gimyong หาดใหญ่
ศูนย์ประชุมนานาชาติฉลองสิริราชสมบัติครบ ๖๐ ปี
 


 


  หัวข้อ / เริ่มโดย ตอบ / อ่าน กระทู้ล่าสุด
เชิญร่วมกิจกรรมสร้างบุญ "ไฟฟ้าลงดิน" วัดป่าแสงธรรม (บ้านพรุ)

เชิญร่วมกิจกรรมสร้างบุญ "ไฟฟ้าลงดิน" วัดป่าแสงธรรม (บ้านพรุ)

เริ่มโดย กิมหยง

1689
อ่าน
4
ตอบ
10:42 น. วันที่ 18 พ.ค.57
โดย ปาร์คหาดใหญ่
ความคืบหน้าการก่อสร้างโบถส์วัดป่าแสงธรรม

ความคืบหน้าการก่อสร้างโบถส์วัดป่าแสงธรรม

เริ่มโดย กิมหยง

6893
อ่าน
48
ตอบ
20:35 น. วันที่ 15 เม.ย.57
โดย ฅ ฅนหลง

ผู้เขียน หัวข้อ: วัฏสงสาร 31 ภูมิ  (อ่าน 6001 ครั้ง)

วัฏสงสาร 31 ภูมิ

ลูกช่างลบ

  • บุคคลทั่วไป
Re: วัฏสงสาร 31 ภูมิ
« ตอบกลับ #15 เมื่อ: 23:11 น. วันที่ 19 พ.ย.55 »
วันก่อน เขียนว่า ตามคุณหลวงมา


แค่นี้ก็โดนลบ


เขียนอีกที จะโดนลบไหม


คนบ้า คนชั่วมีมาก หาดใหญ่จึงเจอหายนะบ่อย

ออฟไลน์ คุณหลวง

  • ตรง ณ. เอียง
  • สมาชิกกลุ่มดาว 6-4
  • *
  • ไร้นาย...RIGHT NOW
Re: วัฏสงสาร 31 ภูมิ
« ตอบกลับ #16 เมื่อ: 22:03 น. วันที่ 23 พ.ย.55 »
    อย่ารำคาญใจไปเลยครับ เป็นเรื่องธรรมดาที่มีความเห็นต่างกัน เขา(ผู้ลบ)อาจไม่เข้าใจเจตนาของท่านอย่างที่ท่านหวัง

    ผมเอง หากมีสิทธิ์ลบ ก็ไม่แน่ว่าอาจจะลบเลยเถิดบ้างก็ได้ ขอบคุณกิมหยงเสมอที่ไม่ให้สิทธิ์นั้นกับผม ทำได้เพียง ลบ แก้ไขกระทู้ของตนเท่านั้น เพราะผมเองก็ยังมีอารมณ์หงุดหงิดบ่อยเหมือนกัน

    กระทู้ของผมเองก็มีอยู่ที่โดนลบ แม้ว่าผมเองคิดว่าไม่น่าจะโดน บางทีความของผมที่สื่อผิดจากที่ต้องการบ้างก็มี แต่ผมเคารพ
ท่านผู้มีสิทธิ์ มีหน้าที่ตรงนั้น ก็เลยทำใจได้ ดูสภาประชุมสิครับ ทะเลาะกันบ่อยเพราะอย่างนั้นแหละ

    อย่าคิดมากครับ ทำสิ่งที่เราต้องการทำต่อไปก็พอ เพื่อประโยชน์ที่อาจเกิดขึ้นแก่เพื่อนและสังคม

    สะบายดี...
เป้าหมายนั้นสำคัญ   ระหว่างทางก็สำคัญ
การเดินทางก็สำคัญ   ดังนั้น รู้จักพัก รู้จักเดิน

ฅนหลง

  • บุคคลทั่วไป
Re: วัฏสงสาร 31 ภูมิ
« ตอบกลับ #17 เมื่อ: 09:32 น. วันที่ 24 พ.ย.55 »
.



