gimyong หาดใหญ่
ศูนย์ประชุมนานาชาติฉลองสิริราชสมบัติครบ ๖๐ ปี
 

 

ผู้เขียน หัวข้อ: การบวชภิกษุณี สามเณรี ในประเทศไทยทำได้หรือไม่เห็นที่เกาะยอทำแล้ว  (อ่าน 24626 ครั้ง)

การบวชภิกษุณี สามเณรี ในประเทศไทยทำได้หรือไม่เห็นที่เกาะยอทำแล้ว

คนเมืองสง

  • บุคคลทั่วไป
4. ประเด็นหลักของผมที่โพสต์เกี่ยวข้องในกระทู้ คือ การวิจารณ์บทบาทของคณะกรรมการมหาเถระสมาคมในกรณี ตัดสินเรื่องภิกษุณี ซึ่งโดยส่วนตัวผมขอวิจารณ์ด้วยความเคารพว่า เลือกปฏิบัติ
ท่านเข้าใจผิดมหาศาลนะครับ คณะกรรมการมหาเถระสมาคม ไม่ได้เป็นผู้ตัดสินเรื่องภิกษุณีนะครับ พระคุณเจ้าเป็นเพียงผู้อธิบายความให้พวกคุณได้เข้าใจนะครับ ส่วนเหตุผลต่างๆก็น่าจะเป็นไปตามที่ได้มีการสังคายนาอันเป็นการได้รับการยอมรับไปทั่วโลกแล้วของนิกายเรา ซึ่งได้มีการสังคายนากันไปแล้วหลายครั้ง คุณต้องไปศึกษาประวัติการสังคายนาก็น่าจะเข้าใจได้
นิกายของเราคือ หินยานหรือเถรวาทนะครับ ส่วนข่าวอลัชชีทั้งหลายที่คุณได้ยกมาอ้าง ก็ไม่เป็นเหตุผลที่จะสนับสนุนให้ใครได้ล่วงเกินพระวินัยนะครับ ต้องแยกๆกันว่าไป ไม่สามารถหาว่าเลือกปฏิบัติได้
  อีกอย่างที่ต้องระมัดระวังคือเรื่องการลบหลู่พระผู้ใหญ่ คุณต้องให้ความเป็นธรรมท่าน วัดใหญ่ๆค่าใช้จ่ายก็จะมากตาม ค่าน้ำ-ค่าไฟ ค่าอาหารสามเณร ค่าบริการสำนักเรียน ค่าซ่อมแซมวัด จัดจ้างผู้รับเหมา ท่านก็ต้องหาเงิน
สารพัดปัญหา ฯลฯ พยายามอ่านข่าวในมุมดีๆสิครับ


ออฟไลน์ Mr.No


 
..สาวกพระพุทธเจ้า ไม่มีนิกาย แต่มันมีปัญหาเพราะมีนิกาย... ถ้าไร้นิกายก็ไม่มีปัญหา.....แต่มีปัญหาเพราะดันไปสรรหานิกาย  ส.อ่านหลังสือ ส.อ่านหลังสือ.
..ขอเป็นแค่ "มนุษย์" ที่อาศัยโลกใบนี้สำหรับ เกิด.แก่.เจ็บ.ตาย อย่างนอบน้อมและคารวะ.
https://www.facebook.com/mrno.hatyai

ออฟไลน์ คุณหลวง


    อัญชลี วันทา อภิวาท            ณ เบื้องบาทพระพุทธะทั้งธรรมสงฆ์
ครบสามคราข้าน้อยค่อยบรรจง   กราบลงตรงพื้นที่ของหัวใจ
ขอบคุณตนที่เกิดมาเจอพระพุทธ   ที่วิสุทธิ์วิเศษวิจิตรไสว
ขอบคุณสงฆ์ทรงธรรมพระวินัย      ขอบคุณไทยที่รักษามายาวนาน
ขอบคุณเพื่อนร่วมทุกข์ในสามโลก   ขอเพื่อนจงพ้นโศกสู่สุขศานติ์
ขอบคุณเพื่อนลานบุญทั้งกระดาน    ที่ประสานส่งธรรมอันอำไพ
    อัญชลี วันทา อภิวาท               ณ เบื้องบาทพระพุทธะ ธรรมะ สงฆ์
ขอน้อมพรพระไตรรัตน์จรัสจง        คุ้มครององค์สยามินทร์ภูมิพล
อีกเทวา ศักดิ์สิทธิ์ประสิทธิ์สวัสดิ์    จงขจัดพาลภัยได้เป็นผล
พระพรพร้องซร้องศรีภูมิพล             ขอพระองค์ทรงพระเจริญยิ่งยืนนานฯ

