gimyong หาดใหญ่
ศูนย์ประชุมนานาชาติฉลองสิริราชสมบัติครบ ๖๐ ปี
 
 

 

ผู้เขียน หัวข้อ: เรื่องของกองทุนฯ ที่มนุษย์เงินเดือนควรรู้  (อ่าน 42 ครั้ง)

เรื่องของกองทุนฯ ที่มนุษย์เงินเดือนควรรู้

ออฟไลน์ aroon_177

หนึ่งในปฏิบัติการภาคบังคับของมนุษย์เงินเดือนช่วงสิ้นปีก็คือ “การหาซื้อกองทุนรวมเพื่อลดหย่อนภาษี” และคำถามที่พบบ่อยๆ ปลายปีก็คือ “ซื้อกองทุนอะไรดี” สำหรับบทความนี้จะขอสรุปสิ่งที่น่ารู้สำหรับกองทุนรวม และตบท้ายด้วยข้อสรุป ซื้อกองทุนอะไรดี 2560
สิ่งที่ควรรู้ประการแรก “ซื้อกองทุนรวมต้องดูภาพรวมให้ออกก่อน”
       สำหรับภาพรวมของกองทุนรวมในปี 2560 นั้น แต่ละไตรมาสจะมีเงินไหลเข้ากองทุนเหล่านี้ราว 4-5 หมื่นล้านบาทต่อไตรมาส นั่นหมายความว่า กองทุนรวมทั้งหมดจะมีเงินไหลเข้าโดยเฉลี่ย 1.5-2 แสนล้านบาทต่อปี! และนั่นมันมากพอที่จะทำให้ขนาดของกองทุนแต่ละกองใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งจะส่งผลดีต่อเราผู้ถือหน่วยลงทุน เนื่องจากขนาดของกองทุนรวมที่ใหญ่ขึ้นแปลว่า “สินทรัพย์” ในกองโตขึ้น และราคาต่อหน่วยของกองทุนก็ควรจะขยับปรับขึ้นตามไปด้วย
ประการที่สอง “ประเภทของกองทุนรวมที่ผู้ซื้อนิยมชอบชอบมีอะไรบ้าง
ประการต่อมาก็คือ ประเภทของกองทุนรวมที่ได้รับความนิยมจากผู้ลงทุนนั้นจะเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา
   ความนิยมดังกล่าวจะส่งผลต่อราคาต่อหน่วยของแต่ละกอง หากกองไหนคนนิยมเยอะก็มีแนวโน้มที่จะมีราคาต่อหน่วยที่ดีขึ้น ส่งผลดีต่อคนที่ซื้อกองทุนรวมในราคาต่อหน่วยที่ต่ำกว่าก่อนหน้านี้
       โดยปัจจุบันกองทุนประเภท Foreign Investment Bond Fix Term และ Short Term Bond ยังคงเป็นประเภทของกองทุนรวมที่ได้รับความนิยมสูงสุดต่อเนื่องตั้งแต่ปลายปี 2559 จนปัจจุบัน สาเหตุเป็นเพราะคนซื้อกองทุนหนีมาจากกองทุนตราสารหนี้ประเภท High Yield เพราะมีการผิดนัดชำระหนี้เกิดขึ้นก่อนหน้านี้ ทำให้คนไม่กล้าเสี่ยง หันมาซื้อกองทุนประเภทดังกล่าวมากขึ้น
ประการที่สาม “อันดับกองทุนที่มีเงินไหลเข้าสูงสุดมีกองไหนบ้าง”
       สิ่งที่คนที่ลงทุนกองทุนรวมควรติดตามก็คือ “การที่เงินไหลเข้าแต่ละกองทุน” อย่างที่บอกตอนต้นว่า ... กองทุนรวมที่มีแนวโน้มเป็นที่นิยมมีเงินไหลเข้ามากๆ จะส่งผลต่อราคาต่อหน่วยของกองทุนรวมดังกล่าวได้ สำหรับคนที่ซื้อกองทุนเอาไว้ก่อนหน้าในราคาต่ำๆ ก็จะได้กำไรจากส่วนต่างของราคาต่อหน่วยของกองทุนรวมนั่นเอง
       โดยในปัจจุบัน หากเรามองไปยัง 5 อันดับกลุ่มกองทุนที่มีเงินไหลเข้าสูงสุด (ข้อมูลในไตรมาส 1 ปี 2560) เราจะพบว่า กองทุนที่มีเงินไหลเข้าสูงสุดจะเป็นกองทุนที่มีความเสี่ยงต่ำถึงปานกลาง มันสะท้อนให้เห็นว่าคนลงทุนนั้นมีความกังวลต่อสถานการณ์การลงทุนอยู่ค่อนข้างมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งการมีเหตุการณ์ผิดนัดชำระหนี้เมื่อปลายปี และรุกลามบานปลายมาจนต้นปีนี้นั่นเอง โดย 5 อันดับที่มีเงินไหลเข้ามากที่สุดได้แก่
Foreign Investment Bond Fix Term มีขนาด 136,185 ล้านบาท
Short Term Bond มีขนาด 55,638 ล้านบาท
Global Bond มีขนาด 29,384 ล้านบาท
Global Allocation มีขนาด 25,510 ล้านบาท
Money Market มีขนาด 7,265 ล้านบาท
(ข้อมูลจาก Morning Star)
ประการที่สี่ “ก่อนลงทุนควรทำอะไรบ้าง”