...ตื่นมาตอนเช้า อากาศดี อารมณ์ดี นั่งเล่นไอแผด มีงานทำเล็กน้อย นั่งดูลูกๆ หลานๆ ทำงาน เล่นกันพลาง


ชีวิตก็มีปัญหาบ้าง มีอุปสรรคบ้าง แต่ก็ต้องพยายามใช้สติ ปัญญาค่อยๆแก้ไป แก้ได้บ้่าง ไม่ได้บ้าง


บางสิ่งต้องรอเวลา รอจังหวะ รอโอกาส....สบายดี อายุบวรครับ.... ส.ยกน้ิวให้ ส.สู้ๆ ส.ก๊ากๆ


ออฟไลน์ คุณหลวง

  • ตรง ณ. เอียง
  • สมาชิกกลุ่มดาว 6-4
  • *
  • ไร้นาย...RIGHT NOW
Re: วัฏสงสาร 31 ภูมิ
« ตอบกลับ #19 เมื่อ: 12:23 น. วันที่ 28 พ.ย.55 »
.



...ตื่นมาตอนเช้า อากาศดี อารมณ์ดี นั่งเล่นไอแผด มีงานทำเล็กน้อย นั่งดูลูกๆ หลานๆ ทำงาน เล่นกันพลาง


ชีวิตก็มีปัญหาบ้าง มีอุปสรรคบ้าง แต่ก็ต้องพยายามใช้สติ ปัญญาค่อยๆแก้ไป แก้ได้บ้่าง ไม่ได้บ้าง


บางสิ่งต้องรอเวลา รอจังหวะ รอโอกาส....สบายดี อายุบวรครับ.... ส.ยกน้ิวให้ ส.สู้ๆ ส.ก๊ากๆ

    ฟังคล้ายคนวัยอาวุโส โอเค ที่เริ่มมองโลกมุมกลับรำพึงเลยนะครับ  ส.หัว ส.กลิ้ง ส.กลิ้ง


    สะบายดี...
เป้าหมายนั้นสำคัญ   ระหว่างทางก็สำคัญ
การเดินทางก็สำคัญ   ดังนั้น รู้จักพัก รู้จักเดิน

คน หลง

  • บุคคลทั่วไป
Re: วัฏสงสาร 31 ภูมิ
« ตอบกลับ #20 เมื่อ: 15:19 น. วันที่ 28 พ.ย.55 »
"

...หวัดดีครับ คุณหลวง ที่นับถือ


...ผมกะว่าจะพายเรือจากบ้าน ไปเกาะลำพู ที่จัดงานลอยกระทง

แต่ฝนตกหนัก จึงเข้ามาในเนต


...เตรียมอาหารการกิน กับแกล้ม เหล้า เบียร์ ไว้เพียบ เผื่อต้อนรับ เพื่อนๆ ลูกๆ

 หลานๆ ที่อาจจะมาเยี่ยมเยียนในคืนลอยกระทงนี้..


..อายุบวร.. ส.ก๊ากๆ ส.สู้ๆ ส.โบยบิน ส.โบยบิน

ออฟไลน์ คุณหลวง

  • ตรง ณ. เอียง
  • สมาชิกกลุ่มดาว 6-4
  • *
  • ไร้นาย...RIGHT NOW
Re: วัฏสงสาร 31 ภูมิ
« ตอบกลับ #21 เมื่อ: 19:55 น. วันที่ 28 พ.ย.55 »
เกาะลำพู อยู่ไหนอ่ะคับ ไม่ทราบจริงๆ

บ้านผมอยู่ควน ว่าจะเดินไปลอยกระเทย เอ้ยๆๆๆ...ลอยกระทง  ส.ก๊ากๆ ส.ก๊ากๆ
แต่ฝนตก เลยเข้ามาในเนต (ที่จริงอยู่บ้านแม่ยาย บ้านตัวเองไม่มีสัญญาณ ส.ร้อง)

อิจฉาคนมีเหล้า เบียร์ กับแกล้ม และเพื่อนๆลูกๆเป็นเพื่อนกินจังนิ จุดธูปส่งบ้างเน้อคับ
รอรับอยู่  ส.ฉันเอง

ป.ล. อายุบวรนี่ คืออายุบ้าน วัด โรงเรียนหรือเปล่าคับ นี่หากเป็นบ้าน โรงเรียน มัสยิด
ก็ต้องอายุบรม  ส.หัว ส.หัว

มีความสุขกับทุกวันของชีวิตครับผม    สะบายดี...
เป้าหมายนั้นสำคัญ   ระหว่างทางก็สำคัญ
การเดินทางก็สำคัญ   ดังนั้น รู้จักพัก รู้จักเดิน

คนหลง

  • บุคคลทั่วไป
Re: วัฏสงสาร 31 ภูมิ
« ตอบกลับ #22 เมื่อ: 20:21 น. วันที่ 28 พ.ย.55 »
.

