gimyong หาดใหญ่
ศูนย์ประชุมนานาชาติฉลองสิริราชสมบัติครบ ๖๐ ปี
 

 

ผู้เขียน หัวข้อ: ส่องสนามอบจ.สงขลา สนามที่ห้ามกระพริบตา  (อ่าน 21220 ครั้ง)

ส่องสนามอบจ.สงขลา สนามที่ห้ามกระพริบตา

ออนไลน์ ต้อม_รัตภูมิ

Re: ส่องสนามอบจ.สงขลา สนามที่ห้ามกระพริบตา
« ตอบกลับ #15 เมื่อ: 10:11 น. วันที่ 16 พ.ย.63 »
เปิดข้อมูลพื้นฐาน 6 ผู้สมัครนายกอบจ.สงขลา หลังผ่านการรับรองทั้งหมด 

ประกาศผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำองค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลา อำเภอเมืองสงขลา จังหวัดสงขลา เรื่อง บัญชีรายชื่อผู้สมัครรับเลือกตั้งนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลา ที่ได้รับสมัครรับเลือกตั้งและไม่ได้รับสมัครรับเลือกตั้ง เขตองค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลา ซึ่งผู้สมัครทั้ง 6 รายผ่านการรับรองทั้งหมด โดยมีหมายเลขผู้สมัครดังนี้

เบอร์ 1 นายจะเด็ด เหมโกทวีทรัพย์ ผู้สมัครอิสระ อายุ 59 ปี ที่อยู่ ต.โคกม่วง อ.คลองหอยโข่ง อดีตผู้สมัครสส.พรรคเพื่อธรรม การลงเที่ยวนี้ดูเหมือนจะประกาศทีมคณะก้าวใหม่ พร้อมสโลแกนหาเสียงสั้นๆ เงินไม่หาย พัฒนา 100%

เบอร์ 2 พันเอก สุชาติ จันทรโชติกุล ทีมสงขลาประชารัฐ อายุ 70 ปี ที่อยู่ ต.คอหงส์ อ.หาดใหญ่ อดีตสส.เมื่อปี 35 อดีตผู้สมัครนายกอบจ.ทีมสงขลารักไทย ยุคเลือกตั้งนายกโดยตรงครั้งแรก ผอ.เลือกตั้งพรรคพลังประชารัฐภาคใต้ เที่ยวนี้ลงในนามทีมสงขลาประชารัฐ พร้อมสโลแกนมาเพื่อพัฒนาไม่ได้มาเพื่อหาผลประโยชน์ ชูนโยบายกระจายงบ 1080 ล.ถึงทุกชุมชน

เบอร์ 3 ว่าที่ร้อยตรีไพเจน มากสุวรรณ์ ทีมพรรคประชาธิปัตย์ อายุ 63 ปี ที่อยู่ ต.สทิงหม้อ อ.สิงหนคร อดีตรองอธิบดีกรมชลประทาน นายกศิษย์เก่ามหาฯ ประสบการณ์ดี คอนเน็คชั่นแน่น แม้จะเป็นหน้าใหม่ทางการเมืองแต่มาในสังกัดทีมพรรคประชาธิปัตย์ ชูนโยบายรวมพลังร่วมสร้างสุข พร้อมย้ำเลือกคนสงขลามาพัฒนาสงขลา กับ 10 นโยบายสร้างสุข พร้อมได้อดีตสจ.มาร่วมทีมเกือบทั้งหมด 

เบอร์ 4 นางภัทราวรรณ ขำตรี ทีมเพื่อสังคม อายุ 38 ปี ที่อยู่ ต.เขารูปช้าง อ.เมือง น้องเล็กเด็กสุดที่สมัครเลือกตั้งในเที่ยวนี้เปิดตัวในนามทีมเพื่อสังคม ที่มีการส่งผู้สมัครสจ.ในบางเขตด้วย เน้นนโยบายขับเคลื่อนอบจ.ภาคประชาชน