          ขอเคารพท่านผู้   แสวงธรรม  แม่เอย
ชูช่อภิกษุณีนำ      สยามหล้า
เพียงหากท่านสิทำ      ผิดที่ ฤๅนา
เถรวาทถือท่านว่า      หมดสิ้นไปนาน
       สิควรหรือท่านกล้า   ขืนสัง  คมนอ
เพศใช่จะบดบัง      ธรรมได้
ติดเพศยิ่งสิขัง      วัฏฏะ
ภิกษุณีชีใช่      ต่างด้วยธรรมา
         นิกายใดถือท่าน   ยังมี
นำแผ่เข้ามาซี      นำได้
มากพอสู่วิถี      แห่งประ  สงค์นา
คราถึงจึงท่านไซร้      มีด้วยสง่างาม.......ฯลฯ

    ขอน้อมคำสวัสดีว่าปีใหม่      ทักทายให้ทุกท่านศานติ์สุขศรี
ทุกทุกวันมีแต่ความน่ายินดี      ประสงค์มีสิ่งใดประสิทธิ์มา

ทุกทุกวันมีความสุขทุกทุกอย่าง   เพียงจิตวางทุกข์เสียเพียงหนึ่งหนา
ทุกทุกวันก็จะสุขทุกทุกครา      ทุกทุกข์มาเพียงวางทุกทุกข์คลาย

ทุกทุกท่านจงมีสุขทุกทุกท่าน      ทุกทุกวารมีสุขทุกทุกข์หาย
ทุกทุกโรคทุกทุกข์ร้อนจงผ่อนคลาย   ทุกหญิงชายทุกกระเทยทอมดี้เลสเบี้ยนเกย์....เทอญ

สะบายดี...ปีใหม่จ้า


สิ่งที่ไม่เหลือคือ  ความสงสัยในวิถีตน
สิ่งที่เหลือคือ  เดินทางต่อไป และต่อไป

คนเมืองสง

  • บุคคลทั่วไป
         นิกายใดถือท่าน   ยังมี
นำแผ่เข้ามาซี      นำได้
มากพอสู่วิถี      แห่งประ  สงค์นา
คราถึงจึงท่านไซร้      มีด้วยสง่างาม.......ฯลฯ
ถ้าแบบนี้..โอเค ครับ

คนเมืองสง

  • บุคคลทั่วไป
..สาวกพระพุทธเจ้า ไม่มีนิกาย แต่มันมีปัญหาเพราะมีนิกาย... ถ้าไร้นิกายก็ไม่มีปัญหา.....แต่มีปัญหาเพราะดันไปสรรหานิกาย  ส.อ่านหลังสือ ส.อ่านหลังสือ.
คิดแบบนี้ไม่โอเคครับ นิกายเกิดก่อนเรามานาน เขาสร้างของเขามานานจนเราเลื่อมใส ถ้าไม่นับถือก็อย่าไปรุกล้ำ

ออฟไลน์ wareerant

กฎหมายไทยข้อหนึ่ง ที่เราควรยึดถือไว้ให้มั่น ถ้าอยากให้พุทธศาสนายั่งยืนไปนาน ๆ นั่นคือ

“ห้ามแต่งกายเลียนแบบสงฆ์”

