gimyong หาดใหญ่
ศูนย์ประชุมนานาชาติฉลองสิริราชสมบัติครบ ๖๐ ปี
 
 


ผู้เขียน หัวข้อ: ปีนังกี่ครั้ง ๆ ยังไม่เข็ด  (อ่าน 687 ครั้ง)

ปีนังกี่ครั้ง ๆ ยังไม่เข็ด

ออฟไลน์ Review

ปีนังกี่ครั้ง ๆ ยังไม่เข็ด
« เมื่อ: 08:56 น. วันที่ 03 ม.ค.60 »

 



 





 



 



ตามประสาเด็กจังหวัดชายแดน การเข้านอกออกในระหว่างประเทศไม่ใช่เรื่องใหญ่ เผลอ ๆง่ายดายพอ ๆ กับไปจังหวัดไกล ๆ อย่างทางเหนือหรืออีสาน สมัยก่อนก็แค่มีใบผ่านแดน เดี๋ยวนี้อาจจะซับซ้อนหน่อยต้องมี Passport แต่ก็ไม่ยุ่งยากแล้ว ทำกันไม่ถึงสัปดาห์ ยิ่งต้องการด่วน ๆ วันเดียวสองวันก็ได้ อาจจะต้องจ่ายค่าธรรมเนียมเพิ่มอีกนิดแต่ก็คุ้มสำหรับคนที่ต้องการความรวดเร็ว



เมืองปีนังสำหรับเด็กหาดใหญ่ เป็นชื่อที่คุ้นเคย ลูกหลานคหบดี เถ้าแก่ พ่อค้าในเมืองที่มีสตางค์มักจะถูกส่งไปร่ำเรียนภาษาจีน หรือหลัง ๆ ก็มีเพิ่มภาษาอังกฤษขึ้นมา บ้างก็ส่งไปช่วงปิดเทอม บ้างก็ส่งไปเรียนเป็นเทอมในโรงเรียนประจำ ปิดเทอมก็กลับบ้านที่หาดใหญ่สักที ได้มาเจอเพื่อนฝูงที่โรงเรียนเดิม มีเรื่องเล่าให้ฟังถึงประสบการณ์การเป็นนักเรียนอินเตอร์ยุคแรก ๆ ของไทย...กันอย่างสนุกสนาน



 



 





 





 





แปลกดีที่อยู่ใกล้แค่นี้แต่ไม่เคยใช้บริการรถไฟไปปีนังเลย ที่ผ่านมาฝากชีวิตไปกับรถตู้ตลอดตั้งแต่เล็กจนโต...



เป็นโอกาสอันดีหลาย ๆ เรื่องบวก ๆ กัน ไม่ว่ารถไฟทั้งส่วนมาเลเซียเองที่มีการปรับปรุงระบบใหม่ทั้งหมดเป็นรถไฟฟ้ารวมถึงปรับปรุงส่วนตัวสถานีได้มีการสร้างใหม่รวมถึงยกชานชลาให้สูงขึ้นเพื่อรองรับรถไฟไฟฟ้าแบบใหม่ ส่วนของไทยได้ตัดเส้นทางส่วนที่วิ่งต่อไปถึงเมืองบัต เตอร์เวอร์ธออก สิ้นสุดระยะแค่ชุมทางหาดใหญ่ (ปรับปรุงสะดวกขึ้น ?) เพราะฉนั้นถ้าเราจะไปเที่ยวเมือง (รัฐ) ปีนังโดยรถไฟ จาก”ชุมทางหาดใหญ่” ( เน้นว่าต้องมีคำว่าชุมทางนำหน้าเพราะเวลาค้นหาเวลาการเดินรถจากเว็บการรถไฟ http://www.railway.co.th/checktime/... ไม่มีสถานี ”หาดใหญ่” เฉย ๆ จะต้องพิมพ์ค้นหาด้วยอักษร ช.ช้าง )



ปลายปี ‘59 ต่อปีใหม่ ‘60 ค่าเงินมาเลย์ตกลงอย่างแรง เดิมเคยแลกกันที่ 1 ริงกิต = 10 - 11 บาทไทย แต่ ณ วันนี้ (2 ม.ค.60) แลกได้ที่ 7.9 บาท เราแลกได้ 8.2 :)



แค่ 2-3 เหตุผลนี้ก็เพียงพอที่จะรีบเก็บกระเป๋าเดินทาง เที่ยวปีนังในช่วงวันหยุดปีใหม่นี้ได้แล้ว...



