gimyong หาดใหญ่
ศูนย์ประชุมนานาชาติฉลองสิริราชสมบัติครบ ๖๐ ปี
 
 

 

ผู้เขียน หัวข้อ: WW.2 vs 911 หรือเรื่องร้ายในโลกเกิดจากผู้ทรงบารมี  (อ่าน 2484 ครั้ง)

WW.2 vs 911 หรือเรื่องร้ายในโลกเกิดจากผู้ทรงบารมี

Red arrow bird

  • บุคคลทั่วไป
Re: WW.2 vs 911 หรือเรื่องร้ายในโลกเกิดจากผู้ทรงบารมี
« ตอบกลับ #15 เมื่อ: 05:58 น. วันที่ 27 มี.ค.61 »


Red darkness

  • บุคคลทั่วไป
Re: WW.2 vs 911 หรือเรื่องร้ายในโลกเกิดจากผู้ทรงบารมี
« ตอบกลับ #16 เมื่อ: 22:00 น. วันที่ 27 มี.ค.61 »




Red arrow bird

  • บุคคลทั่วไป
Re: WW.2 vs 911 หรือเรื่องร้ายในโลกเกิดจากผู้ทรงบารม
« ตอบกลับ #17 เมื่อ: 10:40 น. วันที่ 01 เม.ย.61 »
อายุบวร
ใครจะมาทำลายพระพุทธศาสนาของประเทศศรีลังกา ไม่ได้ เป็นเพราะไร มาอ่านกันครับ
ใครที่อยากเห็นสถานที่ของพระพุทธเจ้า ควรไปอินเดีย
แต่ถ้าใครอยากเห็นพระพุทธศาสนาหรือวิธีดำรงชีวิตตามวิธีพุทธ ควรไปศรีลังกา

ศรีลังกาทัศนาวิถีพุทธไร้ของขลัง

ประเทศศรีลังกาเป็นเมืองพระพุทธศาสนาที่ชาวพุทธทั่วโลกยอมรับว่า เป็น "วิถีพุทธ" คือนำหลักธรรมคำสอนของพระพุทธเจ้ามาปฏิบัติอย่างแท้จริง เป็น "วิถีชีวิต" คือ ปฏิบัติตามคำสอนของพระพุทธเจ้าจนเป็นวิถีชีวิตของผู้คนในศรีลังกา และ "วิถีปฏิบัติ" คือ ปฏิบัติจน DNA ของความเป็นชาวพุทธเข้าไปสู่จิตใจอย่างเป็นรูปธรรม ชาวพุทธศรีลังกา เป็นชาวพุทธโดยสายเลือด ไม่ได้เป็นชาวพุทธตามสำเนาทะเบียนบ้าน จึงมีความรัก ความหวงแหน และความผูกพันในพระพุทธศาสนามาก

สาเหตุที่ชาวพุทธศรีลังกาหวงแหนพระพุทธศาสนามาก เพราะครั้งหนึ่งเคยถูกเบียดเบียนบีบคั้นจากศาสนาอื่น ถูกย่ำยีทำลายหัวใจด้วยการทำลายสิ่งที่เคารพนับถือนั้นคือ "พระเขี้ยวแก้ว" เมื่อหลุดพ้นจากอิทธิพลของต่างศาสนาทำให้ชาวพุทธศรีลังการักและหวงแหนพระพุทธศาสนามาก วิถีชีวิตชาวพุทธในลังกายังเป็นพุทธที่บริสุทธิ์ สวดมนต์ไหว้พระ สมาทานศีลเองทุกวัน ไม่มีพุทธพานิชย์ ไม่มีการปลุกเสกเครื่องรางของขลัง ชาวพุทธศรีลังกาไม่ติดยึดในเรื่องเครื่องรางของขลัง