...หวัดดีครับ ท่านคุณหลวง ที่นับถือ


...ลูกชายโทรมา บอกว่า อีกสักพัก จะมาถึง พร้อมด้วย ลูก เมีย

และ เพื่อนๆ อีกกลุ่มใหญ่ บ้านผมมีท่าน้ำ ลงคลองลอยกระทงได้เลย

ปีนี้ คนน้อย เงียบๆ ปีก่อนๆ มีชาวบ้านมาลอยกันมากนับร้อย ปีนี้แค่หลักสิบ

อาจจะฝนตก  หรือ เศรษฐกิจ การเมืองก็ได้

...ขอบคุณครับ เห็นท่านคุณหลวง กล่าวว่า มีความสุขกับทุกวันของชีวิต

ทำให้ผมนึกถึง คำๆหนึ่ง คุณหลวงเองก็คงจะเคยได้ยินมา..


...ทุกวัน เป็นวันดี ทำวันนี้ให้ดี พรุ่งนี้ก็จะได้ดี

คนที่เขาได้ดีในวันนี้ เพราะเขาทำวันก่อนไว้ดี..


...วันนี้ เป็นวันแรกของชีวิตที่ยังเหลืออยู่..

Today is the first day in the rest of your life..


...our life, live it!  เหมือนที่โฆษณากัน ชีวิตนี้เป็นของเรา ชีวิตเดียว ใช้ซะ!

...และยังมีอีกมากมาย แค่นี้ก่อนนะ แก่แล้ว นึกไม่ใคร่ออก... ส.หัว ส.ก๊ากๆ ส.หัว

ฅนหลง

  • บุคคลทั่วไป
Re: วัฏสงสาร 31 ภูมิ
« ตอบกลับ #23 เมื่อ: 09:55 น. วันที่ 29 พ.ย.55 »
.



...ตื่นเช้า ทำงานบ้านเสร็จแล้ว มานั่งกินกาแฟ หลานมาอยู่ใกล้ รอเล่นไอแผด ผมขอเล่นเนตก่อน


เมื่อคืนนึกไม่ออก วันนี้นึกออกแล้ว..


...อยู่ในวันนี้เสมือนเป็นวันสุดท้าย...Live today as if it's my last!!

จะกอดลูก กอดหลาน กอดเมีย ก็รีบกอด

จะช่วยเพื่อน ช่วยคนขาดแคลน ยากไร้ ก็รีบช่วย

พรุ่งนี้ อาจไม่มีคนมาขอตวามช่วยเหลือ

และเราอาจไม่สามารถช่วยได้...


....เหมือนที่กล่าวกันว่า เห็นกันตอนเช้า ตอนสายก็ไม่เห็น

เห็นกันตอนสาย ตอนเที่ยงก็ไม่เห็น.... ส.บ๊ายบาย ส.บ๊ายบาย

ออฟไลน์ คุณหลวง

  • ตรง ณ. เอียง
  • สมาชิกกลุ่มดาว 6-4
  • *
  • ไร้นาย...RIGHT NOW
เองRe: วัฏสงสาร 31 ภูมิ
« ตอบกลับ #24 เมื่อ: 12:52 น. วันที่ 29 พ.ย.55 »
    ผมก็ปลอบใจตัวเองพร้อมเพื่อนๆไปเรื่อยครับ เพราะคิดว่า เรามักจะไม่มีความสุขวันนี้ เพราะเรามัวแต่คิดถึงเมื่อวาน และอนาคต เราลืมว่าเราหายใจ เพราะใจเราหายไปกับเรื่องมากมายที่ผ่านไปและยังมาไม่ถึง การให้เวลาเพื่อรู้ตัวบ้างว่าเราหายใจอยู่จึงเป็นการพาใจกลับมาสู่ความจริงของปัจจุบันขณะ อัน้เป็นภาวะสุข

    แต่ทำไปตามกำลังครับ ผมเองก็สุขทุกข์คละเคล้ากัน บางทีก็ทุกข์นานๆกว่าจะคิดได้

    เลยชอบคำสอนท่านพุทธทาสว่าให้ดูภพภูมิปัจจุบัน บางทีเราก็ตกนรก อยู่สวรรค์ บางขณะเราก็มีนิพพาน มันอยู่ที่จิตนั้นๆของเรา ๓๑ ภูมิ มีอยู่ ที่นี่ เดี๋ยวนี้ หากขาดสติไปกับสังขารฝ่ายดำก็ตกภพภูมิเบื้องต่ำ ขาดสติไปกับสังขารฝ่ายขาวก็สวรรค์ พรหม และหากมีจิตกับปัจจุบัน เราก็มีนิพพาน แต่ยังไม่เด็ดขาดท่านก็เรียกนิพพานชิมลอง มองดีๆบางทีท่านมีมัน ท่านพุทธทาสว่าอย่างนั้น

