gimyong หาดใหญ่
ศูนย์ประชุมนานาชาติฉลองสิริราชสมบัติครบ ๖๐ ปี
 



  หัวข้อ / เริ่มโดย ตอบ / อ่าน กระทู้ล่าสุด
ขายกลูต้าฉีดผิวขาว, คอลลาเจน, โบท็อกซ์, ฟิลเลอร์ ของแท้ทุกชิ้น การันตีผล 100%

ขายกลูต้าฉีดผิวขาว, คอลลาเจน, โบท็อกซ์, ฟิลเลอร์ ของแท้ทุกชิ้น การันตีผล 100%

เริ่มโดย Pupe888

8360
อ่าน
0
ตอบ
23:38 น. วันที่ 15 ม.ค.61
โดย Pupe888

ผู้เขียน หัวข้อ: ป้ายธงญี่ปุ่น  (อ่าน 29 ครั้ง)

ป้ายธงญี่ปุ่น

ออฟไลน์ svk

ป้ายธงญี่ปุ่น
« เมื่อ: 07:52 น. วันที่ 26 ต.ค.61 »

j-flag
ป้ายธงญี่ปุ่น หรือ j-flag
   สำหรับป้ายที่กำลังมาแรงมาในขณะนี้คงไม่พ้นป้ายธงญี่ปุ่นหรือ j-flagที่ทุกท่านจะสามารถพบเห็นได้ตามงานแสดงนิทรรศการ
อีเวนท์ หรือแม้กระทั้งตามข้างทาง ป้ายชนิดนี้จะมีลักษณะเป็นธงสี่เหลี่ยมผืนผ้าในแนวดิ่งโดยจะถูกนำติดอยู่บนฐานตั้ง โดยป้าย
ชนิดนี้มีแนวความคิดประยุกต์มาจากประเทศญี่ปุ่นโดยจากมายุคซามูไร ซึ่งเชื่อว่าหลายคนคงเคยได้เห็นตามภาพยนตร์ย้อนยุคที่
ซามูไรญี่ปุ่นในการรบจะชูป้ายที่มีเครื่องหมายกลุ่มไว้วางเรียงในกองทัพหรือติดไว้ตามแนวกำแพงเมืองเรียงกันเป็นแนวสะท้อนให้
มองเห็นถึงความยิ่งใหญ่และสง่างามโดยป้ายจะมีลักษณะเป็นสี่เหลี่ยมผืนผ้าแนวดิ่งยึดติดกันเสาซึ่งถือว่าไม่เหมือนกับธงลักษณะเดิม
ที่มาจากตะวันตกที่เป็นสี่เหลี่ยมผืนผ้า เนื่องแต่ความสง่างามดังที่กล่าวมาจึงเริ่มมีการประยุกต์นำป้ายธงญี่ปุ่นหรือ j-flagลักษณะเดียว
กันนี้มาใช้เพื่อการประชาสัมพันธ์และโปรโมทร้านขายของกันต่อมาในวันหลัง
   สำหรับ[b]ป้ายธงญี่ปุ่น[/b]หรือ j-flagนั้นจะต้องมีส่วนประกอบรวม 2 ส่วนหลักร่วมกันซึ่งต้องครบส่วนประกอบนั่นคือ 1.ป้าย
ที่มีลักษณะเป็นสี่เหลี่ยมผืนผ้าในแนวดิ่งโดยวัสดุนั้นจะเป็นชนิดในก็ได้ ซึ่งโดยเดี๋ยวนี้นิยมใช้พลาสติกไวนิลเพราะว่าแพงถูกและ
ทนต่อสิ่งแวดล้อม แสงอาทิตย์ได้ดิบได้ดี เพื่อความสะดวกสำหรับเพื่อการใช้งานกลางแจ้ง 2.ขาตั้ง ซึ่งเป็นสาระสำคัญที่จะฐานให้สามารถแขวน
ป้ายญี่ปุ่นหรือ j-flagได้ ซึ่งลักษณะโครงสร้างของขาตั้งก็จะมีความต่างกันออกไปขึ้นอยู่กับการออกแบบของผู้จัดทำ แต่อย่างไรก็ดี
