samsung
gimyong หาดใหญ่
ศูนย์ประชุมนานาชาติฉลองสิริราชสมบัติครบ ๖๐ ปี
 


 

ผู้เขียน หัวข้อ: ประวัติศาสตร์ยังจารึก "เรือรบหลวงสงขลา"  (อ่าน 3816 ครั้ง)

ประวัติศาสตร์ยังจารึก "เรือรบหลวงสงขลา"

ออฟไลน์ ข้าวเหนียวมะม่วง

  • สมาชิกกลุ่มดาว 3-3
  • ***
  • ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการรักษาชายหาด
       เรือหลวงสงขลา เรือรบที่ได้รับพระราชทานชื่อจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดล ตามชื่อจังหวัดทางภาคใต้ของประเทศไทยที่มีประวัติความเป็นมายาวนาน มหานาวาแห่งราชนาวีลำนี้ มีเกียรติภูมิอันเกรียงไกร ในการเป็นเรือรบทำหน้าที่ประจำการเหนือน่านน้ำไทย กินระยะเวลามายาวนาน เรือหลวงสงขลาระวางขับน้ำ ๔๕๐ ตัน สร้างความครั้นคร้ามแก่อริราชศัตรู และอาวุธยุทธโธปกรที่ทันสมัยที่สุดในยุคนั้น ยามศึกสงครามเรือรบลำนี้มีแสนยานุภาพในการโรมรันเหนือน่านน้ำ ฟาดฟันกับเรือดำน้ำ และรุกฆาตอากาศยาน ที่หันมารุกรานพลานพล้าราชอาณาจักรไทย      
       ร่วมจดจำกันว่า เมื่อวันที่ ๑๗ มกราคม ๒๔๘๔ คือวันที่ “....ดอกประดู่ซึ่งเคยเหลืองสะพรั่งอยู่เต็มต้องสละต้นจมลงสู่มหาสมุทรเสียหลายชีวิต หล่นเหลืองลงพลีพระสมุทรเพื่อความอยู่รอดของชาติไทย...”
      เหตุเริ่มต้นจาก “กรณีพิพาทระหว่างไทยกับอินโดจีนฝรั่งเศส” ตั้งแต่ปีที่แล้ว (พ.ศ.๒๔๘๓)  เมื่อรัฐบาลไทยเริ่มเจรจาเรียกร้องดินแดนสยามที่เสียไปครั้ง ร.ศ.๑๑๒ คืนจากฝรั่งเศสที่กำลังเพลี่ยงพล้ำสงครามในยุโรป ซึ่งนั้นก็คือสัญญาณเริ่มต้นของความขัดแย้งครั้งใหม่ ที่นำไปสู่ปฏิบัติการทางทหารและสงครามของสองประเทศอีกครั้ง แต่ครั้งนี้เราไม่ได้ “อ่อนแอ” เหมือนก่อนอย่างแน่นอน                         
       ฝรั่งเศสส่งกองทหารผสมญวน เขมร เข้าตรึงกำลังตลอดแนวฝั่งแม่น้ำโขงในทันที ในขณะที่กองทัพไทยก็ได้จัดกำลังพลทั้งทางบก ทางเรือและทางอากาศอย่างพร้อมสรรพ ในสภาพการณ์ที่เป็นไปได้
      และเมื่อฝรั่งเศสส่งเครื่องบินทิ้งระเบิดเข้าโจมตีจังหวัดนครพนม นั่นก็หมายความว่า สงครามอินโดจีนได้เปิดฉากขึ้นแล้วอย่างเป็นทางการแล้ว !!!         
       กองทัพไทยจึงต้องเตรียมพร้อม โดยเฉพาะกองทัพเรือ ที่จะต้องคอยระวังรักษาน่านน้ำฝั่งทะเลตะวันออก อันเป็นแนวชายแดนสำคัญทางทะเล ที่ในอดีตฝรั่งเศสเคยเอาเรือรบล่วงเข้ามาถึงพระนครได้ แต่จะไม่มีครั้งที่สองอีกแล้ว