ลืมบอกเรื่องร้านแลกเงินในหาดใหญ่ที่ให้ราคาดี ๆ ร้านไทยรัตน์ เส้น ถ.เพชรเกษมใกล้หอนาฬิกา ก็ปิดยาวลากทะลุปีใหม่เลย แวะไปอีกร้านอยู่หน้าลีการ์เด้นท์ ชื่อร้านยุวดี ร้านเปิดใหม่ให้เรทใกล้เคียงกัน เฮียพวงเจ้าของร้านใจดีด้วย..



รถไฟจากหาดใหญ่ไปถึงสถานีปาดังเบซาร์ มีสองขบวน รอบเช้า 07.30 น. กับ รอบบ่าย 13.05 น. ค่ารถไฟ 80 บาทต่อคน..มีเพื่อนถามว่าทำไมไม่นั่งรถเมล์ไปลงปาดังฯ ถูก เร็วและง่าย กว่าไม๊ ตอบไปว่า “ไม่ได้ฟิลลิ่ง...”



 





 



 





 





 





 





เราเลือกขบวนเช้า 7.30 รถออกตรงเวลา ถึงตรงเวลา ตู้โดยสารมี 2 ตู้ คนไม่ค่อยมาก เก้าอี้เอนได้ หันหน้าเข้าหากันในบางล็อก โบกี้รถนี้เป็นตู้เก่า แต่ก็สะอาดดี... รถจอดที่สถานีคลองแงะแว๊บนึงแล้ววิ่งไปจบที่สถานีปาดังเบซาร์ฝั่งไทย รถจะจอดอีกแว๊บให้คนแถวนั้นลง ใครจะไปต่อมาเลเซียก็นั่งไปให้สุดเลย..... แอบขำตู้รถไฟบ้านเราจะต้องเอาไม้กระดานมาพาดไว้เพราะตู้เรารุ่นเก่า ถ้าไม่พาดคงได้เดินมุดลงรางไปและปีนขึ้นชานชาลา...



เมื่อถึงสถานีปาดังฯ ฝั่งมาเลเซีย ตรงนี้ต้องตั้งสตินิดนึง ไม่รู้เป็นเพราะเราไม่ค่อยขยันตอนเรียนหรือยังไง การจัดการตรงนี้สับสนมาก อาจพลาดถ้าไม่ถาม มีสิทธิขึ้นขบวนผิดไปออกเมืองอื่นแน่....



รถจอดปุ๊บ เดินขึ้นมาบนชั้น 2 เพื่อซื้อตั๋วไปสถานีบัตเตอร์เวอร์ธ เดินลงมาชั้น 1 เพื่อขึ้นรถไฟขบวนใหม่ โดยตรงนี้จะต้องผ่านกระบวนการเข้าออกเมืองทั้ง 2 ประเทศ ก่อนจะขึ้นรถไฟ มิฉนั้นอาจจะลืมได้เพราะจัดผังตรวจคนเข้าเมืองได้งงมาก จริง ๆ เขาก็คงพยายามแก้ปัญหานี้แล้วแหละ ด้วยการจัดเจ้าหน้าที่แนะนำ ชี้ เรียก ตะโกนอยู่ตลอด แต่ก็สงสัยว่าน่าจะมีป้ายลูกศรแจ้งวิธีการให้ชัดเจนขึ้นจอ หรือตัวอักษรวิ่งก็ได้ เพราะตอนนั่งรอรถไฟ ก็มีหลายคนวิ่งวุ่นหาทางเข้าจ๊อบพาสปอร์ต บ้างวิ่งหาขบวนรถไฟของตัวเอง ไปซ้ายที แล้ววิ่งกลับมาไปด้านขวาอีกรอบ...แล้วพอมีรถไฟขบวนในประเทศของเขาเข้ามาพร้อมกัน ก็ยิ่งวุ่นวายสับสนมาก ๆ เจอเหตุการณ์งง ๆ แบบนี้ทั้งขาไปขากลับ....