แม้เอ่ยถึงป้ายธงญี่ปุ่นหรือ j-flagจะต้องรำลึกถึงป้ายทรงสี่เหลี่ยมแนวดิ่งที่มีขาตั้งรวมอยู่ด้วยเสมอ ซึ่งบรรดาผู้สร้างและผู้แทนจำหน่ายป้าย
ชนิดนี้ก็มักจะขายพร้อมกันเป็นชุด
   ส่วนของตัวป้ายธงญี่ปุ่นหรือ j-flagนั้นขนาดที่นิยมใช้งานจะมีขนาดด้านกว้าง (ความยาวแนวนอน) ที่ราว 50 cm.
ไม่เกินนี้เพื่อให้พอดิบพอดีกับความยาวของแขนของขาตั้งที่มักจะถูกวางแบบให้เหมาะสมกับป้าย แต่ส่วนความสูง (ความยาวแนวดิ่ง)
จะมีนานัปการขนาดขึ้นอยู่กับการออกแบบซึ่งจะมีตั้งแต่ 150 – 180 cm. เลยทีเดียว สำหรับวัสดุที่ใช้นั้นมักจะเป็น
ไวนิลทึบแสงโดยความละเอียดสำหรับเพื่อการพิมพ์มักจะมีความละเอียดสูงตั้งแต่ 1200 dpi ขึ้นไปเพราะว่าตั้งอยู่พอดิบพอดีกับสายตาลายเส้น
จึงจะต้องชัดระดับหนึ่ง นอกจากนั้นป้ายธงญี่ปุ่นมักจะพิมพ์ลายทั้งคู่ด้านเพราะว่าตัวป้ายนั้นถูกแขวนอยู่ลอยๆไม่ต้องนำไปยึดกับ
ฉากหรือกำแพงทำให้สามารถหันตำแหน่งมุมมองของป้ายให้สามารถเห็นจากทั้งคู่ฝั่งได้
   ต่อมาส่วนของขาตั้งป้ายธงญี่ปุ่นหรือ j-flagที่สามารถแบ่งส่วนประกอบออกมาได้เป็น 3 ส่วน 1.ส่วนฐาน ซึ่งเป็นส่วนรับ
น้ำหนักและสมดุลของขาตั้ง โดยควรจะมีความกว้างของฐานที่เหมาะสมเพื่อให้ป้ายไม่ล้มหรือเอียงไปด้านใดด้านหนึ่ง วัสดุที่ใช้
นิยมใช้เป็นเหล็กหรือโลหะที่มีความแข็งแรง อาจจะเป็นไปได้ว่าจะมีรูปร่างแต่งแตกต่างกันออกไป ยกตัวอย่างเช่น รูปวงกลม ทรงสี่เหลี่ยม ทรงสามเหลี่ยม เป็นต้น
นอกจากเพื่อความแข็งแรงและทนอาจจะเป็นไปได้ว่าจะมีการหลอมปูนลงบนฐานทำให้สามารถทนต่อสิ่งแวดล้อมที่มีลมแรงได้ดิบได้ดี
แต่สำหรับป้ายที่ใช้ในที่ร่มบางครั้งก็อาจจะใช้โลหะชนิดอลูมินัมแทนเพราะว่ามีน้ำหนักเบาและโยกย้ายได้ง่าย 2.ส่วนของเสา ซึ่งจะมี
ความสูงที่จะต้องไม่น้อยกว่าความสูงของป้ายเป็นสำคัญ ส่วนมากจะนิยมที่ความสูง 2 เมตรเพื่อไม่สูงมากเกินไปอยู่ในระดับสายตา
ที่เห็นได้และสะดวกต่อการติดตั้งป้าย 3.ส่วนแขนของขาตั้ง ส่วนนี้จะยึดติดอยู่กับเสาโดยจะมีแขนอยู่ 2 ข้างยื่นออกมาเพื่อ
ยึดติดกับป้ายได้ทั้งยังด้านบนและด้านล่างได้เพื่อให้สามารถยึดป้ายได้แน่นหนาไม่ขยับหรือลอยละล่องได้ง่าย สำหรับความยาวของช่วงแขน
โดยหลักจะต้องพอดิบพอดีกับความกว้างของป้าย เนื่องแต่แม้แขนสั้นกระทั่งเกินไปก็อาจก่อให้ป้ายไม่ตึงและพับได้ แต่แม้มีความยาว