      วันที่ ๑๖ มกราคม ๒๔๘๔ น.ท.หลวงพร้อมวีรพันธุ์ ได้รับคำสั่งให้นำเรือรบ ๖ ลำออกลาดตระเวนบริเวณเกาะช้างและเกาะกูดอย่างเช่นเคยปฏิบัติ แต่ครั้งนี้กำชับว่าให้อยู่ในสถานการณ์ “พร้อมรบเต็มอัตรา”
      ๐๖.๐๐ น. ของวันที่ ๑๗ มกราคม ๒๔๘๔ เครื่องบินฝรั่งเศสลำหนึ่งก็บินล่วงล้ำน่านฟ้าเข้ามา มีเป้าหมายโจมตีอาคารบนเกาะช้าง แต่ก็พลาดเป้าหมายไปมาก
      เรือตอร์ปิโด ๒ ลำของไทย คือ ร.ล.สงขลา มี น.ต.ชั้น สิงหชาญ เป็นผู้บังคับการเรือ และ เรือรบหลวง ร.ล.ชลบุรี มี ร.อ.ประทิน ไชยปัญญา เป็นผู้บังคับการเรือ ที่กำลังลาดตระเวนอยู่ทางใต้ของเกาะช้าง จึงยิงปืนต่อสู้อากาศยานบนดาดฟ้าเข้าใส่ ทำให้เครื่องบินฝรั่งเศส
เกิดไฟลุกท่วมลำไปตกลงที่เกาะหวาย ....ยุทธนาวีกำลังจะเริ่มขึ้นแล้ว !!!
      เมื่อมาถึงก็ไม่รอท่า เรือธงลามอตต์ปิเกต์ เปิดฉากระดมยิงปืนใหญ่เรือเข้าใส่อาคารบนเกาะง่ามในทันทีที่มาถึง เรือรบหลวงชลบุรีและสงขลาที่จอดคอยท่าอยู่ในท่ามกลางหมอกเช้าเป็นอำพรางธรรมชาติ จึงยิงตอบโต้สวนกลับทันที ซึ่งก็สามารถเบี่ยงเบนให้เรือธงฝรั่งเศส
หันปากกระบอกปืนมาทางเรือรบหลวงของไทย
      เรือรบหลวงทั้งสองลำจึงแยกกันรบ ร.ล.สงขลา ระวางขับน้ำ ๔๗๐ ตัน ขอต่อกรกับเจ้ายักษ์ลามอตต์ปิเกต์ตัวต่อตัว ร.ล.ชลบุรี แยกไปสกัดเรือปืนและเรือสลุป อีก ๖ ลำ
      ร.ล.สงขลา ยิงปืนใหญ่เรือ ๓ นิ้ว ที่มีอยู่เพียงสามกระบอกเข้าใส่เรือธงลามอตต์ปิเกต์ ซึ่งก็สร้างความเสียหายให้กับเรือธงของฝรั่งเศสในทันทีที่ปะทะกัน       
      เมื่อระยะเวลาการปะทะกันเริ่มยาวนานขึ้น หมอกในยามเช้าก็เริ่มหายไปจนหมด เรือรบหลวงฝ่ายไทยจึงเริ่มเป็นฝ่ายเสียเปรียบ และทันทีทันใด ร.ล.สงขลา ก็ถูกกระสุนเรือลามอตต์ปิเกต์สวนกลับมาเข้าที่ท้ายเรือ ลูกประดู่ประจำปืนท้ายเรือล้มลงขาดใจตายในทันที !!!
      เทพีแห่งโชคคงไม่เข้าข้างฝ่ายไทยแล้ว เมื่อ ร.ล.สงขลา ถูกกระหน่ำยิงเข้าจุดสำคัญหลายแห่ง ไฟไหม้พลุ่งขึ้นไปทั่วเรือ แต่เสียงปืนของฝ่ายไทยก็ยังคงตอบโต้ต่อผู้รุกรานไม่ได้หยุดหย่อน
      ร.ล.ทั้งสองถูกกระสุนเข้าที่สำคัญหลายต่อหลายแห่ง ทหารเสียชีวิตและบาดเจ็บมากขึ้น แต่ก็ไม่มีเสียงบ่นหรือครวญครางให้ได้ยิน มีแต่เสียงปืนที่ยิงตอบโต้โดยไม่ยอมหยุดเท่านั้น
      ในที่สุด ร.ล. สงขลา ก็ไปไม่รอดและกำลังจะจมลง ผู้บังคับบัญชาเรือจึงสั่งการให้สละเรือเมื่อเวลา ๐๖.๔๕ น.

