gimyong หาดใหญ่
ศูนย์ประชุมนานาชาติฉลองสิริราชสมบัติครบ ๖๐ ปี
 
 

 

ผู้เขียน หัวข้อ: อุทาหรณ์สอนใจ เรื่อง"ความโลภ"  (อ่าน 13791 ครั้ง)

อุทาหรณ์สอนใจ เรื่อง"ความโลภ"

จ่าแดงส้ม

  • บุคคลทั่วไป
Re: อุทาหรณ์สอนใจ เรื่อง"ความโลภ"
« ตอบกลับ #15 เมื่อ: 07:44 น. วันที่ 16 ม.ค.64 »

. ส.สู้ๆ

ภูเขาแดง

  • บุคคลทั่วไป
Re: อุทาหรณ์สอนใจ เรื่อง"ความโลภ"
« ตอบกลับ #16 เมื่อ: 16:52 น. วันที่ 19 ม.ค.64 »
#คำพ่อสอน
[ สำเร็จกับสุขต้องไปด้วยกัน ]

#ทรงอธิบายว่า..ทุกสิ่งบนโลกจะไม่ทำให้เราสุขถ้าเราไม่พอใจ และ #พอใจเกิดจากคำคำเดียวคือพอดี ทุกอย่างบนโลกนี้มากไปก็ไม่ดี น้อยไปก็ไม่ดี แต่มนุษย์ต้องการหาสิ่งที่มาก จริงๆ ไม่ใช่..
.
#พอดี คือคำว่า ปกติ ร่างกายเราปกติ เราไม่เคยเห็นความสุขของความปกติ แต่เมื่อวันไหนร่างกายไม่ปกติ ก็จะโหยหา สมัยปกติมันสุขที่สุด ธุรกิจก็เช่นเดียวกัน ทำอย่างไรถึงจะพอดีและไม่เป็นอะไรที่สุดโต่ง ขณะเดียวกันก็โตตามธรรมชาติ ไม่เกินธรรมชาติ สร้างเสาเข็มไปพร้อมๆ กับความสุข คนรอบข้างก็สุขด้วย สำเร็จกับสุขต้องไปด้วยกัน
.
เคยได้ยินคำว่า #ประโยชน์สุขมั้ย เป็นคำที่พ่อหลวงพระราชทาน ประโยชน์คือสิ่งที่เป็นมูลค่า วัดเป็นตัวเลขได้ เช่น ปีนี้เราจะกำไรเท่าไหร่ เติบโตเท่าไหร่ พ่อหลวงบอกไมได้ห้ามนะ แต่เป็นแค่ส่วนหนึ่ง
.
อีกสิ่งหนึ่งที่เงินกับตัวเลขวัดไม่ได้ คือ #ความสุข เอาความสุขไปใส่ในเป้าหมายด้วย ทำงานทุกวันต้องสุข ไม่ใช่เครียดทั้งวัน ตื่นเช้าอยากมาทำงานหรือเปล่า ลูกค้าซื้อสินค้าแล้วสุข ไม่ใช่ซื้อไปแล้วบ่น คนในชุมชนก็สุขเมื่อโรงงานเราไปตั้ง ไม่ใช่เดินขบวนประท้วงแล้วด่าเราตลอด ขณะเดียวกันสังคมก็มีความสุขที่มีธุรกิจลักษณะนี้อยู่ สิ่งแวดล้อมก็ได้ประโยชน์จากธุรกิจที่ไม่ไปทำร้าย สิ่งที่เรียกว่าประโยชน์และความสุขไม่ใช่เกิดจากตัวผู้ถือหุ้น แต่มันย้อนกลับไปถึงคนที่เกี่ยวกับธุรกิจทั้งหมด
.
บรรยายคำสอนของพ่อ
โดย..ดร.วัชรมงคล เบญจธนะฉัตร์ มูลนิธิมั่นพัฒนา


กุ้งแห้ง แดงต้อย เจตนา

  • บุคคลทั่วไป
Re: อุทาหรณ์สอนใจ เรื่อง"ความโลภ"
« ตอบกลับ #17 เมื่อ: 09:53 น. วันที่ 24 ม.ค.64 »
มีการติดสินบนให้คนไทยเปลี่ยนศาสนา
26 พ.ย. 2563 นายไพศาล พืชมงคล อดีตสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Paisal Puechmongkol ระบุว่า ประเทศไทยเป็นประเทศที่เปิดเสรีในการนับถือศาสนา ดังนั้นเราจึงไม่มีความขัดแย้งทางศาสนา