ใครแต่งกายเลียบแบบสงฆ์ ต้องโดนจับ อันดับแรกต้องให้ถอดจีวรออก อันดับสองสอบสวนสืบสวน ว่ามีพฤติกรรมเข้า
ข่ายหลอกลวงประชาชนหรือเป็นพวกสิบแปดมงกุฏหรือไม่
ดูยังงัยว่า พระรูปนั้นเป็นพระจริงหรือไม่ คือ ดูใบสุทธิครับ (ใครที่ไม่รู้จักใบสุทธิก็ขอบอกว่า เป็นบัตรประจำตัวพระครับ)
อันนี้ถ้าพบพระที่ท่าทางแปลก ๆ มีพิรุธ ต้องแจ้งตำรวจครับ ให้มาตรวจว่าหลวงพี่หลวงพ่อมีใบสุทธิหรือไม่
ถ้าไม่มีก็ต้องสืบสาวไปว่ามาจากวัดไหน ไปพบเจ้าอาวาส ถามไถ่ว่าพระรูปนี้เป็นพระอยู่วัดนี้หรือไม่ อย่างไร

และที่แน่ ๆ ภิกษุณี แต่งกายเหมือนสงฆ์เด๊ะ และไม่มีใบสุทธิด้วย เพราะไม่ได้รับการรับรองใด ๆ
ควรทำอย่างไรกับท่านครับ ก็ปฏิบัติเหมือนกันกับคนทั่วไปแหละครับ เพราะใคร ๆ ก็เรียกร้องความเท่าเทียมกัน
กฎหมายก็ควรเข้มแข็งและเท่าเทียมกันกับคนทุกคน

ส่วนเรื่องควรจัดเต็มให้มีการบวชภิกษุณีในประเทศไทยหรือไม่ ด้านของมหาเถรสมาคมคิดว่าไม่ควรอนุญาต
เพราะตัวท่านเองทุกวันนี้ก็ยังเอาตัวไม่ค่อยจะรอด และคิดว่าไม่ควรอนุญาตให้ภิกษุณีอาศัยอยู่ในประเทศไทยด้วย
เพราะมันทำให้คนสับสน บางคนอาจคิดว่า เอ๊ะ ไทยเราอนุญาตให้บวชภิกษุณีได้แล้วเหรอ ที่พักของท่านเป็นวัดหรือเปล่า
 ทอดกฐินได้มั้ย เอาลูกสาวมาบวชได้มั้ย อะไรอย่างนี้ มันมั่วตั้วเหมือนที่ความเห็นข้างบน ๆ บอก

ในส่วนของผู้ที่ต้องการบวชเป็นภิกษุณี ผมว่าท่านยังไม่เข้าใจหลักการของพระพุทธศาสนา
การบวชเป็นเพียงรูปแบบรูปแบบหนึ่งเท่านั้นเอง คนเราถึงไม่บวช เราก็ปฏิบัติธรรมได้ ถึงนิพพานได้ บรรลุธรรมได้ 
สังคมพระทุกวันนี้วุ่นวายครับ ขอบอก ผมทำงานอยู่ในวงการพระมา 8 ปี
มันไม่ได้มีความสวยงามไปซะหมดอย่างที่ใคร ๆ คิดกัน
แก่งแย่งชิงดีกันก็มาก โลภ โกรธ หลง ยังมีมากเหมือนสังคมเรานี่แหละครับ
พระที่ถือศีลครบ 5 ข้อนี่ก็ยังหายากนะครับ ใครที่จะบวชเป็นภิกษุณีก็ขอให้คิดให้ดี ๆ ก่อนนะครับ
เป็นคนธรรมดาอาจมีความสุขกว่าก็ได้ คนทำงานทั่วไปก็ปฏิบัติธรรมได้
“สุขแท้ มีแต่ ในงาน” เหมือนอย่างที่ท่านพุทธทาสว่าไว้แหละครับ



คนเมืองสง

  • บุคคลทั่วไป
ในส่วนของผู้ที่ต้องการบวชเป็นภิกษุณี ผมว่าท่านยังไม่เข้าใจหลักการของพระพุทธศาสนา
การบวชเป็นเพียงรูปแบบรูปแบบหนึ่งเท่านั้นเอง คนเราถึงไม่บวช เราก็ปฏิบัติธรรมได้ ถึงนิพพานได้ บรรลุธรรมได้ 
ถูกต้องมากๆครับ การบวช น่าจะมาจาก ปวช (ปะวะชะ) หมายถึงการละทิ้ง ลองคิดดูว่าท่านพร้อมละทิ้งสิ่งใดบ้าง

