gimyong หาดใหญ่
ศูนย์ประชุมนานาชาติฉลองสิริราชสมบัติครบ ๖๐ ปี
 

 

ผู้เขียน หัวข้อ: จุดเด่นของแอปพลิเคชั่นสำหรับ work from home ทำงานสไตล์ไหนเลือกใช้อะไรถึงจะโดน  (อ่าน 1822 ครั้ง)

จุดเด่นของแอปพลิเคชั่นสำหรับ work from home ทำงานสไตล์ไหนเลือกใช้อะไรถึงจะโดน

ออฟไลน์ unyanaa

work from home กลายเป็นคำที่ถูกกล่าวถึงบ่อยครั้งในระยะนี้ เพราะหลายองค์กรต้องปรับรูปแบบเป็นการทำงานจากที่บ้านเนื่องจากการแพร่ระบาดของโควิดในปัจจุบัน ซึ่งทาง iprospect thailand ได้รวมจุดเด่นในแต่แอปพลิเคชันที่เหมาะกับการ work from home แบบสุด ๆ มาแชร์ให้ทุกคน มาดูกันว่า แอปพลิเคชันตัวใดเหมาะกับองค์กรและสไตล์การทำงานของคุณบ้าง
•   Microsoft Teams
การเชื่อมต่อกับโปรแกรม Microsoft Office ต่าง ๆ เช่น ไมโครซอฟต์ เวิร์ด หรือ เอ็กเซล รองรับการทำงานออนไลน์ร่วมกันในขณะเดียวกันได้มากถึง 100 คน รวมทั้งบันทึกการประชุมย้อนหลังพร้อมอัปโหลด การใช้งานทำได้ง่ายและสะดวก
เหมาะกับ : องค์กรที่ใช้ Office 365 และ Microsoft เป็นหลัก ตั้งแต่องค์กรขนาดเล็กจนถึงองค์กรขนาดใหญ่
ค่าใช้จ่าย : ใช้งานฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย แต่มีข้อจำกัดสามารถจุคนในทีมได้สูงสุดเพียง 300 คนเท่านั้น สำหรับ Microsoft 365 Business Standard จะมีราคา 10 USD หรือประมาณ 323 บาท ต่อเดือน
•   Zoom
สามารถแชร์ภาพหน้าจอคอมพิวเตอร์เพื่อชมสไลด์ที่นำเสนอร่วมกัน มีระบบให้ผู้ใช้โปรแกรมพูดคุยและโต้ตอบกันได้ขณะประชุม โดยการเลือกฉากพื้นหลังที่แตกต่างกัน แถมยังสามารถแชร์หน้าจอให้กันได้อีกด้วย ที่น่าสนใจมากคือ ฟังก์ชัน Zoom Webinar จัดให้มีผู้เข้าร่วมสัมมนาพร้อมกันได้ถึง 10,000 คน
เหมาะกับ : การประชุม อบรม และสัมมนาทุกองค์กรทั้งขนาดเล็กและใหญ่
ค่าใช้จ่าย : แบบฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย และแบบตัวเต็ม เริ่มต้นที่ 14.99 USD หรือ 484.18 บาทต่อเดือน
•   Workplace by Facebook
จุดเด่นของระบบนี้คือ ทำงานร่วมกับแพลตฟอร์มอื่นได้ ทั้ง Dropbox หรือ Office 365 หรือ G Suite ของ Google สะดวกในการติดตามงานที่มอบหมาย ใช้ระบบ AI ในการอัปเดตงานขององค์กร ที่น่าสนใจคือระบบแปลภาษาแบบอัตโนมัติ ได้ถึง 46 ภาษา
เหมาะกับ : ทุกองค์กรทั้งขนาดเล็กและใหญ่
