gimyong หาดใหญ่
ศูนย์ประชุมนานาชาติฉลองสิริราชสมบัติครบ ๖๐ ปี
 


ผู้เขียน หัวข้อ: กุมารทอง ครูบาวรุฒ วัดโป่งวนาราม เชียงใหม่  (อ่าน 115 ครั้ง)

กุมารทอง ครูบาวรุฒ วัดโป่งวนาราม เชียงใหม่

ออฟไลน์ 3gpat

กุมารทอง ครูบาวรุฒ วัดโป่งวนาราม เชียงใหม่
กุมารทอง ครูบาวรุฒ วัดโป่งวนาราม เชียงใหม่ อ.วรุฒ เชียงใหม่ อดีตครูบาวรุฒ วัดโป่งวนาราม กุมารทองรุ่นเงินล้านนี้เป็นรุ่นที่ท่านยังเป็นครูบาวรุฒอยู่ซึ่งหายากมาก(บรรยายด้วยรูปครับ) สาเหตุการลาสิขาบทของ อ.วรุฒ เนื่องด้วยขณะนี้ อ.วรุฒ หรือ ครูบาวรุฒ พุทธญาโณ ท่านได้สึกออกมาเพื่อเป็นฆาราวาส เนื่องด้วยสาเหตุตามความจริงดังนี้ 1. บิดาและมารดาท่านก็อายุมากแล้วจึงขอร้องให้ท่านสึกออกมาช่วยงานที่บ้าน ซึ่งทางครอบครัวของ อ.วรุฒ ท่านมีพี่น้อง 2 คน คือตัวท่าน และน้องชายที่ยังบวชเรียนอยู่และยังต้องคอยดูรับใช้เจ้าอาวาสซึ่งชราภาพ ซึ่งมีฐานะเป็นพระอาจารย์และอุปชาของน้อง อ.วรุฒ 2. ท่านต้องการที่จะมาออกของสายพรายให้ เต็มที่ (แต่ในขณะนี้ยังจะไม่ออกเครื่องรางสายพรายต่างๆอย่างเป็นทางการ) เพื่อไม่ให้ขัดในหลักธรรมและเพื่อความสบายใจของทุกฝ่ายในกรรการวัดที่มีทั้งกลุ่มสนับสนุนและไม่สนับสนุน ///สิ่งที่ในปัจจุบันตอนนี้ ที่ อ.วรุฒ ยังจะทำงาน สานต่อและผลักดันให้สำเร็จ 1 การก่อสร้างพระเจดีย์ที่ตั้งเจตนารมณ์ไว้ อ.วรุฒ ก็ยังจะก็ดำเนินการต่อไปจนกว่าจะแล้วเสร็จ ไม่ปล่อยทิ้งไว้แม้แต่จะสึกแล้วก็ตาม 2 เพื่อเป็นการหาทุนและปัจจัยในการสร้างเจดีย์และการพัฒนาในวัด อ .วรุฒ ได้เปิดโอกาศให้ลูกศิษย์ที่เป็นพระและมีความใกล้ชิดไปมาหาสู่กันสมัยเมื่อครั้งเป็นพระ ได้ย้ายมาจำพรรษาอยู่ที่วัดโป่งวนาราม ให้ออกเครื่องรางต่างๆในนามวัดดังสมัยเมื่อ อ.วรุฒ ทำออกมา และส่วนตัว อ.วรุฒ ก็จะออกเครื่องราง เพื่อหารายได้สบทบทุนอีกส่วนให้กับวัด 3 ปัจจุบันหลังจากสึกออกมาแล้วนั้น อ.วรุฒยังไปมาและดูแลวักโป่งวนารามเหมือนเดิมแต่เป็นในนามคณะกรรมการวัด และยังสามารถไปหา อ.วรุฒได้ที่วัดเหมือนเดิมในเวลานอกเหนือจากเวลา งานของทางครอบครัว 4 ขณะนี้มีผู้ประสงค์ร้ายได้ออกข่าวมาโจมตีตัว อ.วรุฒ ในเรื่องต่างๆทำให้เสียหาย อ.วรุฒ จึงฝากข่าวมาประกาศว่าหากมีข้อสงสัยในเรื่องดังกล่าวสามารถติดต่อสอบถามได้โดยตรง ชาติภูมิ อ.วรุฒ เชียงใหม่ พระอาจารย์วรุฒ พุทธญาโณ เดิมชื่อ วิรุด สกุลเดิม ดาวตาก เป็นบุตรของโยมพ่อศรีหมื่น ดาวตาก โยมแม่อัมพร ถือกำเนิดเมื่อวันที่ ๑๖ ธันวาคม ปีมะโรง ที่บ้านแม่ฮ้อยเงิน หนองแฝก หมู่ ๕ อำเภอดอยสะเก็ด จังหวัดเชียงใหม่ มีพี่น้องร่วมบิดามารดาคือ พระอาจารย์อัมฤทธิ์ พุทธสโร ปัจจุบันเป็นผู้ช่วยเลขานุการเจ้าคณะอำเภอดอยสะเก็ด ชีวิตในวัยเด็กนั้น ด.ช.