ออฟไลน์ Mr.No

คิดแบบนี้ไม่โอเคครับ นิกายเกิดก่อนเรามานาน เขาสร้างของเขามานานจนเราเลื่อมใส ถ้าไม่นับถือก็อย่าไปรุกล้ำ

อันนี้ผมไม่ได้คิดเอง.  อ.เสฐียรพงษ์ วรรณปก ท่านคิด  ผมแค่ลอกมา
..ขอเป็นแค่ "มนุษย์" ที่อาศัยโลกใบนี้สำหรับ เกิด.แก่.เจ็บ.ตาย อย่างนอบน้อมและคารวะ.
https://www.facebook.com/mrno.hatyai

คนเมืองสง

  • บุคคลทั่วไป

          ขอเคารพท่านผู้   แสวงธรรม  แม่เอย
ชูช่อภิกษุณีนำ      สยามหล้า
เพียงหากท่านสิทำ      ผิดที่ ฤๅนา
เถรวาทถือท่านว่า      หมดสิ้นไปนาน
       สิควรหรือท่านกล้า   ขืนสัง  คมนอ
เพศใช่จะบดบัง      ธรรมได้
ติดเพศยิ่งสิขัง      วัฏฏะ
ภิกษุณีชีใช่      ต่างด้วยธรรมา
         นิกายใดถือท่าน   ยังมี
นำแผ่เข้ามาซี      นำได้
มากพอสู่วิถี      แห่งประ  สงค์นา
คราถึงจึงท่านไซร้      มีด้วยสง่างาม.......ฯลฯ
       ความคุณหลวงกล่าวเน้น  คมคาย
เราย่อมยอมนิกาย                 หนึ่งด้วย
นักบวชนั่นสหาย                  ใดต่าง
เพียงหั่นกิเลสม้วย                นั่นไซร้ ทรงศีล
      เพียงมีพวกผึ่งผ้า           ภิกษุณี 
ประหนึ่งทำใจดี                   แต่ด้อย
คิดผิดเรื่องเสรี-                   ภาพด่า
หาว่าเถระน้อย-                   ใหญ่นั้น สมองหาย
      เถรวาทว่าไร้                 มานาน
เพราะหย่อนลงตามกาล          จึ่งสิ้น
ขาดตอนห่อนประสาน            ศีลขาด
"ภิกษุณี"ท่านจึงต้อง             หมดสิ้น หินยาน
                 
                     

ออฟไลน์ wareerant

ปัญหาไม่ได้อยู่ที่ว่า มี หรือ ไม่มี แต่อยู่ที่ความชัดเจนของ ม.ส

ถ้าบอกว่าไม่อนุญาตให้มีภิกษุณี ก็ประกาศให้ชัดเจนไปเลย ว่าไม่ให้บวช ไม่ให้อยู่ในประเทศไทย ถ้าบวชต่างประเทศ ก็เป็นภิกษุณีได้แค่ในต่างประเทศ ถ้าเข้ามาในประเทศ ต้องงดเว้นการเป็นภิกษุณีชั่วคราว หรือถ้าไม่งดเว้น อนุญาตให้อยู่ในประเทศไทยได้กี่วัน

ถ้าบอกว่ามีได้ ก็ออกมาประกาศเลย ว่า บวชได้ อยู่ได้ และต้องทำอย่างไรบ้าง ห้ามทำอะไรบ้าง

ที่เป็นอยุ่นี้ เหมือนอึก ๆ อัก ๆ อ้อม ๆ แอ้ม ๆ บางทีก็ทำเอาหูไปนาเอาตาไปไร่ ดูไม่ค่อยน่านับถือเลย คนในสังคมก็สงสัยว่าเอ๊ะ ตกลงหลวงพี่หลวงพ่อแกจะเอายังงัยกันแน่




