gimyong หาดใหญ่
ศูนย์ประชุมนานาชาติฉลองสิริราชสมบัติครบ ๖๐ ปี
 
 

 

ผู้เขียน หัวข้อ: ที่ดินวัดร้าง สำนักพุทธฯนำไปปล่อยเช่าแทนที่จะให้ชุมชนใช้ประโยชน์  (อ่าน 4963 ครั้ง)

ที่ดินวัดร้าง สำนักพุทธฯนำไปปล่อยเช่าแทนที่จะให้ชุมชนใช้ประโยชน์

กบแดง นเรศวร

  • บุคคลทั่วไป

Immi redblue

  • บุคคลทั่วไป
มีคุณครูมาหาหลวงปู่ชา เมื่อหลวงปู่ทราบว่า
เป็นคุณครู หลวงปู่จึงถามว่า

"เป็นครูสอนตัวเอง หรือสอนคนอื่น ?"

หลวงปู่ชา ท่านมอบโอวาทให้คุณครู ไว้ว่า

“เราควรจะเอาเยี่ยงอย่างพระพุทธเจ้า

มีอยู่คราวหนึ่ง พระองค์เทศน์ให้พระภิกษุทั้งหลายฟังในที่ประชุม
พระสารีบุตรก็นั่งฟังอยู่ด้วย พอพระองค์เทศน์จบลง
จึงตรัสถามพระสารีบุตรต่อหน้าภิกษุทั้งหลายนั้นว่า
สารีบุตร ที่เราแสดงธรรมให้เธอฟังนี้ เธอเชื่อไหม?

...พระสารีบุตรเป็นผู้มีปัญญา จึงประนมมือตอบว่า
ยังไม่เชื่อพระเจ้าข้า

พระพุทธเจ้าท่านได้ฟังดังนั้น พระองค์จึงตรัสว่าดีละ
สารีบุตร ผู้มีปัญญาไม่ควรเชื่ออะไรง่ายๆ เมื่อได้ฟังอย่างใดแล้วจะต้องนำไปพิจารณาด้วยปัญญาของตนเองก่อน เมื่อเห็นว่าสิ่งนั้นถูกต้องดีแล้ว มีเหตุมีผลดีแล้ว จึงเชื่อ อย่างนี้จึงจะชื่อว่า เป็นคนมีปัญญา
อย่างนี้เป็นต้น

เราสังเกตดูซิว่า พระพุทธเจ้าของเราท่านเก่งขนาดไหน?

ถ้าเป็นพวกเราทุกวันนี้ ลูกศิษย์ไม่เชื่อเป็นไล่หนีทันทีเลย โกรธให้เขาเสียแล้ว ชอบจะเป็นกันอย่างนี้

ดังนั้น เราทั้งหลายจะต้องสอนตัวเองด้วย สอนผู้อื่นด้วย เราจึงจะไม่เป็นทุกข์ ไม่แบกไม่หามลูกศิษย์
ถ้าไม่อย่างนั้น อาจารย์ก็ต้องเป็นทุกข์ทรมาน
เพราะลูกศิษย์

เด็ก ๆ สมัยนี้ไม่เหมือนก่อน
มันคอยจะสู้อาจารย์อยู่เรื่อย ข้อนี้ต้องระวังให้ดี
สอนเขาแล้วเราต้องปฏิบัติตัวเองด้วย
เด็กเขาต้องการตัวอย่าง เราต้องทำให้เขาดู
ไม่ใช่ดีแต่พูดอย่างเดียว และถ้าเขาไม่เชื่อ
เราก็ต้องหันมาสอนใจเราเอง อย่าไปโกรธให้เขา นี้จึงจะได้ชื่อว่า เป็นอาจารย์สอนคนอื่นได้ แต่ถ้าเราเองก็สอนตัวเองไม่ได้แล้ว เราจะไปสอนใครที่ไหนได้"...

