gimyong หาดใหญ่
ศูนย์ประชุมนานาชาติฉลองสิริราชสมบัติครบ ๖๐ ปี
 
 

 


  หัวข้อ / เริ่มโดย ตอบ / อ่าน กระทู้ล่าสุด
ขอเชิญร่วมสร้างอาคารผู้ปฏิบัติธรรม ณ วัดป่าแสงธรรม

ขอเชิญร่วมสร้างอาคารผู้ปฏิบัติธรรม ณ วัดป่าแสงธรรม

เริ่มโดย น้าเต่า

3115
อ่าน
5
ตอบ
16:10 น. วันที่ 26 ก.ย.60
โดย สายน้ำ

ผู้เขียน หัวข้อ: บทความเรื่อง บุพเพสันนิวาส  (อ่าน 294 ครั้ง)

บทความเรื่อง บุพเพสันนิวาส

ออฟไลน์ ทีมงานประชาสัมพันธ์

บทความเรื่อง บุพเพสันนิวาส
« เมื่อ: 11:44 น. วันที่ 23 ม.ค.60 »
บุพเพสันนิวาส

มักมีคำถามเกิดขึ้นบ่อยครั้งว่า  การเจอกันสบตากันแล้วถูกชะตากัน ชอบพอกัน อย่างนี้เรียกว่าบุพเพสันนิวาสได้หรือไม่

บุพเพสันนิวาสเกิดขึ้นจากเหตุ 2 ประการ คือ การกระทำที่ทำร่วมกันมาในกาลก่อน และ การกระทำที่เกื้อกูลกันในภายหลัง บุพเพสันนิวาสยังหมายความถึง การอยู่กันเหมือนก่อน คือความทรงจำครั้งก่อนๆขับเคลื่อนชีวิตให้เป็นอยู่ ความทรงจำดีๆ เรื่องราวต่างๆ ที่หล่อหลอมชีวิตและจิตใจของเราให้ฝักใฝ่ไปในทางที่เรารักใคร่ ที่เราปรารถนา  เหมือนเราเคยรู้จักกันมาในวันก่อน การที่เราจะขับเคลื่อนเรื่องราวจากอดีตไปสู่อนาคตนี้ต้องใช้ชีวิตเรี่ยวแรงและกายใจที่จะขับเคลื่อนความรู้สึกเหล่านั้นให้เคลื่อนไปได้ เหมือนอย่างกะว่ามันไม่เคยจางไปตามกาลเวลา จะเกิดขึ้นก็ต่อเมื่อมีเรี่ยวแรงขับเคลื่อนจากอดีตที่มากพอที่จะส่งผลมายังปัจจุบัน คือมีกำลังมากพอที่จะนำพาสิ่งเหล่านั้นไปยังปัจจุบัน ก็ต่อเมื่อมีบุคคลที่รักที่ปรารถนา เมื่อมีบุคคลที่รักที่ปรารถนา ปัจจัยต่างๆก็พรั่งพร้อมที่จะขุดเอาเรื่องราวในอดีตที่มีอยู่แล้วให้เกิดขึ้นการที่เราขับเคลื่อนความทรงจำครั้งเก่าก่อนให้ผ่านเข้ามาอยู่ในโลกปัจจุบัน การที่เราทำอย่างนั้นก็เป็นเหตุอันพอเพียงพอที่ความรู้สึกเหล่านั้นจะยังคงมุ่งหน้าไปในอนาคต และขับเคลื่อนไปอย่างไม่มีวันสิ้นสุด