       เรือหลวง สงขลา ถือเป็นเกียรติประวัติของกองทัพเรือไทย เป็นเรือรบที่สมบูรณ์แบบได้ต่อสู้เคียงบ่าเคียงไหล่กับทหารเรือไทย อย่างเต็มกำลัง ซึ่งปัจจุบัน ร.ล.สงขลาที่จมลงในวันนั้น คอยเตือนความทรงจำของคนไทยทั้งชาติและทหารเรือทุกนาย ให้ได้ระลึกถึง “วีรกรรมที่เกิดขึ้นจริง” ของเหล่าผู้กล้าหาญทั้งที่มีชีวิตอยู่และล่วงลับไปแล้ว จนถึงทุกวันนี้
      ความเสียหายที่เกิดขึ้นในวันนั้น ราชนาวีไทยต้องเสียเรือรบทั้งสามลำ ทหารประจำเรือสละชีพ ๓๖ นาย เป็นทหารประจำ ร.ล.ธนบุรี ๒๐ นาย ร.ล.สงขลา ๑๔ นาย ร.ล.ชลบุรี ๒ นาย สำหรับการสูญเสียของฝ่ายข้าศึกฝรั่งเศส เรือธงลามอตต์ปิเกต์ได้รับความเสียหายอย่างหนัก ทหารเรือเสียชีวิตไม่ทราบจำนวนแน่นอน แต่ทราบกันว่าเมื่อเรือข้าศึกกลับถึงไซ่ง่อน ได้มีการขนศพทหารที่เสียชีวิต และทหารที่ได้รับบาดเจ็บขึ้นบกกันตลอดคืน เรือสลุปจมลงนอกชายฝั่งทะเลสองลำ                     
      การรบทางเรือครั้งนี้นับว่าเป็นการรบทางเรือที่ได้กระทำอย่างจริงจัง ในประวัติการรบของทหารเรือไทย นับแต่ได้ดำเนินการทหารเรือตามแบบอย่างของอารยประเทศที่เจริญในการเดินเรือ ซึ่งชาวไทยทั้งหลายควรภูมิใจ เพราะนับตั้งแต่สงครามญี่ปุ่น-รัสเซีย เมื่อปี พ.ศ.๒๔๔๗-๒๔๔๘ แล้วก็มีประเทศไทยที่เป็นประเทศในตะวันออกไกล ชาวเอเซียได้ทำการรบทางเรืออย่างแท้จริงกับชาติตะวันตกแม้ฝรั่งเศสเอง ซึ่งเป็นข้าศึกของเราในครั้งนั้นก็ยังกล่าวสรรเสริญถึงวีรกรรมของทหารเรือไทย ดังได้ปรากฏในวิทยุกระจายเสียงสถานีไซ่ง่อน เมื่อ ๑๙ มกราคม พ.ศ.๒๔๘๓ มีความว่า
     “แต่เราจะลืมเสียมิได้ที่จะสรรเสริญการต่อสู้อย่างทรหดกล้าหาญของทหารไทย เราขอน้อมเคารพพวกทหารเรือไทยที่ได้สิ้นชีพในการต่อสู้อย่างถึงที่สุดสมเกียรติทหาร เพื่อบ้านเกิดเมืองนอนของเขาด้วย”
     นับจากการรบที่เกาะช้าง จนถึงวันลงนามย่อในสัญญาสันติภาพ เมื่อ ๑๑ มีนาคม พ.ศ.๒๔๘๔ ที่กรุงโตเกียว ไม่ปรากฎว่ามีเรือรบข้าศึกเข้ามาในอ่าวไทยอีกเลย    
      “วีรกรรม” หลากหลายในหน้าประวัติศาสตร์ การต่อสู้ที่ผู้คนชาวสยามหรือชาวไทยในอดีตได้อุทิศชีวิตของตน สละเลือดเนื้อเข้าปกป้องผืนแผ่นดินไว้ หลายคนคงจำได้เพียงแค่ปี พ.ศ. ที่เกิดเรื่อง หลายคนจดจำได้เฉพาะเนื้อหาเปลือกๆ หลายคนอาจจำไม่ได้และหลงลืมมันไปแล้ว ผู้เขียนได้จัดทำเรื่องนี้ขึ้นมาโดยหวังเพียงว่า เรื่องราวภาพรายละเอียดของวีรกรรมที่เกิดขึ้นจริงนี้ จะไม่สูญหายไปตามกาลเวลา ทุกคนจะได้ช่วยกันจดจำว่า เรื่องราวของทหารเรือไทย “ลูกประดู่” ที่อุทิศชีวิตเพื่อปกป้องมาตุภูมิ ฝากไว้ในหัวใจและความระลึกจดจำของท่าน ดังเช่นความทรงจำและความภาคภูมิใจที่ผมมีมาตลอดชีวิต
เมื่อลูกหลานคุณถามว่า ‘ทำไมไม่มีหาด’ แล้วคุณจะตอบว่าอย่างไร
                            "ธรรมชาติใช้เวลากว่า ๒๐๐ ล้านปี ในการสร้างชายหาด"
                               "มนุษย์ใช้เวลา ๕๐ - ๑๐๐ ปี ในการสร้างชุมชน"
                      "การสร้างเขื่อนกันคลื่นใช้เวลาเพียง ๑ - ๓ สัปดาห์ในการทำลาย"