    ก็เช่นเดิมครับ มีความสุขก็ทุกวันของชีวิต                   สะบายดี...
เป้าหมายนั้นสำคัญ   ระหว่างทางก็สำคัญ
การเดินทางก็สำคัญ   ดังนั้น รู้จักพัก รู้จักเดิน

test/

  • บุคคลทั่วไป
Re: วัฏสงสาร 31 ภูมิ
« ตอบกลับ #25 เมื่อ: 13:44 น. วันที่ 29 พ.ย.55 »
.


...test@iStudio ส-ฝนเล็บ ส.ก๊ากๆ

อนุโมทนา สาธุ

  • บุคคลทั่วไป
Re: วัฏสงสาร 31 ภูมิ
« ตอบกลับ #26 เมื่อ: 17:37 น. วันที่ 23 ก.พ.57 »
อนุโมทนา สาธุ  ขอด้วยนะคับ เพื่อเป็นทานธรรมต่อไป  bboy196@gmail.com

พลศักดิ์ วังวิวัฒน์

  • บุคคลทั่วไป
Re: วัฏสงสาร 31 ภูมิ
« ตอบกลับ #27 เมื่อ: 14:13 น. วันที่ 10 มี.ค.57 »
ผมจะเล่าเรื่องสวรรค์ชั้นดุสิต  ที่ไม่มีการกล่าวถึงในตำราให้ฟัง

สวรรค์ชั้นดุสิต มีทั้งผู้ที่ยังไม่สำเร็จมรรคผลอยู่  และมีทั้งผู้ที่สำเร็จมรรคผลแล้วอยู่ 

- ผู้ที่ยังไม่สำเร็จมรรคผลอยู่  เช่น พระนางสิริมหามายา มารดาพระพุทธเจ้า จากที่ท่านเคยอยู่สวรรค์ขั้นดาวดึงส์  ปัจจุบันก็มาอยู่ที่สวรรค์ชั้นดุสิตแล้ว  นอกจากนี้ บรรดาเทพบริวารของพระโพธิสัตว์อรหันต์ต่างๆ เช่น พระเวสสันดร  เทพบริวารเหล่านี้ ก็อยู่ในสวรรค์ชั้นดุสิตเหมือนกัน ในพื้นที่หรือแดนที่เรียกว่า "ดุสิตตา"    

อนึ่ง  มีผู้เรียก ดุสิตสวรรค์ว่า ดินแดนสุขาวดี  เนื่องจากมีทั้งผู้ที่บรรลุเป็นพระโพธิสัตว์อรหันต์ และผู้ที่ยังไม่ได้บรรลุอยู่ในดินแดนเดียวกัน  คือ ดุสิตาเทวภูมิ หรือ ดินแดนสุขาวดีในสังสารวัฏฏ์

 พระโพธิสัตว์อรหันต์ ที่ยังไม่ทิ้งความเมตตากรุณาออกจากใจ  เช่น เทพเจ้าไฉ่ซิงเอี้ย  เทพเจ้าแห่งความมั่งคั่ง หรือ เทพเจ้าแห่งโชคลาภ ซึ่งมนุษย์ส่วนใหญ่ไม่มีใครทราบว่า  เทพเจ้าไฉ่ซิงเอี้ยผู้นี้ ก็คือ พระราหูขาว นั่นเอง  ส่วนเทพเจ้าไท้ส่วยเอี้ย เทพเจ้าผู้คุ้มครองดวงชะตา ที่มี 60 องค์...ไท่ซือเอี้ยทั้ง 60 องค์ ก็เป็นพระราหูเหมือนกัน  เพียงแต่ไม่มีบรรลุธรรมเป็นพระโพธิสัตว์อรหันต์ เหมือนกับเทพเจ้าไฉ่ซิงเอี้ย(พระราหูขาว)

