gimyong หาดใหญ่
ศูนย์ประชุมนานาชาติฉลองสิริราชสมบัติครบ ๖๐ ปี
 
 

 

ผู้เขียน หัวข้อ: เตือนความจำประจำปี 2555 : ทางรถไฟสาย สงขลา-หาดใหญ่  (อ่าน 2099 ครั้ง)

เตือนความจำประจำปี 2555 : ทางรถไฟสาย สงขลา-หาดใหญ่

ออฟไลน์ Mr.No


อ้างถึง
รายละเอียดโครงการ

1.   หลักการและเหตุผล

การเดินทางระหว่างอำเภอเมืองสงขลา และอำเภอหาดใหญ่ ในปัจุบันจะเดินทางด้วยรถยนต์ทางเดียว แต่ในอดีตนอกจากจะเดินทางด้วยรถยนต์  ยังมีรถไฟที่ให้บริการด้วย ซึ่งการรถไฟได้ให้หยุดให้บริการมาแล้วประมาณ 30 ปี แต่โครงสร้างระบบรางยังมีให้เห็นอยู่เป็นช่วงๆ สำหรับบริเวณที่ชาวบ้านไม่เข้าไปบุกรุก ดังนั้น เพื่อสนับสนุนการขนส่งระบบรางทั้งการขนคนและสินค้า เป็นการขนส่งที่ราคาถูก เมื่อเปรียบเทียบกับการขนส่งทางรถยนต์  ที่ปรึกษาจึงเสนอให้นำรถไฟกลับมาวิ่งใหม่ระหว่างเมืองสงขลา-หาดใหญ่ เป็นการขยายระบบขนส่งทางรางให้มีความสมบูรณ์ โดยอาจจะมีการเชื่อมต่อกับท่าเรือน้ำลึกสงขลาด้วยสำหรับการขนสินค้า เนื่องจากในปัจจุบันระบบรางมีในทิศเหนือ-ใต้ และตะวันตกโดยมีสถานีรถไฟหาดใหญ่เป็นจุดเชื่อมต่อ  เพราะฉะนั้นการขนส่งระบบรางเป็นทางเลือกใหม่สำหรับระบบการขนส่งในอนาคต และสนับสนุนนโยบายการขนส่งของประเทศ ในขณะเดียวกันราคาน้ำมันในตลาดโลกมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ รัฐจะต้องเตรียมการตั้งวันนี้

2.   วัตถุประสงค์และเป้าหมาย
•   เพื่อการเดินทางระหว่างอำเภอเมืองสงขลา-อำเภอหาดใหญ่ ที่ปลอดภัยและประหยัด
•   เพื่อเป็นทางเลือกสำหรับการเดินทางทั้งในปัจจุบันและอนาคต
•   เพื่อส่งเสริมการใช้ระบบขนส่งสาธารณะในการเดินทาง
•   เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยว

3.   สถานที่ดำเนินการ
        ทางรถไฟสายเมืองสงขลา-หาดใหญ่ ระยะทางทั้งหมด 29 กิโลเมตร


4.    วิธีดำเนินการ
•   สำรวจจำนวนประชาชนที่บุกรุกที่อาศัยอยู่ในเขตทางรถไฟ
•   ย้ายประชาชนที่บุกรุกออกจากพื้นที่ดังกล่าว โดยรัฐจะต้องสนับสนุนงบประมาณในการหาที่อยู่ใหม่ของประชาชนเหล่านั้น
•   ดำเนินการซ่อมแซมคันทางรถไฟ สะพาน และวางระบบใหม่
•   จัดการหารถไฟมาวิ่งระหว่างเมืองสงขลา-หาดใหญ่

5.   งบประมาณ
ค่ารื้อถอน ขนย้าย จัดหาที่อยู่ใหม่ให้ประชาชนผู้บุกรุก     200   ล้านบาท
                 ค่าซ่อมแซมคันทาง สะพาน และวางระบบรางใหม่          300   ล้านบาท
                                                                    รวมทั้งสิ้น                      500   ล้านบาท
6.   ระยะเวลาดำเนินการ
เริ่มตั้งแต่ปี พ.ศ. 2553 -2557

7.   หน่วยงานที่รับผิดชอบ
•   หน่วยงานหลัก : การรถไฟแห่งประเทศไทย
•   หน่วยงานรอง :  เทศบาลนครสงขลา เทศบาลนครหาดใหญ่ องค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลา

8.      ดัชนีชี้วัด
•   ประชาชนมีพึงพอใจในการใช้บริการ
•   จำนวนนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้น

ผม copy ข้อมูลข้างบนมาจากแผนงานระบบขนส่งสาธารณะ(ฉบับสมบูรณ์) ที่ สนข.ทำไว้ เมื่อปี 52 เอามาฝากเพื่อนชาวกิมหยง เพื่อจุดประกาย(เล็ก ๆ) และทบทวนความทรงจำกันอีกสักครั้ง และจะจุดมันทุกครั้งที่มีการเคลื่อนไหวกรณีการเมืองท้องถิ่น ยุคที่นักการเมืองเริ่มโหยหาประชาชน

เพราะตัวอย่างจากกรณีที่รัฐบาล เพื่อไทย โดย พล.ตำรวจเอก ชัช กุลดิลก ออกมาให้สัมภาษณ์สื่อชัดเจนว่า รัฐบาลตกลงจะสร้างรถไฟความเร็วสูงโดยความร่วมมือกับจีนอย่างแน่นอน โดยจะสร้างเส้น กรุงเทพ – เชียงใหม่ และคาดว่า ปลายนี้โครงการก็จะเริ่มได้.... ส.เดี๋ยวโดน

ผมอ่านข่าวนี้แล้ว เจ็บปวด ... เพราะมันตอกย้ำให้เห็นว่า ประเทศชาติจะพัฒนาเดินหน้า หรือถอยหลังหรือจะเจริญหรือล้มเหลว  ตัวแปรที่สำคัญที่สุดในตอนนี้ หนีไม่พ้น “นักการเมือง”

เพราะมันสอดรับกับการทีทักษิณวิดิโอลิ้งค์เข้ามาที่เขาใหญ่ ประกาศให้พลพรรคทราบชัดเจนว่า ปลายปีนี้รถไฟความเร็วสูง กรุงเทพ-เชียงใหม่ สร้างแน่...นั่นคือคำตอบว่า  ทุกอย่าง อยู่ที่ นักการเมือง

เอาเถอะ... ถือเป็นว่า "ทีใครทีมัน"...แม้จะเอางบประมาณของประชาชนทั้งประเทศไปป้อนเอาใจคนที่เลือกเค้าเข้ามา...  มันก็ไม่ต่างกับ ยุคคุณบรรหารที่พลิกผันสุพรรณบุรี เมืองบ้านนอกให้กลายเป็นเมืองหรูหรา น้ำไม่ท่วมได้ เช่นกัน...

คนปักษ์ใต้... มีนายกชาวใต้ลูกแม่ค้าพุงปลา แต่บ้านเกิดยังเหมือนเดิม....
คนปักษ์ใต้ .. มี รมต. คนหาดใหญ่,สงขลา มาหลายยุค แต่สงขลา หาดใหญ่ ก็ยังไม่ไปไหน..

มองในแง่ดี... ก็เห็นว่า  คนที่ก้าวมาเป็น นายก..เป็น รมต. ... ที่ดีนั้นเขาย่อมไม่เลือกปฏิบัติว่า ต้องทำบ้านเอ็ง..บ้านข้าก่อน... แบบที่เค้าชอบกล่าวหากันว่า  “เวลาเลือก...เลือกแต่ คนของเรา แม้นเอาเสาไฟฟ้าลงก็ยังเลือก”

ก็พยายามมองในแง่ดี.... จนรู้สึก "เจ็บปวด"

และเมื่อ..นักการเมือง คือตัวแปรสำคัญที่จะพลิกผันอะไรที่ทำไม่ได้...ให้ทำได้ 

ก็เลยคิดว่า ทุกครั้งที่จะมีการเลือกตั้งเกี่ยวกับการเมือง ผมเห็นควรว่า ควรเลือกพรรคการเมืองหรือทีมที่จะอาสานำพาหรือผลักดันโครงการนี้ ให้มันใกล้เคียงความจริงขึ้นมาบ้าง

ยิ่งผมอ่านในแผนที่ระบุว่า การฟื้นเส้นทางนี้ ใช้งบประมาณประมาณ 500 ล้านบาท อย่างน้อยถ้าเริ่มได้...เราก็คงได้เห็นเงาของรางรถไฟปรากฏแล้ว...