คนเมืองสง

  • บุคคลทั่วไป
อยากให้มีกระทู้ดีๆแบบนี้บ่อยๆครับ

ออฟไลน์ พบพระ

ผู้มีปัญญาและฝึกตนดีแล้ว ย่อมเห็นได้ว่า สิ่งใดเป็นสาระ และสิ่งใดไม่เป็นสาระ
เรื่องศาสนา ความเชื่อและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ สำหรับผู้ที่ไม่รู้จริงและไม่เคยศึกษา และไม่เคยไปเห็น ไม่เคยอ่านพระตรัยปิฎก ไม่เคยฟังธรรม ไม่ลองปฏิบัติ หรือทำแล้วแต่ยังไม่ถึงที่สุด หรือรู้แค่ตื้นๆ แล้ววิจารณ์ โดยอาศัยหลักอื่นซึ่งไม่ใช่หลักศาสนา มาตัดสิน หรือตั้งคำถามเชิงชี้นำ ทำให้ผู้ไม่รู้ เข้าใจผิด เสื่อมศรัทธา ภัยต่างๆจะเข้ามาถึงตัวผู้นั้น (จากแรงกรรม) ทั้ง อุบัติภัย โจรภัย ราชภัย เป็นต้น สิ่งศักดิ์สิทธิ์หรือผู้ที่ปฏิติธรรมดีแล้ว บางครั้งเราแค่คิด หมิ่นในใจ ภัยก็มาถึงตัวได้
********** โปรดระวัง *************

คนเมืองสง

  • บุคคลทั่วไป
อีกอย่างหนึ่ง ผมไม่แน่ใจว่าเรื่องการห้ามบวชภิษุณีในประเทศไทย ใครเป็นผู้เสนอและเกี่ยวข้องกับการตรากฎหมายห้าม
แล้วท่านเหล่านั้นได้รับภัยอย่างที่ผมกล่าวไว้ข้างต้นหรือปล่าว เช่น เสื่อมยศ เสื่อมลาภ บริวารเสื่อมศรัทธา และต้องตกระกำลำบากโดยรู้เท่าไม่ถึงกาล หรือเปล่า??? ท่านผู้อ่านลองคิดดู !!!
เรื่องภิกษุณี บวชได้ไม่ได้ในตอนนี้อยู่ในพระวินัยครับ
กฎหมายมีเพียงไว้จัดการพวกอลัชชีละเมิดพระวินัย
มหาเถระสมาคมท่านมีหน้าที่อรรถาธิบายความตามพระวินัยที่มีอยู่แล้วเพื่อให้คุณทั้งหลายได้เข้าใจพระวินัย ท่านไม่ได้เป็นผู้กำหนดพระวินัย
คุณพบพระครับ การรักษาพระวินัยนั้นเป็นหน้าที่ของชาวพุทธนะครับ หากนรกมีจริงก็น่าจะตกแก่ผู้ที่ทำให้ไขว้เขว่ในพระวินัยมากกว่า การข่มขู่ผู้อื่นแบบที่คุณพบพระกระทำอยู่ก็เป็นบาปนะครับ เพราะไม่อยู่บนพื้นฐานข้างต้น คุณต้องไปพบพระจริงๆให้บ่อยๆหน่อยนะครับจะได้เขียนชื่อพระคัมภีร์ในพระพุทธศาสนาของเราได้ถูกต้อง อันไหนพระไตรปิฎก อันไหนพระรัตนตรัย