เดี๋ยวมาเขียนต่อ

พลศักดิ์ 081-6191772

  • บุคคลทั่วไป
Re: วัฏสงสาร 31 ภูมิ
« ตอบกลับ #28 เมื่อ: 16:33 น. วันที่ 10 มี.ค.57 »
ผมจะเล่าเรื่องสวรรค์ชั้นดุสิต  ที่ไม่มีการกล่าวถึงในตำราให้ฟัง

สวรรค์ชั้นดุสิต มีทั้ง 1. ผู้ที่ยังไม่สำเร็จมรรคผลอาศัยอยู่  และมีทั้ง 2.ผู้ที่สำเร็จมรรคผลแล้วอาศัยอยู่ 

1. ผู้ที่ยังไม่สำเร็จมรรคผลอยู่  เช่น พระนางสิริมหามายา มารดาพระพุทธเจ้า จากที่ท่านเคยอยู่สวรรค์ขั้นดาวดึงส์  ปัจจุบันก็มาอยู่ที่สวรรค์ชั้นดุสิตแล้ว  ข่าวล่าสุด พระนางสิริมหามายา ก็กำลังจะลงไปเกิดในโลกมนุษย์มิติของพระศรีอริยะเมตตรัยพุทธเจ้า   ตามที่พระนางได้อธิษฐานจิตไว้ว่า จะเป็นมารดาพระพุทธเจ้าทั้ง 5 พระองค์ในภัทรกัปป์นี้

นอกจากนี้ บรรดาเทพบริวารของพระโพธิสัตว์อรหันต์ต่างๆ เช่น พระเวสสันดร  เทพบริวารเหล่านี้ ก็อยู่ในสวรรค์ชั้นดุสิตเหมือนกัน ในพื้นที่หรือแดนที่เรียกว่า "ดุสิตตา"   

อนึ่ง  มีผู้เรียก ดุสิตสวรรค์ว่า ดินแดนสุขาวดี  เนื่องจากมีทั้งผู้ที่บรรลุเป็นพระโพธิสัตว์อรหันต์ และผู้ที่ยังไม่ได้บรรลุอยู่ในดินแดนเดียวกัน  คือ ดุสิตาเทวภูมิ หรือ ดินแดนสุขาวดีในสังสารวัฏฏ์

 พระโพธิสัตว์อรหันต์ ที่ยังไม่ทิ้งความเมตตากรุณาออกจากใจ  เช่น เทพเจ้าไฉ่ซิงเอี้ย  เทพเจ้าแห่งความมั่งคั่ง หรือ เทพเจ้าแห่งโชคลาภ ซึ่งมนุษย์ส่วนใหญ่ไม่มีใครทราบว่า  เทพเจ้าไฉ่ซิงเอี้ยผู้นี้ ก็คือ พระราหูขาว นั่นเอง  ส่วนเทพเจ้าไท้ส่วยเอี้ย เทพเจ้าผู้คุ้มครองดวงชะตา ที่มี 60 องค์...ไท่ซือเอี้ยทั้ง 60 องค์ ก็เป็นพระราหูเหมือนกัน  เพียงแต่ไม่ได้บรรลุธรรมเป็นพระโพธิสัตว์อรหันต์ เหมือนกับเทพเจ้าไฉ่ซิงเอี้ย(พระราหูขาว)

ส่วนอสุรินทรราหู ที่เป็นเทพอสูร ที่โดนพระนารายณ์ขว้างจักรใส่จนคอขาด และกายที่ธาตุดินน้ำลมไฟ กลับกลายเป็นดาวราหูนั้น  ในขณะที่กายจิตที่เป็นกายเทพอสูร-อสุรินทรราหูก็ยังคงอยู่  และลงมาเกิดเป็นมนุษย์มากชาติทีเดียว

ด้วยหน้าที่ของผู้มีพลังราหู ทำหน้าทีี่ให้สรรพจิตโดยเฉพาะมนุษย์ต้องได้รับผลบุญผลบาปที่คนเองก่อเอาไว้ในสังสารวัฏฏ์  ผู้ที่มีอำนาจสูงสุด คือ พระโพธิสัตว์อรหันต์... เทพเจ้าไฉ่ซิงเอี้ย  ซึ่งเป็นเทพเจ้าแห่งความมั่งคั่ง หรือ เทพเจ้าแห่งโชคลาภนั่นเอง   