    ถ้ามีองค์กรใดหริอใครก็ตาม ติดสินบาทคาดสินบน เพื่อให้เอื้อประโยชน์ และส่งเสริมสนับสนุนให้มีการเปลี่ยนศาสนา ดังที่กำลังเกิดขึ้นในบ้านเมืองของเรานี้

    หรือดังที่เกิดขึ้นแล้ว จากการติดสินบนอดีตนายกรัฐมนตรีมาเลเซีย เพื่อให้ชาวมาเลเซียเปลี่ยนนิกายในศาสนา ล้วนเป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้อง จะต้องได้รับการตรวจสอบและจะต้องหยุดดำเนินการทันที

    การปล่อยให้เรื่องนี้ขยายตัวไปคือการสร้างความแตกแยกภายในชาติ

    ซึ่งขณะนี้ขยายวงกว้างไปหลายจังหวัดทั่วประเทศแล้ว อาจนำไปสู่สงครามกลางเมืองในประเทศใด้ จะต้องยุติทันที

    มีรายงานข่าวแน่ชัดจากประเทศสวีเดนมาระยะหนึ่งแล้ว ว่ามีการติดสินบน ให้เอื้อประโยชน์ ในการทำให้คนไทยเปลี่ยนศาสนา ซึ่งตอนแรกผมก็เฉยๆ แต่มาถึงวันนี้ เห็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นแล้วก็วิตก จึงต้องเตือนกันให้ทราบ... ส.หลก

ตัวเบี้ย ส้มแดง

  • บุคคลทั่วไป
Re: อุทาหรณ์สอนใจ เรื่อง"ความโลภ"
« ตอบกลับ #18 เมื่อ: 10:42 น. วันที่ 13 ก.พ.64 »

. ส.สู้ๆ

ม้าโทรจัน

  • บุคคลทั่วไป
Re: อุทาหรณ์สอนใจ เรื่อง"ความโลภ"
« ตอบกลับ #19 เมื่อ: 06:05 น. วันที่ 14 ก.พ.64 »
เงินคือพ่อของพระเจ้า... ส.สู้ๆ

เรือดำน้ำ

  • บุคคลทั่วไป
Re: อุทาหรณ์สอนใจ เรื่อง"ความโลภ"
« ตอบกลับ #20 เมื่อ: 08:03 น. วันที่ 14 ก.พ.64 »
เงินทองกองอยู่เต็มในอาณาจักรของพระเจ้า... ส.หลกจริง

คณะลูกขุน(ช่วง)

  • บุคคลทั่วไป
Re: อุทาหรณ์สอนใจ เรื่อง"ความโลภ"
« ตอบกลับ #21 เมื่อ: 08:10 น. วันที่ 14 ก.พ.64 »
รถเบนซ์ 3 คัน แพนเตอร์จากัวร์ รถตู้ป้ายแดง จอดรอพระเจ้าอยู่ในพิพิธภัณฑ์...โรงรถ... ส.ยกน้ิวให้


ปากน้ำVSภูเขา(แดง)

  • บุคคลทั่วไป
Re: อุทาหรณ์สอนใจ เรื่อง"ความโลภ"
« ตอบกลับ #22 เมื่อ: 17:49 น. วันที่ 14 ก.พ.64 »

. ส.สู้ๆ

คนในผู้รู้ทัน

  • บุคคลทั่วไป
Re: อุทาหรณ์สอนใจ เรื่อง"ความโลภ"
« ตอบกลับ #23 เมื่อ: 14:34 น. วันที่ 15 ก.พ.64 »

บ้านเมืองจะสงบสุข สังคมจะปลอดภัย ต้องกำจัดกลุ่มพวกคนโกงให้สิ้นเสียก่อน แล้วคนหมู่มากจะสบายใจทั้งยุคเราและยุคหลัง  ส.เดี๋ยวโดน

2BiGFather

  • บุคคลทั่วไป
Re: อุทาหรณ์สอนใจ เรื่อง"ความโลภ"
« ตอบกลับ #24 เมื่อ: 17:46 น. วันที่ 15 ก.พ.64 »
อย่าให้เทพเหนือธรรม
อย่าให้(ภูติ)ผีเหนือพุทธ
อย่าให้วิญญาณเหนือรัตนตรัย
อย่าให้ลาภสักการะเหนือจิตวิญญาณแห่งสงฆ์ในธรรมวินัยนี้.

