gimyong หาดใหญ่
ศูนย์ประชุมนานาชาติฉลองสิริราชสมบัติครบ ๖๐ ปี
 

 

ผู้เขียน หัวข้อ: ศิลา 3 หลัก 3 ภาษา โบราณวัตถุของเมือง 2 เล  (อ่าน 6321 ครั้ง)

ศิลา 3 หลัก 3 ภาษา โบราณวัตถุของเมือง 2 เล

ออฟไลน์ ทีมงานบ้านเรา

ศิลา 3 หลัก 3 ภาษา โบราณวัตถุของเมือง 2 เล หนึ่งเดียวในประเทศไทย ที่แม้แต่คนสงขลาแท้ๆบางคนไม่หอนเห็น

ศิลาจารึก 3 หลัก แต่ละหลักจารึกเป็นภาษาไทย 1 หลัก ภาษาจีน 1 และภาษามลายู โดยจารึกด้วยอักษรยาวี 1 หลัก ศิลาจารึกแต่ละหลักเป็นหินแกรนิตขนาดประมาณ กว้าง 75 เซนติเมตร สูง 150 เซนติเมตร หนา 15 เซนติเมตร สาระสำคัญของจารึกทั้ง 3 หลักพ้องกัน

ที่จารึกเป็นภาษาไทยนั้นใช้ถ้อยคำภาษาไทยใต้ บอกศักราชไว้ว่าจารึกเมื่อ ปี พ.ศ. 2388 อันเป็นรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว ด้วยเหตุที่พระสุนทรานุรักษ์ (บุญสังข์) ผู้ช่วยราชการเมืองสงขลา คิดจะบำเพ็ญกุศลสร้างสาธารณประโยชน์ คือ สร้างถนน บ่อน้ำ และสะพานข้ามคลองสำโรง จึงนำความขึ้นกราบเรียนพระยาวิเชียรคิรี (เถี้ยนเส้ง) เมื่อได้รับความเห็นชอบแล้วได้ชักชวน ข้าราชการและชาวเมืองสงขลาทั้งไทย จีน และไทยมุสลิม ร่วมกันบริจาคทรัพย์ทั้งสิ้น 2,312 เหรียญ(บาท) 3 สลึง ให้ช่างจัดการก่อสร้างจนเสร็จเรียบร้อย แล้วจึงทำการฉลองเป็นการใหญ่และได้จารึกเป็นอนุสรณ์

จารึกเป็นภาษาไทย อ.โกวิท คติการ ได้อ่านไว้เพียง 1 ใน 3 ของข้อความทั้งหมด สาเหตุที่อ่านได้ไม่ตลอด เพราะบางแห่งมีรอยลบและบางแห่งก็เลอะเลือนจนไม่สามารถจะอ่านได้ ส่วนข้อความตอนหลังเป็นพลความ กล่าวคือ เป็นรายนามของผู้บริจาคทรัพย์ช่วยเหลือในการสร้างสาธารณประโยชน์ ข้อความที่ อ.โกวิท คติการ อ่านจากภาษาถิ่นใต้ โดยเขียนเป็นภาษาไทยกลาง มีเฉพาะบางคำได้คงไว้ตามเดิม ส่วนสำนวนโวหารนั้นคัดตรงตามที่ปรากฎในศิลาจารึกได้ดังต่อไปนี้

