gimyong หาดใหญ่
ศูนย์ประชุมนานาชาติฉลองสิริราชสมบัติครบ ๖๐ ปี
 
 

 

ผู้เขียน หัวข้อ: ชีวิตหลังความตาย มีจริงหรือไม่แต่กับชีวิตก่อนการเกิด ผมยืนยันได้ว่ามันมีอยู่จริง  (อ่าน 79 ครั้ง)

ชีวิตหลังความตาย มีจริงหรือไม่แต่กับชีวิตก่อนการเกิด ผมยืนยันได้ว่ามันมีอยู่จริง

ออฟไลน์ aroon_177

ห้องคลอดทุกห้องต้องมีนาฬิกาอย่างน้อยหนึ่งเรือน ถ้ามีโอกาสเข้าไปสังเกตการณ์การคลอด คุณจะเห็นพยาบาลคนหนึ่งคอยเหลียวมองนาฬิกาเรือนนั้น ทันทีที่ทารกคลอดออกมา เธอจะรีบขานเวลาบนหน้าปัด ตัวเลขชั่วโมง-นาที จะไปปรากฏบนสูติบัตรในช่องว่างหลังคำว่า เวลาคลอด และวันที่บนปฏิทินวันนั้นก็จะไปปรากฏอยู่บนบัตรประจำตัวอีกหลายใบ ในฐานะวันเกิดของเขา
   วันที่ชีวิตของเขาถือกำเนิดขึ้นมา
ขณะพยาบาลขานเวลา แพทย์จะใช้ลูกยางสีแดงดูดน้ำคร่ำที่อาจจะค้างอยู่ออกจากปากและจมูกของทารก หลังแน่ใจว่าทารกหายใจเองได้ แพทย์จะใช้แคลมป์สองตัวหนีบสายสะดือไว้ รับกรรไกรที่พยาบาลยื่นส่งให้ จากนั้นจึงใช้มันตัดลงไประหว่างแคลมป์ทั้งสองตัว
ฉับ! เลือด 2-3 หยดกระเซ็นอาบคมกรรไกร
เลือดไม่กี่หยุดนั้นเองคือหลักฐานที่ช่วยยืนยันว่า ชีวิตก่อนการเกิด ของพวกเรามีอยู่จริง
คนทั่วไปมักสับสนระหว่าง รก กับสายสะดือ ผมก็เป็นหนึ่งในนั้น จนกระทั่งมาเป็นแพทย์ ผมจึงได้รู้และได้เห็นว่า รกและสายสะดือนั้นมีรูปร่างและหน้าที่ไม่เหมือนกันเลยสักนิด รก เป็นก้อนกลม ๆ นุ่ม ๆ แบน ๆ ดูคล้ายแผ่นพิชซ่า ขณะที่สายสะดือมีลักษณะเป็นเส้นยาว  คลายสปาเก็ตตี้ รกแปะอยู่ที่ด้านในผนังมดลูกของแม่ โดยมีสายสะดือทำหน้าที่เชื่อมต่อระหว่างรกและทารก ถ้ายังไม่เห็นภาพ ลองนึกถึงสารคดีวิทยาศาสตร์สักเรื่องที่ นักบินอวกาศต้องลอยเคว้งคว้างอยู่ในสภาพไร้น้ำหนัก สภาพนั้นไม่ต่างกันนักกับสภาพของทารกในครรภ์มารดา
   ขณะทารกน้อยลอยคว้าง ท่ามกลางน้ำคร่ำในโพรงมดลูก สายสะดือ คือสิ่งเดียวที่ยึดเหนี่ยวเขาไว้กับยาน แม่ ภายในสายสะดือ คือเส้นเลือดหลายเส้น ทารกจะได้รับสารอาหารจากแม่ผ่านเลือดที่ไหลเวียนในเส้นเลือดเหล่านี้ ขณะเดียวกัน ของเสียที่ทารกมีก็จะถูกส่งผ่านเส้นเลือดเหล่านี้กลับไปยังแม่ของเขา และเข้าสู่ระบบกำจัดของเสียของแม่ต่อไป