ส่วนหน้าที่คุ้มครองดวงชะตาของมนุษย์เป็นหน้าที่ของเทพเจ้าไท้ส่วยเอี้ยทั้ง 60 องค์

ชีวิตในแต่ละปีนักษัตรหรือภายใต้ไท้ส่วยเอี๊ยแต่ละองค์ที่คนจีนพบว่ามีผลต่อดวงชะตา และจับเคล็ดลับได้ว่า การไหว้เจ้าอย่างตั้งใจและเต็มใจช่วยได้ จึงมีการไหว้เจ้าอย่างดีที่บ้านทั้งในวันไหว้สิ้นปีและวันตรุษจีน แล้วไปไหว้ที่ศาลเจ้าด้วย โดยเฉพาะการไหว้ไท้ส่วยเอี๊ยองค์ประจำปี

ความลับที่คนจีน คนไทย และคนทั่วโลกไม่รู้ ก็คือเบื่้องหลังของเทพเจ้า  มนุษย์ไม่รู้ว่า  เทพเจ้าไท้ส่วยเอี้ยทั้ง 60 องค์ ล้วนเป็นพระราหู มีพลังพระราหู หรือ พลังที่ให้โชคดีกับมนุษย์ และสามารถปัดเป่าวิบากกรรรมเคราะห์ร้ายของมนุษย์ ที่จะส่งผลร้ายในปีนั้นออกไปได้ด้วย   ขแเพียงให้เคารพบูชาท่าน และทำให้ถูกวิธีเท่านั้น
 
ก่อนจะพูดนอกเรื่องอีก  ผมขอกลับเข้าเรื่องดีกว่า

2. ผู้ที่สำเร็จมรรคผลแล้วอาศัยอยู่ ก็ดังที่ผมยกตัวอย่างไปแล้ว เช่น เทพเจ้าไฉ่ซิงเอี้ย  เทพเจ้าแห่งความมั่งคั่ง หรือ เทพเจ้าแห่งโชคลาภ ท่านเป็นพระราหูขาว เป็นพระโพธิสัตว์อรหันต์  เทพเจ้าไฉ่ซิงเอี้ย ท่านก็อาศัยอยู่ในสวรรค์ชั้นดุสิตเหมือนกัน 

พระเยซูคริสต์ ซึ่งเป็นพระโพธิสัตว์แห่งความเมตตากรุณา  และเป็นปางหนึ่งของพระศรีอริยะเมตตรัย  ปาง ทานบารมี ให้ร่ายกายและโลหิตของท่านเป็นทาน  เพื่อให้บังเกิดพุทธเกษตรของชาวคริสต์ คือ   "สรวงสวรรค์ของพระคริสต์"  เพราะพุทธเกษตรของชาวพุทธมีแล้ว คือ แดนสุขาวดี

ส่วนพุทธเกษตรของพวกอิสลามก็มีเช่นกัน มี 100 ชั้น เช่นเดียวกับแดนสุขาวดีของชาวพุทธ   อัลเลาะห์หรือพระติกขะคัมมะพุทธเจ้า ท่านให้นบีโมฮัมหมัด มานำผู้คนที่เชื่อและศรัทธาในท่าน แต่ละแห่งก็มีระเบียบกฎเกณฑ์ในการเข้าไปอยู่ที่นั่นแตกต่างกัน  ผมคงไม่พูดถึงในที่นี้

แต่ขอให้รู้ว่า พุทธเกษตรของชาวพุทธ พุทธเกษตรของชาวคริสต์ พุทธเกษตรของพวกอิสลาม  แม้แต่จะเรียกชื่อต่างกันไป  พวกเราทุกคนต้องรู้ว่า  สถานที่เหล่านั้น  ไม่มีการลงมาเวียนว่ายตายเกิดในสังสารวัฏฏ์อีก  ไปฝึกวิชาเพื่อทำให้จิตตนเองกลับกลายเป็นจิตมหาบริสุทธิ์ในพุทธเกษตรแต่ละแห่งไปเลย  ไม่มีการจำกัดเวลาด้วย  จะอยู่ที่่นั่นล้านปี หรือแสนล้านปีก็ได้ตามใจ

พลศักดิ์ 081-6191772

  • บุคคลทั่วไป
Re: วัฏสงสาร 31 ภูมิ
« ตอบกลับ #29 เมื่อ: 16:38 น. วันที่ 10 มี.ค.57 »
ผมจะเล่าเรื่องสวรรค์ชั้นดุสิต  ที่ไม่มีการกล่าวถึงในตำราให้ฟัง

สวรรค์ชั้นดุสิต มีทั้ง 1. ผู้ที่ยังไม่สำเร็จมรรคผลอาศัยอยู่  และมีทั้ง 2.ผู้ที่สำเร็จมรรคผลแล้วอาศัยอยู่ 