มากเกินไปก็จะแขนยื่นโผล่ออกจากป้ายทำให้มองเกะกะและไม่งดงาม นอกจากแขนของขาตั้งข้างล่างควรถูกวางแบบให้
สามารถสไลด์ปรับระดับได้เพื่อให้พอดิบพอดีกับความสูงของป้ายในเรื่องที่ความสูงของป้ายน้อยเกินไปดีหรือใช้ซ้ำได้ในกรณีมีการแปลงป้าย
   ในด้านการใช้แรงงานป้ายธงญี่ปุ่นหรือ j-flagนั้นสามารถใช้งานได้ทั้งยังนอกและภายในตึก ซึ่งจะต้องใคร่ครวญด้านการเลือกใช้วัสดุ
ก่อนที่จะมีการวางแบบ ยกตัวอย่างเช่น แม้ใช้นอกตึกจะต้องใช้ป้ายที่มีทนต่อสภาพอากาศและแสงอาทิตย์ ตัวขาตั้งจะต้องแข็งแรงมั่นคงสามารถ
ต่อต้านกระแสลม พายุฝน และจะต้องทนต่อการกัดกร่อนจากสนิม เป็นต้น ทั้งหมดเพื่อให้สามารถใช้นานได้ช้านานและคุ้มค่า
ลักษณะของการใช้ป้ายธงญี่ปุ่นหรือ j-flagนั้นส่วนมากมักใช้เพื่อการอีเวนท์และนิทรรศการต่างๆเนื่องจากว่าย้ายได้ง่าย อดออมพื้นที่ และ
ไม่จำเป็นต้องหาตำแหน่งปิดป้ายเพราะว่าสามารถนำไปวางได้ในทันที ไม่เพียงเท่านั้นยังนิยมนำไปวางเรียงกันเพื่อเพิ่มความงดงามและดึง
ดูดความสนใจของลูกค้าได้ดิบได้ดี ซึ่งมักจะพบเห็นได้ตามงานจัดบูท หน้าโครงงานต่างๆซึ่งจะทำให้โครงงานนั้นมองสง่างาม น่าเชื่อถือ
ได้อย่างดีเยี่ยม ซึ่งพบเห็นได้ตามโครงงานหมู่บ้านจัดสรร บูทพิเศษของแบงค์ต่างๆเป็นต้น สำหรับผู้ประกอบจำพวกร้านขายของก็นิยม
ใช้ป้ายชนิดนี้ตีหน้าร้านค้าเพื่อนำเสนอโปรโมชั่น ประชาสัมพันธ์ผลิตภัณฑ์ ที่ไม่ต้องการติดเป็นการถาวร สามารถแปลงหรือเก็บ
เข้าร้านค้าได้สะดวกและนำออกมาได้ง่ายอีกด้วย โดยเหตุนี้ป้ายธงญี่ปุ่นหรือ j-flagจึงนับเป็นช่องทางใหม่ของสื่อโฆษณาที่ไม่สมควรละเลย

เครดิตบทความจาก : http://www.pimde.com/

Tags : ป้ายธงญี่ปุ่น ,j-flag

 


ร่วมขับเคลื่อนโดย
เว็บไซท์นี้จัดสร้างขึ้นมาเพื่อเป็นสังคมออนไลน์ของชาวหาดใหญ่ - สงขลา สงวนลิขสิทธิ์ © บริษัท บ้านเรา คอร์ปอเรชั่น จำกัด
นโยบาย | เกี่ยวกับเรา | ลงโฆษณา | ร้องเรียน | แจ้งข้อผิดพลาด | ติดต่อเรา | มีอะไรใหม่ในเว็บกิมหยง | คุยกับเว็บมาสเตอร์
เครือข่ายเว็บไซท์ท้องถิ่นไทย [ ตรัง ] [ ขอนแก่น ] [ เชียงใหม่ ] [ เชียงราย ] [ อุดรธานี ] [ หาดใหญ่ - สงขลา ] [ น่าน ] [ พัทลุง ] [ นครศรีธรรมราช ]