เบอร์ 5 นางสาวอภิญญา ยอดแก้ว ผู้สมัครอิสระ อายุ 56 ปี ที่อยู่ อ.น้ำขาว อ.จะนะ ผู้หญิงอีกคนที่เสนอตัวในชุดสีส้มแต่ไม่ใช่ทีมของพรรคการเมืองไหน เป็นตัวแทนเครือข่ายองค์กรภาคประชาชนสงขลา ชูนโยบายนำสงขลาสู่สังคมดีมีความสุข 

เบอร์ 6 นายวชิรวิทย์ ภัสระ ผู้สมัครอิสระ อายุ 45 ปี ที่อยู่ ต.คูหาใต้ อ.รัตภูมิ วิศกรหนุ่มที่เปิดตัวบนโลกออนไลน์มายาวนานอีกคน ว่องไว ทำจริง เพื่อการเปลี่ยนแปลง แก้ไข ปรับปรุง และพัฒนา จ.สงขลา ทุกอำเภอ "สงขลา๔.๐ Songkhla4.0" ท้องถิ่น 4.0 สู่เมืองอัจฉริยะสมดุลและยั่งยืน

ส่วนผู้สมัครส.อบจ.ทั้ง 36 เขต รวมทั้งสิ้น 102 ราย ผ่านการรับรองทั้งหมดเช่นกัน โอกาสต่อไปจะนำนโยบายแต่ละทีมแต่ละคนมาให้ติดตามกันบ้างครับ

ต้อม รัตภูมิ 0897384215 รายงาน



รีวิวธุรกิจ เกาะติดบ้านเมือง ร้อยเรื่องท้องถิ่น TLP : 0897384215

ออนไลน์ ต้อม_รัตภูมิ

Re: ส่องสนามอบจ.สงขลา สนามที่ห้ามกระพริบตา
« ตอบกลับ #16 เมื่อ: 18:29 น. วันที่ 18 พ.ย.63 »
นิพัฒน์ อุดมอักษร เข้าขอพรผู้ใหญ่ในโอกาสก้าวเข้าสู่เวทีการเมืองครั้งแรกในชีวิต

นิพัฒน์ อุดมอักษร นักธุรกิจชาวหาดใหญ่ที่ถูกวางตัวให้เป็นหนึ่งในทีมงานฝ่ายบริหารของทีมพรรคประชาธิปัตย์ ในการเลือกตั้งนายกอบจ.สงขลา ภายใต้การนำของไพเจน มากสุวรรณ์ ผู้สมัครหมายเลข 3 ถือเป็นชื่อที่เซอร์ไพรส์พอสมควร เพราะนี่คือการเข้ามาในเวทีการเมืองครั้งแรกในชีวิต

คุณนิพัฒน์ เปิดเผยว่าได้รับการทาบทามจากผู้ใหญ่ที่เคารพให้มาร่วมทีมฝ่ายบริหารกับทีมพรรคประชาธิปัตย์ เพื่อเป็นตัวแทนนักธุรกิจชาวหาดใหญ่ โดยเฉพาะชาวไทยเชื้อสายจีนที่มีจำนวนมากและอยากเห็นการผลักดันนโยบายเพื่อพัฒนาหาดใหญ่อย่างจริงจัง จึงตัดสินใจรับและวันนี้ได้ถือโอกาสเข้าพบขอพร ขอคำแนะนำจากจากผู้ใหญ่ที่เคารพนับถือ รวมถึงร่วมหารือแนวทางการหาเสียงร่วมกับหัวหน้าทีมด้วย

คนแรกที่เข้าพบคือคุณพิชัย วัฒนะพยุงกุล นายกสมาคมไทย-จีน จังหวัดสงขลา ซึ่งเป็นบุคคลที่ให้คำปรึกษาในการทำงานเพื่อสังคมมาตั้งแต่แรกเริ่ม โดยคุณพิชัย ได้แนะนำว่าหากมีโอกาสเข้าไปก็ขอให้ทำงานเพื่อทดแทนบุญคุณแผ่นดินจริงๆ ทำให้หาดใหญ่กลับมาเป็นเมืองที่มีจุดขายทางการท่องเที่ยว การลงทุนให้ได้อีกครั้ง