มีงานใดๆ ไม่ว่าจะงานศพ งานสำคัญทางศาสนา พระสงฆ์และชาวพุทธศรีลังกาจะไม่เน้นการสวดมนต์หรือทำแต่พิธีกรรม มีงานอะไรก็ตามจะเน้นการบรรยายธรรม สนทนาธรรม ปาฐกถาธรรม เน้นการปลูกฝังทางสติปัญญามากกว่าพิธีกรรม พ่อแม่ครอบครัวจะเป็นตัวอย่างที่ดี คือ รักษาศีลให้ลูกหลานดู กตัญญูให้ลูกหลานเห็น สุขสงบเย็นให้ลูกหลานสัมผัสได้ วันพระวันอาทิตย์ พ่อแม่จะพาลูกหลานไปวัด สวดมนต์ สมาทานศีล ฟังธรรม ปฏิบัติธรรม ภาวนา การบูชาพระของชาวพุทธศรีลังกา ไม่เน้นการจุดธูปเทียนให้แสบจมูก แต่จะนำแต่ดอกไม้ไปวางเรียงหน้าพระพุทธรูปหรือสิ่งสักการะอย่างสวยงาม

ชาวพุทธทุกคนถือว่าเป็นหน้าที่ในการทำนุบำรุงปกป้องพระพุทธศาสนา ใครไปยืนหันหลังถ่ายรูปกับพระพุทธรูป ชาวพุทธศรีลังกาจะมาตะเพิดไล่ทันที ถือว่าไม่ให้ความเคารพ ทุกคนมีหน้าที่ปกป้องพระพุทธศาสนามิใช่ให้แต่พระสงฆ์เท่านั้นที่ปกป้อง คณะสงฆ์ศรีลังกาจะเข้มแข็ง เพราะมีกระบวนการกลั่นกรองคนที่เข้ามาบวชอย่างเป็นระบบ ไม่ใช่ใครนึกจะบวชก็บวชได้ คนที่จะบวชต้องมาอยู่วัดดูนิสัยใจคอกันเป็นปีๆ ต้องศึกษาหลักธรรมทางพระพุทธศาสนาจนเข้าใจ เมื่อเห็นว่ามีคุณสมบัติเหมาะสมแล้ว จึงจะนำมาบวชกับประธานสงฆ์ของวัดนั้นๆ ซึ่งแต่ละวัดก็จะมีสังฆสภา คอยพิจารณากลั่นกรองว่าจะให้ใครบวชไม่ให้บวช เมื่อมีปัญหาอะไรก็จะตัดสินกันในสังฆสภา พระมีน้อยประมาณ 3,000 รูป แต่มีคุณภาพจริงๆ

ฉะนั้น พระพุทธศาสนาที่แท้ไม่มีนิกาย ไม่มีมหายาน ไม่มีเถรวาท ไม่มีวัชรยาน ไม่มีธรรมยุตไม่มีมหานิกาย มีแต่ศิษย์ตถาคต คือลูกศิษย์พระพุทธเจ้า ถ้าปฏิบัติถูกต้องตามหลักพระธรรมวินัยแล้ว เป็นลูกศิษย์พระพุทธเจ้าเหมือนกัน ขอให้แต่ละท่านแต่ละคนทำหน้าที่ของตนที่มีที่เป็นให้สมบูรณ์ ให้ถูกต้อง เพราะบุคคลใดก็ตามปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างถูกต้อง บุคคลนั้นชื่อว่าปฏิบัติธรรม นี่คือ มุมมองของศรีลังกาที่ข้าพเจ้ารู้จัก วันนี้นิสิตปริญญาเอก หลักสูตรสันติศึกษาจึงลงพื้นที่จริงเพื่อศึกษาวิถีชีวิตของผู้คนในศรีลังกา สิ่งหนึ่งที่สุดยอด คือ " เข้าวัดกันแบบครอบครัว "
 
ทั้งนี้เพราะยุทธศาสตร์สำคัญในการเผยแผ่พระพุทธศาสนาของสมณทูต ณ ศรีลังกา ได้ยึดการเผยแผ่ 4 ประการ คือ " วิชายอด จรณะเยี่ยม เปี่ยมด้วยกรุณา ยื่นดวงตาให้กับชาวโลก " ซึ่งในราว พ.ศ. 236 เป็นต้นมา

พระปราโมทย์ วาทโกวิโท และนายสำราญ สมพงษ์ นิสิตปริญญาเอก สาขาสันติศึกษา มจร รายงาน