ลูกหิน

  • บุคคลทั่วไป
Re: ประวัติศาสตร์ยังจารึก "เรือรบหลวงสงขลา"
« ตอบกลับ #1 เมื่อ: 01:38 น. วันที่ 03 ก.ย.54 »
เป็นบุญบารมีที่เกิดเป็นลูกของลูกประดู่ท่านหนึ่งที่อยู่ในเหตุการณ์ยุทธนาวีที่เกาะช้าง บิดาเป็นลูกเรือ รล.สงขลา หลังจากการต่อสู้ และเรือได้จมลง ท่านได้รับบาดเจ็บและว่ายน้ำขึ้นเกาะได้ ท่ามกลางการระดมยิงของฝรั่งเศส ท่านเสียเพื่อนไปในการยุทธ์ครั้งนั้น 14 ท่าน  ท่านถึงแก่กรรรมเมื่อ 28 มกราคม 2547 สิริอายุ 94 ปี  จำได้ว่าเมื่อยังเล็กเวลาคุณพ่อกลับจากทะเล (รับราชการต่อหลังจากยุทธนาวีอีกไม่นานนักก็ลาออก ไปประกอบอาชีพเดินเรือสินค้า) คาดคั้นให้เล่าความหลังเรื่องการรบ ท่านจะเล่าทีละเล็กละน้อยให้เรา 6 พี่น้องฟังกัน จนปะติดปะต่อได้เป็นฉาก รวมกับท่านได้ให้อ่านบันทึกก่อนและหลังการรบที่มีสีหมึกซีดจางเลอะเลือนและมีคราบน้ำทะเลมาให้ดูด้วย  กับทั้งยังได้เห็นภาพบรรดาเพื่อนของท่าน รูปถ่ายบนเรือหลวงลำที่ท่านประจำ เช่น กันตัง สงขลา ฯลฯ ปัจจุบันพี่สาวได้เก็บรักษาไว้อย่างดี   ...ทุกวันนี้จะยังเหลือผู้จดจำเหตุการณ์วันนั้นได้หรือไม่ก็ไม่ทราบ เพราะหากมีชีวิตอยู่ก็คงอายุ 100 ปีกว่าแล้ว   พบเรื่องนี้ในสื่อใดก็ตาม มักคิดว่าตนเองก็อยู่ในเหตุการณ์นั้นด้วยเสมอ  ...ระลึกถึงทุกดวงวิญญาณผู้กล้า ที่เสียสละชีวิตเพื่อรักษาอธิปไตยของไทยจนอยู่ยงมาจนถึงวันนี้  ฝากถึงผู้ที่กำลังทำลายวิถีไทย โดยการคอรัปชั่นทุกเรื่องทุกคน ท่านเป็นหนี้ดวงวิญญาณท่านเหล่านั้นนะครับ เพลา ๆการกินบ้านโกงเมืองเสียที...