 





 





 





 





KTM Komuter ขบวนของมาเลย์ไปบัตเตอร์เวอร์ธ ค่าตั๋ว 11.40 ริงกิต ตู้คล้ายรถไฟฟ้าของบางกอกบ้านเราเลย นั่งเรียงไปซ้ายขวาริมสองข้างตู้ แถวกลางโล่งมีหูจับให้ยืนโหน มีเสากลางให้ยืนพิง..คนมาเลย์ก็ชอบยืนขวางหน้าประตูเหมือน ๆ กันกับบ้านเรา...หน้าประตูมีตำแหน่งสถานีที่รถจะผ่านบอกไว้ แต่ไม่ได้เป็นไฟวิ่ง แค่ป้ายเฉย ๆ มีเสียงกระซิบเจ้าหน้าที่ผู้ชายประกาศก่อนจะถึงแต่ละป้ายเบา ๆ ถ้าไม่ตั้งใจฟังก็ไม่รู้เรื่อง อาศัยดูจากป้ายที่ถึงในแต่ละสถานีเอา แล้วประเมินเอาเองเลยว่าสถานีต่อไปคืออะไร...



ถึงสถานีบัตเตอร์เวอร์ธราว ๆ เที่ยง เวลามาตรฐานบ้านเขาต้องบวกไปอีก 1 ชั่วโมงจากบ้านเรา ถึงตรงนี้ เดินตามป้ายได้เลยตลอดทาง...สมัยเด็ก ๆ มีเรื่องที่พ่อสอนทริคเกี่ยวกับภาษามาเลย์ พ่อบอกว่าถ้าจะหาทางออกให้หาคำว่า ”ขี้รั่ว”-”Keluar” ให้นึกว่าเราจะปวดทุรนทุรายขนาดไหนเวลาขี้รั่ว เราต้องรีบหาทางออกไปส้วมให้ได้เร็วที่สุด.... เราตาม”ขี้รั่ว”ไปจนเจอป้ายชี้ไปยังท่าเรือเฟอร์รี่....



เห็นการจัดการคมนาคมบ้านเขานึกถึงการจัดการคมนาคมแบบรวมศูนย์บ้านเราแล้วท้อใจ จะขึ้นรถลงเรือที สถานีแต่ละที่ก็อยู่คนละทิศละทาง สงสารคนแก่ที่ต้องเดินทาง....นี่ของเขานั่งรถไฟมาปุ๊บเดินไม่ถึง 200 เมตร ถึงท่าเรือได้เลย หรือถ้าขี้เกียจนั่งหรือรอเรือก็แยกไปที่ท่ารถข้ามสะพานเข้าปีนังได้เหมือนกันไม่ห่างกันเท่าไหร่



 





บังเอิญเจอขบวนรถไฟในตำนาน Orient Express



 





 





 





 





 





ระหว่างรอ...ในเรือเฟอร์รี่



 





 





ร้านบนเรือ



 





ห้องน้ำชายบนเรือเฟอร์รี่ แคบหน่อย กลิ่นฉุน แต่พอแก้ขัดได้ ห้องน้ำที่สถานีรถไฟเสียเงินทุกแห่ง แต่ที่นี่ฟรี...



 





 