        อาจพูดได้ว่า ช่วงหนึ่งในชีวิตเราทุกคนเคยดื่ม กิน ขับถ่าย และหายใจผ่านร่างกายแม่ของเรา คนทั่วไปอาจเรียกมันว่า สายสะดือ แต่สำหรับผม มันคือ สายสัมพันธ์
สายสะดือ คือ สิ่งยืนยันว่า ชีวิตได้เริ่มต้นขึ้นแล้วก่อนหน้าวันเกิดของเรา เป็นชีวิตที่แตกต่างจากที่เราเคยเข้าใจ เป็นชีวิตที่ประกอบด้วยสองหัวใจ กับหนึ่งสายสัมพันธ์
   ในห้องคลอด ผมคือชายที่ถือกรรไกร คุณอาจรู้สึกว่าผิดคิดมากเกินไป แต่คุณจะรู้อะไรมั้ย กรรไกรในมือของผมกำลังจะเปลี่ยนชีวิตที่ปลายทั้งสองของสายสะดือ วินาทีที่ผมกดคมกรรไกร นั่นคือ วินาทีแรกที่สองชีวิตต้องแยกจากกัน หลังจากนั้น ทารกน้อยจะค่อย ๆ เรียนรู้ที่จะหายใจด้วยปอดของตัวเอง เรียนรู้ที่จะกินได้เองด้วยปากของเขา ขับถ่ายได้เองด้วยระบบขับถ่ายของเขา เขาจะค่อย ๆ เติบโต มีความคิด มีการรับรู้ และมีการสร้างความเข้าใจโลกของตัวเองขึ้นมา เขาจะเริ่มงอแงเมื่อบางอย่างไม่ได้อย่างใจ เขาจะเริ่มหงุดหงิดเมื่อคิดว่าไม่มีใครเข้าใจเขา เขาจะเริ่มพูดว่า แม่ไม่เคยเข้าใจผมหรอก เขาจะเริ่มบอกว่า แม่ไปเอาความคิดแบบนี้มาจากไหน และวันหนึ่งเมื่อเติบโตจนถึงวัย เขาก็จะจากแม่ของเขาไปด้วยเหตุผลที่ว่า ผมอยากมีชีวิตของตัวเอง
   มาคิด ๆ ดูทั้งหมดนี้อาจเริ่มมาจากวินาทีที่คมกรรไกรถูกกดลงไปบนสายสะดือ จากกรรไกรสองชีวิตจึงจากกันไกล เมื่อชีวิตหนึ่งสามารถดำรงชีวิตด้วยตนเองได้ สายสัมพันธ์ก็ไม่ใช่สายสำคัญอีกต่อไป มันกลายเป็นสายที่ไร้ประโยชน์ กลายเป็นสายที่ไร้ความหมาย กลายเป็นสายที่เกินไป
  กลายเป็นสายเกินไป
สิ่งที่ผมทำไม่ใช่แค่การตัดสายสะดือ คุณอาจรู้สึกว่า ผมโทษตัวเองเกินไป แต่คุณรู้อะไรมั้ย หมออย่างผมนี่แหละที่เป็นคนทำลายหลักฐานว่า แม่และทารกเคยเป็นหนึ่งชีวิตเดียวกัน แน่นอน ผมไม่ได้ตั้งใจให้เป็นอย่างนั้น แต่โลกภายนอกไม่ได้ต้องการสายสะดือเหมือนโลกในครรภ์ และด้วยเหตุนั้น แพทย์อย่างผมจึงมีหน้าที่ต้องกำจัดมันไป
   โดยทั่วไปผมจะตัดสายสะดือให้เหลือตอสั้น ๆ ประมาณ 2 ซม.จากหน้าท้องของทารก ตอนี้จะค่อย ๆ แห้งและหลุดไป ไม่กี่วันหลังจากนั้น สายสะดือส่วนที่เหลือจะถูกส่งไปกำจัดพร้อมกับเศษเนื้อเยื่อและชิ้นเนื้ออื่น ๆ ของโรงพยาบาล นับจากวันนั้น เรื่องราวของชีวิตก่อนการเกิดก็กลายเป็นเพียงตำนานที่ไม่มีใครรู้ว่า เคยมีอยู่จริง
