gimyong หาดใหญ่
ศูนย์ประชุมนานาชาติฉลองสิริราชสมบัติครบ ๖๐ ปี
 

โครงการบ้านวังหงส์ หาดใหญ่ - บ้านพรุ
 
Waterfront village
 

ขายบ้านสวย 2.9 ล้าน หมู่บ้านฉัตรแก้ว
 

ขายหรือให้เช่าห้องแถว ติดถนนสะเดา ซอย 5 อำเภอเมืองสงขลา
 

ผู้เขียน หัวข้อ: ห้างริมน้ำฝั่งธน สิ่งที่ขุนพลอยพยักไม่รู้ ไม่กล้าบอก  (อ่าน 316 ครั้ง)

ห้างริมน้ำฝั่งธน สิ่งที่ขุนพลอยพยักไม่รู้ ไม่กล้าบอก

ออฟไลน์ pornchokchai

      การพัฒนาศูนย์การค้าขนาดใหญ่ริมน้ำเจ้าพระยาฝั่งตะวันตก จะประสบความสำเร็จได้จริงหรือไม่ หลายสิ่งที่สื่อ "ชะเลียร์" และขุนพลอยพยักไม่กล้าพูด ทำอย่างไรจึงจะประสบความสำเร็จ

            การพัฒนาศูนย์การค้าขนาดยักษ์ริมน้ำด้วยเงินลงทุนนับแสนล้านเป็นสิ่งที่ดีต่อประเทศชาติ ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจของชาติ ศักยภาพแห่งความสำเร็จก็ดูค่อนข้างพร้อม เช่น

            1. ในห้างจะมีหลายอย่างที่ห้างอื่นไม่มี เป็น Outlet สำคัญจากต่างประเทศ

            2. อยู่ในตำแหน่งที่ชมกรุงเทพมหานครได้สวยมาก

            3. จะมีหอชมเมืองที่ได้เชิญส่วนราชการให้ย้ายออกไปนานแล้ว

            4. มีรถไฟฟ้าสายใหม่
5. ต่อไปจะมีถนนเลียบแม่น้ำเจ้าพระยา ทำให้ศักยภาพการเชื่อมต่อดีขึ้น

            6. มีโรงแรมและการพัฒนาอื่นๆ หลายแห่งตามแนวแม่น้ำเจ้าพระยา

            7. มีประชากรหนาแน่น ฯลฯ

            การวิจารณ์อาจดูคล้าย "หมูเขาจะหาม อย่าเอาคานเข้าไปสอด" แต่ผมวิจารณ์ด้วยความปรารถนาดี และหวังอยากให้เห็นความสำเร็จ เพื่อประโยชน์ของทุกฝ่าย ดังนั้น เรามาลองวิพากษ์ข้อดีที่อ้างถึงกัน

            1. แม้ในห้างจะมีหลายอย่างที่ห้างอื่นไม่มี แต่ห้างชั้นเลิศอื่นก็มีแทบครบเช่นกัน การไปห้างแปลกใหม่ ก็คงไม่ได้ไปบ่อยหรือไปซ้ำนัก ยกเว้นบางกลุ่ม

            2. เรื่องตำแหน่งที่ตั้งนั้น เป็นตำแหน่งที่ดูสวยงาม เช่นเดียวกับวัดอรุณมากกว่า แต่ไม่ใช่จุดที่เห็นกรุงเทพมหานครสวยที่สุด จุดที่เห็นสวยที่สุดอยู่ตรงข้ามพระบรมมหาราชวัง เป็นอีกคุ้งน้ำหนึ่ง ซึ่งห้ามสร้างสูง

            3. หอชมเมือง จะไปทำอะไรได้ พระบรมมหาราชวังมีคนเข้าชมปีละ 17,000 คน (https://bit.ly/2Fuazt8) สถิติของพระบรมมหาราชวังเอง ไม่ใช่นับสิบๆ ล้านอย่างในการ "โฆษณาชวนเชื่อ" ตามเว็บท่องเที่ยว) ต่อให้เป็น 20,000 คน ก็ปีละ 7.3 ล้าน แต่การไปหอชมเมืองกรุงเทพมหานคร ต้องเสียค่าใช้จ่าย อาจมีคนเข้าชมราว 1/3 ของพระบรมมหาราชวัง จะเพียงพอสำหรับการส่งเสริมการจับจ่ายจริงหรือ นักท่องเที่ยวกับ "นักช็อป" แตกต่างกันมาก

            4. รถไฟฟ้าสายใหม่ที่จะวิ่งผ่านนั้น เป็นเสมือน "ใส้ติ่ง" ไม่ได้เป็นทางที่จะไปสุดที่ไหน ต่างจากกรณีห้างชัดยอดของไทย เช่น สยามพารากอน เซ็นทรัลเอ็มบาสซี และเอ็มควอเทียร์ ที่รถไฟฟ้าสายหลักวิ่งผ่าน

            5. ถนนเลียบแม่น้ำเจ้าพระยา ไม่ได้เป็นถนนระบายการจราจรแบบถนนขนาด 6 ช่องทางจราจรริมแม่น้ำฮันของกรุงโซล (https://bit.ly/2OVtCvX) แค่ทำไว้สวยๆ คงมีศักยภาพไม่เพียงพอที่จะเชื่อมอะไรเป็นชิ้นเป็นอันได้

