ท่องเที่ยวและวาไรตี้ > ชายยิงหญิงพาย

ไข้ กลุ่มตุ่มน้ำใส ปวดแสบร้อน แปล๊บไฟฟ้าช๊อต ระวังอันตรายจากงูสวัด Herpes Zoster

(1/9) > >>

หมอพิชญานนท์ (Dr.Pop):
โรคงูสวัด (Herpes zoster)

โรคงูสวัดเป็นโรคผิวหนังเกิดจากกลับติดเชื้อซ้ำของเชื้องูสวัดที่เรียกว่า varicella-zoster virus (VZV) ซึ่งเป็นเชื้อที่อยู่ในร่างกายทำให้เกิดตุ่มพองที่ผิวหนัง ปวดแสบร้อนมาก

สาเหตุโรคงูสวัด

งูสวัดเป็นโรคผิวหนังที่เกิดจากเชื้อไวรัสที่เรียกว่า Hepes Varicella Zoster เป็นชนิดเดียวกับที่ทำให้เกิดโรคไข้สุกใส ผู้ที่เป็นโรคไข้สุกใสมาก่อนจะยังคงมีเชื้อไวรัสนี้ที่ปมประสาทสันหลัง ซึ่งเมื่อร่างกายอ่อนแอเชื้อสามารถสร้างเพิ่มจำนวน ทำให้เกิดโรคงูสวัดได้ แต่จะเกิดเฉพาะแนวประสาท ไม่ลุกลามกระจายออกไปเพราะร่างกายมีภูมิต้านทานต่อเชื้ออยู่แล้ว แนวเส้นประสาทที่พบบ่อยได้แก่ บริเวณเอว ก้นกบ ตา ใบหน้า ผู้ที่มีภูมิคุ้มกันอ่อนแอลง เช่น ผู้สูงอายุ หรือจากโรคเช่น เอดส์ การรับประทานยา steroid จะมีโอกาสที่จะเกิดโรคงูสวัดสูง

ปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้เกิดโรคงูสวัด

จากการสำรวจพบว่าผู้ใหญ่ร้อยละ 90 จะมีภูมิต่อเชื้องูสวัด ดังนั้นกลุมคนเหล่านี้ จะมีความเสี่ยงต่อการเป็นงูสวัดประมาณ 1.5-3 ต่อประชากร 1000 คน ผู้ที่อายุมาก มะเร็ง หรือผู้ที่ได้รับยากดภูมิ ผู้ที่เปลี่ยนถ่ายอวัยวะ ผู้ป่วยเหล่านี้จะเสี่ยงต่อการเกิดโรคงูสวัด

ตำแหน่งที่เกิดโรคงูสวัด

พบว่าตำแหน่งที่เกิดโรคงูสวัดพบได้บ่อย 3 ตำแหน่งได้แก่

- ตามแนวเส้นประสาทไขสันหลัง ระหว่างรากประสาททรวงอกเส้นที่ 3 ถึงระดับเอวข้อที่ 3
- ตามแนวเส้นประสาทสมองคู่ที่ 5 อาจจะทำให้เกิดตาบอด เรียก Zoster ophthalmicus



- ตามเส้นประสาทสมองคู่ที่ 7 ทำให้มีอาการปากเบี้ยวครึ่งซีก เรียก Ramsay Hunt syndrome

อาการโรคงูสวัด

- อาการปวดตามตัวก่อนมีผื่น 2-3 วัน
- มักจะไม่มีไข้อาจจะมีไข้ต่ำๆ ครั่นเนื้อครั่นตัว ปวดศีรษะ
- ต่อมาจะมีอาการทางผิวหนัง อาจจะแค่คันผิวหนัง บางคนปวดแสบปวดร้อน บางคนเสียวที่ผิวหนัง สำหรับคนที่เป็นที่ใบหน้าจะมีอาการปวดศีรษะ เห็นแสงจ้าไม่ได้



- ต่อมาอีก 1-5 วันจะมีผื่นแดงอยู่เป็นกลุ่ม ต่อมาเป็นตุมน้ำใส มักจะขึ้นอยู่ซีกใดซีกหนึ่งของร่างกาย ตามเส้นประสาทที่เป็นโรค ตุ่มน้ำใสจะคงอยู่ประมาณ5 วันต่อมาผื่นจะตกสะเก็ดและหายไปใน2-3สัปดาห์ และอาจจะทิ้งรอยแผลเป็น ผู้ป่วยที่มีภูมิอ่อนแรงเช่น โรคมะเร็ง โรคเอดส์ ผู้ที่ได้รับยากดภูมิ จะเป็นโรคนี้ได้บ่อย และเป็นรุนแรง