1. ผู้ที่ยังไม่สำเร็จมรรคผลอยู่  เช่น พระนางสิริมหามายา มารดาพระพุทธเจ้า จากที่ท่านเคยอยู่สวรรค์ขั้นดาวดึงส์  ปัจจุบันก็มาอยู่ที่สวรรค์ชั้นดุสิตแล้ว  ข่าวล่าสุด พระนางสิริมหามายา ก็กำลังจะลงไปเกิดในโลกมนุษย์มิติของพระศรีอริยะเมตตรัยพุทธเจ้า   ตามที่พระนางได้อธิษฐานจิตไว้ว่า จะเป็นมารดาพระพุทธเจ้าทั้ง 5 พระองค์ในภัทรกัปป์นี้

นอกจากนี้ บรรดาเทพบริวารของพระโพธิสัตว์อรหันต์ต่างๆ เช่น พระเวสสันดร  เทพบริวารเหล่านี้ ก็อยู่ในสวรรค์ชั้นดุสิตเหมือนกัน ในพื้นที่หรือแดนที่เรียกว่า "ดุสิตตา"   

อนึ่ง  มีผู้เรียก ดุสิตสวรรค์ว่า ดินแดนสุขาวดี  เนื่องจากมีทั้งผู้ที่บรรลุเป็นพระโพธิสัตว์อรหันต์ และผู้ที่ยังไม่ได้บรรลุอยู่ในดินแดนเดียวกัน  คือ ดุสิตาเทวภูมิ หรือ ดินแดนสุขาวดีในสังสารวัฏฏ์

 พระโพธิสัตว์อรหันต์ ที่ยังไม่ทิ้งความเมตตากรุณาออกจากใจ  เช่น เทพเจ้าไฉ่ซิงเอี้ย  เทพเจ้าแห่งความมั่งคั่ง หรือ เทพเจ้าแห่งโชคลาภ ซึ่งมนุษย์ส่วนใหญ่ไม่มีใครทราบว่า  เทพเจ้าไฉ่ซิงเอี้ยผู้นี้ ก็คือ พระราหูขาว นั่นเอง  ส่วนเทพเจ้าไท้ส่วยเอี้ย เทพเจ้าผู้คุ้มครองดวงชะตา ที่มี 60 องค์...ไท่ซือเอี้ยทั้ง 60 องค์ ก็เป็นพระราหูเหมือนกัน  เพียงแต่ไม่ได้บรรลุธรรมเป็นพระโพธิสัตว์อรหันต์ เหมือนกับเทพเจ้าไฉ่ซิงเอี้ย(พระราหูขาว)

ส่วนอสุรินทรราหู ที่เป็นเทพอสูร ที่โดนพระนารายณ์ขว้างจักรใส่จนคอขาด และกายที่ธาตุดินน้ำลมไฟ กลับกลายเป็นดาวราหู  ในขณะที่กายจิตที่เป็นกายเทพอสูร-อสุรินทรราหูก็ยังคงอยู่  และลงมาเกิดเป็นมนุษย์มากชาติทีเดียว

ด้วยหน้าที่ของผู้มีพลังราหู ทำหน้าทีี่ให้สรรพจิตโดยเฉพาะมนุษย์ต้องได้รับผลบุญผลบาปที่คนเองก่อเอาไว้ในสังสารวัฏฏ์  ผู้ที่มีอำนาจสูงสุด คือ พระโพธิสัตว์อรหันต์... เทพเจ้าไฉ่ซิงเอี้ย  ซึ่งเป็นเทพเจ้าแห่งความมั่งคั่ง หรือ เทพเจ้าแห่งโชคลาภนั่นเอง   

ส่วนหน้าที่คุ้มครองดวงชะตาของมนุษย์เป็นหน้าที่ของเทพเจ้าไท้ส่วยเอี้ยทั้ง 60 องค์

ชีวิตในแต่ละปีนักษัตรหรือภายใต้ไท้ส่วยเอี๊ยแต่ละองค์ที่คนจีนพบว่ามีผลต่อดวงชะตา และจับเคล็ดลับได้ว่า การไหว้เจ้าอย่างตั้งใจและเต็มใจช่วยได้ จึงมีการไหว้เจ้าอย่างดีที่บ้านทั้งในวันไหว้สิ้นปีและวันตรุษจีน แล้วไปไหว้ที่ศาลเจ้าด้วย โดยเฉพาะการไหว้ไท้ส่วยเอี๊ยองค์ประจำปี