จะมีประโยชน์อะไรที่ผู้คนจะแห่แหนกันไปเข้าวัดแต่ไปเพื่อมืด มิใช่ไปเพื่อสว่าง ไปเพื่องมงาย แทนที่จะไปเพื่อศีล สมาธิ และปัญญา??

พุทธศาสนาในไทยอ่อนกำลังลงก็เพราะภัยจากภายใน ที่เกิดจากการที่พุทธบริษัทพากันหลงเดินออกนอกเส้นทางแห่งพุทธะ หาใช่ภัยจากภายนอกไม่?

Ask yourself whether an internal or external threat that makes for the decline of Buddhism in Thailand?

เลขา ส้มแดง

  • บุคคลทั่วไป
Re: อุทาหรณ์สอนใจ เรื่อง"ความโลภ"
« ตอบกลับ #25 เมื่อ: 18:18 น. วันที่ 16 ก.พ.64 »

. ส.สู้ๆ

อบต.ส้มแดง

  • บุคคลทั่วไป
Re: อุทาหรณ์สอนใจ เรื่อง"ความโลภ"
« ตอบกลับ #26 เมื่อ: 10:29 น. วันที่ 21 ก.พ.64 »
“ความร่ำรวยที่แท้จริงคือการมีสุขภาพดี”  ความร่ำรวยมี ๒ ประเภทด้วยกันคือ
1.ความร่ำรวยภายนอก อันได้แก่ ร่ำรวยด้วยวัตถุ
2.ความร่ำรวยภายใน อันได้แก่ ศีล สมาธิ ปัญญา ทำให้เป็นคนที่มีความสุขง่าย
ความร่ำรวยภายในนั้นนอกจากคุณธรรมความดียังหมายรวมถึง สุขภาพดีด้วย

สุขภาพดีเป็นที่มาของความสุข เพราะความสุข แปลว่า ความปลอดโปร่ง ความสดชื่นรื่นเย็นในกายในจิต แต่พอเราสุขภาพไม่ดีสภาวะดีๆ ก็อันตรธานหายไปหมด

สุขภาพสำคัญถึงเพียงนี้ แต่คนส่วนใหญ่ก็มักจะมองข้ามความร่ำรวยพื้นฐานของชีวิต พากันมุ่งมองแต่ความร่ำรวยภายนอก เช่น เงิน ทอง ทรัพย์สินประดามี ครั้นมีสิ่งเหล่านี้ครบบริบูรณ์แล้วแต่กายกลับเจ็บไข้ได้ป่วย จึงเพิ่งมาตระหนักรู้ว่า “มั่งมีแค่ไหนก็สูญเปล่า ถ้าหากตัวเราสุขภาพไม่ดี... ส.สู้ๆ

อสม.ส้มแดง

  • บุคคลทั่วไป
Re: อุทาหรณ์สอนใจ เรื่อง"ความโลภ"
« ตอบกลับ #27 เมื่อ: 10:33 น. วันที่ 21 ก.พ.64 »
".. คนเราจะเอาแต่ได้ไม่ได้
คนเราจะต้องรับและจะต้องให้
หมายความว่า ต่อไปและเดี๋ยวนี้ด้วย
เมื่อรับสิ่งใดมาก็จะต้องพยายามให้​ .."

ส่วนหนึ่งจากพระบรมราโชวาท
พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช พระราชทานแก่นักศึกษา
มหาวิทยาลัยขอนแก่น วันที่ ๒๐ เมษายน ๒๕๒๑

ส้มแดง เจ็ดแน่

  • บุคคลทั่วไป
Re: อุทาหรณ์สอนใจ เรื่อง"ความโลภ"
« ตอบกลับ #28 เมื่อ: 12:31 น. วันที่ 26 ก.พ.64 »
เรื่อง ไปสำนักพระยายมราช ดูการตัดสินพระสงฆ์ โทษลงอเวจี หลวงพ่อฤาษี

*หลวงพ่อฤาษีลิงดำ~หลวงพ่อพระราชพรหมยานฯ..เล่าให้ฟัง*
..." หลังจากอาตมาเสร็จงานที่ต้องรีบทำ จึงนอนพัก..
~ พอเริ่มจับ อานาปาฯ เห็นท่านลุง ( พระยายมราช ) มายืนอยู่ใกล้ ๆ
~ บอกว่า.. ไปสำนักงานท่านหน่อย.. สัก ๕ นาที ก็พอ..
~ ท่านพูดแล้ว ก็ออกเดิน อาตมาจึงตามท่านไป พอเข้าเขต ก็เห็นท่านที่เคยรู้จัก ยืนอยู่มาก พอเข้าไปใกล้ ท่านหนึ่งที่ยืนอยู่ หน้าท่านกลายเป็นยักษ์เขี้ยวโง้ง..