บุพเพสันนิวาส ไม่ขึ้นกับกาลเวลา ยุคสมัย แต่ขึ้นอยู่กับจิตใจที่มันไม่เคยเปลี่ยน และไม่ยอมเปลี่ยน การที่จะกระตุ้นบุพเพสันนิวาสในจิตใจของเราให้เกิดขึ้น มันมีไม่กี่เรื่อง และเรื่องเหล่านั้นมันไปตรงกับความรู้สึกนึกคิด หรือจิตเดิมแท้ของเราที่ได้สั่งสมมาอย่างนั้น เช่น การที่เราบังเอิญเหลือบไปเห็นแมวแล้วเกิดความรู้สึกชอบขึ้นมาในทันทีทันใด อย่างนี้เรียกว่ามีบุพเพสันนิวาสกับแมว แต่การที่เราจะเห็นแมวแล้วชอบขึ้นมาได้นั้น มันก็เกิดจากหลายเหตุหลายปัจจัย เช่น เห็นแววตาแมวแล้วมีเรื่องราวในอดีต ทำให้เรานึกถึง แล้วเรื่องราวในอดีตก็ผลักดันทำให้เกิดความรู้สึกชอบขึ้นมาตั้งแต่แรกพบ คือเกิดบุพเพสันนิวาสขึ้นมาตอนนั้น ไม่ได้เกิดขึ้นมาข้ามภพข้ามชาติแต่อย่างใด    เป็นเพราะเรื่องราวในใจของเราต่างหากที่ทำให้ปรากฏเห็นเป็นอย่างนั้น ถ้าเราไม่มีเรื่องราวที่อยู่ในใจ ก็ไม่สามารถเรียกว่าบุพเพสันนิวาสได้ เพราะมันขาดแรงกำลังในอดีตที่จะขับเคลื่อนมันไป เช่น เราอาจพบเจอใครสักคนหนึ่ง ที่เรารัก ที่เราพอใจ ที่เราปรารถนา คนคนนี้ไม่ใช่คู่รัก คู่ครองที่เราพอใจหรือปรารถนาหรอก แต่เพราะว่าจิตเดิมแท้ของเรามันมีอยู่แล้วคือ  มันต้องการใครสักคนให้มารัก ให้พอใจ ให้ปรารถนา แต่เมื่อเราได้พบเจอใครคนนั้น จึงจะเกิดบุพเพสันนิวาส การที่เราคิดว่าคนคนนั้นเป็นบุพเพสันนิวาสที่เป็นมาแต่ในอตีตชาติหรือมองข้ามภพข้ามชาติยังเป็นการมองแง่เดียวฝ่ายเดียวอยู่ มันจึงยังไม่เป็นประโยชน์อย่างที่ควรจะได้รับ เมื่อมันอาจไม่เป็นประโยชน์แล้ว สิ่งเหล่านี้ก็ยังเป็นเครื่องกั้นขวางความจริงอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้อีกด้วย

การเกิดบุพเพสันนิวาส มีหลายเหตุหลายปัจจัย มีเรื่องราวต่างๆ เกิดขึ้นมามากมาย และพร้อมที่จะเกิดขึ้นต่อไปจากนี้อีกมากมายไม่ต่างกัน การเกิดบุพเพสันนิวาส เกิดจากการที่มีสิ่งอันน่าเสพน่าพอใจน่าสัมผัสมาเป็นสื่อร่วมด้วย สิ่งที่น่าพอใจคงหนีไม่พ้นคำที่เราเรียกกันว่าคน เช่น เจมส์ เรืองศักดิ์ กับคนรักคือ ครูก้อย คู่นี้เรียกได้ว่า บุพเพสันนิวาส และเป็นบุพเพสันนิวาสแท้  โดยเจมส์เจอกับครูก้อยจนเกิดความรักถาโถมเข้ามาโดยไม่รู้ตัว คือพบเจอแล้วก็รักเลย ไม่มีกาลเวลาหรือสิ่งอื่นใดมาเป็นขอบเขตกั้น และในเวลาอันไม่นานก็ยกขบวนขันหมากสู่ขอกันโดยไม่รีรอ การเกิดบุพเพสันนิวาสนั้น จะไม่มีประเพณี วัฒนธรรม ไม่มีเรื่องราวใดๆมาปิดกั้นได้ ไม่มีเรื่องราวค่านิยมของสังคมมาขวางได้ ฉะนั้นการจะเกิดบุพเพสันนิวาสได้นั้น จึงไม่ง่ายเลย

บุพเพสันนิวาสเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา เพราะยังไม่เป็นบุพเพสันนิวาสจริงๆนั้นเอง ในวันหนึ่งที่ใจรู้สึกผิดหวัง จิตก็จะสั่งสมประสบการณ์ใหม่ เช่น เมื่อก่อนเจอคนที่เราพอใจเราก็ถูกใจ แต่ปัจจุบัน ขอเป็นใครสักคนที่รักกันจริง กาลเวลาจึงสามารถเปลี่ยนจิตที่เคยสั่งสมมาแล้วเพื่อหล่อหลอมจิตดวงใหม่ ทันทีที่เราไปพบเจอใครที่เราพอใจในแบบที่เราต้องการใหม่ จึงอาจเกิดบุพเพสันนิวาสขึ้นมาได้อีก คือต่างคนก็ต่างต้องการรักดีๆรักที่พร้อมจะดูแลเกื้อกูลกัน  รักที่พร้อมจะเกื้อกูลกันอาจจะไม่ได้ครองคู่อยู่ด้วยกันเสมอไป อาจจะเป็นไปในรูปของกัลยาณมิตร เป็นต้น นี่คือบุพเพสันนิวาสที่แท้จริงอีกประการหนึ่ง

หากจะมองให้ลึกลงไป จิตใจของเราที่สั่งสมเรื่องราวที่ดีงามอยู่เสมอ เช่น การประพฤติการปฏิบัติธรรม ฉะนั้นการที่เราได้พบเจอบุคคลที่น่าเสื่อมใส เช่น พระ เราอาจจะศรัทธาขึ้นมาตอนนั้นก็เป็นได้  จิตที่เราสั่งสมมาเช่นไรสิ่งเหล่านี้ก็จะพาเราไปหาบุคคลเช่นนั้น เช่น เราเห็นว่าพระท่านนี้น่าศรัทธาน่าเลื่อมใส พระท่านนี้ปลุกเสกดี แต่ความเป็นจริงบุคคลเหล่านี้ตรงกับความนิยมชมชอบของเราทั้งนั้น ซึ่งบางทีคนอื่นๆก็ไม่ได้เห็นด้วยกับเราเสียทั้งหมด  กล่าวอีกมุมหนึ่ง การที่เรามองว่าพระท่านขลัง มีวิชาอันลึกลับ บางทีอาจไม่เป็นอย่างนั้นก็เป็นได้ ที่เป็นอย่างนั้นก็เพราะเรานิยมชมชอบนั่นเอง จึงควรย้ำเตือนตนเสมอว่า การปฏิบัติธรรมของเราเป็นไปเพื่อสิ่งที่ดีงามจริงๆหรือไม่ หากเป็นอย่างนั้นจริง จิตที่สั่งสมดีแล้วก็จะพาเราไปพบเจอคนที่ดีงามเหมือนกัน เพราะฉะนั้น บุพเพสันนิวาสหากเกิดขึ้นแล้วก็ควรรักษาไว้ (บุพเพสันนิวาสที่ว่าคือ บุพเพสันนิวาสที่ส่งเสริมไปในทางที่ดีงาม) หากยังไม่เกิดก็ควรทำให้มันเกิด คือสั่งสมจิตพัฒนาจิตให้สูงขึ้นจนเราได้พบบุพเพสันนิวาสที่แท้จริง เช่น เจอคนที่ดีก็ชอบก็พอใจ เจอพระพุทธเจ้าก็จิตมีศรัทธา เจอการประพฤติปฏิบัติธรรมดีที่ถูกต้องหรือได้รู้จักอานาปานสติแล้วก็มีฉันทะ  บุพเพสันนิวาสเป็นการส่งเสริมกันในทางที่ดี เราสามารถเป็นบุพเพสันนิวาสกับพระธรรมได้ เราสามารถเป็นบุพเพสันนิวาสกับพระพุทธเจ้าได้ เพราะว่าส่งเสริมกันไปในทางที่มันดีและถูกต้อง อย่างนี้คือบุพเพสันนิวาสที่เราควรจะรู้จัก เพราะเป็นรักแท้ที่สูงสุดกว่าสิ่งอื่นใด