สวน นเรศ

  • บุคคลทั่วไป

Banrai Ready 4x100

  • บุคคลทั่วไป
Re: WW.2 vs 911 หรือเรื่องร้ายในโลกเกิดจากผู้ทรงบารมี
« ตอบกลับ #19 เมื่อ: 16:38 น. วันที่ 26 เม.ย.61 »
ผู้บริจาคทานจะพรั่งพร้อมไปด้วย อายุ วรรณะ สุขะ พละ ทั้งโลกมนุษย์ ทั้งเทวโลก จนไปถึงนิพพาน ...
.. เป็นอุปการะจากการ
บริจาคทาน ...

ทาน คือการให้
๑. ให้ทานด้วยทรัพย์สินเงินทอง เพื่อลดความตระหนี่ อันเป็นทางไปสู่อบายภูมิ.

๒. ให้ทานด้วย ข้าวปลาอาหาร ยารักษาโรค.

๓. ให้ทานด้วย เสื้อผ้าเครื่องนุ่งห่ม.

๔. ให้ทานด้วย การให้อาสนะ ที่นั่ง ให้ที่พักที่สะดวกสบาย.

๕. ให้ทานด้วย สายตาที่เมตตาปราณี ใบหน้าที่ยิ้มแย้มแจ่มใส วาจาที่ไพเราะน่าฟัง.

๖. ให้ทานด้วยการช่วยเหลือผู้อื่น.

๗. ให้ทานด้วย การแผ่ส่วนบุญ อุทิศส่วนกุศล.

๘. ให้ทานด้วย การให้โอกาสผู้อื่นในการทำความดี.

๙. ให้ทานด้วย การให้อภัย.

๑๐. ให้ทานด้วย การให้ธรรมะ.

ขอเจริญในธรรม... — feeling blessed 911.


Red it go

  • บุคคลทั่วไป

Red Politics

  • บุคคลทั่วไป

Nakhon red city

  • บุคคลทั่วไป
Re: WW.2 vs 911 หรือเรื่องร้ายในโลกเกิดจากผู้ทรงบารมี
« ตอบกลับ #22 เมื่อ: 11:56 น. วันที่ 10 มิ.ย.61 »


Buddhist Center

  • บุคคลทั่วไป
Re: WW.2 vs 911 หรือเรื่องร้ายในโลกเกิดจากผู้ทรงบารมี
« ตอบกลับ #23 เมื่อ: 12:59 น. วันที่ 12 มิ.ย.61 »


Red Che Kung

  • บุคคลทั่วไป
Re: WW.2 vs 911 หรือเรื่องร้ายในโลกเกิดจากผู้ทรงบารมี
« ตอบกลับ #24 เมื่อ: 05:48 น. วันที่ 15 มิ.ย.61 »


หวยแดง

  • บุคคลทั่วไป
Re: WW.2 vs 911 หรือเรื่องร้ายในโลกเกิดจากผู้ทรงบารมี
« ตอบกลับ #25 เมื่อ: 15:22 น. วันที่ 15 มิ.ย.61 »


Red Karma

  • บุคคลทั่วไป
Re: WW.2 vs 911 หรือเรื่องร้ายในโลกเกิดจากผู้ทรงบารมี
« ตอบกลับ #26 เมื่อ: 20:09 น. วันที่ 16 มิ.ย.61 »


จ่าหรอย4x100

  • บุคคลทั่วไป
Re: WW.2 vs 911 หรือเรื่องร้ายในโลกเกิดจากผู้ทรงบารมี
« ตอบกลับ #27 เมื่อ: 20:35 น. วันที่ 23 มิ.ย.61 »



แดงแจ้ง ลพบุรี

  • บุคคลทั่วไป
Re: WW.2 vs 911 หรือเรื่องร้ายในโลกเกิดจากผู้ทรงบารมี
« ตอบกลับ #29 เมื่อ: 16:06 น. วันที่ 27 มิ.ย.61 »
ท่านทราบหรือไม่ว่าพุทธศาสนาเป็นศาสนาอเทวนิยม ( ปฎิเสธการมีพระเจ้า )

 ความจริง สิ่งสำคัญที่ชาวพุทธทุกคนต้องเข้าใจ...