จากนั้นได้เข้าพบคุณธรรมนูญ โกวิทยา นายกสมาคมฮกเกี้ยนแห่งจังหวัดสงขลา และผู้บริหารกลุ่มบริษัทพิธานพาณิชย์ ต้นแบบนักธุรกิจที่ทำงานควบคู่กับการดูสังคมมาโดยตลอด ซึ่งคุณธรรมนูญ ก็กล่าวว่านับเป็นโอกาสดีที่มีนักธุรกิจให้ความสนใจทำงานการเมืองก็ขออวยพรให้ประสบความสำเร็จดั่งที่ปราถนา

อีกหนึ่งคนที่เข้าพบในวันนี้คือคุณระวิ ผดุงมาศ อดีตนายกสโมสรไลออนส์หาดใหญ่ อดีตกรรมาธิการการพลังงานสภาผู้แทนราษฎร และอีกหลายตำแหน่งในทางสังคมและการเมือง คุณระวิ เน้นย้ำว่าสิ่งสำคัญของคนเราในการทำงานคือต้องมีศีลธรรม ไม่ยุ่งเกี่ยวอบายมุข และคิดถึงประโยชน์ส่วนรวมเป็นที่ตั้งไม่ว่าจะอยู่ในตำแหน่งหน้าที่ใด

และยังได้ร่วมพูดคุยกับคุณไพเจน มากสุวรรณ์ ผู้สมัครนายกอบจ.สงขลา หมายเลข 3 ทีมพรรคประชาธิปัตย์ เพื่อแนะนำทีมงานที่มาช่วยในการหาเสียง การร่วมกันนำเสนอนโยบายที่จะพัฒนาท้องถิ่นด้านต่างๆ โดยเน้นย้ำการพัฒนาและฟื้นฟูเศรษฐกิจหาดใหญ่เป็นนโยบายสำคัญเร่งด่วน หากได้มีโอกาสเข้าไปร่วมในทีมฝ่ายบริหารของอบจ.สงขลา

สำหรับนายนิพัฒน์ อุดมอักษร เป็นผู้บริหารบริษัท เอนกการช่าง จำกัด ผู้ผลิตและจำหน่ายเครื่องจักรกลเกษตร เป็นนักธุรกิจรุ่นใหม่ที่ทำงานควบคู่กับดูแลสังคมมาโดยตลอด มีบทบาทในองค์กรการกุศล เป็นผู้รวมกลุ่มนักธุรกิจจัดกอล์ฟการกุศลเพื่อช่วยเหลือสังคมด้านต่างๆ และการตัดสินใจเข้าสู่ถนนการเมืองในครั้งนี้ก็มีเป้าหมายสำคัญในการผลักดันให้หาดใหญ่กลับมาเป็นศูนย์การค้าแดนใต้ ให้ได้สมดั่งคำขวัญจังหวัดสงขลาอีกครั้ง
รีวิวธุรกิจ เกาะติดบ้านเมือง ร้อยเรื่องท้องถิ่น TLP : 0897384215