วิรุด ดาวตาก เป็นผู้มีใจรักในศาสตร์เร้นลับของโบราณ ชอบด้านคาถาอาคมไสย ศาสตร์ ในหมู่บ้านมีครูอาจารย์ดีที่ไหนก็ไปศึกษาหาความรู้ เมื่อศึกษาและทดลองให้ประจักษ์เมื่อทำได้ตามตำรา ในเรื่องที่ปู่ย่าตายายเล่าให้ฟังเกี่ยวกับวิชาภูติพรายการทำกุมารทอง ในสมัยหนึ่งวิชาผลพรายกุมารของหลวงปู่ทิม โด่งดังไป ทั่วประเทศ ด้วยความอยากได้วิชาทำให้ดั้นด้นไปขอเรียนจากครูอาจารย์ด้านนี้ เคยถ่ายรูปเอาไว้เป็นหลักฐานด้วยซ้ำว่าเรียนมาจริง ท่านบอกว่าชีวิตตอนเป็นฆราวาสของท่านมีทุกรูปแบบ ครบทุกรสชาติ แต่เมื่อได้ เข้ามาอยู่ใต้ร่มเงาของ พระศาสนา ก็ใช้พระพุทธคุณสงเคราะห์คน ภาพเก่าๆ ของเราเปรียบเหมือนกระจกเป็นเครื่องเตือนใจ ไสยศาสตร์ต่างๆ วิชาอาคมก็ได้ใช้ในทางสงเคราะห์สร้างวัดอาราม สร้างความเจริญให้สังคมความ ร้อนรุ่มอยากจะอวดในวิชาต่างๆ ว่า ตนเองทำได้ในสมัยนั้นมันหมดไป รสของพระธรรมคุณของพระพุทธเจ้าเข้ามาอยู่ในจิตใจจนหมดสิ้น เมื่ออายุได้เพียง ๑๑ ปี เรียนหนังสือจบชั้นประถมศึกษาปีที่ ๖ ด้วยจิตใจที่ฝักใฝ่ทาง ด้านศาสนา จึงขอบรรพชาเป็นสามเณร บิดามารดา ตลอดจนญาติสนิทเห็นว่าต่อไปคงจะเอาดีทางพระศาสนาได้ จึงสนับสนุน โดยมีพระอุดมกิตติมงคล เจ้าคณะอำเภอในสมัยนั้นเป็นพระอุปัชฌาย์ ทำการบรรพชาเป็น สามเณรที่วัดหนองบัว แล้วมาจำพรรษาอยู่ที่วัดหิรัญญาวาส (แม่ฮ้อยเงิน เหนือ) ซึ่งที่วัดแห่งนี้เองทำให้สามเณรวิรุด ได้พบกับพระมหาเถระเจ้าผู้ทรงวิทยาคุณ หลวงปู่ครูบาตา คนธโก เจ้าอาวาส วัดแม้ฮ้อยเงินครูบา ตาเป็น พระโบราณที่เชี่ยวชาญทางด้านไสยเวทย์เป็นที่นับถือของชาวบ้าน ครูบาตาเป็นพระอริย เจ้าเมืองเหนือรูปหนึ่ง ชีวประวัติอภินิหารของหลวงปู่มีอย่างมากมาย ก่อนที่สามเณรวิรุดจะบรรพชาได้เข้าเป็นขโยมวัด (เด็กวัด) รับใช้ ครูบา ในสมัยนั้นจะมีเด็กวัดร่วมรุ่นเดียวกัน ๕ คน หลวงปู่จะสอนให้ทุกคนเรียน อักขระล้านนา หรือตั๋ว เมือง โดยเพื่อน ๔ คน ของ ด.ช.วิรุด ครูบาตาจะให้ผ่านหลักสูตรตั๋วเมืองแบบง่ายๆ เรียกว่าพอเป็นแบบงูๆ ปลาๆ แต่ พอมาถึง ด.ช.วิรุด ครูบาตากลับไม่ยอมให้ผ่านหลักสูตรโดยให้เหตุผลว่า ถ้าเทศน์ธรรมในใบลานไม่ได้ก็จะไม่ให้บวชเป็น สามเณรซึ่งในใบลาน คนทางเหนือจะเรียนอักขระเป็นตั๋วเมือง ดังนั้นจึงจำเป็นจะต้องอ่านให้ออกและ เขียนให้ได้ ด.ช.วิรุด ได้แต่คิดด้วยความน้อยใจตามประสาเด็ก ว่าครูบาตาคงจะไม่รัก ผิดกับเพื่อนๆ ทั้ง ๔ คน เพราะไม่เห็นครูบาท่าน จะคอยจับเพื่อนๆ ทั้ง ๔ คนเลย แต่ในเวลาต่อมาจึงได้ประจักษ์ความจริงว่า แท้จริงครูบา ตารักและห่วงใยท่านเป็นอย่างดีที่สุด การเคี่ยวเข็ญของครูบาตาต่อท่านนั้นเป็นด้วยเพราะครูบาตาคงจะทราบด้วยญาณวิถีของท่านว่า ด.ช.วิรุด ผู้นี้ ต่อไปจะเจริญมั่นคงในพระศาสนา และจะได้เป็นที่พึ่งของคนทั้งปวง ส่วน เพื่อนๆ อีก ๔ คนนั้น ก็คงต้องใช้วิถีในทางโลก เมื่อบรรพชาเป็นสามเณรได้ ๓ พรรษา ก็สึกออกมาช่วยงานทางบ้าน ผู้เป็นพ่อแม่เห็นว่าอายุของท่านก็ยังน้อยมี โอกาสที่จะเจริญก้าวหน้าในชีวิตฆราวาสดุจดังบุรุษทั่วไป ท่าน ได้เดินทางเข้ากรุงเทพฯ ไปอาศัยอยู่กับผู้เป็นอา โดยทำงานไปด้วยและเรียนหนังสือไปด้วย การทำงานก็ได้ช่วยอาทำงานด้านปูพรม ทำผ้าม่าน อยู่กรุงเทพฯ ได้ปีเศษก็มีอันให้ ต้องเดินทางกลับเชียงใหม่อีกครั้งหนึ่ง ซึ่งใน ขณะนั้นพระอาจารย์วรุฒ มีอายุย่างอยู่ในวัยรุ่น ช่วงนั้นไปเป็นดีเจอยู่ที่แมมมอธดิสโก้เธค โรงแรมไอยรา อยู่ได้สองปีครึ่งชีวิตก็พลิกผันอีกครั้งหนึ่ง โดยได้ไปสมัครเป็นนักข่าวอยู่กับหนังสือ เชียงใหม่นิวส์ สายอาชญากรรม ได้รับมอบหมายให้ประจำอยู่ที่สถานีตำรวจ สภ.