gimyong หาดใหญ่
ศูนย์ประชุมนานาชาติฉลองสิริราชสมบัติครบ ๖๐ ปี
 



  หัวข้อ / เริ่มโดย ตอบ / อ่าน กระทู้ล่าสุด
ขายกลูต้าฉีดผิวขาว, คอลลาเจน, โบท็อกซ์, ฟิลเลอร์ ของแท้ทุกชิ้น การันตีผล 100%

ขายกลูต้าฉีดผิวขาว, คอลลาเจน, โบท็อกซ์, ฟิลเลอร์ ของแท้ทุกชิ้น การันตีผล 100%

เริ่มโดย Pupe888

8436
อ่าน
0
ตอบ
23:38 น. วันที่ 15 ม.ค.61
โดย Pupe888

ผู้เขียน หัวข้อ: ป้ายธงญี่ปุ่น  (อ่าน 29 ครั้ง)

ป้ายธงญี่ปุ่น

ออฟไลน์ svk

ป้ายธงญี่ปุ่น
« เมื่อ: 19:40 น. วันที่ 24 ต.ค.61 »

j-flag
ป้ายธงญี่ปุ่น หรือ j-flag
   สำหรับป้ายที่กำลังมาแรงมาในขณะนี้อาจไม่พ้นป้ายธงญี่ปุ่นหรือ j-flagที่ทุกคนจะสามารถพบเห็นได้ตามงานนิทรรศการ
อีเวนท์ หรือแม้กระทั้งตามข้างทาง ป้ายชนิดนี้จะมีลักษณะเป็นธงสี่เหลี่ยมผืนผ้าในแนวดิ่งโดยจะถูกนำติดอยู่บนฐานตั้ง โดยป้าย
ประเภทนี้มีแนวความคิดปรับใช้มาจากประเทศญี่ปุ่นโดยจากมายุคซามูไร ซึ่งเชื่อว่าคนไม่ใช่น้อยอาจเคยได้เห็นตามภาพยนตร์ย้อนยุคที่
ซามูไรประเทศญี่ปุ่นในสงครามจะยกป้ายที่มีเครื่องหมายกลุ่มไว้วางเรียงในกองทัพหรือติดไว้ตามแนวกำแพงเมืองเรียงกันเป็นแนวสะท้อนให้
เห็นถึงความยิ่งใหญ่รวมทั้งสง่างามโดยป้ายจะมีลักษณะเป็นสี่เหลี่ยมผืนผ้าแนวดิ่งยึดติดกันเสาซึ่งถือว่าต่างจากธงลักษณะเดิม
ที่มาจากตะวันตกที่เป็นสี่เหลี่ยมผืนผ้า เพราะความสง่าผ่าเผยดังที่กล่าวมาจึงเริ่มมีการปรับใช้นำป้ายธงญี่ปุ่นหรือ j-flagลักษณะเดียว
กันนี้มาใช้ในการโฆษณารวมทั้งโปรโมทร้านกันถัดมาในวันหลัง
   สำหรับ[b]ป้ายธงญี่ปุ่น[/b]หรือ j-flagนั้นต้องมีองค์ประกอบรวม 2 ส่วนหลักด้วยกันซึ่งจะต้องครบองค์ประกอบนั่นคือ 1.ป้าย
ที่มีลักษณะเป็นสี่เหลี่ยมผืนผ้าในแนวดิ่งโดยวัสดุนั้นจะเป็นชนิดในก็ได้ ซึ่งโดยตอนนี้นิยมใช้พลาสติกไวนิลเพราะมีราคาถูกรวมทั้ง
ทนต่อสภาพแวดล้อม แสงอาทิตย์ได้ดิบได้ดี เพื่อความสบายสำหรับเพื่อการใช้งานกลางแจ้ง 2.ขาตั้ง ซึ่งเป็นข้อสำคัญที่จะฐานให้สามารถห้อย
ป้ายญี่ปุ่นหรือ j-flagได้ ซึ่งลักษณะส่วนประกอบของขาตั้งก็จะมีความไม่เหมือนกันออกไปขึ้นอยู่กับการออกแบบของคนจัดทำ แต่อย่างไรก็แล้วแต่