เฟอร์รี่คนใช้บริการหนาแน่น ไม่แน่ใจว่าถ้าไม่ใช่เทศกาลคนจะเยอะแบบนี้ไม๊ คุ้น ๆ ว่าตั้งแต่เด็ก ๆ เรือก็ยังเป็นทรงเดิมแบบเดิมแบบนี้ เพียงแต่มีการปรับปรุงทาสีใหม่ เรือใช้เวลาวิ่ง ประมาณ 20 นาที ก็ถึงฝั่งปีนัง แน่นอนการจัดการคมนาคมรวมศูนย์ยังน่าชมเชยเช่นเดิม เราเดินได้สบาย ๆ จากท่าเรือมาจนถึงท่ารถเมล์ “Rapid PENANG” รถเมล์เจ้าเดียวที่วิ่งรอบเกาะปีนัง แต่ก็มีการจัดการดี (อีกแล้ว) รถสะอาด มีที่นั่งให้คนพิการ ทางขึ้นทางลงแยกกัน ราคาก็ไม่แพง สามารถนั่งเล่นได้รอบเกาะเลย ที่สำคัญมีรถฟรีด้วยวิ่งจากท่าเรือ ไปตึกศูนย์กลางการค้าและคมนาคมเมืองด้วย มันยอดมาก ๆ ถ้าเราอ่านแผนที่ดี ๆ ก็นั่งไปลงตามป้ายจุดจอดรถต่าง ๆ เลือกให้ใกล้ที่พักที่สุด แล้วเดินต่ออีกสักนิด ก็ไปวางกระเป๋าที่ห้องพักได้เรียบร้อย ประหยัดตังค์ได้อีก..แล้วเราก็ทำแบบนี้แหละ...



 





 



 





 





 





 





 





โครงตึกเก่า กำลังรอบูรณะ



มาปีนังมาทำอะไร....สมัยก่อน บ้างก็มาเรียน มาเที่ยววัดงู วัดเต่า ไปนั่งรถรางขึ้นปีนังฮิลล์ชมวิวจากยอดสูงสุดของเมือง ซื้อเหล้า ซื้อขนมแปลก ๆ ที่บ้านเราไม่มี แล้วยุคนี้ละ...



ในยุคที่สื่อโซเชียลพัดโหมกระหน่ำรุนแรง การได้ถ่ายรูป การได้เช็คอินลงสื่อช่วยกระตุ้นความอยากให้ได้มาเห็นของจริง เมืองจอร์จทาวน์อันเป็นเมืองหลวงของรัฐปีนังได้ถูกประกาศให้กลายเป็นเมืองมรดกโลก ปี 2551 และในปี 2555 (2012) ก็มีการจัดนิทรรศการงานศิลปะขึ้น โดยนายคนนี้ Ernest Zacharevic ศิลปินชาวลิทัวเนีย ร่วมวาดด้วยโดยดึงศิลปวัฒนธรรมแวดล้อมของปีนังใส่เข้ามาในวิถึชีวิตของคนในภาพ ต้องนับว่าตาคนนี้เป็นตัวพ่อเลยที่สามารถดึงให้คนรู้จักปีนังไปทั่วโลก เพราะนึกถึงความเป็นจริงว่าจะมีใครที่จะไปสนใจเรื่องของประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม ถ้าไม่มีตานี่มาช่วยวาดภาพตามมุมต่าง ๆ ในเมืองเก่า กระตุ้นให้ทั้งคนทั่วไป เด็ก วัยรุ่นมีความอยากรู้ สนใจว่าภาพพวกนี้ซ่อนตรงจุดไหนบ้าง และดึงให้ผ่านตาพวกบ้าน อาคารเก่าที่ล้วนมีที่มาอันยาวนานสร้างความสนใจใคร่รู้ได้อย่างแยบยล



แล้วเราชอบดูอะไร ปกติชอบดูบ้านเก่าทุนเดิมอยู่แล้ว มานี่ก็ได้ชมอย่างเต็มอิ่ม ยังเก็บได้ไม่หมดด้วยเพราะมากมายจริง ๆ สมัยก่อนก็ไม่เคยสนใจตามประสา ด้วยว่าวัยคงยังไม่ถึง...นอกจากสนุกกับบ้านเก่ายังมีของแถมเป็นงานสตรีทอาร์ทเจ๋ง ๆ ต้องยอมรับว่าภาพทุกภาพผ่านการกระบวนการคิดมาทั้งสิ้น ทั้งแนวคิดในภาพ รวมถึงสถานที่ตั้งในแต่ละจุด...ศิลปะช่วยให้เมืองมีชีวิตได้จริง ๆ...