จุดเด่นที่ทำให้พระพุทธศาสนาต่างจากศาสนาเทวนิยมอื่นๆ ในโลกนี้ คือ

๑.พระพุทธศาสนาปฏิเสธว่ามีผู้สร้างโลก ถือว่าความเชื่อนี้ไร้สาระ ตรงข้าม โลกนี้ประกอบขึ้นจากเหตุปัจจัยต่างๆ จึงมีขึ้นมา

๒.พระพุทธศาสนาไม่ใช่ระบบความเชื่อที่ควรใช้คำว่า Religion เพราะศัพท์นี้หมายถึงต้องมีความเชื่อในพระเจ้าผู้สร้างโลก

๓.จุดหมายปลายทางของพระพุทธศาสนาคือละกิเลสได้หมดแล้วหลุดพ้นจากการเวียนว่ายตายเกิดหรือวัฏฏสงสาร ไม่ใช่ไปเกิดบนสวรรค์

๔.พระพุทธเจ้าไม่ใช่ผู้ปลดปล่อยสรรพสัตว์ให้รอด สรรพสัตว์ต้องช่วยตนเองเพื่อหลุดพ้นจากกิเลสและวัฏฏสงสาร

๕.ความสัมพันธ์ระหว่างพระพุทธเจ้าและสาวกคือครูผู้สอนและลูกศิษย์ ไม่ใช่ตัวแทนพระเจ้าและทาสผู้รับใช้

๖.พระพุทธเจ้าไม่เคยให้สาวกใช้ความเชื่อโดยปราศจากปัญญามานับถือ  ตรงข้ามทรงสอนให้ใช้ปัญญาพิจารณาคำสอนก่อนจะเชื่อ และผู้เป็นสาวกของพระพุทธเจ้าต้องปฏิบัติเพื่อความหลุดพ้นด้วยตนเอง ไม่มีใครช่วยทำให้หลุดพ้นได้นอกจากให้แค่แนะนำ

๗.คำสอนพระพุทธเจ้าเป็นสัจธรรมประจำโลก พระพุทธเจ้าทรงเป็นแต่เพียงผู้ค้นพบเท่านั้น พระองค์ไม่ใช่เป็นคนสร้างคำสอนขึ้นมา

๘.นรกในพระพุทธศาสนาไม่ใช่สถานที่กักขังสัตว์ อย่าง
 นิรันดร์ บุคคลทำบาปแล้วไปเกิดในนรกโลก เมื่อพ้นกรรมแล้ว ก็สามารถกลับไปเกิดในภพที่ดีกว่าได้

๙.พระพุทธศาสนาไม่ได้สอนแนวคิดเรื่องบาปติดตัว เหมือนที่ศาสนาเทวนิยมสอน แต่สอนเรื่องกฎแห่งกรรม ซึ่งมีทั้งดีและชั่ว

๑๐.พระพุทธศาสนาสอนว่าสัตว์ทุกชีวิตมีศักยภาพที่จะบรรลุธรรมได้ ข้อสำคัญก็คือต้องใช้ความพยายามในการปฏิบัติเพื่อชำระกิเลสให้พ้นไปจากจิตใจ พระพุทธเจ้าก็ทรงเป็นมนุษยสามัญธรรมดาที่หลุดพ้นจากทุกข์ได้เพราะการปฏิบัติ

๑๑.กฎแห่งกรรมเป็นตัวอธิบายว่าเหตุใดคนถึงเกิดมาแตกต่างกัน กฎแห่งกรรมเป็นตัวอธิบายถึงภพภูมิที่สัตว์พากันไปเกิด

๑๒.พระพุทธศาสนาเน้นให้ แผ่เมตตากรุณาไปยังสรรพสัตว์ ให้พ้นจากการฆ่าสัตว์ทุกชนิด ไม่มีสัตว์ใดเกิดมาเป็นอาหารให้คนอื่นฆ่าเพื่อกิน แม้ว่าชาวพุทธจำนวนมากจะกินอาหารมังสวิรัติ แต่ก็ไม่มี พุทธวจนะ ใดบังคับ

