gimyong หาดใหญ่
ศูนย์ประชุมนานาชาติฉลองสิริราชสมบัติครบ ๖๐ ปี
 

 

ผู้เขียน หัวข้อ: สะพานข้ามทางรถไฟตรงคลองน้ำน้อยครับ เสี่ยงตายมานะครับ  (อ่าน 6989 ครั้ง)

สะพานข้ามทางรถไฟตรงคลองน้ำน้อยครับ เสี่ยงตายมานะครับ

ออฟไลน์ กู้ภัยพเนจร

ตอนผมเรียนอนุบาล (พ.ศ. 2523)ผมเรียนอยู่ที่ร.ร.ชุมชนบ้านน้ำน้อยแห่งนี่แหละครับ   จำได้ว่า ที่ตรงโรงงานปลากระป๋อง กม.19 จะมีทางรถไฟพาดถนน(ตอนนี้ลาดยางทับหมดแล้ว) พอเลิกเรียนผมก็จะเดินกลับบ้าน ที่ประปาน้ำน้อย (ก่อนถึงโคกสูง) เป็นประจำ เพราะพักอยู่ที่นั่น(คุณตาเคยทำงานเป็นนายช่างประปาอยู่ แต่ตอนนี้เปลี่ยนไปเป็นศูนย์ฝึกอบรมการประปาอะไรสักอย่างก็ไม่รู้)พอเดินมาถึงกม.19 ก็จะเปลี่ยนเส้นทางเดิน ไปเป็นบนทางรถไฟเก่าสายนี้แทน  จำได้อีกว่า  เดินผ่านไปสักช่วงจะเจอสะพานข้ามคลองเล็กๆ ยาวสักประมาณ 20 เมตร  พอเดินผ่านไปสัก 500 เมตรก็จะถึงหลังบ้านที่พักพอดี   รู้สึกภูมิใจลึกๆ ที่เกิดมาแล้วเคยได้เดินบนทางรถไฟสายนี้ ถึงแม้จะไม่เคยได้นั่ง เพราะเกิดมาตอนเขาเลิกเดินรถพอดี 

ออฟไลน์ paranoid

ขอบคุณประวัติทางรถไฟน้ำน้อยรวมถึงทุกๆ ข้อมูล ถือเป็นความรู้ที่มีค่ามากๆเลยค่ะ หนูเป็นเด็กน้ำน้อยอีกคนนึงที่ตั้งแต่เกิดมาเห็นเพียงสะพานรถไฟ เก่าๆ กับ ประวัติ ที่พ่อเล่าให้ฟังว่ามีเหมือนแร่อยู่ตรงเยื้องๆ ศูนย์อุตสาหกรรมปัจจุบัน และบริเวณตรงข้ามสะพานพระผุดเคยเป็นเส้นทางเดินรถไฟ พอฟังแกเล่าทุกทีก็นึกภาพย้อนตามตลอด หนูขอเป็นอีกคนที่สนับสนุนให้มีการเดินรถไฟสายหาดใหญ่-สงขลาแบบนี้อีกครั้งค่ะ :)

ออฟไลน์ "มะเหมี่ยว"

เกิดไม่ทัน  และไม่เคยเห็นรถไฟ หาดใหญ่ - สงขลา 
ส่วนรถไฟขบวนอื่นก็เพิ่งได้ขึ้นตอนเรียนมหา'ลัย ที่นครศรีธรรมราช นี่เอง
ขึ้นจากสถานีควนเนียง - ไปคอนศรี บางทีกะจากหาดใหญ่ - ไปคอนศรี
แต่นั่งรถไฟสนุกดีนะ  ไม่เมื่อย  มีของกินตลอดทางเลย  ค่ารถก็ไม่แพง
โดยเฉพาะช่วงนี้ รถไฟท้องถิ่นขึ้นฟรี  ไม่ต้องเสียเบี้ย  ต้องขอขอบคุณรถไฟไทย