* พอเห็นก็ทราบว่า เป็นยักษ์ปลอม จึงบอกท่านว่า : การเป็นยักษ์ ไม่ควรจะเป็นท่าน ควรจะเป็นท่าน เวสสุวัณ.
~ พอพูดจบ หน้ายักษ์ปลอมก็หาย กลายเป็น "ท่านสหัมบดีพรหม"
~ อาตมาถาม "ท่านสหัมบดีพรหม" ว่า : ทำไมท่านจึง กลายเป็นยักษ์ได้.
~ ท่านบอกว่า : ผมเคยเป็นท้าวเวสสุวัณ มาก่อน.

* เมื่อเข้าไปในสำนักงานท่านลุง ( พระยายมราช ) วันนี้แปลกใจ.. เท่าที่เคยเห็นรูป เจ้าหน้าที่ทุกคน แม้แต่ ท่านลุง ( นายบัญชี ) ทั้งสอง เคยเป็นคนธรรมดา.

~ แต่วันนี้ เป็นเทวดาและพรหมหมด รูปร่างสวยสะโอดสะองมาก ใส่ชฎากันหมด.
~ อาตมาถามท่าน "สหัมบดีพรหม" ว่า : เป็นเพราะอะไร.?
~ ท่านตอบว่า : วันนี้ มีจำเลยเหลืองมาก ที่ไปตามคุณมา ก็เพื่ออยากจะให้รู้ว่า พวกเหลือง ถ้าทำชั่ว มีผลตามนี้.. เป็นการเตือนคุณด้วยการให้ดูของจริง และเมื่อสอบสวนส้มแดง จึงทรงเครื่องและรูปร่างตามความเป็นจริง.
~ เวลาเดียวกันนั้น ได้ยินเจ้าหน้าที่โจทย์คณะส้มแดงทั้งหลาย คำว่า "ส้มแดง" ไม่ได้หมายถึง พระสงฆ์..!
~ เป็นนักบวช อีกพวกหนึ่ง ที่ไม่มีธรรมวินัย ทำตนแบบชาวบ้านหลอกลวงเขากิน.

* สรุปคำสอบสวน และเธอสารภาพตามนั้น ว่า : หัวหน้าที่ถูกสอบสวนนุ่งส้มแดง.. ตั้งแต่อายุ ๒๐ ปี เศษ ตายเมื่อ อายุ ๙๓ ปี เศษ ตายมาแล้วไม่เกิน ๑ ปี รอการสอบสวนอยู่นาน..

* ที่สำนักงานนี้ ๑ วัน ของเขา เท่ากับเวลาของเรา ๕๐ ปี เมื่อรอเกือบปี จึงยังไม่ถึงชั่วโมงของเขา.

~ ความประพฤติขณะมีชีวิต..
๑. ไม่เคารพพระธรรมวินัย.
๒. สะสมทรัพย์สิน ชอบเอาของสงฆ์ เงินสงฆ์ มาเป็นของตน เขาให้มาสร้าง ๑๐๐ บาท สร้างเพียง ๒๕ บาท นอกนั้นเก็บไว้เป็นของตนเอง ขโมยเงินสงฆ์.

๓. ไม่เคยให้ใครกู้เงิน แต่ชอบซื้อที่ดินเก็บไว้ขาย เมื่อมีราคาแพง.
๔. ทำตนเคร่งครัดเรียบร้อย เจริญศรัทธาดี หน้าเนื้อใจเสือ คนหลงในมายา เจ้าเล่ห์ ติดใจทำบุญให้มาก ๆ ที่อยู่สวย งาม เพราะความเป็นคนเจ้าเล่ห์.