 





 





 





 





 





 





 





 





 





 





 





 





 





 





 





 





 





 





 





 





 





 





 





 





 





นึกถึงมัสยิดบ้านบน สงขลา



 





 





ตึกสูงด้านหลังคือตึกคอมต้า ศูนย์การค้า ศูนย์คมนาคมเมืองปีนัง.... เก่า -.ใหม่ อยู่ด้วยกันได้...



 





 





 





ผลงานโผมมมมมม .. ป้ายแบบนี้ติดอยู่รอบตลาดเก่าที่กำลังรื้อสร้างใหม่ในปีนัง



 



 





จักรยานยังเป็นส่วนเกินอยู่ดี....



 



 



 





 





 





 





 





เดิน ปั่นจักรยานจนเหนื่อย มันต้องเติมสิ่งขาดหายไปสิ...มาที่นี่กินอะไรกันบ้าง



Cendol เป็นน้ำแข็งไส เท่าที่มองเห็น มีข้าวโพด ถั่วแดง ลอดช่องเขียว น้ำตาลแดง โปะน้ำแข็งขูดกดๆ ลงด้านบน มันดูแฟบ ๆ ไม่ค่อยน่ากินเหมือนภาพไวนิลที่ติดบนรถเข็นแต่....แม่ง อร่อยชิบเป๋ง ยิ่งเดินมาร้อน ๆ นะสุดยอดดดด นั่งรถเมล์ผ่านวันแรกก็เห็นว่าคนต่อแถวยาวจากในซอยถึงถนนใหญ่เลย นึกว่ามีขายของลดราคา... วันต่อมาปั่น จกย.มารอเป็นคนแรก ถึงพร้อมรถเข็นเลย ว่าจะช่วยจัดร้านให้ก็เกรงใจ ตัวท้อปสุดใส่ทุกอย่างไม่เกิน 5 ริงกิต



 





Mee Ko Reng หน้าตาคล้ายหมี่สะปำภูเก็ตบ้านเรา แต่ของเขาใส่ซอสสีแป๊ดมาก มีหมึกแช่ ไข่ เนื้อไก่ ราคาประมาณ 4 ริงกิต



 



 





 





ก๋วยจั๊บเป็ดฉีก จำชื่อร้านไม่ได้ ไม่เหมือนบ้านเราที่จะมีชิ้นส่วนให้เลือก น้ำซุปสีดำราวกับโค้กที่วางลืมทิ้งไว้จนไหม้แห้งคาเตาแก๊ส มืดมิดราวกับคืนที่ไร้พระจันทร์แถมมี ฝนฟ้าคะนองหนักหน่วงจนพัดเสาไฟฟ้าหน้าหมู่บ้านล้มหักโค่นไฟดับสนิททั้งหมู่บ้าน ก๋วยจั๊บเป็ดรสเด็ด ที่คนต่อคิวยาวราวกับมีการเล่นเก้าอีั้ดนตรีอยู่ริมถนน คนเยอะจนต้องมีการจัดคิวจดและจำรายการด้วยจอทัชสกรีนวางกันตรงข้างตู้กระจกบนรถเข็นก๋วยเตี๋ยว ... เหตุเกิด ณ ตลาด Kimberley night market , Penang ราคาชามละ 8 ริงกิต



 





 





 





 





ขนมจีบ ซาลาเปา ร้าน Tai Tong ขนมจีบเนื้อแน่นกินกับซอสแดงไม่ใช่ซอสพริก จะคล้ายซอสติ่มซำร้านแถบตรัง ภูเก็ต... รสชาติอร่อยกันคนละแบบกับของหาดใหญ่ ตัวเลือกติ่มซำน้อยแต่อร่อยทุกอย่าง ซาลาเปามีแต่หมูแดงซอสที่ใส่ข้นเหนียวอร่อยมาก พร้อมเสิร์ฟชาร้อนสีเข้มมาล้างปากเข้ากัน ๆ ... ซิกเนเจอร์อีกอย่างของร้านคือ พนักงานเสิร์ฟ รุ่นแม่ทุกคน น่ารัก ดูเก๋าเกมส์ดี นิ่ง ๆ สุขุม ลุ้นทุกทีเวลาเรียกรถเข็นแกให้มาส่งของกิน กลัวจะไม่ถึง แอบมอง ๆ ไปในครัวก็เห็นวัยไล่เลี่ยกัน คงเป็นนโยบายของร้านเขา...