ศุภมัสดุ พระพุทธศักราชล่วงสองพันสามร้อยแปดสิบพระวสา สุขปักษ์ วันเสาร์ เดือนสิบสอง ขึ้นแปดค่ำ ปีมะเส็ง สัปศก พระสุนทรนุรักษ์ ผู้ช่วยราชการเมืองสงขลา มีอนุสรณ์เจตนาเป็นมหากุศลพร้อมด้วย โสภณญาณสัมประยุติจิตต์คิดถึง พระพุทธวาทว่า บุคคลเป็นนักปราชญ์ อาจรู้ซึ่งประโยชน์สองประการ คือ ประโยชน์ในปัจจุบันอย่างหนึ่ง รู้ประโยชน์อันพึงจะได้ผลในภพเบื้องหน้าเป็นที่สอง จึงร้องเรียกว่านักปราชญ์ เมื่อนมัสการถึงพระพุทธโอวาทฉะนี้แล้ว เพราะเจตนาปรารถนาต่อการทำงาน ทำกุศล คือถนนและบ่อน้ำ สะพานข้าม แลศาลาสำนักนี้ ศาลเทพรักษ์เป็นห้าประการให้ความสุขเป็นทานแก่สมณชีพพราหมณ์ประชาชน อนึ่งจะเป็นที่เจริญกุศลสิ้นกาลช้านาน จึงนำเอาเรื่องความทำสะพานศิลาข้ามคลอง ขึ้นกราบเรียนพณฯ พระยาวิเชียรคิรีศรีสุนทรวิสุทธิศักดามหาพิไชยสงคราม รามภักดี อภิยพิริยบรากรมพาหุเจ้าคุณเมืองสงขลา ก็เลื่อมใสยอมอนุโมทนา จึงชักชวนวงศาคณาญาติ ข้าราชการบ้านชาวไทย จีน แขก ที่มีศรัทธาได้โมทนาบริจาคธนทรัพย์ ไว้สำหรับจะใช้จ่าย ประมวลได้ประมาณสองพันสามร้อยสิบสองเหรียญ(น่าจะหมายถึงบาท) 3 สลึง

ครั้นถึงวันพุธ เดือนยี่ ขึ้นแปดค่ำ ปีมะเส็ง สัปตศก มรคทายกจัดแจงการก่อสะพานพื้นศิลามีพนักฝากำแพงข้าง โปร่งอิฐก็ตั้งทั้งสองข้าง ไว้ช่องว่างกว้างสามวา ไม้แก่นหนาเรียบเรียง ยาวยี่สิบสองวาที่สุด ศาลาหยุดศิลาประดับ บ่อน้ำซับน่าอาบกิน ข้างทักษิณศาลเทพยดา ไว้บูชาแขกจีนไทย ยกถนนใหญ่กว้างห้าวา สิ้นมรรคาแปดสิบเส้น ตรงตลอดเห็นจดประตูเมือง เสาธงเนืองปักเรียงรัน ยะย้ากันคู่ละวา ประดับประดาการฉลอง ปรับปรุงห้องโรงพระปริต เครื่องวิจิตรประจงจัด วันพฤหัสขึ้นเดือนสาม ฤกษ์ปลอดงามสิบสองค่ำ ปีมะเมียล้ำอัฐศก เชิญบุษบกพระบรมธาตุ ยานนุมาศตั้งเทพยดา ลำดับมาเป็นเหล่าหลัน ใต้ฉายชั้นลั่นฆ้องชัย ยิงปืนใหญ่ให้โอกาส ยกพยุหบาทพร้อมดุริยางค์ แต่หลายอย่างต่างภาษา แต่ล่องมาถึงศาลเจ้า นำเทวดาเจ้าสู่สถาน นมัสการให้พระธาตุกลับ มาประทับโรงพระปริต วางสถิตย์แท่นศิลา เหล่ากระบวนท่าหาญแห่ อึงอัดแอภักษาหาร ในโรงทานแขกจีนไทย หญิงชายไซร้สิ้นด้วยกัน หมื่นแปดพันสี่ร้อยห้าสิบบาทไว้ในศาล ให้มีการมหรสพ สิ้นครันครบทุกสิ่งสรรพ์ พระสุริยัณฑ์เคลื่อนคล้ายบ่าย เงินทองปรายแก่ชนา พระสงฆ์มาเป็นประธาน น้อมนมัสการโดยเคารพ รับศีลจบฟังพระปริต สัมฤทธิ์กิจสิ้นสงสัย ดอกไม้ไฟอัดบูชา รุ่งเพลาปฏิบัติสงฆ์ ยี่สิบองค์ถ้วนสามวัน พระสวดนั้นถวายไตร เพิ่มขึ้นใหม่ต่างอาราม สามร้อยสามสิบเอ็ดองค์ ถวายสะบงองค์ละผืน ไทยทานอื่นสารพัด เจ้าเมืองจัดโมทนาพร้อมน้อมอำนวยพร ต่างยอกรขึ้นแผ่ผล ส่วนกุศลสรรพสัตว์ จงขจัดพ้นจากทุกข์ ให้มีสุขจนอวสานต์ เดชะทานแห่งอาตมา โดยเวทนาพร้อมทั้งสาม ขอให้ข้ามสังสารวัฎ ตรัสรู้ธรรมพิศมัย ขอให้เกิดในวรศาสนา เมตไตรยาจะมาตรัส วัตรปฏิบัติให้บริบูรณ์ กุศลบุญอย่าแคล้ว ตราบเท่าถึงเมืองแก้วแห่งท้องนฤพาน ก่อสร้างกุศลสืบศาสนา มุ่งหมายให้คลาดแคล้วมารร้าย เดชะผลได้สร้างทาน