ผมต่อให้งบบานไปถึง 2000 ล้าน ด้วยซ้ำ  ถ้านักการเมืองเห็นว่า  ข้อศึกษาของ สนข. ยังมีความหมายต่อประชาชนทั้งจังหวัดอยู่บ้าง  ก็ต้องเลือกทีมนั้น...พรรคนั้น


เอาเป็น ทีมไหนที่จะลงสมัครแข่งขันการเมืองในครั้งไหน ไม่ว่าจะเล็ก ๆ อย่าง เทศบาล หรือ อบจ.หรือระดับชาติ  พรรคไหนทีมไหน...บรรจุนโยบายเข้าไปว่า จะเร่งผลักดันเส้นทางรถไฟ หาดใหญ่ – สงขลา ให้สามารถเดินหน้าในระดับจังหวัด,ประเทศ ได้อย่างเป็นรูปธรรม 

ผม...เลือก ทีมนั้นคนนั้นแน่นอน.....   

ว่าไงครับท่าน...พงษ์ศักดิ์,ท่านไพร,ปลัดอ๋อย,คุณสมบูรณ์ หรือใคร ๆ มีใครสนใจกล้าทำในเรื่องใหญ่ ๆ (แต่คุ้มค่า) พวกนี้มั้ยเอ่ย?
..ขอเป็นแค่ "มนุษย์" ที่อาศัยโลกใบนี้สำหรับ เกิด.แก่.เจ็บ.ตาย อย่างนอบน้อมและคารวะ.
https://www.facebook.com/mrno.hatyai

มันแพงกับค่าสร้างถนนยกระดับข้ามทางผ่านต่าง ๆ ครับ ค่ารื้อฟื้นทางรถไฟไม่เท่าไหร่ เพราะมีคันทางเดิมอยู่แล้ว ไม่ต้องเวนคืนที่ดิน

ออฟไลน์ ซัมเบ้ Note 7 Jr.

ยุคนี้ ถ้าไม่แบ่งเค้ก ก็คงสร้างสรรค์อะไรดีๆไม่ได้มั๊ง
ขอเป็นข้ารองพระบาททุกชาติไป

ออฟไลน์ ลูกแมวตาดำๆ

ถ้าปรับปรุงคันทาง ยังไม่ยากเท่ากับการรื้อสิ่งปลูกสร้างบุกรุก  ส.โกรธ

ออฟไลน์ ซัมเบ้ Note 7 Jr.

มีโรงแรมแห่งหนึ่ง ที่สร้างทับเส้นทางรถไฟสายนี้ด้วย ถ้าจำไม่ผิดนะ
ขอเป็นข้ารองพระบาททุกชาติไป

ออฟไลน์ ลูกแมวตาดำๆ

มีโรงแรมแห่งหนึ่ง ที่สร้างทับเส้นทางรถไฟสายนี้ด้วย ถ้าจำไม่ผิดนะ

ถ้าเป็นโรงแรมในเมืองสงขลานั้น ไม่เชิงว่าทับ ที่ทับรางจะเป็นเสาของมุกหน้าอาคาร และระบบกรองน้ำใช้ของโรงแรม น่ะครับ

แต่ถ้าเปิดเดินรถจริง แค่ปรับปรุงภูมิทัศน์ อาจจะเป็นที่หยุดรถไปในตัวเลยก็ยังได้ แถมโรงแรมได้ประโยชน์ด้วยในเชิงความสะดวก

ออฟไลน์ Mr.No

มันแพงกับค่าสร้างถนนยกระดับข้ามทางผ่านต่าง ๆ ครับ ค่ารื้อฟื้นทางรถไฟไม่เท่าไหร่ เพราะมีคันทางเดิมอยู่แล้ว ไม่ต้องเวนคืนที่ดิน

สวัสดีครับท่านหม่องฯ

ผมว่า  แค่ 29 กิโลเมตร  อย่างน้อยถ้าสามารถ่ยุติปัญหาการเดินหน้าล่าที่ดินรถไฟ ในเบื้องต้น ในลักษณะสงวนพื้นที่ไว้ก่อนก็คุ้มค่าแล้วครับ ส่วนเรื่องอื่นก็ว่ากันไปตาม step

ผมเห็นว่าปัญหาที่เมืองไทยติดแหง่ก..ก็คือ เรื่องของมวลชนครับ...