ถ้าเกิดเอ๋ยถึงป้ายธงญี่ปุ่นหรือ j-flagจำต้องรำลึกถึงป้ายทรงสี่เหลี่ยมแนวดิ่งที่มีขาตั้งรวมอยู่ด้วยเสมอ ซึ่งบรรดาผู้สร้างรวมทั้งผู้แทนจำหน่ายป้าย
ประเภทนี้ก็มักจะขายพร้อมกันเป็นชุด
   ส่วนของตัวป้ายธงญี่ปุ่นหรือ j-flagนั้นขนาดที่นิยมใช้งานจะมีขนาดด้านกว้าง (ความยาวแนวราบ) ที่ประมาณ 50 cm.
ไม่เกินนี้เพื่อพอดิบพอดีกับความยาวของแขนของขาตั้งที่มักจะถูกออกแบบให้เหมาะกับป้าย แต่ส่วนความสูง (ความยาวแนวดิ่ง)
จะมีมากมายขนาดขึ้นอยู่กับการออกแบบซึ่งจะมีตั้งแต่ 150 – 180 cm. อย่างยิ่งจริงๆ สำหรับวัสดุที่ใช้นั้นมักจะเป็น
ไวนิลทึบแสงโดยความละเอียดสำหรับเพื่อการพิมพ์มักจะมีความละเอียดสูงตั้งแต่ 1200 dpi ขึ้นไปเพราะตั้งอยู่พอดิบพอดีกับสายตาลายเส้น
จึงจำต้องชัดเจนระดับหนึ่ง นอกนั้นป้ายธงญี่ปุ่นมักจะพิมพ์ลายทั้งสองด้านเพราะตัวป้ายนั้นถูกห้อยอยู่ลอยๆไม่ต้องนำไปยึดกับ
ฉากหรือกำแพงทำให้สามารถหันตำแหน่งมุมมองของป้ายให้สามารถแลเห็นจากทั้งสองฝั่งได้
   ถัดมาส่วนของขาตั้งป้ายธงญี่ปุ่นหรือ j-flagที่สามารถแบ่งส่วนประกอบออกมาได้เป็น 3 ส่วน 1.ส่วนฐาน ซึ่งเป็นส่วนรับ
น้ำหนักรวมทั้งสมดุลของขาตั้ง โดยจะต้องมีความกว้างของฐานที่เหมาะสมเพื่อป้ายไม่ล้มหรือเอียงไปด้านใดด้านหนึ่ง วัสดุที่ใช้
นิยมใช้เป็นเหล็กหรือโลหะที่มีความแข็งแรง อาจจะเป็นไปได้ว่าจะมีรูปร่างแต่งต่างกันออกไป ดังเช่นว่า รูปวงกลม ทรงสี่เหลี่ยม ทรงสามเหลี่ยม ฯลฯ
นอกจากนี้เพื่อความแข็งแรงรวมทั้งแข็งแรงอาจจะเป็นไปได้ว่าจะมีการหลอมปูนลงบนฐานทำให้สามารถทนต่อสภาพแวดล้อมที่มีลมแรงได้ดิบได้ดี
แต่สำหรับป้ายที่ใช้ในที่ร่มบางครั้งก็อาจจะใช้โลหะประเภทอลูมิเนียมแทนเพราะมีน้ำหนักค่อยรวมทั้งเคลื่อนย้ายได้ง่าย 2.ส่วนของเสา ซึ่งจะมี
ความสูงที่จำต้องไม่น้อยกว่าความสูงของป้ายเป็นสำคัญ โดยมากจะนิยมที่ความสูง 2 เมตรเพื่อไม่สูงมากเกินไปอยู่ในระดับสายตา
ที่แลเห็นได้รวมทั้งสะดวกต่อการตำหนิดตั้งป้าย 3.ส่วนแขนของขาตั้ง ส่วนนี้จะยึดติดอยู่กับเสาโดยจะมีแขนอยู่ 2 ข้างยื่นออกมาเพื่อ
ยึดติดกับป้ายได้อีกทั้งข้างบนรวมทั้งด้านล่างได้เพื่อสามารถยึดป้ายได้แน่นหนาไม่ขยับหรือลอยละลิ่วได้ง่าย สำหรับความยาวของช่วงแขน
โดยหลักจำต้องพอดิบพอดีกับความกว้างของป้าย เพราะถ้าเกิดแขนสั้นกระทั่งเกินไปก็อาจทำให้ป้ายไม่ตึงรวมทั้งพับได้ แต่ถ้าเกิดมีความยาว