ถนนสะพานศาลเทพยเจ้า เขาสโมรง

อีกบ่อศาลาโรง พักร้อน

เสร็จด้วยอ่างหินโอง โอภาส

ฉลองสละทรัพย์ซ้อน เพื่อสร้างโพธิญาณ

พระสุนทรนุรักษ์รู้ รสธรรม

ความที่น่าพันอัน กล่าวแล้ว

ชวนชนประชุมกัน สร้างกุศลแฮ

พร้อมมนัสแน่แน่ว มุ่งฟ้าฝ่ายเดียว

(ข้อความที่ อ.โกวิท คติการ จดและอ่านได้มีแค่นี้)

ปัจจุบันหลักศิลาทั้ง 3 ยังตั้งอยู่อย่างมั่นคงอยู่ในศาลาที่ตั้งของหลักศิลาในบริเวณ โรงพยาลบาลจิตเวชสงขลา หรือที่คนรุ่นเก่าเรียกว่า รพ.ประสาทสงขลา นั่นเอง

ขอบคุณข้อมูลจาก
#สำนักวิทยบริการและเทคโนโลยีสารสนเทศ #มหาวิทยาลัยราชภัฏสงขลา
ที่มา Surad Thongcharoen กลุ่ม นาฬิกาแห่งกาลเวลาที่ สงขลา (Sinc.19Feb2011)
ศูนย์ข่าวบ้านเรา ฉับไวทุกข่าวสาร ทันทุกสถานการณ์ท้องถิ่น
แจ้งข่าว รายงานข่าว โทร.074-214222 อีเมลล์ webgimyong@gmail.com

ออฟไลน์ Kickarnam Namkum

Re: ศิลา 3 หลัก 3 ภาษา โบราณวัตถุของเมือง 2 เล
« ตอบกลับ #1 เมื่อ: 20:52 น. วันที่ 30 พ.ย.62 »
ขอบคุณเรื่องราวดีๆครับ

 


ร่วมขับเคลื่อนโดย
เว็บไซท์นี้จัดสร้างขึ้นมาเพื่อเป็นสังคมออนไลน์ของชาวหาดใหญ่ - สงขลา สงวนลิขสิทธิ์ © บริษัท บ้านเรา คอร์ปอเรชั่น จำกัด
นโยบาย | เกี่ยวกับเรา | ลงโฆษณา | ร้องเรียน | แจ้งข้อผิดพลาด | ติดต่อเรา | มีอะไรใหม่ในเว็บกิมหยง | คุยกับเว็บมาสเตอร์
เครือข่ายเว็บไซท์ท้องถิ่นไทย [ ตรัง ] [ ขอนแก่น ] [ เชียงใหม่ ] [ เชียงราย ] [ อุดรธานี ] [ หาดใหญ่ - สงขลา ] [ น่าน ] [ พัทลุง ] [ นครศรีธรรมราช ]