ปัจจัยเสี่ยงต่อการเกิดโรคงูสวัด

- เคยเป็นโรคไข้สุกใสมาก่อน
- อายุมาก
- เป็นโรคภูมิคุ้มกันบกพร่อง
- มีความเครียดทางอารมณ์
- ได้รับอุบัติเหตุ

การวินิจฉัยโรคงูสวัด

- ทำได้จากประวัติการเจ็บป่วย ลักษณะของผื่น แต่ผู้ป่วยบางคนลักษณะผื่น และตำแหน่งไม่เหมือนงูสวัดจึงจำเป็นต้องตรวจวินิจฉัยเพิ่ม ได้แก่การเพาะเชื้อไวรัส การย้อมด้วยวิธี Direct immunofluorescence assay
- Tzanck smear นำเอาน้ำที่ก้นแผลมาย้อมจะพบเซลล์ตัวใหญ่ผิดปรกติ


การรักษา

- หากมีอาการปวดให้ใช้ยาแก้ปวด เช่น NSAIDs, Aspirin
- การให้ยารับประทานควรจะให้ภายใน 72 ชั่วโมงหลังเกิดผื่นซึ่งจะทำให้ผื่นหายเร็ว ลดอาการเจ็บปวด และจำนวนเชื้อในตุ่ม ยาที่ไช้ ได้แก่ Acyclovir 800 mg วันละ 5 ครั้งเป็นเวลา 7-10 วัน
- การใช้ยาทายังไม่ได้รับการยอมรับ
- การใช้ยา steroid มีรายงานว่าการให้ยา steroid ร่วมกับยาต้านไวรัสจะทำให้แผลหายเร็ว และอาการเจ็บปวด แต่ไม่แนะนำให้ steroid เพียงอย่างเดียว
- มีวัคซีนที่ใช้ฉีดเพื่อป้องกันงูสวัส โดยจะฉีดในคนที่เคยเป็นไข้สุกใสแล้ว อายุมากกว่า 60 ปีพบว่าสามารถลดการเกิดงุสวัสได้ร้อยละ 50 และลดอาการปวด


โรคแทรกซ้อนที่สำคัญของงูสวัด

- มีอาการปวดเส้นประสาท Postherpetic neuralgia ซึ่งเป็นโรคแทรกซ้อนที่พบบ่อยที่สุด
- งูสวัดเข้าตาซึ่งอาจจะทำให้ตาบอด
- ปากเบี้ยว

Ref. http://www.siamhealth.net/public_html/Health/Photo_teaching/herpes_zoster.htm#.Ujs0rrzRybU

หมอพิชญานนท์ (Dr.Pop):
**การให้ยารับประทานควรจะให้ภายใน 72 ชั่วโมงหลังเกิดผื่นซึ่งจะทำให้ผื่นหายเร็ว ลดอาการเจ็บปวด และจำนวนเชื้อในตุ่ม ยาที่ไช้ ได้แก่ Acyclovir 800 mg วันละ 5 ครั้งเป็นเวลา 5-7 วัน

หมอพิชญานนท์ (Dr.Pop):
ใครที่มีตุ่มน้ำใสๆ แบบนี้อย่าปล่อยทิ้งไว้นะครับ ต้องระวังงูสวัด หากรักษาช้าเกิน 48 ชั่วโมง อาจเสี่ยงต่อการเส้นประสาทถูกทำลายครับ

หมอพิชญานนท์ (Dr.Pop):
ถ้ามีอาการปวดจากงูสวัด ปวดแปล๊บๆ ไฟฟ้าซ๊อต ควรทานยากลุ่ม Gabapentin นะครับ

หมอพิชญานนท์ (Dr.Pop):
การรักษางูสวัด

- หากมีอาการปวดให้ใช้ยาแก้ปวด เช่น NSAIDs, Aspirin
- การให้ยารับประทานควรจะให้ภายใน 72 ชั่วโมงหลังเกิดผื่นซึ่งจะทำให้ผื่นหายเร็ว ลดอาการเจ็บปวด และจำนวนเชื้อในตุ่ม ยาที่ไช้ ได้แก่ Acyclovir 800 mg วันละ 5 ครั้งเป็นเวลา70-10 วัน
- การใช้ยาทายังไม่ได้รับการยอมรับ
- การใช้ยา steroid มีรายงานว่าการให้ยา steroid ร่วมกับยาต้านไวรัสจะทำให้แผลหายเร็ว และอาการเจ็บปวด แต่ไม่แนะนำให้ steroid เพียงอย่างเดียว
- มีวัคซีนที่ใช้ฉีดเพื่อป้องกันงูสวัส โดยจะฉีดในคนที่เคยเป็นไข้สุกใสแล้ว อายุมากกว่า 60 ปีพบว่าสามารถลดการเกิดงุสวัสได้ร้อยละ 50 และลดอาการปวด

นำร่อง

[0] ดัชนีข้อความ

[#] หน้าถัดไป

ตอบ

Go to full version