มากเกินไปก็จะแขนยื่นโผล่ออกมาจากป้ายทำให้มองขวางและไม่งดงาม นอกจากนี้แขนของขาตั้งข้างล่างน่าจะถูกออกแบบให้
สามารถสไลด์ปรับระดับได้เพื่อพอดิบพอดีกับความสูงของป้ายในเรื่องที่ความสูงของป้ายไม่เพียงพอดีหรือใช้ซ้ำได้ในกรณีมีการแปลงป้าย
   ในด้านการใช้งานป้ายธงญี่ปุ่นหรือ j-flagนั้นสามารถใช้งานได้อีกทั้งนอกรวมทั้งภายในอาคาร ซึ่งจำต้องไตร่ตรองด้านการเลือกใช้วัสดุ
ก่อนการออกแบบ ดังเช่นว่า ถ้าเกิดใช้นอกอาคารจำต้องใช้ป้ายที่มีทนต่อลักษณะอากาศรวมทั้งแสงอาทิตย์ ตัวขาตั้งจำต้องแข็งแรงมั่นคงสามารถ
ต้านกระแสลม พายุฝน รวมถึงจำต้องทนต่อการกัดกร่อนจากสนิม ฯลฯ ทั้งนั้นเพื่อสามารถใช้นานได้ยาวนานรวมทั้งคุ้ม
รูปแบบของการใช้ป้ายธงญี่ปุ่นหรือ j-flagนั้นโดยมากมักใช้ในการอีเวนท์รวมทั้งนิทรรศการต่างๆด้วยเหตุว่าขนถ่ายได้ง่าย ออมพื้นที่ รวมทั้ง
ไม่จำเป็นต้องไปหาตำแหน่งขึ้นป้ายเพราะสามารถนำไปวางได้โดยทันที ไม่เพียงเท่านั้นยังนิยมนำไปวางเรียงกันเพื่อเพิ่มความสวยงามรวมทั้งดึง
ดูดความพอใจของลูกค้าได้ดิบได้ดี ซึ่งมักจะพบเห็นได้ตามงานจัดบูท หน้าโครงงานต่างๆซึ่งจะก่อให้โครงงานนั้นมองสง่างาม น่าไว้วางใจ
ได้อย่างดีเยี่ยม ซึ่งพบเห็นได้ตามโครงงานบ้านจัดสรร บูทพิเศษของธนาคารต่างๆฯลฯ สำหรับผู้ประกอบชนิดร้านก็นิยม
ใช้ป้ายประเภทนี้ตีหน้าร้านค้าเพื่อนำเสนอโปรโมชั่น โฆษณาสินค้า ที่ไม่อยากติดเป็นการถาวร สามารถแปลงหรือเก็บ
เข้าร้านค้าได้สะดวกรวมทั้งนำออกมาได้ง่ายอีกด้วย โดยเหตุนั้นป้ายธงญี่ปุ่นหรือ j-flagจึงนับเป็นทางเลือกใหม่ของสื่อโฆษณาที่ไม่ควรมองข้าม

เครดิตบทความจาก : http://www.pimde.com/

Tags : ป้ายธงญี่ปุ่น ,j-flag

 


ร่วมขับเคลื่อนโดย
เว็บไซท์นี้จัดสร้างขึ้นมาเพื่อเป็นสังคมออนไลน์ของชาวหาดใหญ่ - สงขลา สงวนลิขสิทธิ์ © บริษัท บ้านเรา คอร์ปอเรชั่น จำกัด
นโยบาย | เกี่ยวกับเรา | ลงโฆษณา | ร้องเรียน | แจ้งข้อผิดพลาด | ติดต่อเรา | มีอะไรใหม่ในเว็บกิมหยง | คุยกับเว็บมาสเตอร์
เครือข่ายเว็บไซท์ท้องถิ่นไทย [ ตรัง ] [ ขอนแก่น ] [ เชียงใหม่ ] [ เชียงราย ] [ อุดรธานี ] [ หาดใหญ่ - สงขลา ] [ น่าน ] [ พัทลุง ] [ นครศรีธรรมราช ]