gimyong หาดใหญ่
ศูนย์ประชุมนานาชาติฉลองสิริราชสมบัติครบ ๖๐ ปี
 
 

 

ผู้เขียน หัวข้อ: ได้สิ่งที่ดีก็บอกต่อกัน “วิธีการที่พ่อสอนผม”  (อ่าน 117 ครั้ง)

ได้สิ่งที่ดีก็บอกต่อกัน “วิธีการที่พ่อสอนผม”

ออฟไลน์ aroon_177

ตอนเด็ก ผมเป็นคนเห็นแก่ตัวมาก หากเจออะไรที่ถูกใจก็ยึดไว้ก่อน คิดถึงแต่ตัวเอง ไม่สนใจไยดีคนอื่น เพื่อนฝูงก็หายไปทีละคน สองคน ญาติพี่น้องในบ้านเอือมระอา สุดท้ายกลายเป็นคนไร้เพื่อน ไร้คนคบ ไม่มีใครอยากคบคนแล้งน้ำใจอย่างผม
   ค่ำคืนหนึ่ง พ่อยกบะหมี่ร้อน ๆ ออกมาจากครัวสองชาม ชามหนึ่งมีไข่ต้มหนึ่งฟองอยู่ด้านบน อีกชามเห็นมีแต่เส้นบะหมี่ล้วน ๆ ยุคสมัยนั้นไข่ไก่เป็นของหายากมีราคาสูง นาน ๆ ทีหรือในเทศบาลพิเศษจงจะได้ลิ้มรสไข่ไก่ ตาผมลุกวาวทันที เมื่อเห็นไข่ต้มสีขาวนวลฟองโตอยู่ในชาม
   พ่อถามผมว่า อยากได้ชามไหน ผมหยิบเอาชามที่มีไข่โดยไม่ลังเล กำลังกินด้วยความเอร็ดอร่อย เหลือบไปเห็นชามของพ่อมีไข่ 2 ฟองอยู่ข้างล่าง ผมได้แต่เสียดาย ใจร้อยไปหน่อย
   พ่อสอนผมว่า
“จำไว้ สิ่งที่เห็นอาจจะไม่ใช่ความจริงทั้งหมด คิดแต่จะเอาเปรียบคนอื่น สุดท้ายคนที่เสียเปรียบคือเรา”
    คืนถัดมา พ่อเตรียมบะหมี่ออกมา 2 ชาม เหมือนเดิม สภาพเหมือนเมื่อคืน คราวนี้ผมคิดว่าผมฉลาดขึ้น ขอเลือกชามที่ไม่ใส่ไข่ พ่อมองหน้าผมอย่างเงียบๆ ไม่ปริปากพูดอะไรสักคำ ผมรีบนำตะเกียบคุ้ยเส้นบะหมี่ แน่ใจว่าวันนี้ต้องได้กินไข่ 2 ฟองแน่นอน แต่ปรากฏว่า ทั้งชามมีแต่เส้นบะหมี่ ไม่มีอะไรอยู่ข้างล่าง พ่อจึงพูดกับผมว่า
“ลูกเอ๋ย อย่ามั่นใจกับประสบการณ์ของตนเองเกินไป บางครั้งชะตากรรมก็ต้องการหลอกลวงหรือทดสอบเรา มันอาจจะผิดพลาดหรือผิดคาดต่างจากประสบการณ์ครั้งก่อน ๆ ไม่ต้องโกรธ ไม่ต้องเศร้า นั่นก็แค่บทเรียนชีวิตบทที่หนึ่งที่ควรต้องจดจำ เรื่องพวกนี้คงต้องประสบพบเจอด้วยตัวเอง ไม่มีสอนกันในห้องเรียน”
   คืนที่ 3 พ่อเตรียมบะหมี่ออกมา 2 ชาม เหมือนเดิม มีไข่หนึ่ง ไร้ไข่หนึ่ง พ่อให้ผมเลือกก่อน แต่ผมได้บอกพ่อด้วยความจริงใจว่า
“พ่อครับ พ่อเป็นผู้ใหญ่ พ่อเป็นคนเสียสละ เลี้ยงดูผมมามากแล้ว พ่ออยากได้ชามไหนเชิญพ่อเลือกไปก่อนเถอะครับ”
