gimyong หาดใหญ่
ศูนย์ประชุมนานาชาติฉลองสิริราชสมบัติครบ ๖๐ ปี
 



  หัวข้อ / เริ่มโดย ตอบ / อ่าน กระทู้ล่าสุด
ขายกลูต้าฉีดผิวขาว, คอลลาเจน, โบท็อกซ์, ฟิลเลอร์ ของแท้ทุกชิ้น การันตีผล 100%

ขายกลูต้าฉีดผิวขาว, คอลลาเจน, โบท็อกซ์, ฟิลเลอร์ ของแท้ทุกชิ้น การันตีผล 100%

เริ่มโดย Pupe888

8349
อ่าน
0
ตอบ
23:38 น. วันที่ 15 ม.ค.61
โดย Pupe888

ผู้เขียน หัวข้อ: ป้ายธงญี่ปุ่น  (อ่าน 46 ครั้ง)

ป้ายธงญี่ปุ่น

ออฟไลน์ svk

ป้ายธงญี่ปุ่น
« เมื่อ: 19:05 น. วันที่ 25 ต.ค.61 »

j-flag
ป้ายธงญี่ปุ่น หรือ j-flag
   สำหรับป้ายที่กำลังมาแรงมาในตอนนี้คงจะไม่พ้นป้ายธงญี่ปุ่นหรือ j-flagที่ทุกคนจะสามารถประสบพบเห็นได้ตามงานแสดงนิทรรศการ
อีเวนท์ หรือแม้กระทั้งตามข้างทาง ป้ายชนิดนี้จะมีลักษณะเป็นธงสี่เหลี่ยมผืนผ้าในแนวดิ่งโดยจะถูกนำติดอยู่บนฐานตั้ง โดยป้าย
ชนิดนี้มีแนวคิดประยุกต์มาจากญี่ปุ่นโดยจากมายุคซามูไร ซึ่งมั่นใจว่าหลายคนคงจะเคยได้เห็นตามภาพยนตร์ย้อนยุคที่
ซามูไรประเทศญี่ปุ่นในการทำศึกจะยกป้ายที่มีสัญลักษณ์กรุ๊ปไว้วางเรียงในกองทัพหรือติดไว้ตามแนวกำแพงเมืองเรียงกันเป็นแนวสะท้อนให้
มองเห็นถึงความยิ่งใหญ่และสง่างามโดยป้ายจะมีลักษณะเป็นสี่เหลี่ยมผืนผ้าแนวดิ่งยึดติดกันเสาซึ่งถือว่าต่างจากธงลักษณะเดิม
ที่มาจากตะวันตกที่เป็นสี่เหลี่ยมผืนผ้า เนื่องแต่ความสง่างามดังที่กล่าวมาจึงเริ่มมีการประยุกต์นำป้ายธงญี่ปุ่นหรือ j-flagลักษณะเดียว
กันนี้มาใช้เพื่อการโฆษณาและโฆษณาร้านรวงกันถัดมาในตอนหลัง
   สำหรับ[b]ป้ายธงญี่ปุ่น[/b]หรือ j-flagนั้นจะต้องมีส่วนประกอบรวม 2 ส่วนหลักร่วมกันซึ่งต้องครบส่วนประกอบนั่นเป็น 1.ป้าย
ที่มีลักษณะเป็นสี่เหลี่ยมผืนผ้าในแนวดิ่งโดยอุปกรณ์นั้นจะเป็นชนิดในก็ได้ ซึ่งโดยปัจจุบันนี้นิยมใช้พลาสติกไวนิลเพราะว่ามีราคาถูกและ
ทนต่อสิ่งแวดล้อม แสงอาทิตย์ได้ดี เพื่อความสบายสำหรับการใช้งานที่โล่งแจ้ง 2.ขาตั้ง ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญที่จะฐานให้สามารถห้อย
ป้ายญี่ปุ่นหรือ j-flagได้ ซึ่งลักษณะโครงสร้างของขาตั้งก็จะมีความไม่เหมือนกันออกไปขึ้นกับการออกแบบของผู้จัดทำ แต่อย่างไรก็ตาม