 





 





ลก ลก อะไรก็ได้ที่สามารถเสียบไม้ได้ ปลาหมึก ลูกชิ้น เกี๊ยวทอด มีหม้อน้ำเดือด ให้หย่อนลวก พร้อมน้ำจิ้มเกือบ 10 แบบ วิธีกิน เดินไปหยิบจานพลาสติค ที่เขาวางไว้ใกล้ ๆ หยิบของที่อยากกิน มากิน มาลวกได้ตามใจ ราดน้ำจิ้มที่ชอบ อิ่มก็เอาไม้พวกนี้ไปให้พ่อค้า ตรงท่อนท้ายของไม้จะมีสีแบ่งไว้ แต่ละสีจะมีเรทราคาต่างกัน ราคาจำไม่ได้ แต่พอ ๆ กันกับบ้านเรา กินจนมึน...ลืมเลย



 



 





 





 







Black Kettle หิวกาแฟแวะร้านนี้สักหน่อยทางผ่านจะไปที่ท่ารถเมล์ ร้านจัดสวย ขนมจัดในตู้โชว์เหมือนของในพิพิธภัณฑ์ ลองสั่งครัวซองต์อัลมอนด์มาชิ้นนึง เข้าท่าเขียว ด้านหลังเป็นโซนขายอาหารด้วย





 



 





 





วันนี้มีทะเลหมอกเล็ก ๆ ฝั่งบัทเตอร์เวอร์ทด้วย



มาแล้วเดี๋ยวจะหาว่ามาไม่ถึง อยากรู้ว่ามีอะไรเปลี่ยนแปลงไปบ้าง ปีนังฮิลล์วันนี้ คนรอคิวยาว รถรางวิ่งเร็วมากกว่าเมื่อก่อนเยอะ เร็วกว่าตอนรอคิวทั้งขาไปขากลับ อากาศข้างบนเย็นสบาย ด้านบนมีทำเป็นลานกิจกรรมต่าง ๆ ให้เด็ก ๆ อย่างโชว์สัตว์ด้วย อยู่ไม่นานก็รีบกลับเพราะเริ่มมืด กลัวรถเมล์หมดจะเดินทางลำบาก...



 



มองปีนังแล้วนึกถึงสงขลา แม้เราจะอาจเทียบเรื่องขนาดหรือความเก่าแก่ไม่ได้ แต่เรื่องน้ำจิตน้ำใจ คนบ้านเรามีให้กันเสมอ ในเมืองมรดกโลก จอร์จ ทาวน์ เราใช้ยานพาหนะหลายอย่างทั้ง รถเมล์ จักรยาน รวมไปถึงการเดิน คนที่นั่นเอาง่าย ๆ ยังขาดความเอื้อเฟื้อทั้งชาติเดียวกันเองและชาติอื่น ๆ รวมไปถึงนักท่องเที่ยวด้วย เห็นใครขับรถขวางหูขวางตา พ่อก็กดแตรกันจนถ้าเปรียบเป็นคนที่ถูกบีบคออยู่ก็เอาจนขาดใจเลยแหละ แต่ก็ดีตรงที่ไม่เห็นมีใครลงมาต่อยกัน ถ้าเป็นบ้านเรากดขนาดนี้ ได้เป็นข่าวแน่ ๆ



การเดินทางด้วยรถไฟ สะดวก ตรงเวลา นั่งสบาย ๆ เพราะขึ้นที่ต้นทางทั้งขาไปขากลับ รู้สึกปลอดภัยกว่ารถตู้เยอะ... รถเมล์ฟรีในปีนังเวิร์คมาก รอบนี้ไม่ได้เอาจักรยานไปแต่รู้แนวแล้ว จักรยานพับน่าจะสะดวกที่สุด เอาขึ้นรถไฟได้ด้วย ลงปุ๊บปั่นขึ้นเรือเฟอร์รี่ต่อได้เลย ถึงท่าปั่นเข้าเมืองได้ต่อ