            6. การพัฒนาโรงแรมริมฝั่งตะวันตกของแม่น้ำเจ้าพระยานั้น ก็มักมีผู้เข้าพักน้อยกว่า ค่าเช่าถูกกว่าฝั่งตะวันออกหรือฝั่งกรุงเทพมหานครอย่างชัดเจน (https://tinyurl.com/ybb4nk6g)

            7. ประชากรในพื้นที่แม้จะมีความหนาแน่นถึง 10,000 คนต่อตารางกิโลเมตร (https://bit.ly/2QV5Hyl) แต่ไม่ใช่ประชากรที่มีกำลังซื้อสูง ท่านทราบกันหรือไม่ว่า 54% ของประชากรในเขตนั้นเป็นชาวชุมชนดั้งเดิม โดยส่วนมากเป็นชุมชนแออัด! (https://bit.ly/2Oqy1qk)

            ทางรอดของการพัฒนาพื้นที่ฝั่งตะวันตกของแม่น้ำเจ้าพระยา หรืออาจเรียกว่าให้ถูกต้องว่าฝั่งขวาของแม่น้ำเจ้าพระยา (โดยหันหน้าออกทะเล) ก็คือต้องมีสะพานสร้างขึ้นมามากๆ ทำให้ความแตกต่างของทั้งสองฝั่งไม่มี เช่นเดียวกับกรณีกรุงโซล ที่มีสะพานทุกระยะ 1 กิโลเมตร หรือกรุงปารีสที่มีสะพานทุกระยะ 500 เมตรเป็นต้น สะพานที่ควรสร้างก็คือ

            1. สะพานถนนท่าดินแดง ข้ามไปฝั่งราชวงศ์

            2. สะพานข้ามถนนลาดหญ้าไปถนนสี่พระยา/ตลาดน้อย

            3. สะพานข้ามถนนจันทน์ไปเจริญนคร เป็นต้น

            การสร้างสะพานจะทำให้ศูนย์การค้าฝั่งขวาของแม่น้ำเจ้าพระยาได้อานิสงส์ แต่ประเด็นสำคัญคือทำให้ชาวธนบุรี ไม่เป็น "ลูกเมียน้อย" ของชาวกรุงเทพฯ เมื่อการสัญจรไปมาสะดวกมากขึ้น ความเป็นไปได้ในการพัฒนาเชิงพาณิชย์ริมแม่น้ำก็จะมีมากขึ้นตามไปด้วย

            อย่างไรก็ตามการพัฒนาสะพานเหล่านี้ ต้องดูแลการเวนคืนให้ดี โดยอาจสร้างเป็นอาคารชุดให้ผู้ถูกเวนคืนอยู่ในบริเวณใกล้เคียง เพื่อไม่ให้ได้รับผลกระทบมากนัก พร้อม "ค่าเยียวยา" นอกจากนี้ยังควรสร้างถนนเลียบแม่น้ำเจ้าพระยาทั้งสองฝั่งแบบกรณีแม่น้ำฮัน โดยทำเป็นถนนขนาด 3 ช่องทางจราจรในแต่ละฝั่งถนน รวม 12 ช่องจราจรใน 2 ฝั่งแม่น้ำ กลายเป็นถนนทางเลือก โดยบางบริเวณอาจต้องรื้ออาคารใหญ่ หรืออาจให้ถนนล้ำเข้ามาในแม่น้ำเจ้าพระยาบ้าง เป็นต้น สำหรับงบประมาณในการก่อสร้าง ควรได้รับการสนับสนุนจากวิสาหกิจต่าง ๆ ในบริเวณใกล้เคียงผ่านการเก็บภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง แต่บังเอิญภาษีที่เพิ่งประกาศใช้นี้ อาจไม่ "function" เท่าที่ควรเพราะอาจเก็บภาษีได้น้อยกว่าเดิมก็เป็นไปได้

            ข้อคิดในอีกมุมหนึ่งแบบนี้ สื่อ "ชะเลียร์" และพวก "ขุนพลอยพยัก" คงคิดไม่ออกและถึงแม้คิดออกก็คงบอกไม่ถูก

[img][https://areaonlineblog.files.wordpress.com/2018/11/541-61-1.jpg/img]

ที่มา : https://bit.ly/2A7IZfh


 


ร่วมขับเคลื่อนโดย
เว็บไซท์นี้จัดสร้างขึ้นมาเพื่อเป็นสังคมออนไลน์ของชาวหาดใหญ่ - สงขลา สงวนลิขสิทธิ์ © บริษัท บ้านเรา คอร์ปอเรชั่น จำกัด
นโยบาย | เกี่ยวกับเรา | ลงโฆษณา | ร้องเรียน | แจ้งข้อผิดพลาด | ติดต่อเรา | มีอะไรใหม่ในเว็บกิมหยง | คุยกับเว็บมาสเตอร์
เครือข่ายเว็บไซท์ท้องถิ่นไทย [ ตรัง ] [ ขอนแก่น ] [ เชียงใหม่ ] [ เชียงราย ] [ อุดรธานี ] [ หาดใหญ่ - สงขลา ] [ น่าน ] [ พัทลุง ] [ นครศรีธรรมราช ]