คนน้ำน้อย

  • บุคคลทั่วไป
คุณยายผมเคยเล่าให้ฟัง ตอยสมัยญี่ปุ่นขึ้นเมืองสงขลา ใช้ทางรถไฟสายนี้ ยายบอกว่าพวกญี่ปุ่นมากันเต็มขบวนรถเลย นั่งบนหลังคา ก็มี และได้ระเบิดสะพานน้ำน้อยด้วย ค่ายญี่ปุ่นสมัยก่อนจะตั้งอยู่บริเวณที่ศาลเจ้านาจา ปัจจุบันครับ ขอบคุณข้อมูลจากคุณยายผม

ศาลเจ้านาจา คือตรงที่เรียกว่า เขาบรรไดนาง ใช่ไหมครับ

ออฟไลน์ ลูกแมวตาดำๆ

รบกวน คุณ คนน้ำน้อย สอบถามคุณยาย ข้อมูลต่างเกี่ยวกับรถไฟในระแวกน้ำน้อย

มาให้ละเอียดมากที่สุดแล้วน้ำมาพิมพ์ลงไว้ในเว็บนี้นะครับ

บางทีข้อมูลของท่าน จะเสนอ อ.หม่องฯ ทำหนังสือที่ระลึก เปิดเดินรถไฟ หาดใหญ่-สงขลา 2559

สมพรปากครับ คุณลูกแมวตาดำ ๆ
ตอนนี้พยายามรวบรวมรูปภาพ เรื่องเล่าไว้เยอะ ๆ ไว้ลงในหนังสือครับ  :D

EDT

  • บุคคลทั่วไป
ผมเป็นเด็กปาดังเบซาร์  ช่วงปี พ.ศ.2512-2514 วันเด็กแห่งชาติ ครูประจำชั้นจะพาไปเที่ยวแหลมสมิหลา สงขลา เกือบทุกปี จะนั่งรถไฟจากปาดังเบซาร์ มาหาดใหญ่ สมัยนั้นหัวรถจักรยังใช้หัวรถจักรไอน้ำอยู่ ต้องใช้ไม้ฟืนเป็นเชื้อเพลิงต้มน้ำให้เดือดเป็นไอ จากสถานีรถไฟหาดใหญ่ ก็ต่อรถไฟไปสงขลา   สถานีรถไฟหาดใหญ่สมัยนั้นยังเป็นเรือนไม้ยกพื้น มีใต้ถุนอยู่เลย หัวรถจักรที่ไปสงขลาเป็นเครื่องดีเซลแล้ว ขึ้นไปจ่ายค่าโดยสารบนรถไฟ  ค่าโดยสารไปสงขลาจำไม่ได้แล้วกี่บาท  รู้สึกว่าจะประมาณ 1 บาทถ้าจำไม่ผิด จะมีพนักงานขายตั๋วเดินมาเก็บถึงที่นั้งเลย ตั๋วโดยสารจะคล้ายๆตั๋วรถเมล์ประจำทางในปัจจุบันครับ  นั่งรถไฟแล้วสนุกดีครับบรรยากาศภายนอกรถธรรมชาติดีมาก อยากหวนกลับไปในอดีตจังเลย  ระหว่างการเดินทางจากหาดใหญ่ไปสงขลา จะมีชาวบ้านยืนโบกรถไฟอยู่เหมือนโบกรถยนต์น่ะ รถไฟก็หยุดให้ชาวบ้านขึ้นรถไฟเช่นกัน เพราะว่าบางแห่งไม่มีสถานี หรือ ถ้ามีสถานีก็ไม่มีพนักงานหรือนายสถานียืนโบกธงให้รถหยุดน่ะ แต่ตอนลงต้องลงตามสถานีที่มีป้ายสถานีเท่านั้น แล้วค่อยเดินเอา  สนุกดีนะครับ  สมัยก่อนตรงตลาดสดหาดใหญ่หรือเรียกว่าสถานีสอง หรือ เรียกว่าสถานีป้อมหก น่ะ มีใครพอจะจำได้ไหมครับ รถไฟจะจอดรับส่งผู้โดยสารด้วย เดี๋ยวนี้ไม่มีแล้วครับ ขออนุญาตเล่าแค่นี้ก่อนนะครับ สวัสดีครับ