สงสัยอยู่นิดนึงระหว่างทางบนรถไฟก็เห็นคนมาเลย์ในพื้นที่เอาทั้งเสือภูเขา และจักรยาน ทัวร์ริ่งขึ้นทั้งคันเลย ไม่เห็นพนักงานรถไฟว่าอะไร ไม่รู้คนต่างชาติอย่างเราเอาขึ้นไปจะมีปัญหาหรือปล่าวยิ่งคุยไม่ค่อยรู้เรื่องด้วย



ในตัวเมืองเก่า จอร์จ ทาวน์ มีโอกาสควรออกมาชมเมืองตอนเช้า ๆ ด้วยจักรยานหรือเดินก็ได้ บรรยากาศดีมาก ๆ แต่สาย ๆ เสี่ยงหน่อยสำหรับมือใหม่ ที่ไม่เคยปั่นรถถีบในเมือง เพราะยังเป็นเมืองที่มีการค้าขายและคนก็ยังใช้ชีวิตกันอยู่ตามปกติ รถบรรทุกวิ่งส่งของกันขวักไขว่ จะหวาดเสียวหน่อย...ถามว่าจะมาอีกไหม....แน่นอน ยังกิน ยังเดินและยังปั่นไปไม่ครบทุกตึกเลย.....



 



ขอบคุณมากครับสำหรับข้อมูลการเดินทางและที่พัก แซม แซม ญาณบ้าน (Nathawut Nonthikarn) ขวัญ Nattaya Saelee



 





 





 



ที่มา:หาดใหญ่รีวิว


ออฟไลน์ นายไข่นุ้ย

  • SinglE BoY
  • ประวัติการขาย
  • สมาชิกกลุ่มดาว ๑๐-๓

  • ยืนยันตัวตนแล้ว

    สถานะการยืนยันที่สำนักงานสถานะการยืนยันบัตรประชาชนสถานะการยืนยันที่อยู่สถานะการยืนยันรูปถ่ายสถานะการยืนยันหมายเลขโทรศัพท์

    Social Media

    สถานะการยืนยัน facebookสถานะการยืนยัน google+สถานะการยืนยัน twitterสถานะการยืนยัน lineสถานะการยืนยัน whatsapp

    ประวัติการใช้งาน

    • ใช้งานล่าสุดเมื่อ แรกวา เวลา ๒๒:๐๔
      • จำนวนกระทู้ ๖๒๔
      • จำนวนตอบ ๒๓,๒๕๗
  • HS9HHT ๑๔๕.๑๕๐ MHz
Re: ปีนังกี่ครั้ง ๆ ยังไม่เข็ด
« ตอบกลับ #1 เมื่อ: 16:34 น. วันที่ 04 ม.ค.60 »
ส.โทร  ไปเมื่อใดแล้วนั้น...นั่งรถนานมั๊ยยยยยย.... ส.กลิ้ง
DO YOU KNOW ME? I AM A CAT 28 YEARS. AND YOU?    แมวแท้สู (แมวยิ้ม)

 


ร่วมขับเคลื่อนโดย
เว็บไซท์นี้จัดสร้างขึ้นมาเพื่อเป็นสังคมออนไลน์ของชาวหาดใหญ่ - สงขลา สงวนลิขสิทธิ์ © บริษัท บ้านเรา คอร์ปอเรชั่น จำกัด
นโยบาย | เกี่ยวกับเรา | ลงโฆษณา | ร้องเรียน | แจ้งข้อผิดพลาด | ติดต่อเรา | มีอะไรใหม่ในเว็บกิมหยง | คุยกับเว็บมาสเตอร์
เครือข่ายเว็บไซท์ท้องถิ่นไทย [ ตรัง ] [ ขอนแก่น ] [ เชียงใหม่ ] [ เชียงราย ] [ อุดรธานี ] [ หาดใหญ่ - สงขลา ] [ น่าน ] [ พัทลุง ] [ นครศรีธรรมราช ]