๕. เป็นนักเทศน์ประกาศธรรม วันพระ แต่ตนเองไม่เคยทำตามนั้นเลย ประพฤติตัวชั่วช้า ตรงข้ามกับคำสอน...มั่วสุมอบายมุข


หม่าเจ็ก ส้มแดง

  • บุคคลทั่วไป
Re: อุทาหรณ์สอนใจ เรื่อง"ความโลภ"
« ตอบกลับ #29 เมื่อ: 12:36 น. วันที่ 26 ก.พ.64 »
เกิดอะไรขึ้นกับ แจ็ก หม่า?
เมื่อนายใหญ่แห่ง Alibaba หายตัวอย่างลึกลับ
.
ยุคสมัยของ แจ็ก หม่า นายใหญ่แห่ง Alibaba บริษัทอีคอมเมิร์ซยักษ์ใหญ่ของโลก อาจกำลังปิดฉากลง เมื่อเขาหายตัวไปจากสาธารณชน ไม่ปรากฏตัวบนโลกโซเชียลมีเดียนานถึง 2 เดือน หลังจากที่ถูกหน่วยกำกับดูแลทางด้านการเงินของจีนเข้าสอบสวนพฤติกรรมการผูกขาดทางการค้าของ Alibaba และยับยั้งการเปิดขายหุ้น IPO ที่เกือบจะมีมูลค่าสูงที่สุดในโลกของ Ant Group บริษัทฟินเทคที่ใหญ่ที่สุดติดอันดับโลกใต้ร่มเงาของ Alibaba
.
การที่ Alibaba และ Ant Group ถูกเพ่งเล็งจากทางรัฐบาลจีนนั้น คาดว่ามีสาเหตุมาจากที่หม่าวิพากษ์วิจารณ์หน่วยงานกำกับดูแลทางด้านการเงินของจีนอย่างหนักในช่วงเดือนตุลาคมที่ผ่านมา โดยนายใหญ่แห่ง Alibaba ได้บอกว่า “หน่วยงานทางด้านการเงินของจีนนั้นกลัวความเสี่ยงด้านการลงทุนมากเกินเหตุ จนไปยับยั้งนวัตกรรมใหม่ๆ ของภาคธุรกิจไม่ให้เกิดขึ้น” ในเวลาเดียวกับที่ Ant Group กำลังจะเปิดขายหุ้น IPO ให้แก่สาธารณชน
.
การกระทำดังกล่าวของหม่าส่งผลให้เขาและผู้บริหารของ Ant Group ถูกหน่วยงานกำกับดูแลทางด้านการเงินเรียกไปสอบสวน ด้วยสมมติฐานที่ว่า Alibaba บริษัทแม่ของ Ant Group ซึ่งกำกับดูแล Alipay นั้นมีพฤติกรรมที่เกี่ยวข้องกับการผูกขาดการค้า รวมถึงพยายามเอาคู่แข่งรายอื่นออกจากตลาด เป็นการล่วงละเมิดสิทธิของผู้บริโภคอย่างชัดเจน
.
นอกจากนี้ หน่วยงานกำกับดูแลด้านการเงินของจีนยังระบุว่า การที่ Ant Group อนุญาตให้คนหนุ่มสาวกู้เงินในรูปแบบของ soft loan หรือสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ อย่างง่ายดายนั้น เป็นการสร้างพฤติกรรมผิดๆ ให้กับประชาชน เมื่อการกู้ยืมเงินรูปแบบดังกล่าวไม่ตรงกับแนวทางการกำกับดูแลด้านการเงินที่หน่วยงานดูแลอยู่ จึงทำให้รัฐไม่สามารถรับรองผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ หรือการขายหุ้น IPO ของ Ant Group ได้
.
การสอบสวนดังกล่าวนำมาซึ่งข้อสรุปให้ Ant Group ระงับการเสนอขายหุ้น IPO มูลค่า 3.7 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐฯ หรือประมาณ 1.1 ล้านล้านบาท ทั้งที่หากเปิดขาย การเปิดขายหุ้น IPO ดังกล่าวจะเป็นดีลประวัติศาสตร์ที่มีมูลค่าสูงที่สุดในโลก
.
หลังเหตุการณ์ดังกล่าว ทั้ง Alibaba และ Ant Group นั้น มีท่าทีอย่างชัดเจนที่จะให้ความร่วมมือในการตรวจสอบพฤติกรรมการผูกขาดของบริษัท แต่สิ่งที่ตามมาหลังจากนั้นกลับกลายเป็นการหายตัวไปอย่างลึกลับของหม่า จากที่ปรากฏตัวบนหน้าสื่ออยู่บ่อยครั้ง