ออฟไลน์ ลูกแมวตาดำๆ

  • สมาชิกกลุ่มดาว 8-5
  • *
    • ย้อนตำนานสู่อนาคตรถไฟหาดใหญ่ - สงขลา
Re: ประวัติศาสตร์ยังจารึก "เรือรบหลวงสงขลา"
« ตอบกลับ #2 เมื่อ: 02:03 น. วันที่ 03 ก.ย.54 »
เป็นบุญบารมีที่เกิดเป็นลูกของลูกประดู่ท่านหนึ่งที่อยู่ในเหตุการณ์ยุทธนาวีที่เกาะช้าง บิดาเป็นลูกเรือ รล.สงขลา หลังจากการต่อสู้ และเรือได้จมลง ท่านได้รับบาดเจ็บและว่ายน้ำขึ้นเกาะได้ ท่ามกลางการระดมยิงของฝรั่งเศส ท่านเสียเพื่อนไปในการยุทธ์ครั้งนั้น 14 ท่าน  ท่านถึงแก่กรรรมเมื่อ 28 มกราคม 2547 สิริอายุ 94 ปี  จำได้ว่าเมื่อยังเล็กเวลาคุณพ่อกลับจากทะเล (รับราชการต่อหลังจากยุทธนาวีอีกไม่นานนักก็ลาออก ไปประกอบอาชีพเดินเรือสินค้า) คาดคั้นให้เล่าความหลังเรื่องการรบ ท่านจะเล่าทีละเล็กละน้อยให้เรา 6 พี่น้องฟังกัน จนปะติดปะต่อได้เป็นฉาก รวมกับท่านได้ให้อ่านบันทึกก่อนและหลังการรบที่มีสีหมึกซีดจางเลอะเลือนและมีคราบน้ำทะเลมาให้ดูด้วย  กับทั้งยังได้เห็นภาพบรรดาเพื่อนของท่าน รูปถ่ายบนเรือหลวงลำที่ท่านประจำ เช่น กันตัง สงขลา ฯลฯ ปัจจุบันพี่สาวได้เก็บรักษาไว้อย่างดี   ...ทุกวันนี้จะยังเหลือผู้จดจำเหตุการณ์วันนั้นได้หรือไม่ก็ไม่ทราบ เพราะหากมีชีวิตอยู่ก็คงอายุ 100 ปีกว่าแล้ว   พบเรื่องนี้ในสื่อใดก็ตาม มักคิดว่าตนเองก็อยู่ในเหตุการณ์นั้นด้วยเสมอ  ...ระลึกถึงทุกดวงวิญญาณผู้กล้า ที่เสียสละชีวิตเพื่อรักษาอธิปไตยของไทยจนอยู่ยงมาจนถึงวันนี้  ฝากถึงผู้ที่กำลังทำลายวิถีไทย โดยการคอรัปชั่นทุกเรื่องทุกคน ท่านเป็นหนี้ดวงวิญญาณท่านเหล่านั้นนะครับ เพลา ๆการกินบ้านโกงเมืองเสียที...

ถ้าท่านสามารถสแกนเอกสาร บันทึก และรูปถ่ายดังกล่าว แล้วนำมาโพสลงกระทู้นี้ จักขอขอบพระคุณอย่างสูง เพื่อร่วมกันรักษาประวัติศาสตร์ อีกช่องทางครับ

ออฟไลน์ Singoraman

  • สมาชิกกลุ่มดาว 7-1
  • *
Re: ประวัติศาสตร์ยังจารึก "เรือรบหลวงสงขลา"
« ตอบกลับ #3 เมื่อ: 11:18 น. วันที่ 03 ก.ย.54 »
ขอคารวะแด่ดวงวิญาณของบรรพบุรุษที่ปกป้องแผ่นดินผืนนี้ ทุกรูปนาม
ขอขอบคุณเจ้าของกระทู้
ผมจำได้ว่า เมื่อครั้งก่อนนานมาแล้ว สมัยศาลากลางจังหวัดสงขลาหลังเดิม มิใช่ศูนย์ราชการหลังปัจจุบัน
ตรงโถงเมื่อขึ้นบันไดหน้ามา มีโมเดล รล.สงขลา ใส่ตู้กระจกวางไว้ ผมไปติดต่อราชการงานใด จะต้องพินิจดูเสมอ
ด้วยความภาคภูมิใจ
ณ เวลานี้โมเดลนั้นมิทราบว่าอยู่ ณ ที่ใด ใครเห็นบ้าง