Banrai Reddy 4×100

  • บุคคลทั่วไป
ชาวพุทธที่แท้ต้องยืนหยัดในความเป็นพุทธ ไม่ใช่ไปนับถือศาสนาอื่นปะปน แต่ใช่ว่าการเป็นพุทธหรือการเป็นศาสนิกชนอื่น จะเป็นการไปเหยียดหรือดูแคลนศาสนาอื่น แต่เราจำเป็นต้องยืนหยัดในความเป็นพุทธ
      การเป็นพุทธที่แท้ ไม่ใช่ว่าเราพบเจอศาสดาอื่น จะยอมรับหรือเคารพเฉกเช่นพระพุทธเจ้าซึ่งเป็นศาสดาของศาสนาพุทธ แต่แม้เราไม่ได้นับถือศาสนาอื่น ก็ใช่ว่าเราจะไปเหยียดหยาม ดูแคลนศาสนาอื่น ต้องเคารพสิทธิของแต่ละคน
           เครื่องชี้วัดว่าใครเป็นพุทธแท้หรือไม่ สามารถลองใช้มาตรฐานของ ดร.อัมเบดการ์  อดีตรัฐมนตรีกระทรวงแรงงานและกระทรวงยุติธรรมของอินเดีย และเป็นประธานร่างรัฐธรรมนูญของอินเดีย ท่านถูกยกย่องให้เป็น "บิดาแห่งรัฐธรรมนูญอินเดีย" อีกด้วย ท่านยังเป็นผู้อุปถัมภ์พระพุทธศาสนาในประเทศอินเดีย ท่านได้นำชาวอินเดียราว 500,000 คนเปลี่ยนศาสนาเป็นพุทธเมื่อปี 2499
           คำปฏิญาณ 22 ข้อเมื่อวันที่ 14 ตุลาคม 2499 ของ ดร.อัมเบดการ์ เป็นดังนี้:
           1. ข้าพเจ้าจะไม่บูชาพระพรหม พระศิวะ พระวิษณุต่อไป
           2. ข้าพเจ้าจะไม่เชื่อว่าพระราม พระกฤษณะ เป็นพระเจ้า ข้าพเจ้าจะไม่เคารพต่อไป
           3. ข้าพเจ้าจะไม่เคารพบูชาเทวดาทั้งหลายของศาสนาฮินดูต่อไป
           4. ข้าพเจ้าจะไม่เชื่อลัทธิอวตารต่อไป
           5. ข้าพเจ้าจะไม่เชื่อว่า พระพุทธเจ้าคืออวตารของพระวิษณุ การเชื่อเช่นนั้น คือคนบ้า
           6. ข้าพเจ้าจะไม่ทำพิธีสารท และบิณฑบาตแบบฮินดูต่อไป
           7.ข้าพเจ้าจะไม่ทำสิ่งที่ขัดต่อคำสอนของพระพุทธเจ้า
           8. ข้าพเจ้าจะไม่เชิญพราหมณ์มาทำพิธีทุกอย่างไป
           9. ข้าพเจ้าเชื่อว่าทุกคนที่เกิดมาในโลกนี้มีศักดิ์ศรีและฐานะเสมอกัน
           10. ข้าพเจ้าจะต่อสู้เพื่อความมีสิทธิเสรีภาพเสมอกัน
           11. ข้าพเจ้าจะปฏิบัติมรรคมีองค์ 8 โดยครบถ้วน
           12. ข้าพเจ้าจะบำเพ็ญบารมี 10 ทัศ โดยครบถ้วน
           13. ข้าพเจ้าจะแผ่เมตตาแก่มนุษย์และสัตว์ทุกจำพวก
           14. ข้าพเจ้าจะไม่ลักขโมยคนอื่น
           15. ข้าพเจ้าจะไม่ประพฤติผิดในกาม
           16. ข้าพเจ้าจะไม่พูดปด
           17. ข้าพเจ้าจะไม่ดื่มสุรา
           18. ข้าพเจ้าจะบำเพ็ญตนในทาน ศีล ภาวนา
           19. ข้าพเจ้าจะเลิกนับถือศาสนาฮินดู ที่ทำให้สังคมเลวทราม แบ่งชั้นวรรณะ
           20.ข้าพเจ้าเชื่อว่าพุทธศาสนาเท่านั้นที่เป็นศาสนาที่แท้จริง
           21. ข้าพเจ้าเชื่อว่าการที่ข้าพเจ้าหันมานับถือพระพุทธศาสนานั้นเป็นการเกิดใหม่ที่แท้จริง
           22. ตั้งแต่นี้เป็นต้นไป ข้าพเจ้าจะปฏิบัติตนตามคำสอนของพระพุทธศาสนาอย่างเคร่งครัด
           ในข้อที่ 1-6, 8 และ 19 นั้นเป็นการตอกย้ำให้เห็นว่า เราต้องชัดเจนระหว่างพุทธกับพราหมณ์ ไม่ใช่ปล่อยให้ปะปนกัน หรือกลายเป็นการให้พราหมณ์ครอบงำพุทธ ส่วนในข้อที่ 7, 11-18, 20-22 เป็นการประกาศตนเป็นพุทธที่แท้จริงโดยยึดถือคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า และข้อที่ 9 และ 10 ก็เป็นการยืนหยัดในหลักการของศาสนาพุทธแท้ที่เห็นคนเท่าเทียมกัน ไม่มีการแบ่งชั้นวรรณะ
           ในประเทศไทย คงมีบางคน บางกลุ่มที่ปากอ้างว่าเป็นชาวพุทธ แต่ที่แท้ (แอบ) นับถือศาสนาพราหมณ์อย่างฝังลึก เพียงใช้พระและกิจกรรมสวดมนต์เป็นดั่ง "เครื่องมือ" ในการอ้างว่าตนเป็นพุทธเท่านั้น จะสังเกตได้ว่าพวกเขาปฏิบัติกิจต่าง ๆ ตั้งแต่เกิดจนตายตามหลักของศาสนาพราหมณ์ไม่ใช่หลักของศาสนาพุทธแต่อย่างใด คนกลุ่มนี้น่ากลัวเพราะในประวัติศาสตร์ที่ผ่านมา ผู้นำขบวนในศาสนาพราหมณ์พยายามบิดเบือนและทำลายล้างศาสนาพุทธจนแทบจะเหี้ยนไปจากอินเดีย
           เราต้องยืนหยัดในความเป็นพุทธ และขณะเดียวกันก็ต้องจับตาพวกศาสนาพราหมณ์ที่แทรกซึมเข้ามาครอบงำศาสนาพุทธ และเผยแพร่ความคิดที่ไม่ใช่พุทธ หรือที่ต่อต้านพุทธศาสนา...

 


ร่วมขับเคลื่อนโดย
เว็บไซท์นี้จัดสร้างขึ้นมาเพื่อเป็นสังคมออนไลน์ของชาวหาดใหญ่ - สงขลา สงวนลิขสิทธิ์ © บริษัท บ้านเรา คอร์ปอเรชั่น จำกัด
นโยบาย | เกี่ยวกับเรา | ลงโฆษณา | ร้องเรียน | แจ้งข้อผิดพลาด | ติดต่อเรา | มีอะไรใหม่ในเว็บกิมหยง | คุยกับเว็บมาสเตอร์
เครือข่ายเว็บไซท์ท้องถิ่นไทย [ ตรัง ] [ ขอนแก่น ] [ เชียงใหม่ ] [ เชียงราย ] [ อุดรธานี ] [ หาดใหญ่ - สงขลา ] [ น่าน ] [ พัทลุง ] [ นครศรีธรรมราช ]