ฝากทิ้งท้าย จะดีจะร้ายเราก็เคยผ่านมาแล้วทั้งนั้น ฉะนั้นจึงอยู่ที่เราว่าจะเปลี่ยนสิ่งต่างๆที่ผ่านมาให้เป็นไปในทางที่ดีงามได้อย่างไร แม้สิ่งที่ผ่านมานั้นดีอยู่แล้วก็ควรสร้างสิ่งที่ดีที่สุดต่อเติมต่อไป ความรู้ความเข้าใจจึงเป็นปัจจัยที่สำคัญที่ดีงามที่เราสามารถวางท่าทีที่ดีต่อสิ่งนั้นได้อย่างเหมาะสม เมื่อวางท่าทีต่อสิ่งนั้นได้อย่างเหมาะสม จึงทำให้รู้ว่าบุคคลสำคัญที่สุดคือใคร

บทความโดย หลวงพี่มหาคุยธรรม

ประวัติโดยสังเขปสำนักกรรมฐานจันทวงศ์ สุภัททกัลยาณี
แม่ชีอรวรรณ มณีรัตนโชติ หรือที่รู้จักกันในนามแม่ชีหนิง ผู้ผ่านชีวิตฆราวาสมาอย่าง ครบถ้วน ซึ่งได้เบนเข็มชีวิตเข้าสู่เส้นทางธรรม มีแง่คิด เทคนิค และวิธีการ สร้างแรงดลบันดาลใจให้ฆราวาสในการประพฤติปฎิบัติธรรมได้อย่างลึกซึ้ง ปัจจุบันเป็นผู้สอน กรรมฐานในสำนักจันทวงศ์ สุภัททกัลยาณี ซึ่งเปิดเป็นสถานปฎิบัติธรรมที่อบรม ตามแนวทางอานาปานสติ เปิดให้นักบวชและผู้สนใจการ ปฎิบัติ เข้ามาฝึกฝนตัวเอง ได้เรียนรู้วิธีการที่ง่ายในการ เข้าถึงลมหายใจ ตอนนี้สาขา แรกจัดตั้งขึ้นที่ อำเภอหาดใหญ่ จ.สงขลา หวังใจไว้ว่า อานาปานสติซึ่ง เป็นวิธีการเจริญสติปัฎฐานที่ พระพุทธองค์ทรงค้นพบ จะกลับมาเป็นที่แพร่หลายในหมู่ พุทธศาสนิกชนสืบต่อไป โดยใช้นามปากกา หลวงพี่มหาคุยธรรม



 


ร่วมขับเคลื่อนโดย
เว็บไซท์นี้จัดสร้างขึ้นมาเพื่อเป็นสังคมออนไลน์ของชาวหาดใหญ่ - สงขลา สงวนลิขสิทธิ์ © บริษัท บ้านเรา คอร์ปอเรชั่น จำกัด
นโยบาย | เกี่ยวกับเรา | ลงโฆษณา | ร้องเรียน | แจ้งข้อผิดพลาด | ติดต่อเรา | มีอะไรใหม่ในเว็บกิมหยง | คุยกับเว็บมาสเตอร์
เครือข่ายเว็บไซท์ท้องถิ่นไทย [ ตรัง ] [ ขอนแก่น ] [ เชียงใหม่ ] [ เชียงราย ] [ อุดรธานี ] [ หาดใหญ่ - สงขลา ] [ น่าน ] [ พัทลุง ] [ นครศรีธรรมราช ]