ถ้าหากพูดถึงป้ายธงญี่ปุ่นหรือ j-flagจะต้องนึกถึงป้ายทรงสี่เหลี่ยมแนวดิ่งที่มีขาตั้งรวมอยู่ด้วยเสมอ ซึ่งบรรดาผู้ผลิตและผู้แทนจำหน่ายป้าย
ชนิดนี้ก็มักจะขายพร้อมกันเป็นชุด
   ส่วนของตัวป้ายธงญี่ปุ่นหรือ j-flagนั้นขนาดที่นิยมใช้งานจะมีขนาดด้านกว้าง (ความยาวแนวขนาน) ที่ประมาณ 50 cm.
ไม่เกินนี้เพื่อให้พอดิบพอดีกับความยาวของแขนของขาตั้งที่มักจะถูกวางแบบให้เหมาะกับป้าย แต่ส่วนความสูง (ความยาวแนวดิ่ง)
จะมีมากมายขนาดขึ้นกับการออกแบบซึ่งจะมีตั้งแต่ 150 – 180 cm. เลยทีเดียว สำหรับอุปกรณ์ที่ใช้นั้นมักจะเป็น
ไวนิลทึบแสงโดยความละเอียดสำหรับการพิมพ์มักจะมีความละเอียดสูงตั้งแต่ 1200 dpi ขึ้นไปเพราะว่าตั้งอยู่พอดิบพอดีกับสายตาลายเส้น
จึงจะต้องชัดเจนระดับหนึ่ง นอกจากนั้นป้ายธงญี่ปุ่นมักจะพิมพ์ลายทั้งคู่ด้านเพราะว่าตัวป้ายนั้นถูกห้อยอยู่ลอยๆไม่ต้องนำไปยึดกับ
ฉากหรือกำแพงทำให้สามารถหันตำแหน่งมุมมองของป้ายให้สามารถเห็นจากทั้งคู่ฝั่งได้
   ถัดมาส่วนของขาตั้งป้ายธงญี่ปุ่นหรือ j-flagซึ่งสามารถแบ่งส่วนประกอบออกมาได้เป็น 3 ส่วน 1.ส่วนฐาน ซึ่งเป็นส่วนรับ
น้ำหนักและสมดุลของขาตั้ง โดยจะต้องมีความกว้างของฐานที่เหมาะสมเพื่อให้ป้ายไม่ล้มหรือเอียงไปด้านใดด้านหนึ่ง อุปกรณ์ที่ใช้
นิยมใช้เป็นเหล็กหรือโลหะที่มีความแข็งแรง อาจจะมีรูปร่างแต่งแตกต่างออกไป เช่น รูปวงกลม ทรงสี่เหลี่ยม ทรงสามเหลี่ยม ฯลฯ
นอกนั้นเพื่อความแข็งแรงและทนทานอาจจะมีการหลอมปูนลงบนฐานทำให้สามารถทนต่อสิ่งแวดล้อมที่มีลมแรงได้ดี
แต่สำหรับป้ายที่ใช้ในที่ร่มบางทีอาจจะใช้โลหะชนิดอลูมินัมแทนเพราะว่ามีน้ำหนักเบาและเปลี่ยนที่ได้ง่าย 2.ส่วนของเสา ซึ่งจะมี
ความสูงที่จะต้องไม่น้อยกว่าความสูงของป้ายเป็นสำคัญ โดยมากจะนิยมที่ความสูง 2 เมตรเพื่อไม่สูงมากเกินความจำเป็นอยู่ในระดับสายตา
ที่เห็นได้และสบายต่อการติดตั้งป้าย 3.ส่วนแขนของขาตั้ง ส่วนนี้จะยึดติดอยู่กับเสาโดยจะมีแขนอยู่ 2 ข้างยื่นออกมาเพื่อ
ยึดติดกับป้ายได้อีกทั้งข้างบนและด้านล่างได้เพื่อให้สามารถยึดป้ายได้แน่นหนาไม่ขยับหรือลอยละลิ่วได้ง่าย สำหรับความยาวของช่วงแขน
โดยหลักจะต้องพอดิบพอดีกับความกว้างของป้าย เนื่องแต่ถ้าหากแขนสั้นกระทั่งเกินความจำเป็นก็อาจก่อให้ป้ายไม่ตึงและพับได้ แต่ถ้าหากมีความยาว