๑๓.ธรรมะของพระพุทธเจ้าเสมือนแพ หลังจากบำเพ็ญเพียรจนดับทุกข์ได้แล้ว จะอยู่เหนือบุญและบาป ธรรมะทั้งปวงจะต้องไม่เป็นอารมณ์ให้เกิดความยึดมั่นถือมั่น

๑๔.ไม่มีสงครามศักดิ์สิทธิ์ในทรรศนะพระพุทธศาสนา การฆ่าสัตว์ตัดชีวิตไม่ว่าฆ่าด้วยเหตุใด
ผู้ฆ่าจะต้องรับกรรมทั้งสิ้น  การฆ่าในนามศาสนายิ่งกระทำมิได้ในพระพุทธศาสนา

๑๕.พระพุทธเจ้าตรัสว่า กำเนิดสังสารวัฏไม่มีเบื้องต้น และที่สุดถ้าหากสัตว์ยังดำเนินชีวิตไปตามอำนาจกิเลส

๑๖.พระพุทธเจ้าทรงเป็นพระสัพพัญญู แต่พระพุทธเจ้ามิใช่เทพเจ้าผู้ทรงมีอำนาจล้นฟ้า ดลบันดาลสร้างธรรมชาติต่างๆ ขึ้นมา

๑๗.การฝึกสมาธิสำคัญมากในพระพุทธศาสนา แม้ว่าศาสนาอื่นๆ อาจจะมีสอนให้คนมีสมาธิ แต่มีพระพุทธศาสนาเท่านั้นที่สอนไปถึงระดับวิปัสสนา ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้รู้แจ้งได้

๑๘.หลักคำสอนเรื่องศุนยตา (สุญญตา) เป็นเอกลักษณ์เฉพาะในพระพุทธศาสนา ถือเป็นคำสอนระดับสูงของพระพุทธศาสนาด้วย
เพราะสรรพสิ่งทั้งหลายไม่มีตัวตนอยู่แท้จริง มีแต่ปัจจัยส่งเสริมกันและกัน ให้เกิด สรรพสิ่งในโลกจึงตกอยู่ในภาวะอนิจจัง ทุกขัง และอนัตตา เหมือนกันหมด
พระพุทธศาสนา จึงไม่สุดโต่งไปข้างสัสสตทิฏฐิ (Eternalism) ตามแนวศาสนาประเภทเทวนิยม หรืออุจเฉททิฏฐิ (Nihilism) ตามแนววัตถุนิยม

๑๙.วัฏจักรหรือสังสารวัฏเป็นศูนย์กลางคำสอนในพระพุทธศาสนา ตราบใดที่สรรพสัตว์ยังไม่หลุดพ้นจากกิเลส ก็จะเวียนว่ายตายเกิดไปตามภพภูมิต่างๆ ตามแรงเหวี่ยงของกรรม ไม่มีวันสิ้นสุด

ทุกคนจึงต้องช่วยตนเองเพื่อพัฒนาไตรสิกขาให้หลุดพ้นจากโลภะ โทสะ และโมหะ หรืออวิชชา เพื่อทำลายระบบสังสารวัฏให้หมดสิ้นไป.... ส.สู้ๆ

 


ร่วมขับเคลื่อนโดย
เว็บไซท์นี้จัดสร้างขึ้นมาเพื่อเป็นสังคมออนไลน์ของชาวหาดใหญ่ - สงขลา สงวนลิขสิทธิ์ © บริษัท บ้านเรา คอร์ปอเรชั่น จำกัด
นโยบาย | เกี่ยวกับเรา | ลงโฆษณา | ร้องเรียน | แจ้งข้อผิดพลาด | ติดต่อเรา | มีอะไรใหม่ในเว็บกิมหยง | คุยกับเว็บมาสเตอร์
เครือข่ายเว็บไซท์ท้องถิ่นไทย [ ตรัง ] [ ขอนแก่น ] [ เชียงใหม่ ] [ เชียงราย ] [ อุดรธานี ] [ หาดใหญ่ - สงขลา ] [ น่าน ] [ พัทลุง ] [ นครศรีธรรมราช ]