นี่เป็นเหตุผลหนึ่ง ที่เราควรจะมี รถไฟฟ้ารางคู่ สงขลา-ปาดังเบซาร์
นอกจากเพื่อการท่องเที่ยวแล้ว
เด็กๆ จากปาดังฯ และละแวกใกล้เคียง สามารถมาเรียนที่หาดใหญ่หรือสงขลาได้สะดวกมาก คนละแวกนั้นก็สามารถมาทำงานหาดใหญ่และสงขลาได้สะดวกรวดเร็วและปลอดภัยกว่าเดิม

หนุ่ย คนน้ำน้อย

  • บุคคลทั่วไป
ตอนนี้คงให้คุณยายเล่าให้ฟังไม่ได้แล้วครับ คุณลูกแมวตาดำๆ เพราะคุณยายเสียไปแระมาณ 5 ปีแล้ว  ตอนเด็กผมชอบนอนตักยาย แล้วให้ยายเล่าเรื่องต่างๆให้ฟัง ก็เลยพอจำได้มาบ้างบางส่วน  เดี่ยวจะลองกลับไปถามคนแก่ๆ แถวๆบ้านดูอีกทีนะครับเผื่อมีข้อมูลเพิ่มเติม มีเรื่องที่พอจำได้บางส่วน ยายเล่าว่า ตอนที่ญี่ปุ่นขึ้นที่สงขลา ชาวบ้านแถวน้ำน้อย เขาบันไดนาง ต่างพาลูก พาหลาน ขึ้นไปอยู่กันบนเขาน้ำน้อย ไม่มีใครอยู่ที่บ้านกันเลยเพราะกลัวญี่ปุ่น พอหลังจากนั้นก็มาใช้ชีวิตปกติที่บ้าน เหมือนกับหนังคู่กรรมเลยครับ พวกญี่ปุ่นก็จะมาซื้อพวกผัก กับข้าวต่างๆตามบ้านของชาวบ้าน เคยมีทหารญี่ปุ่นซื้อใบพลูที่คนแก่ใช้กินกะหมาก ไปผัดกิน ด้วย 555... มันไม่รู้ว่าเป็นใบอะไรนึกว่าเป็นผัก  แต่ญี่ปุ่นก็ใจดีเหมือนกันนะ ยายบอกว่า เหมือนตอนที่พวกญี่ปุ่นมาซื้อของตามบ้าน ถ้าเค้าเห็นเด็กๆ หรือใครที่ป่วย เค้าก็จะเอายามาให้ กิน ให้ทา ยายบอกว่ายายของญี่ปุ่นดีมากๆ เพราะสมัยนั้นบ้านเรายังไม่มียาเหมือนปัจจุบัน ....

น่าสนใจมากครับ เรื่องราวของสงขลา น้ำน้อยในยุคเก่า
สงครามโลกครั้งที่สองผ่านไป 60 กว่าปีแล้ว
ผู้คนที่มีชีวิตอยู่ในยุคนั้น ที่พอจะจำความได้
ถึงตอนนี้ก็มีอายุ 70 ขึ้นไปทั้งนั้นครับ
เรามีเวลาไม่มากเลยครับ ที่จะสอบถาม จดบันทึกเรื่องราว เหตุการณ์ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในสมัยนั้น

ขอบคุณคุณหนุ่ย คนน้ำน้อยมากครับ ที่เห็นความสำคัญของเรื่องราวเหล่านี้

 


ร่วมขับเคลื่อนโดย
เว็บไซท์นี้จัดสร้างขึ้นมาเพื่อเป็นสังคมออนไลน์ของชาวหาดใหญ่ - สงขลา สงวนลิขสิทธิ์ © บริษัท บ้านเรา คอร์ปอเรชั่น จำกัด
นโยบาย | เกี่ยวกับเรา | ลงโฆษณา | ร้องเรียน | แจ้งข้อผิดพลาด | ติดต่อเรา | มีอะไรใหม่ในเว็บกิมหยง | คุยกับเว็บมาสเตอร์
เครือข่ายเว็บไซท์ท้องถิ่นไทย [ ตรัง ] [ ขอนแก่น ] [ เชียงใหม่ ] [ เชียงราย ] [ อุดรธานี ] [ หาดใหญ่ - สงขลา ] [ น่าน ] [ พัทลุง ] [ นครศรีธรรมราช ]