็อตฯ ที่เราดูสนุกที่สุดในชีวิต ตั้งแต่เคยดูมาตั้งแต่เด็ก...มาถึง Rogue One ดูจากมุมมองของการทำหนังเรื่องเก่า ๆ ของแก คงถูกชะตากับเจ้าของบทเพราะเป็นเรื่องของคนกลุ่มเล็ก ๆ ไม่มีชื่อเสียง ไม่ยิ่งใหญ่ ไม่มีใครรู้จัก แต่ทำงานเบื้องหลังปิดทองแต่งานที่ออกมาคือการเปลี่ยนประวัติศาสตร์มนุษยชาติ...แน่นอนว่าที่สุดก็ไม่มีใครรู้จักพวกเขาอยู่ดี...



images.jfif



Felicity Jones พึ่งบาดเจ็บการบทนำคู่กับ Tom Hanks ใน Inferno กลับมาแก้มือในเรื่องนี้ได้อย่างงดงามกับสาวน้อยลูกสาวคนสร้างเดทสตาร์ ผู้นำเหล่าทหารกบฎให้กลับมารุกรบกันอีกครั้ง



Diego Luna ทหารกบฎหนุ่มผู้เดินเคียงนางเอกตลอดทาง ดูรูปร่างเล็ก ๆ ไม่เหมือนเป็นทหารเท่าไหร่ แต่บทดราม่าเรียกน้ำตาในหลาย ๆ ช่วง เจ๋งมาก...



ตัวละครหลักๆ  ในสตาร์วอร์ มีโผล่ให้เห็นบ้างประปราย พอให้หายคิดถึง แต่อย่างที่ว่าภาคนี้ไม่ใช่ภาคหลัก ก็ไม่มีบทเด่นมาก มีเพียงดาร์ท เวเดอร์ ที่ออกเพียงไม่กี่ฉากเท่ทุกฉาก...



donnie-yen-rogue-one-190711.jpg



ที่ลืมไม่ได้ ดอนนี่ เยน อาจารย์ยิปมัน(ฮา) มาในบททหารยามจีนตาบอด เป็นความภูมิใจของชาวเอเชียจริง ๆ



เอ็ฟเฟ็คส์ได้มาตรฐาน สมฐานะสตาร์วอร์อยู่แล้ว ไม่รู้ว่ารู้สึกคนเดียวหรือเปล่าว่า Rogue One : A Star Wars Story น่าจะดูแล้วสนุกและดีกว่าสตาร์วอร์ตอนเก่า ๆ หลาย ๆ ตอนเลยทีเดียว......



ดาวน์โหลด.png



 



 



 



 



 



 



 

ที่มา:หาดใหญ่รีวิว


 


ร่วมขับเคลื่อนโดย
เว็บไซท์นี้จัดสร้างขึ้นมาเพื่อเป็นสังคมออนไลน์ของชาวหาดใหญ่ - สงขลา สงวนลิขสิทธิ์ © บริษัท บ้านเรา คอร์ปอเรชั่น จำกัด
นโยบาย | เกี่ยวกับเรา | ลงโฆษณา | ร้องเรียน | แจ้งข้อผิดพลาด | ติดต่อเรา | มีอะไรใหม่ในเว็บกิมหยง | คุยกับเว็บมาสเตอร์
เครือข่ายเว็บไซท์ท้องถิ่นไทย [ ตรัง ] [ ขอนแก่น ] [ เชียงใหม่ ] [ เชียงราย ] [ อุดรธานี ] [ หาดใหญ่ - สงขลา ] [ น่าน ] [ พัทลุง ] [ นครศรีธรรมราช ]