   พ่อไม่ได้ปฏิเสธ พ่อยกเอาชามที่มีไข่ไป ผมก็แน่ใจว่า ชามผมต้องมีแต่เส้นบะหมี่ล้วน ๆ แต่กลับปรากฏว่า ชามของผมมีไข่สองฟองโต ๆ ซ่อนอยู่ข้างล่าง
พ่อเงยหน้าขึ้น แววตาพ่อเต็มไปด้วยแววแห่งความรักและห่วงใย
   ลูกรัก จำไว้อย่าได้ลืม ถ้าลูกเป็นคนมีน้ำใจคิดถึงคนอื่นก่อนเสมอ สิ่งดี ๆ ในชีวิตก็จะแวะเวียนมาหาลูก แต่หากชีวิตลูกต้องประสบพบเจอคนที่แล้งน้ำใจบ้างก็ไม่ต้องไปใส่ใจ ถือโทษคนจำนวนน้อยเหล่านั้น จงรักษาความมีน้ำใจของเราต่อไป
   คำพูดของพ่อทำให้ผมละอายใจอย่างที่สุด
จากนั้นเป็นต้นมา ผมจำคำสอนของพ่อไม่มีลืม ไม่ว่าจะทำอะไร เจอใครหรือทำธุรกิจกับใคร ผมมักจะคิดถึงหัวอกหรือความรู้สึกของคนอื่นด้วย ผมเริ่มเป็นคนมีน้ำใจ เริ่มมีแต่คนรักคนชอบ เริ่มมีคนอยากคบค้าสมาคมกับผม แล้วมันก็จริงที่อย่างที่พ่อทำนายไว้ สิ่งดี ๆ วิ่งเข้ามาหาผมในชีวิตมากมาย ตอนนี้ผมมีครอบครัวที่อบอุ่น มีสังคมที่ห้อมล้อมไปด้วยคนดี ๆ และธุรกิจของผมมีแต่เจริญรุ่งโรจน์ไม่รู้จักจบสิ้น
   ขอบพระคุณสำหรับคำสอนดี ๆ ของคุณพ่อ ผมรู้ซึ้งแล้วว่า พ่อพยายามทุกวิถีทางที่จะปลูกฝังให้ผมเป็นคนดีไม่เห็นแก่ตัว นี่เป็นตัวอย่างบทหนึ่งที่พ่อสอดแทรกเข้ามาในชีวิตผมตั้งแต่เด็ก โลกทัศน์ของผมค่อย ๆ เปลี่ยนไปโดยไม่รู้ตัว
   ผมขอถือโอกาสส่งมอบสิ่งดี ๆ เหล่านี้ต่อไปให้ทุก ๆ ท่าน และถ้าจะกรุณาส่งต่อ ๆ กันไปก็น่าจะเป็นเรื่องที่ดีงาม สังคมที่ดีมีน้ำใจไมตรีต่อกัน ช่วยกันพัฒนาคนละไม้คนละมือ แม้จะกินเวลา แต่สังคมต้องดีขึ้นแน่นอน และที่สำคัญที่สุด อย่าลืมปรับปรุงตัวเราเองเสียก่อน แล้วสิ่งดี ๆ ในชีวิตก็จะบังเกิดขึ้นกับเราไม่จบไม่สิ้น

ขจรศักดิ์
แปลและเรียบเรียง

 


ร่วมขับเคลื่อนโดย
เว็บไซท์นี้จัดสร้างขึ้นมาเพื่อเป็นสังคมออนไลน์ของชาวหาดใหญ่ - สงขลา สงวนลิขสิทธิ์ © บริษัท บ้านเรา คอร์ปอเรชั่น จำกัด
นโยบาย | เกี่ยวกับเรา | ลงโฆษณา | ร้องเรียน | แจ้งข้อผิดพลาด | ติดต่อเรา | มีอะไรใหม่ในเว็บกิมหยง | คุยกับเว็บมาสเตอร์
เครือข่ายเว็บไซท์ท้องถิ่นไทย [ ตรัง ] [ ขอนแก่น ] [ เชียงใหม่ ] [ เชียงราย ] [ อุดรธานี ] [ หาดใหญ่ - สงขลา ] [ น่าน ] [ พัทลุง ] [ นครศรีธรรมราช ]