แค่ศรัทธาและนมัสการพระพุทธเจ้าก่อนตาย ได้เกิดในสวรรค์
เรื่องมัฏฐกุณฑลี
พราหมณ์ชาวสาวัตถีคนหนึ่งเป็นคนมีฐานะดี แต่เป็นคนตระหนี่มาก เขาไม่เคยทำบุญ ไม่เคยฟังธรรม และไม่เคยให้อะไรใครเลย จึงได้ชื่อว่า อทินนปุพพกะ
พราหมณ์คนนี้มีบุตรชายคนหนึ่ง เขาเลี้ยงบุตรชายตามอัธยาศัย คือ ไม่ทำบุญ ไม่ฟังธรรม ไม่ให้อะไรใคร เมื่อบุตรชายโตเป็นหนุ่มพราหมณ์บิดาจะให้เครื่องประดับแต่เสียดายค่ากำเหน็ดที่ต้องจ่ายให้ช่างทอง พราหมณ์บิดาจึงเอาทองมาตีแผ่เป็นแผ่นทำเป็นต่างหูเกลี้ยงๆ ให้บุตรชาย บุตรของพราหมณ์จึงได้ชื่อว่า มัฏฐกุณฑลี
วันหนึ่งมัฏฐกุณฑลีล้มป่วย ด้วยความเสียดายทรัพย์สินเงินทอง อทินนปุพพกพราหมณ์จึงไม่ยอมจ้างหมอมารักษา จนเมื่อบุตรชายมีอาการหนักจึงตัดใจตามหมอมาตรวจดู แต่หมอหมดปัญญาจะรักษาทำได้แค่เพียงแนะนำให้หารากไม้มาต้มกิน ระหว่างนั้นพราหมณ์กลัวว่าถ้ามีคนมาเยี่ยมบุตรจะเห็นสมบัติในเรือน เขาจึงอุ้มบุตรชายออกไปให้นอนที่นอกซุ้มประตู
ใกล้รุ่งวันนั้น พระศาสดาทรงตรวจดูสัตว์โลกด้วยพระญาณ ทรงเห็นในพระญานว่ามัฏฐกุณฑลีจะต้องตายในวันนี้ พระองค์จึงเสด็จไปประทับยืนเปล่งพุทธรัศมีอยู่ที่หน้าเรือนเพื่อโปรดเขาโดยเฉพาะ
มัฏฐกุณฑลีเห็นแสงโอภาสจากพระรัศมีจึงเหลียวดู เห็นพระพุทธเจ้าประทับยืนอยู่ด้วยพระอาการสงบน่าเลื่อมใส รู้สึกปีติโสมนัสว่าพระพุทธองค์เสด็จมาโปรด จึงยกมือขึ้นอัญชลีด้วยความเลื่อมใส ระลึกถึงพระพุทธองค์เป็นพุทธานุสติ พระพุทธองค์ทอดพระเนตรเห็นมาณพมีจิตเลื่อมใสแล้วจึงเสด็จหลีกไป
วันนั้นมัฏฐกุณฑลีก็ถึงกาลกิริยา พราหมณ์บิดานำร่างของเขาไปฌาปณกิจในป่าช้า ทุกวันพราหมณ์ยังเข้าไปในป่าช้าร้องไห้คร่ำครวญหาบุตรชายอันเป็นที่รักว่าลูกเอย ตอนนี้เจ้าอยู่ที่ไหน ขอให้เจ้ามีชีวิตคืนมา บิดาจะรักษาเจ้า
ฝ่ายมัฏฐกุณฑลี ด้วยกุศลกรรมที่กำหนดอารมณ์ยึดถือพระศาสดาเป็นสรณะก่อนตาย เขาจึงไปอุบัติเป็นเทพบุตรชั้นดาวดึงส์ มีกายสูง ๓ คาวุตร มีเครื่องประดับ ๖๐ เล่มเกวียน มีวิมานทองสูง ๓๐ โยชน์ เขาระลึกถึงบุญกรรมแล้วคิดจะให้สติบิดาจึงมาปรากฏกายเป็นมาณพไปยืนร้องไห้อยู่ในป่าช้า

 


ร่วมขับเคลื่อนโดย
เว็บไซท์นี้จัดสร้างขึ้นมาเพื่อเป็นสังคมออนไลน์ของชาวหาดใหญ่ - สงขลา สงวนลิขสิทธิ์ © บริษัท บ้านเรา คอร์ปอเรชั่น จำกัด
นโยบาย | เกี่ยวกับเรา | ลงโฆษณา | ร้องเรียน | แจ้งข้อผิดพลาด | ติดต่อเรา | มีอะไรใหม่ในเว็บกิมหยง | คุยกับเว็บมาสเตอร์
เครือข่ายเว็บไซท์ท้องถิ่นไทย [ ตรัง ] [ ขอนแก่น ] [ เชียงใหม่ ] [ เชียงราย ] [ อุดรธานี ] [ หาดใหญ่ - สงขลา ] [ น่าน ] [ พัทลุง ] [ นครศรีธรรมราช ]