ออฟไลน์ ข้าวเหนียวมะม่วง

  • สมาชิกกลุ่มดาว 3-3
  • ***
  • ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการรักษาชายหาด
Re: ประวัติศาสตร์ยังจารึก "เรือรบหลวงสงขลา"
« ตอบกลับ #4 เมื่อ: 10:06 น. วันที่ 11 ก.ย.54 »
ผมเคยเห็นแต่ในพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติสงขลาครับผม เป็นเรือสินค้าที่มีชื่อว่า "สงขลา" สวยๆ เรือลำจริงๆ ไม่รู้ไปอยู่ที่ไหนแล้ว เห็นเทศบาลนครสงขลาเค้ามีโครงการนำเรือหลวงโพสามต้นมาตั้งที่แหลมสนอ่อน น่าจะเป็นโครงการอุทยานการเรียนรู้แหลมสนอ่อน ไม่ทราบข่าวคราวว่าไปถึงไหนแล้ว
เมื่อลูกหลานคุณถามว่า ‘ทำไมไม่มีหาด’ แล้วคุณจะตอบว่าอย่างไร
                            "ธรรมชาติใช้เวลากว่า ๒๐๐ ล้านปี ในการสร้างชายหาด"
                               "มนุษย์ใช้เวลา ๕๐ - ๑๐๐ ปี ในการสร้างชุมชน"
                      "การสร้างเขื่อนกันคลื่นใช้เวลาเพียง ๑ - ๓ สัปดาห์ในการทำลาย"

ออฟไลน์ คนหน้าวัด13

  • สมาชิกกลุ่มดาว 6-5
  • *
Re: ประวัติศาสตร์ยังจารึก "เรือรบหลวงสงขลา"
« ตอบกลับ #5 เมื่อ: 12:05 น. วันที่ 20 ก.ย.54 »
 ส.ยกน้ิวให้ ส.ยกน้ิวให้ ขอสดุดีทหารกล้า ของไทยเรา  ส.ยกน้ิวให้อยากเห็นรูปเรือจริงๆ พอจะมีบ้างไหม ส.ยกน้ิวให้
วิญญาณ ปู่ ย่า ตา ยาย จะ ร่ำไห้ เพราะ ลูก หลานจัญไร

ออฟไลน์ คนหน้าวัด13

  • สมาชิกกลุ่มดาว 6-5
  • *
วิญญาณ ปู่ ย่า ตา ยาย จะ ร่ำไห้ เพราะ ลูก หลานจัญไร

ออฟไลน์ หนุ่มนครนอก

  • สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม
  • สมาชิกกลุ่มดาว 5-6
  • *****
Re: ประวัติศาสตร์ยังจารึก "เรือรบหลวงสงขลา"
« ตอบกลับ #7 เมื่อ: 04:36 น. วันที่ 21 ก.ย.54 »
ขอร่วมสดุดีวีรกรรมของทหารหาญที่ร่วมรบเพื่อปกป้องคุ้มครองเหล่าประชาชนพลเรือนและประเทศไทยเรา ส.ยกน้ิวให้
เธอจงระวังความคิดของเธอ
เพราะความคิดของเธอจะกลายเป็นความประพฤติของเธอ
เธอจงระวังความประพฤติของเธอ
เพราะความประพฤติของเธอจะกลายเป็นความเคยชินของเธอ
เธอจงระวังความเคยชินของเธอ
เพราะความเคยชินของเธอจะกลายเป็นอุปนิสัยของเธอ
เธอจงระวังอุปนิสัยของเธอ
เพราะอุปนิสัยของเธอจะกำหนดชะตากรรมของเธอชั่วชี

 


ร่วมขับเคลื่อนโดย
เว็บไซท์นี้จัดสร้างขึ้นมาเพื่อเป็นสังคมออนไลน์ของชาวหาดใหญ่ - สงขลา สงวนลิขสิทธิ์ © บริษัท บ้านเรา คอร์ปอเรชั่น จำกัด
นโยบาย | เกี่ยวกับเรา | ลงโฆษณา | ร้องเรียน | แจ้งข้อผิดพลาด | ติดต่อเรา | มีอะไรใหม่ในเว็บกิมหยง | คุยกับเว็บมาสเตอร์
เครือข่ายเว็บไซท์ท้องถิ่นไทย [ ตรัง ] [ ขอนแก่น ] [ เชียงใหม่ ] [ เชียงราย ] [ อุดรธานี ] [ หาดใหญ่ - สงขลา ] [ น่าน ] [ พัทลุง ] [ นครศรีธรรมราช ]