ออนไลน์ ต้อม_รัตภูมิ

Re: ส่องสนามอบจ.สงขลา สนามที่ห้ามกระพริบตา
« ตอบกลับ #17 เมื่อ: 17:12 น. วันที่ 19 พ.ย.63 »
เขต 2 หาดใหญ่ สดบดเก๋าหรือเก๋าเขย่าสด
สนามเลือกตั้งสจ.มีหลายเขตน่าสนใจ วันนี้ขอติดตามในเขต 2  หาดใหญ่ พื้นที่ใจกลางนครหาดใหญ่อีกเขต เที่ยวนี้สจ.ประสิทธิ์ ช่วยชูสกุล แชมป์เก่าสวมเสื้อทีมพรรคประชาธิปัตย์ลงสนาม เจอกับคู่แข่งจากทีมสงขลาประชารัฐ พีระพงษ์ บุญเลิศ น้องใหม่ทางการเมืองแต่ดีกรีไม่ธรรมดา เครือญาติสส.กอล์ฟ ศาสตรา ศรีปาน
ดีกรีสจ.เก่า+รองประธานสภาฯ ก่อนลงสนามเหมือนจะเป็นตัวเต็งแต่การมาเจอคู่แข่งน้องใหม่ที่อาศัยลูกขยันบวกแรงหนุนทั้งจากสส.กอล์ฟ อดีตนายกไพร พัฒโน งานของสจ.ประสิทธิ์เที่ยวนี้จึงไม่ง่ายเลย ทั้งกระแสและกระสุนยังเช็คไม่ออกว่าใครแรงกว่า แต่ดูแล้วว่าคู่นี้อาจต้องลุ้นกันจนถึงการนับคะแนนใบสุดท้ายเลยก็ได้
#สนามอบจสงขลา
รีวิวธุรกิจ เกาะติดบ้านเมือง ร้อยเรื่องท้องถิ่น TLP : 0897384215

ออนไลน์ ต้อม_รัตภูมิ

Re: ส่องสนามอบจ.สงขลา สนามที่ห้ามกระพริบตา
« ตอบกลับ #18 เมื่อ: 08:06 น. วันที่ 23 พ.ย.63 »
รวมพลังร่วมสร้างสุข เปิดประวัติ ผลงาน ทีมงาน "ไพเจน มากสุวรรณ์"

ไพเจน มากสุวรรณ์ ผู้สมัครนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลา หมายเลข 3 ทีมพรรคประชาธิปัตย์ เขาเป็นใคร มาจากไหน มีผลงานอะไรมาบ้าง? วันนี้มีสกู๊ปพิเศษมาฝากกัน

ไพเจน มากสุวรรณ์ พื้นเพเป็นชาวอำเภอสิงหนคร เป็นลูกสงขลาโดยกำเนิด เป็นนักเรียนเก่าโรงเรียนมหาวชิราวุธ จังหวัดสงขลา จบปริญญาตรีด้านวิศวกรรมศาสตร์ จากวิทยาลัยเทคโนโลยีและอาชีวศึกษา ปริญญาโทจากสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) ผ่านการทำงานรับราชการในตำแหน่งที่สำคัญคือ รองอธิบกรมกรมชลประทาน และผู้ตรวจราชการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์   

ในช่วงที่รับราชการได้รับมอบหมายให้รับผิดชอบพื้นที่ภาคใต้และจังหวัดสงขลาเป็นหลัก เป็นผู้ผลักดันการพัฒนาจังหวัดสงขลาในด้านการแก้ไขปัญหาน้ำท่วม-น้ำแล้งมาโดยตลอด มีผลงานสำคัญอาทิ เป็นผู้เสนอให้มีการขยายคลองร.1 ให้สามารถเพิ่มการระบายน้ำได้อีก 1 เท่าตัว เป็นผู้ผลักดันการขุดลอกคลองอาทิตย์ฯ และคลองสาขาเพื่อแก้ปัญหาลุ่มน้ำคาบสมุทรสทิงพระ แก้ไขปัญหาลุ่มน้ำนาทวีให้มีประสิทธิภาพการระบายน้ำเร็วขึ้นในช่วงหน้าฝน

ด้วยสำนึกในความเป็นลูกสงขลา เกิดมาต้องตอบแทนบุญคุณแผ่นดิน ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาได้มีส่วนร่วมในการพัฒนาจังหวัดสงขลามาโดยตลอด เมื่อเกษียณอายุราชการก็กลับมาที่บ้านเกิดเต็มตัวได้รับการคัดเลือกให้ทำหน้าที่นายกสมาคมนักเรียนเก่าโรงเรียนมหาวชิราวุธ จังหวัดสงขลา ด้วยประสบการณ์การทำงานที่ผ่านมา สุขภาพที่สมบูรณ์แข็งแรงในวัย 63 ปี จึงมีความเชื่อมั่นว่ายังสามารถทำคุณประโยชน์ให้จังหวัดสงขลาได้อีกมาก