ความลับที่คนจีน คนไทย และคนทั่วโลกไม่รู้ ก็คือเบื่้องหลังของเทพเจ้า  มนุษย์ไม่รู้ว่า  เทพเจ้าไท้ส่วยเอี้ยทั้ง 60 องค์ ล้วนเป็นพระราหู มีพลังพระราหู หรือ พลังที่ให้โชคดีกับมนุษย์ และสามารถปัดเป่าวิบากกรรรมเคราะห์ร้ายของมนุษย์ ที่จะส่งผลร้ายในปีนั้นออกไปได้ด้วย   ขแเพียงให้เคารพบูชาท่าน และทำให้ถูกวิธีเท่านั้น
 
ก่อนจะพูดนอกเรื่องอีก  ผมขอกลับเข้าเรื่องดีกว่า

2. ผู้ที่สำเร็จมรรคผลแล้วอาศัยอยู่ ก็ดังที่ผมยกตัวอย่างไปแล้ว เช่น เทพเจ้าไฉ่ซิงเอี้ย  เทพเจ้าแห่งความมั่งคั่ง หรือ เทพเจ้าแห่งโชคลาภ ท่านเป็นพระราหูขาว เป็นพระโพธิสัตว์อรหันต์  เทพเจ้าไฉ่ซิงเอี้ย ท่านก็อาศัยอยู่ในสวรรค์ชั้นดุสิตเหมือนกัน 

พระเยซูคริสต์ ซึ่งเป็นพระโพธิสัตว์แห่งความเมตตากรุณา  และเป็นปางหนึ่งของพระศรีอริยะเมตตรัย  ปาง ทานบารมี ให้ร่ายกายและโลหิตของท่านเป็นทาน  เพื่อให้บังเกิดพุทธเกษตรของชาวคริสต์ คือ   "สรวงสวรรค์ของพระคริสต์"  เพราะพุทธเกษตรของชาวพุทธมีแล้ว คือ แดนสุขาวดี

ส่วนพุทธเกษตรของพวกอิสลามก็มีเช่นกัน มี 100 ชั้น เช่นเดียวกับแดนสุขาวดีของชาวพุทธ   อัลเลาะห์หรือพระติกขะคัมมะพุทธเจ้า ท่านให้นบีโมฮัมหมัด มานำผู้คนที่เชื่อและศรัทธาในท่าน แต่ละแห่งก็มีระเบียบกฎเกณฑ์ในการเข้าไปอยู่ที่นั่นแตกต่างกัน  ผมคงไม่พูดถึงในที่นี้

แต่ขอให้รู้ว่า พุทธเกษตรของชาวพุทธ พุทธเกษตรของชาวคริสต์ พุทธเกษตรของพวกอิสลาม  แม้แต่จะเรียกชื่อต่างกันไป  พวกเราทุกคนต้องรู้ว่า  สถานที่เหล่านั้น  ไม่มีการลงมาเวียนว่ายตายเกิดในสังสารวัฏฏ์อีก  ไปฝึกวิชาเพื่อทำให้จิตตนเองกลับกลายเป็นจิตมหาบริสุทธิ์ในพุทธเกษตรแต่ละแห่งไปเลย  ไม่มีการจำกัดเวลาด้วย  จะอยู่ที่่นั่นล้านปี หรือแสนล้านปีก็ได้ตามใจ

 


ร่วมขับเคลื่อนโดย
เว็บไซท์นี้จัดสร้างขึ้นมาเพื่อเป็นสังคมออนไลน์ของชาวหาดใหญ่ - สงขลา สงวนลิขสิทธิ์ © บริษัท บ้านเรา คอร์ปอเรชั่น จำกัด
นโยบาย | เกี่ยวกับเรา | ลงโฆษณา | ร้องเรียน | แจ้งข้อผิดพลาด | ติดต่อเรา | มีอะไรใหม่ในเว็บกิมหยง | คุยกับเว็บมาสเตอร์
เครือข่ายเว็บไซท์ท้องถิ่นไทย [ ตรัง ] [ ขอนแก่น ] [ เชียงใหม่ ] [ เชียงราย ] [ อุดรธานี ] [ หาดใหญ่ - สงขลา ] [ น่าน ] [ พัทลุง ] [ นครศรีธรรมราช ]