.
จนถึงวันนี้ เป็นเวลากว่า 2 เดือนแล้วที่เขาหายตัวไป ไม่ปรากฏตัวแม้กระทั่งบนโซเชียลมีเดีย ที่สำคัญที่สุดก็คือ เขาควรจะต้องนั่งเป็นกรรมการในรอบสุดท้ายของรายการโทรทัศน์ด้านธุรกิจอย่าง ‘Africa’s Business Heroes’ ซึ่งหม่าเคยประกาศก่อนหน้านี้ในรายการว่า ‘รอคอย’ อย่างตั้งมั่นที่จะเจอผู้ชนะในการประกวดรอบสุดท้าย
.
แต่สุดท้าย วันที่ 14 พฤศจิกายน วันที่ออนแอร์รายการรอบสุดท้าย หม่ากลับไม่ได้มาตามนัด กลายเป็น ‘ลูซี่ เผิง’ ผู้ร่วมก่อตั้ง Alibaba มานั่งเป็นกรรมการรอบตัดสินแทน เมื่อสำนักข่าว CNN สอบถามไปยัง Alibaba ถึงสาเหตุการหายตัวไปของเขา Alibaba กลับตอบกลับเมื่อวันที่ 4 มกราคมที่ผ่านมา ว่าเป็นปัญหาในเรื่องการจัดการตารางเวลาของหม่าเท่านั้น และปฏิเสธที่จะให้ข้อมูลอื่นๆ เพิ่มเติม
.
ถึงแม้ว่าหม่าจะไม่ได้ดำรงตำแหน่งผู้บริหารใน Alibaba แล้ว เนื่องจากการก้าวลงจากตำแหน่งในปี 2019 แต่เขายังคงเป็นผู้ถือหุ้นรายบุคคลที่สูงที่สุด กว่า 5% ของบริษัท คิดเป็นมูลค่ากว่า 2.5 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯ และยังคงมีอำนาจสูงสุดในการบริหารองค์กร
.
ปัจจุบัน หม่าอายุ 56 ปี เป็นนักธุรกิจที่รวยที่สุดเป็นอันดับ 2 ของจีน รองจาก หม่า ฮั่วเถิง ซีอีโอและผู้ก่อตั้งบริษัทเทนเซ็นต์ และในการจัดอันดับของนิตยสารฟอร์บส ได้ยกให้เขาเป็นนักธุรกิจที่รวยที่สุดอันดับที่ 20 ของโลก ที่ผ่านมาหม่าได้รับการยกย่องในฐานะเป็นคนสู้ชีวิต ผ่านความล้มเหลวอยู่หลายครั้ง จนกระทั่งประสบความสำเร็จกับ Alibaba
.
การออกมา ‘ปะทะ’ กับหน่วยงานกำกับดูแลด้านการเงิน ภายใต้ ‘พรรคคอมมิวนิสต์จีน’ และรัฐบาลจีน ได้ทำให้ภาพลักษณ์ของ แจ็ก หม่า ในสายตาของชาวจีนนั้นย่ำแย่ลง โดย People’s Daily สื่อกระบอกเสียงของรัฐบาลจีน วิพากษ์หม่าอย่างหนักว่า หากรัฐไม่ได้สนับสนุน Alibaba แจ็ก หม่า ก็คงไม่ได้เป็นนักธุรกิจหมื่นล้านเหมือนอย่างทุกวันนี้ และความนิยมของเขาต่อสาธารณชนคงจะไม่เกิดขึ้นเช่นกัน พร้อมได้ทิ้งท้ายไว้ว่า ยุคสมัยของ แจ็ก หม่า นั้นได้ปิดฉากลงไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

 


ร่วมขับเคลื่อนโดย
เว็บไซท์นี้จัดสร้างขึ้นมาเพื่อเป็นสังคมออนไลน์ของชาวหาดใหญ่ - สงขลา สงวนลิขสิทธิ์ © บริษัท บ้านเรา คอร์ปอเรชั่น จำกัด
นโยบาย | เกี่ยวกับเรา | ลงโฆษณา | ร้องเรียน | แจ้งข้อผิดพลาด | ติดต่อเรา | มีอะไรใหม่ในเว็บกิมหยง | คุยกับเว็บมาสเตอร์
เครือข่ายเว็บไซท์ท้องถิ่นไทย [ ตรัง ] [ ขอนแก่น ] [ เชียงใหม่ ] [ เชียงราย ] [ อุดรธานี ] [ หาดใหญ่ - สงขลา ] [ น่าน ] [ พัทลุง ] [ นครศรีธรรมราช ]