จึงเสนอตัวเข้ามาทำงานการเมืองท้องถิ่นร่วมกับพรรคประชาธิปัตย์ ในตำแหน่งนายกอบจ.สงขลา โดยประสานความร่วมมือกับทุกฝ่ายเรียนเชิญผู้มีความรู้ความสามารถในทุกด้านมาร่วมทำงานฝ่ายบริหาร และได้รับแรงสนับสนุนจากอดีตสมาชิกสภาอบจ.เกือบทุกคนมาร่วมทีม ร่วมระดมสมองเพื่อพัฒนาจังหวัดสงขลาอย่างเต็มที่ผ่านนโยบายที่ร่วมกันคิดร่วมกันทำ โดยมีเป้าหมายสำคัญร่วมกันคือ "รวมพลังร่วมสร้างสุข" เพื่อชาวสงขลาทุกคน

ทีมงานฝ่ายบริหารได้มีการเชิญชวนบุคคลที่มีความรู้ความสามารถมาร่วมทัพระดมสมองทำงานเพื่อจังหวัดสงขลา โดยมี พล.ต.ท.สาคร ทองมุณี อดีตผู้บัญชาการตำรวจท่องเที่ยวคนแรกของประเทศไทย เป็นประธานที่ปรึกษา นายภิรพล ลาภาโรจน์กิจ อดีตสส.สงขลา นางพรเอื้อ เชื้อแหลม นายกสมาคมผู้นำสตรีพัฒนาชุมชนจังหวัดสงขลา ร่วมเป็นที่ปรึกษา

ผู้เสนอตัวร่วมทีมรองนายกฯ มีนายชัยวุฒิ ผ่องแผ้ว อดีตสส.สงขลา ที่ยังคงเดินหน้าทำงานการเมืองอย่างเข้มแข็งในพื้นที่คาบสมุทรสทิงพระ ดร.อับดลรอหมาน กาเหย็ม อดีตรองนายกอบจ.สงขลา และเป็นกรรมกลางอิสลามแห่งประเทศไทย และนางสาวสุภาพร กำเนิดผล ที่ขอเป็นตัวแทนสตรีชาวสงขลาในการผลักดันโครงการสำหรับผู้หญิงโดยเฉพาะ

เลขานุการนายกฯ เที่ยวนี้นับเป็นครั้งแรกที่มีตัวแทนสตรีมุสลิมร่วมทีมฝ่ายบริหาร คือนางสาวปารินดา ปาลาเร่ ที่ทำงานการเมืองในพื้นที่จะนะและใกล้เคียงมาอย่างต่อเนื่อง อีกหนึ่งคนก็เป็นครั้งแรกเช่นกันที่มีตัวแทนจากภาคธุรกิจในหาดใหญ่ นายนิพัฒน์ อุดมอักษร โดยทำหน้าที่ระดมสมองดึงความร่วมมือทุกภาคส่วนเพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจเมืองหาดใหญ่ ให้กลับมาเป็นศูนย์การค้าแดนใต้ สมดั่งคำขวัญจังหวัดสงขลาให้ได้อีกครั้ง

เช่นเดียวกับผู้สมัครสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัด(ส.อบจ.)หรือสจ.ทั้ง 36 เขต ส่วนใหญ่เป็นอดีตสจ.ที่ทำงานในพื้นที่ใกล้ชิดชาวบ้านมาโดยตลอด มีเพียงบางเขตที่เปลี่ยนเป็นเลือดใหม่ โดยทางทีมเน้นคัดเลือกบุคคลที่มีความุ่งมั่นตั้งใจในการทำงานการเมืองเพื่อรับใช้พี่น้องประชาชนชาวสงขลา และเป็นผู้ผลักดันโครงการที่เกิดประโยชน์ต่อชุมชนในเขตตัวเองให้มากที่สุดด้วย