อ.เมือง เป็นผู้สื่อข่าวอยู่ได้หนึ่งปีกับหนึ่งเดือน ท่านก็ได้การขอร้องจากคุณแม่ให้ลาออกจากการเป็นนักข่าว ด้วยคุณแม่ของท่านให้เหตุผลว่าเป็นงานที่เสี่ยง ขณะที่ปฏิบัติงาน เพื่อนสนิทของท่านถูกยิงที่ จ.เชียงราย ด้วยไปขุดคุ้ยเสนอข่าวของผู้มีอิทธิพลท่านหนึ่ง ท่านจึงได้ลาออกจากการเป็นนักข่าวตามคำขอร้องของคุณแม่ ชีวิตหลังจากนั้นเมื่อมีอายุครบ ๒๑ ปี ตามธรรมเนียมชาวไทยจึงได้ไป เกณฑ์ทหาร สังกัดกองพลทหารราบพิเศษที่ ๒ อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่ ทำหน้าที่รับใช้ชาติอยู่ ๒ ปีเต็มๆ จึงปลดประจำการ หลังจากปลดทหารได้ทบทวนเรื่องราวต่างๆ ขณะที่เป็นฆราวาสก็ให้รู้สึกเบื่อหน่ายชีวิตการเป็น ฆราวาส จึงคิดจะเข้า อาศัยใต้ร่มเงาแห่งพระธรรมอีกครั้ง เมื่อวันที่ ๑๑ มกราคม พ.ศ. ๒๕๔๔ ณ วัดมหาวนาติมุข โดยมีพระครูสุมนประสิทธิ์ เจ้าคณะตำบลตลาดใหญ่ อ.ดอยสะเก็ด เป็นพระอุปัชฌาย์ บรรพชาเป็นสามเณร วันที่ ๑๔ มกราคม พ.ศ. ๒๕๔๔ ได้ เดินทางไปที่ อ.แม่แตง โดยท่านได้ทำการอุปสมบทเป็นพระภิกษุ ที่วัดบ้านปง อ.แม่แตง โดยมีพระครูมหาศีลวงศ์ วัดม่วงชุม เป็นพระอุปัชฌาย์ พระมหาเงินชาตเมธี เจ้าคณะตำบลเขตหนึ่ง เป็นพระกรรมวาจาจารย์ เจ้าอธิการเกตุ กนตสีโล เจ้าคณะตำบลอินทขิลเขตสอง เป็นพระอนุสาวนาจารย์ จำพรรษาอยู่ที่วัดบ้านปง อ.แม่แตง โดยขณะนั้นได้ศึกษาพุทธาคมกับครูบาเกตุ ซึ่งเป็นวิชาของหลวงปู่ครูบาน้อย วัด บ้านปง ที่ตกทอดมาถึงครูบาเกตุ พระอาจารย์วรุฒศึกษาอยู่กับครู บาเกตุอยู่ระยะหนึ่งจึงได้ย้ายมาจำพรรษายังสำนักสงฆ์จันทรวิโรจน์ ต่อมาวันที่ ๒๒ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๔๔ พระอาจารย์วรุฒ กับสหธรรมิกของท่านชื่อ พระนิวัตร กิตติสาโร ได้ชักชวนกันย้ายมายังวัดโป่งวนาราม (โป่งห้อม) ตามคำ นิมนต์ของชาวบ้าน เนื่องด้วยขณะนั้นทางวัดโป่งวนารามขาดพระเณรและเจ้าอาวาส ได้จำพรรษาอยู่วัดโป่งวนาราม อยู่ไม่นานพระนิวัตรเกิด อาพาธเป็นโรคหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท ทำให้ทางญาติพี่น้องเป็นห่วง จึงได้มานิมนต์ กลับไปบ้านเกิดคือ อ.ดอยสะเก็ด ทำให้พระอาจารย์วรุฒ จำใจต้องรับภาระรักษาการเจ้าอาวาส วัดโป่งวนาราม ตั้งแต่บัดนั้น ที่มา หนังสือพิมพ์ คม ชัด ลึก คาถาปลุกกุมารทอง อะสิโสสะ อุ มังคะลา มะหาสัพพะพุทธา ชะละมะลาติ มาละพะ เวชะ มะหากุมาโร มะหากุมารี วาทะนัง กัจจะยันตุ เทวะหะนัง พุทโธ เอหิ มานินิมะ ทะพะมะนะ นะมะพะทะ คาถาอธิษฐานใช้กุมารทอง โอมพะลังวา ราชะกุมาโรวา ราชะกุมารีวา อัคคะมะเหสีวา เทวีวา ราชาวา ราชะเศรษฐีวา สะมะโณวา พราหมะโณวา อิตถีวา ปุริโสวา พานิชโชวา มะมะทิสะวา ปิยายันติ มะณีจินดา อิทธิฤทธิ์ ชัยยะ ชัยยะ ลาภะ ลาภะ สัพ พะกัมมา ประสิทธิเม นามะลาภัง ภะวันตุเม คาถาขอกุมารทองไปหาโชค คัจฉาหิ มะหาภูโต สะมะนุสโส สะเทวะโก กะโรหิ ปิตุวะจะเน นะสัมปุณเณ ปะระสิทธิยา นะชาลีติ คาถาเรียกกุมารทองกินข้าว เอหิเอหิ มานิมานัง มาตัง............(ชื่อกุมาร)........... กุมารทองของข้า จงมาสะสะการะนะรับเอาข้าวน้ำโภชนะอาหารที่พ่อจัดให้ไว้นี่เถิด อะสังวิมานิมามา