   สายสะดือก็เลยกลายเป็นเหมือนสายลับ สายลับที่คอยลักลอบขนส่งอากาศและอาหาร สายลับที่ทำงานโดยไม่เคยเรียกร้องต้องการอะไร สายลับที่ไม่เคยมีใครเห็นหน้าค่าตา เป็นสายเลือดที่น้อยคนนักจะตระหนักว่า มันเคยมีอยู่จริง ๆ
   การคิดว่าอยู่ ๆ ชีวิตก็เกิดขึ้นมาในวันเกิด อาจทำให้คุณพลาดความหมายบางอย่างของชีวิต เพราะความจริงแล้ว ชีวิตที่ไม่เคยถูกนับเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต อาจะเป็นช่วงชีวิตที่สำคัญที่สุดในชีวิตของคุณ ไม่มีช่วงเวลานั้น ไหนเลยจะมีคุณมานั่งอ่านบทความนี้
   ผมเคยเขียนบทความนี้เพื่อไถ่โทษให้กับการกระทำของตัวเอง ผม คือชายถือกรรไกร ผมทำลายหลักฐานทุกอย่างของชีวิตก่อนการเกิดของใครหลายคน แน่นอนผมไม่มีหลักฐานเป็นชิ้นเป็นอันที่จะพิสูจน์สิ่งที่ผมเขียนมาทั้งหมดนี้ อย่างไรก็ดีผมอยากให้คุณได้เห็นอะไรบางอย่าง ผมหวังว่ามันคงจะช่วยยืนยันสิ่งที่ผมเขียนมาได้บ้าง ขอเพียงคุณเปิดใจมากพอ
   เลิกชายเสื้อขึ้นดูสิครับ สิ่งที่ผมพูดถึง คือ สิ่งที่อยู่กลางท้องของคุณ มองผ่านคราบขี้ไคลลงไป ลองใช้มือสัมผัสมันดูก็ได้ รู้สึกมั้ย นั่นแหละชีวิตก่อนการเกิดของคุณ
ฉับ!
สำหรับคนทั่วไปเสียงกรรไกรครั้งนั้นเปลี่ยนแปลงอะไรหลาย ๆ อย่างแต่สำหรับใครคนหนึ่ง เสียงนั้นไม่ทำให้เกิดความแตกต่างอะไรเลย เพราะหลังจากสายสัมพันธ์เส้นนั้นถูกตัดไป ใครคนนั้นก็ยังคงทำหน้าที่ส่งอาหาร จัดการเรื่องการขับถ่าย แม้กระทั่งดูแลเรื่องการหายใจให้กับใครอีกคนอย่างที่เธอเคยทำ เพียงแต่ครั้งนี้ เธอทำมันผ่านสายสัมพันธ์ทางใจ และเท่าที่ผมเห็นมา สายสัมพันธ์นี้ กรรไกรคมแค่ไหนก็ไม่สามารถตัดมันให้ขาดจากกันได้เลย

   เผยแพร่ครั้งแรกในคอลัมน์ โลกประจำตัว นิตยสารอะเดย์ หลายปีมาแล้ว...

 


ร่วมขับเคลื่อนโดย
เว็บไซท์นี้จัดสร้างขึ้นมาเพื่อเป็นสังคมออนไลน์ของชาวหาดใหญ่ - สงขลา สงวนลิขสิทธิ์ © บริษัท บ้านเรา คอร์ปอเรชั่น จำกัด
นโยบาย | เกี่ยวกับเรา | ลงโฆษณา | ร้องเรียน | แจ้งข้อผิดพลาด | ติดต่อเรา | มีอะไรใหม่ในเว็บกิมหยง | คุยกับเว็บมาสเตอร์
เครือข่ายเว็บไซท์ท้องถิ่นไทย [ ตรัง ] [ ขอนแก่น ] [ เชียงใหม่ ] [ เชียงราย ] [ อุดรธานี ] [ หาดใหญ่ - สงขลา ] [ น่าน ] [ พัทลุง ] [ นครศรีธรรมราช ]