มาร่วมก้าวไปข้างหน้าด้วยกัน รวมพลังร่วมสร้างสุข กับไพเจน มากสุวรรณ์ วันที่ 20 ธันวาคม 2563 เข้าคูหากาเบอร์ 3 เลือกไพเจน เป็นนายกอบจ.สงขลา และโปรดเลือกผู้สมัครส.อบจ.ของทีมพรรคประชาธิปัตย์ในทุกเขตด้วย
รีวิวธุรกิจ เกาะติดบ้านเมือง ร้อยเรื่องท้องถิ่น TLP : 0897384215

ออนไลน์ ต้อม_รัตภูมิ

Re: ส่องสนามอบจ.สงขลา สนามที่ห้ามกระพริบตา
« ตอบกลับ #19 เมื่อ: 09:58 น. วันที่ 24 พ.ย.63 »
โยธิน VS ทักษิณ สนามกระแสสินธุ์ไม่สิ้นกระแส

กระแสสินธุ์ เป็นสนามเลือกตั้งสจ.ที่หลายคนพูดถึงและจับตามองเป็นพิเศษ เพราะเป็นสนามที่ผู้สมัครหน้าใหม่ที่มีความน่าสนใจทั้งคู่ระหว่าง นายโยธิน ทองเนื้อแข็ง เบอร์ 1 จากทีมพรรคประชาธิปัตย์ กับนายทักษิณ เครือแก้ว เบอร์ 2 จากทีมสงขลาประชารัฐ

จุน นายโยธิน ทองเนื้อแข็ง เบอร์ 1 อายุ 50 ปี เป็นบุตรชายของอดีตสจ.เปรม ที่มาพร้อมสโลแกน สืบเจตนารมณ์พ่อ สานต่อพัฒนากระแสสินธุ์ เปิดตัวมายาวนานทำงานในพื้นที่มาอย่างต่อเนื่อง ได้สวมสีเสื้อพรรคประชาธิปัตย์ในเที่ยวนี้ภาษีดีมีโอกาสชนะสูงมาก โดยมีไพเจน มากสุวรรณ์ ผู้สมัครนายกอบจ.สงขลา เบอร์ 3 เป็นหัวหน้าทีม

นอบ เกาะใหญ่ นายทักษิณ เครือแก้ว เบอร์ 2 อายุ 47 ปี เครือข่ายนายกมงคล เครือแก้ว อบต.เกาะใหญ่ จากทีมสงขลาประชารัฐ ชื่อนี้ก็เป็นที่รู้จักกันเป็นอย่างดีโดยเฉพาะในแวดวงกีฬา มีความใกล้ชิดค่ายมวยเกียรติเจริญชัยแห่งเมืองสตูล เปิดตัวเกาะติดพื้นที่มายาวนานไม่แพ้กัน แถมมีพันเอกสุชาติ จันทรโชติกุล ผู้สมัครนายกอบจ.เบอร์ 2 เป็นแรงหนุนสำคัญด้วย

สนามกระแสสินธุ์ แม้จะเป็นอำเภอเล็กๆ แต่น่าสนใจมากว่าเลือกตั้งเที่ยวนี้ว่าคนรุ่นใหม่คนไหนจะได้แรงหนุนจากชาวบ้านมากกว่ากัน 20 ธันวาอย่าลืมทำหน้าที่กันนะครับ
รีวิวธุรกิจ เกาะติดบ้านเมือง ร้อยเรื่องท้องถิ่น TLP : 0897384215

ออนไลน์ ต้อม_รัตภูมิ

นิด้าโพล ชี้เลือกตั้งอบจ.สงขลาแข่งกันสูสี ลุ้นจุดเปลี่ยนจากพลังเงียบที่ยังไม่ตัดสินใจ

นิด้าโพล เปิดผลสำรวจการตัดสินใจเลือกนายกอบจ.ใน 3 สนามใหญ่ของประเทศ ที่สงขลา โพลชี้ผู้คนส่วนใหญ่ยังไม่ตัดสินใจเลือก ส่วนที่ตัดสินใจแล้วเลือกสุชาตินำหน้าไพเจนเล็กน้อย ผู้สันทัดกรณีชี้โค้งสุดท้ายแข่งกันสนุกถึงตอนนี้ยังมองไม่ออกว่าใครแรงกว่า