มากเกินความจำเป็นก็จะแขนยื่นโผล่ออกจากป้ายทำให้มองเกะกะและไม่งาม นอกนั้นแขนของขาตั้งด้านล่างน่าจะถูกวางแบบให้
สามารถสไลด์ปรับระดับได้เพื่อให้พอดิบพอดีกับความสูงของป้ายในเรื่องที่ความสูงของป้ายไม่เพียงพอดีหรือใช้ซ้ำได้ในกรณีมีการแปลงป้าย
   ในด้านการใช้แรงงานป้ายธงญี่ปุ่นหรือ j-flagนั้นสามารถใช้งานได้อีกทั้งนอกและข้างในตึก ซึ่งจะต้องพิจารณาด้านการเลือกใช้อุปกรณ์
ก่อนจะมีการวางแบบ เช่น ถ้าหากใช้นอกตึกจะต้องใช้ป้ายที่มีทนต่อสภาพภูมิอากาศและแสงอาทิตย์ ตัวขาตั้งจะต้องแข็งแรงมั่นคงสามารถ
ต่อต้านแรงลม พายุฝน และก็จะต้องทนต่อการกัดกร่อนจากสนิม ฯลฯ ทั้งนั้นเพื่อให้สามารถใช้นานได้นานและคุ้มค่า
รูปแบบของการใช้ป้ายธงญี่ปุ่นหรือ j-flagนั้นโดยมากมักใช้เพื่อการอีเวนท์และนิทรรศการต่างๆเนื่องจากขนถ่ายได้ง่าย ประหยัดพื้นที่ และ
ไม่จำเป็นต้องหาตำแหน่งติดป้ายเพราะว่าสามารถนำไปวางได้โดยทันที ไม่เพียงเท่านั้นยังนิยมนำไปวางเรียงกันเพื่อเพิ่มความงามและดึง
ดูดความพึงพอใจของลูกค้าได้ดี ซึ่งมักจะประสบพบเห็นได้ตามงานจัดบูท หน้าโครงงานต่างๆซึ่งจะก่อให้โครงงานนั้นมองสง่างาม น่าไว้วางใจ
ได้อย่างดีเยี่ยม ซึ่งประสบพบเห็นได้ตามโครงงานหมู่บ้านจัดสรร บูทพิเศษของแบงค์ต่างๆฯลฯ สำหรับผู้ประกอบชนิดร้านรวงก็นิยม
ใช้ป้ายชนิดนี้ตีหน้าร้านเพื่อนำเสนอโปรโมชั่น โฆษณาสินค้า ที่ไม่ต้องการที่จะอยากติดเป็นการถาวร สามารถแปลงหรือเก็บ
เข้าร้านได้สบายและนำออกมาได้ง่ายอีกด้วย เพราะฉะนั้นป้ายธงญี่ปุ่นหรือ j-flagจึงนับเป็นโอกาสใหม่ของสื่อโฆษณาที่ไม่ควรมองข้าม

เครดิตบทความจาก : http://www.pimde.com/

Tags : ป้ายธงญี่ปุ่น ,j-flag

 


ร่วมขับเคลื่อนโดย
เว็บไซท์นี้จัดสร้างขึ้นมาเพื่อเป็นสังคมออนไลน์ของชาวหาดใหญ่ - สงขลา สงวนลิขสิทธิ์ © บริษัท บ้านเรา คอร์ปอเรชั่น จำกัด
นโยบาย | เกี่ยวกับเรา | ลงโฆษณา | ร้องเรียน | แจ้งข้อผิดพลาด | ติดต่อเรา | มีอะไรใหม่ในเว็บกิมหยง | คุยกับเว็บมาสเตอร์
เครือข่ายเว็บไซท์ท้องถิ่นไทย [ ตรัง ] [ ขอนแก่น ] [ เชียงใหม่ ] [ เชียงราย ] [ อุดรธานี ] [ หาดใหญ่ - สงขลา ] [ น่าน ] [ พัทลุง ] [ นครศรีธรรมราช ]