       สำหรับคนที่คิดจะลงทุนกองทุนรวม ควรมีแนวคิดการลงทุนระยะยาวๆ ให้มันเกิดการ “ทบต้น” ของผลตอบแทนจากการลงทุน ก่อนคิดจะลงทุนควรเล็งเห็นถึงความจำเป็นในการลงทุนเสียก่อนว่าเราจำเป็นจริงๆ หรือไม่ เพราะการลงทุนมีความเสี่ยง อย่านึกถึงขาได้เพียงอย่างเดียว ให้นึกถึงต้องที่ขาดทุนเอาไว้ด้วย
       โดยก่อนลงทุนเราควรมีเงินเก็บประมาณ 3-6 เท่าของรายได้ต่อเดือน เพื่อเป็นเงินฉุกเฉิน เวลาเกิดอะไรขึ้นอย่างน้อยๆ เราก็อยู่ได้อีก 3-6 เดือน พูดง่ายๆ ก็คือ ให้เราเก็บเงินสดไว้ในสัดส่วนดังกล่าวนั่นเอง
       หลังจากนั้นเราต้องมาดูว่าเราควรซื้อกองทุนรวมเพื่อวัตถุประสงค์อะไร หากเราซื้อเพราะต้องการลดภาษีเป็นหลัก ควรคำนวณจำนวนเงินที่เราซื้อให้พอดี เพราะจุดประสงค์เราต้องการลดภาษีแต่เพียงอย่างเดียว ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับรายได้ของเราทั้งปี โดยเราสามารถสอบถามกับเจ้าหน้าที่ได้โดยตรง จะได้รับคำตอบที่แน่นที่สุด
       จากนั้นก่อนเราจะซื้อกองทุน เราควรศึกษาว่ากองทุนเหล่านั้นเอาเงินไปลงทุนทำอะไร วิธีการที่ง่ายที่สุดก็คือ เราไปถามเจ้าหน้าที่ธนาคาร แล้วเขาจะให้เอกสารเรามาทำแบบทดสอบ เมื่อเราทำเสร็จเจ้าหน้าที่จะแนะนำกองทุนทีเหมาะสมกับความเสี่ยงที่เรารับได้ เราก็ต้องขอข้อมูลของกองทุนนั้นๆ มาว่า เขานำเงินไปซื้ออะไร ซื้อหุ้น ตราสารหนี้ หรืออย่างอื่น นำมาศึกษาให้ดีก่อนตัดสินใจลงทุนจริงๆ นั่นเอง
ประการที่ห้า “วิธีการซื้อกองทุนรวม”
       สำหรับวิธีการซื้อกองทุนรวมนั้น ทำได้หลายวิธี วิธีการที่ง่ายที่สุดก็คือการไปซื้อที่ธนาคาร ข้อดีก็คือ สะดวก ง่าย ไว เพราะอยู่ใกล้เราที่สุด แต่ข้อเสียก็คือ มีกองทุนให้เลือกเฉพาะของ บลจ.ที่เป็นของธนาคารนั้นๆ แต่ถ้าเราศึกษาเอาไว้และอยากลงทุนกับ บลจ.นั้นๆ อยู่แล้วก็ไม่เป็นปัญหาแต่ประการใด
       วิธีต่อมาก็คือ ซื้อผ่าน บลจ.ผู้ออกกองทุน อันนี้สามารถทำได้โดยการซื้อกองทุนรวมที่สำนักงานของ บลจ.นั้นๆ ได้เลย ข้อดีก็คือ จะทำเอกสารได้เร็วกว่าการผ่านธนาคาร เพราะเป็นการซื้อตรง แต่ข้อเสียก็เช่นเดียวกับการซื้อผ่านธนาคาร คือมีกองทุนรวมให้เลือกแค่ บลจ.นั้นๆ เท่านั้นเอง
       วิธีการซื้อผ่าน บล. หรือ บลน. ที่เป็นนายหน้าซื้อขายกองทุนอีกที วิธีนี้ค่อนข้างสะดวกพอสมควร เนื่องจาก บล. หรือ บลน.จะมีกองทุนให้เราเลือกหลากหลายกอง ไม่ได้จำกัดแค่ บลจ.ที่เราเข้าไปติดต่อ แถมบาง บลน.จะมีคำแนะนำดีๆ ให้กับเราด้วยนั่นเอง
    หมายเหตุ บล. คือ บริษัทหลักทรัพย์ , บลน. คือ ผู้ให้บริการแนะนำการเงินส่วนบุคคล
       อย่างไรก็ตามเมื่อเราตัดสินใจจะซื้อกองทุนรวมซักกอง สิ่งที่สำคัญก็คือ เราต้องทำการบ้านด้วยตัวเองจะดีที่สุด เพราะการที่เราเรียนรู้ด้วยตัวเอง เวลากำไรก็เป็นความภูมิใจของเราเอง เวลาผิดพลาดก็เป็นเพราะตัวเราเช่นกัน ที่สำคัญเราต้องเลือกกองทุนให้เหมาะสมกับความเสี่ยงที่เรารับได้จะดีที่สุด…/

 


ร่วมขับเคลื่อนโดย
เว็บไซท์นี้จัดสร้างขึ้นมาเพื่อเป็นสังคมออนไลน์ของชาวหาดใหญ่ - สงขลา สงวนลิขสิทธิ์ © บริษัท บ้านเรา คอร์ปอเรชั่น จำกัด
นโยบาย | เกี่ยวกับเรา | ลงโฆษณา | ร้องเรียน | แจ้งข้อผิดพลาด | ติดต่อเรา | มีอะไรใหม่ในเว็บกิมหยง | คุยกับเว็บมาสเตอร์
เครือข่ายเว็บไซท์ท้องถิ่นไทย [ ตรัง ] [ ขอนแก่น ] [ เชียงใหม่ ] [ เชียงราย ] [ อุดรธานี ] [ หาดใหญ่ - สงขลา ] [ น่าน ] [ พัทลุง ] [ นครศรีธรรมราช ]