สำหรับผลสำรวจบุคคลที่ประชาชนจะลงคะแนเลือกเป็นนายกอบจ.สงขลา อันดับ 1 ร้อยละ 39.26 ยังไม่ตัดสินใจว่าจะเลือกใคร อันดับ 2 ร้อยละ 21.57 เลือกพันเอกสุชาติ จันทรโชติกุล อันดับ 3 ร้อยละ 20.65 เลือกนายไพเจน มากสุวรรณ์ อันดับ 4 ร้อยละ 5.01 เลือกนายจะเด็ด เหมโกทวีทรัพย์ อันดับ 5 ร้อยละ 3.49 ไม่ตอบ อันดับ 6 ร้อยละ 2.73 ไม่ไปลงคะแนนเลือกตั้ง อันดับ 6 ร้อยละ 2.58 เลือกนายวชิรวิทย์ ภัสระ อันดับ 7 ร้อยละ 1.98 เลือกนางสาวอภิญญา ยอดแก้ว อันดับ 8 ร้อยละ 1.67 ไม่ลงคะแนนเลือกใคร ร้อยละ 1.06 เลือกนางภัทรวรรณ ขำตรี

ผลโพลวันนี้ไม่ผิดคาดสำหรับทีมไพเจน เพราะเพิ่งเปิดตัวมาไม่นานและเมื่อเข้าสู่ช่วงเวลาการรับสมัครเลือกตั้งไม่สามารถให้สส.มาช่วยหาเสียงได้ กลายเป็นมวยไม่มีพี่เลี่ยงที่อาศัยเพียงลูกลุยลูกขยันเดินสายอย่างเต็มที่ การขยับเข้ามาใกล้ห่างเพียงร้อยละ 1 ต่างหากที่ดูแล้วผิดคาดที่คะแนนตีตื้นขึ้นมาเร็วมาก หากเปรียบเทียบกับฝั่งสุชาติ ที่เปิดตัวมาตั้งแต่จบเลือกตั้งสส.ฟอร์มทีมล่วงหน้าทั้งฝ่ายบริหาร สจ.ซึ่งล้วนเป็นคนหน้าใหม่เกือบทั้งหมดแต่อาศัยฐานเสียงการเป็นพรรคแกนนำรัฐบาลมาเป็นแรงหนุน

ผู้สันทัดกรณีให้ข้อมูลกับทีมข่าวหลังเห็นโพลจากนิด้าว่า เป็นสิ่งที่ไม่ผิดคาดสำหรับคะแนนนำที่ยังเป็นของผู้การชาติ แต่การตีตื้นขึ้นมาของไพเจน สะท้อนอะไรได้หลายอย่างบางคนบอกว่าคะแนนไม่น่าขึ้นมาสูสีเช่นนี้ ช่วงก่อนเลือกตั้งผู้การชาติเดินหน้าไปหลายช่วงตัวมาก ไพเจนใหม่มากในเวทีการเมืองสงขลา ยิ่งถูกห้ามสส.ช่วหาเสียงยิ่งทำให้ขาดสีสันไปเยอะ คะแนนที่เพิ่มขึ้นของไพเจนจึงเป็นโจทย์ใหญ่ที่ทีมคู่แข่งต้องทำการบ้านมากขึ้น ยิ่งคะแนนนำเป็นของผู้ไม่ตัดสินใจเลือกใครอีก นี่จึงเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญว่าหากคะแนนี้เทไปทางไหนฝ่ายนั้นก็ชนะทันที