การเมือง....แก้ปัญหาได้ครับ   อย่างกรณี กทม. รฟท กับ จุตจักร  สุดท้ายผมก็เห็นว่า จบเพราะ "การเมือง" ว่ามั้ยครับ ส.ตากุลิบกุลิบ
..ขอเป็นแค่ "มนุษย์" ที่อาศัยโลกใบนี้สำหรับ เกิด.แก่.เจ็บ.ตาย อย่างนอบน้อมและคารวะ.
https://www.facebook.com/mrno.hatyai

ออฟไลน์ Mr.No

ถ้าเป็นโรงแรมในเมืองสงขลานั้น ไม่เชิงว่าทับ ที่ทับรางจะเป็นเสาของมุกหน้าอาคาร และระบบกรองน้ำใช้ของโรงแรม น่ะครับ

แต่ถ้าเปิดเดินรถจริง แค่ปรับปรุงภูมิทัศน์ อาจจะเป็นที่หยุดรถไปในตัวเลยก็ยังได้ แถมโรงแรมได้ประโยชน์ด้วยในเชิงความสะดวก


อันนี้ผมเห็นด้วย...   

อย่าลืมนะครับว่า ตามกฎหมาย ที่ดินหลวงนั้น ร้อยปีคุณก็ไม่มีวันครอบครองปรปักษ์ได้.... แค่เค้าเยียวยา ให้งบย้าย ผมก็ถือว่านี่เป็นการประนีประนอมแล้ว (ไม่ฟ้องค่าเสียหายก็บุญตาย)

กฎหมาย ย่อมเป็นหลักได้... แต่ปัญหาคือ "การเมือง" นี่ละครับ ที่เป็นปัญหา....

แค่ ..ผู้นำชุมชุน นี่..ฤดู  หาเสียง.. โคตรตัวใหญ่เลย ส.หัว ส.หัว
..ขอเป็นแค่ "มนุษย์" ที่อาศัยโลกใบนี้สำหรับ เกิด.แก่.เจ็บ.ตาย อย่างนอบน้อมและคารวะ.
https://www.facebook.com/mrno.hatyai

ออฟไลน์ Oganoi

  • สุราในมือข้า ไม่ได้ช่วยให้คำตอบ แต่....มันทำให้ข้า ลืมคำถาม
  • ประวัติการขาย
  • สมาชิกกลุ่มดาว 7-3
  • *
  • ยืนยันตัวตนแล้ว

    สถานะการยืนยันที่สำนักงานสถานะการยืนยันบัตรประชาชนสถานะการยืนยันที่อยู่สถานะการยืนยันรูปถ่ายสถานะการยืนยันหมายเลขโทรศัพท์

    Social Media

    สถานะการยืนยัน facebookสถานะการยืนยัน google+สถานะการยืนยัน line

    ประวัติการใช้งาน

    • ใช้งานล่าสุดเมื่อ 10:20 น. วันที่ 03 พ.ย.60
      • จำนวนกระทู้ 190
      • จำนวนตอบ 1,900
  • นอกสายตา
ผู้นำตนไหนทำ เอาไปเลย 1 เสียง
ไหนว่าไปแล้วกลับหน้าฝน  ใครเป็นคนสัญญาเอาไว้ ทิ้งให้รออีนานเท่าไร  คนแบบนี้ก็มี

 


ร่วมขับเคลื่อนโดย
เว็บไซท์นี้จัดสร้างขึ้นมาเพื่อเป็นสังคมออนไลน์ของชาวหาดใหญ่ - สงขลา สงวนลิขสิทธิ์ © บริษัท บ้านเรา คอร์ปอเรชั่น จำกัด
นโยบาย | เกี่ยวกับเรา | ลงโฆษณา | ร้องเรียน | แจ้งข้อผิดพลาด | ติดต่อเรา | มีอะไรใหม่ในเว็บกิมหยง | คุยกับเว็บมาสเตอร์
เครือข่ายเว็บไซท์ท้องถิ่นไทย [ ตรัง ] [ ขอนแก่น ] [ เชียงใหม่ ] [ เชียงราย ] [ อุดรธานี ] [ หาดใหญ่ - สงขลา ] [ น่าน ] [ พัทลุง ] [ นครศรีธรรมราช ]