บูชาได้ที่ศูนย์พระเครื่องหาดใหญ่ ร้านกุมารทอง๙มหาเศรษฐี
บูชาได้ที่ เว็บ http://amuletlives.com/
บูชาได้ที่บ้าน
ลูกกรอกซ่า กุมารทอง เว็บ http://www.zoonphra.com/amulet/store.php?storeno=s090
ชื่อบัญชี นิพัทร์ เกตุ
แก้ว
เลขที่บัญชี 517-2031-228 ประเภทบัญชี ออมทรัพย์
ธนาคาร
ธนาคารกสิกรไทย จำกัด
(มหาชน)
สาขา ช่องเขา
มอ.หาดใหญ่
E-Mail 3gpat@hotmail.co.th
เบอร์โทร
0887850165
LINE ID 3gpat

 


ร่วมขับเคลื่อนโดย
เว็บไซท์นี้จัดสร้างขึ้นมาเพื่อเป็นสังคมออนไลน์ของชาวหาดใหญ่ - สงขลา สงวนลิขสิทธิ์ © บริษัท บ้านเรา คอร์ปอเรชั่น จำกัด
นโยบาย | เกี่ยวกับเรา | ลงโฆษณา | ร้องเรียน | แจ้งข้อผิดพลาด | ติดต่อเรา | มีอะไรใหม่ในเว็บกิมหยง | คุยกับเว็บมาสเตอร์
เครือข่ายเว็บไซท์ท้องถิ่นไทย [ ตรัง ] [ ขอนแก่น ] [ เชียงใหม่ ] [ เชียงราย ] [ อุดรธานี ] [ หาดใหญ่ - สงขลา ] [ น่าน ] [ พัทลุง ] [ นครศรีธรรมราช ]