ล่าสุดพันเอกสุชาติ ด้วยการปักป้ายหาเสียงชุดใหม่พร้อมโลโก้พรรคพลังประชารัฐ ทั้งที่ก่อนหน้านี้พรรคมีมติไม่ส่งผู้สมัครนายกอบจ.ทุกจังหวัด แต่ล่าสุดมีการอนุญาตให้ผู้สมัครที่เป็นสายตรงของพรรคในบางจังหวัดใช้โลโก้พรรคหาเสียงได้ รวมถึงของผู้การชาติ ที่ใช้ทีมสงขลาประชารัฐก็แปลงร่างเป็นพลังประชารัฐอีกครั้ง อย่างไรก็ตามการเดินสายหาเสียงของผู้การชาติ เป็นที่น่าสังเกตุว่าไม่ค่อยมีผู้ที่ถูกวางตัวในฝ่ายบริหารตำแหน่งต่างๆ มาช่วยหาเสียงเลย

ฟากฝั่งทีมไพเจน นับจากเปิดตัวคู่สส.ปชป.ก่อนต้องเก็บป้ายทั้งหมด ปรับมาเปิดคู่ผู้สมัครสจ.เปิดทีมบริหาร และนโยบายต่างๆ ลูกขยันของทีมนี้นอกจากหัวหน้าทีมแล้วในตำแหน่งอื่นๆ ต่างช่วยกันลุยหาเสียง มีทั้งขนาบคู่หัวหน้าทีม มีแยกกันเดินกับผู้สมัครสจ. และเดินสายหาฐานคะแนนที่ตัวเองถนัด การไล่ขึ้นมาตีตื้นตามโพลส่วนสำคัญคงมาจากลูกขยันเป็นตัวช่วยด้วย เกมที่สูสีเช่นนี้อำเภอหาดใหญ่ ที่มีประชากรมากที่สุดโดยเฉพาะในเขตเมืองคงเป็นตัวแปรสำคัญที่จะตัดสินผลแพชนะเหมือนหลายครัง้ที่ผ่านมาก็ได้

เรื่องกระแสถือว่าสูสีส่วนเรื่องกระสุนใครมีมากกว่ากันไม่กล้าฟันธง แต่ที่แน่ๆ ตอนนี้มีโจมตีกันเรื่องซื้อเสียงมากขึ้นทุกขณะ ส่วนตัวมองว่าการพยายามให้ข่าวในเชิงดิสเครดิตคู่แข่ง โจมตีกันด้วยวาทกรรมต่างๆ เป็นรูปแบบการหาเสียงที่ล้าสมัย การนำเสนอนโยบาย นำเสนอความตั้งใจให้เข้าถึงชาวบ้านมากที่สุดคงตอบโจทย์ได้ดีกว่า ในวันนี้เหลือเวลาอีกเพียง 20 วัน ก็ถึงวันชี้ชะตาแล้วชาวสงขลาล้ากว่าเสียงเท่านั้นที่เป็นผุ้กำหนดอนาคตท้องถิ่นของเรา อย่าลืมออกมาใช้สิทธิ์เลือกตั้งกัน 20 ธันวาคม 2563 เวลา 08.00-17.00 น.   
รีวิวธุรกิจ เกาะติดบ้านเมือง ร้อยเรื่องท้องถิ่น TLP : 0897384215

 


ร่วมขับเคลื่อนโดย
เว็บไซท์นี้จัดสร้างขึ้นมาเพื่อเป็นสังคมออนไลน์ของชาวหาดใหญ่ - สงขลา สงวนลิขสิทธิ์ © บริษัท บ้านเรา คอร์ปอเรชั่น จำกัด
นโยบาย | เกี่ยวกับเรา | ลงโฆษณา | ร้องเรียน | แจ้งข้อผิดพลาด | ติดต่อเรา | มีอะไรใหม่ในเว็บกิมหยง | คุยกับเว็บมาสเตอร์
เครือข่ายเว็บไซท์ท้องถิ่นไทย [ ตรัง ] [ ขอนแก่น ] [ เชียงใหม่ ] [ เชียงราย ] [ อุดรธานี ] [ หาดใหญ่ - สงขลา ] [ น่าน ] [ พัทลุง ] [ นครศรีธรรมราช ]