ค่าใช้จ่าย : มีให้เลือกแบบฟรีและแบบมีค่าใช้จ่าย คิดราคาเริ่มต้นที่ 4 USD หรือ 129.20 บาทต่อเดือน
•   Basecamp
สามารถส่งอีเมลถึงลูกค้าได้อย่างง่ายดายโดยไม่ต้องเข้าไปที่เว็บอื่น ทำให้สามารถส่งไฟล์งาน หรือข้อมูลให้ลูกค้าดูได้ง่ายและรวดเร็วมากยิ่งขึ้น การติดตามงานเป็นไปได้สะดวกสบายยิ่งขึ้น
เหมาะกับ : ทุกองค์กรทั้งขนาดเล็กและใหญ่
ค่าใช้จ่าย : ใช้งานได้ฟรีถึง 30 วัน หลัง 30 วันแล้ว ราคาเดือนละ 99 USD หรือ 3197.70 บาท แต่สำหรับธุรกิจทั่วไป ครูและนักเรียนสามารถใช้งานได้ฟรี
•   Slack
สามารถสร้างช่องทางสื่อสารโดยแบ่งเป็นทีมหรือเป็นแต่ละโครงการ ง่ายต่อการติดตามความคืบหน้าของแต่ละโครงการ ซึ่งการแบ่งช่องทางสื่อสารแยกจากกันนี้ จะทำให้การประชุมและพูดคุย ไม่สับสนกันไปมาว่าเป็นเรื่องของโครงการใด
เหมาะกับ: ทุกองค์กรทั้งขนาดเล็กและใหญ่
ค่าใช้จ่าย: มีทั้งแบบฟรีและแบบคิดค่าใช้จ่าย เริ่มต้นที่ 6.67 USD หรือราว 215.44 บาทต่อเดือน
•   Google Drive
มีวิธีการที่สะดวกไม่ยุ่งยาก ลดความซับซ้อนในการจัดเก็บไฟล์ข้อมูลเอกสาร และเรายังสามารถแก้ไขและดูไฟล์งานไปพร้อม ๆ กับเพื่อนร่วมงานผ่านเซิร์ฟเวอร์แบบเรียลไทม์ โดยไม่ต้องกังวลหากเกิดเหตุที่ไม่คาดคิดว่าสิ่งที่พิมพ์มานั้นจะหายไป ซึ่งระบบจะบันทึกงานให้อัตโนมัติ
เหมาะกับ : ทุกองค์กรทั้งขนาดเล็กและใหญ่
ค่าใช้จ่าย : 15 GB ใช้งานฟรี แต่ถ้าต้องการเพิ่มพื้นที่ จะมีค่าใช้จ่าย สำหรับพื้นที่ 100GB เดือนละ 1.99 USD หรือประมาณ 70 บาท สำหรับจ่ายรายปี 19.99 USD หรือ 700 บาท
iprospect thailand หวังว่าจุดเด่นของแอปแต่ละตัวคงจะถูกใจและเหมาะกับสไตล์การทำงานของใครหลายคน ซึ่งเทคโนโลยีเหล่านี้ก็เป็นส่วนหนึ่งของ เทคนิค work from home ที่เหมาะกับช่วงการระบาดของโควิด-19 นี้เป็นอย่างมาก

 


ร่วมขับเคลื่อนโดย
เว็บไซท์นี้จัดสร้างขึ้นมาเพื่อเป็นสังคมออนไลน์ของชาวหาดใหญ่ - สงขลา สงวนลิขสิทธิ์ © บริษัท บ้านเรา คอร์ปอเรชั่น จำกัด
นโยบาย | เกี่ยวกับเรา | ลงโฆษณา | ร้องเรียน | แจ้งข้อผิดพลาด | ติดต่อเรา | มีอะไรใหม่ในเว็บกิมหยง | คุยกับเว็บมาสเตอร์
เครือข่ายเว็บไซท์ท้องถิ่นไทย [ ตรัง ] [ ขอนแก่น ] [ เชียงใหม่ ] [ เชียงราย ] [ อุดรธานี ] [ หาดใหญ่ - สงขลา ] [ น่าน ] [ พัทลุง ] [ นครศรีธรรมราช ]