gimyong หาดใหญ่
ศูนย์ประชุมนานาชาติฉลองสิริราชสมบัติครบ ๖๐ ปี
 

 

ผู้เขียน หัวข้อ: 20 วิธี...ช่วยลดโลกร้อน  (อ่าน 3318 ครั้ง)

20 วิธี...ช่วยลดโลกร้อน

ออฟไลน์ Sasiphong

20 วิธี...ช่วยลดโลกร้อน
« เมื่อ: 11:04 น. วันที่ 26 พ.ย.63 »
ภาวะโลกร้อนในปัจจุบันไม่ใช่เรื่องไกลตัวอีกต่อไปแล้ว เนื่องจากปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้น ส่งผลกระทบต่อการดำเนินชีวิตของคนทั้งโลก หากทุกคนใส่ใจกับเรื่องนี้อย่างจริงจัง แม้จะเป็นกิจกรรมเล็กๆน้อยๆ ที่เราทำกันอยู่ทุกวัน ก็อาจลดผลกระทบที่เกิดขึ้นในวงกว้างได้ เราจึงมีวิธีลดภาวะโลกร้อนในแบบที่คุณทำตามได้ในชีวิตประจำวัน

1. ถอดปลั๊กไฟฟ้าทุกครั้งที่เลิกใช้งานเครื่องใช้ไฟฟ้า รู้ไหมว่าการใช้ไฟฟ้าในบ้านมีส่วนทำให้เกิดก๊าซเรือนกระจกถึง 16%
2. หันมาใช้พลังงานแสงอาทิตย์ในการตากผ้าแทนการอบผ้าในเครื่องซักผ้า
3. การรีดผ้า ควรรีดครั้งละมาก แทนการรีดทีละตัว เพื่อประหยัดการใช้ไฟฟ้า
4. ปิดแอร์ แล้วหันมาใช้พัดลมหรือเปิดหน้าต่างให้อากาศถ่ายเทมากขึ้น
5. เวลาไปห้างสรรพสินค้าอย่าเปิดประตูทิ้งไว้ เพราะแอร์จะทำงานหนักมากกว่าปกติ
6. ใช้บันไดแทนการใช้ลิฟต์ นอกจากได้ออกกำลังกายแล้วยังประหยัดได้ด้วย การกดลิฟต์หนึ่งครั้งจะเป็นการเสียค่าไฟถึงครั้งละ 7 บาท
7. ปิดไฟดวงที่ไม่จำเป็น โดยเปิดเฉพาะดวงที่จำเป็นต้องใช้จริง ๆ
8. ลดๆ การเล่นเกมลงบ้าง เพราะนอกจากสายตาจะเสียแล้ว ยังเปลืองไฟมาก
9. ตู้เย็นเก่า เพราะกินไฟมากกว่าตู้เย็นใหม่ถึง 2 เท่า ควรเปลี่ยนใหม่ดีกว่า
10. เปลี่ยนไปใช้ไฟแบบหลอด LED จะได้ไฟที่สว่างกว่าและประหยัดกว่าหลอดปกติ 40%
11. ยืดอายุตู้เย็นด้วยการไม่นำอาหารร้อนเข้าตู้เย็น และหลีกเลี่ยงการนำถุงพลาสติกใส่ของในตู้เย็น เพราะจะทำให้ตู้เย็นจ่ายความเย็นได้ไม่ทั่วถึงอาหาร
12. ละลายน้ำแข็งที่เกาะในตู้เย็นเป็นประจำ เพราะตู้เย็นจะกินไฟมากขึ้นเมื่อมีน้ำแข็งเกาะ
13. ใช้รถเมล์ รถไฟฟ้าแทนการใช้รถส่วนตัว
14. ใช้จักรยาน หรือเดินไปก็ดี ได้ออกกำลังกายไปในตัวด้วย
15. ใช้กระดาษแต่ละแผ่นอย่างประหยัดกระดาษรียูสหนังสือพิมพ์ เพราะกระดาษเหล่านั้นมาจากการตัดต้นไม้
16. เสื้อผ้าที่ไม่ใช้แล้ว เอาไปบริจาค เพราะในบางบริษัทมีการรับบริจาคเสื้อที่ใช้แล้ว จะนำไปหลอมทำเป็นเส้นใยใหม่อีกครั้ง ซึ่งจะเป็นวิธีช่วยลดก๊าซเรือนกระจกถึง 71%
17. ลดใช้พลาสติก โดยเลือกใช้ของที่สามารถนำมารีไซเคิลได้ เช่น กระเป๋าผ้า หรือกระติกน้ำ
18. พยายามทานอาหารให้หมด เพราะเศษอาหารเหล่านั้นก่อให้เกิดก๊าซมีเทน ซึ่งก่อให้เกิดความร้อนต่อโลกเพิ่มขึ้น
19. ร่วมกันประหยัดน้ำมันแบบ Car Pool เพื่อช่วยประหยัดน้ำมัน และยังเป็นการลดจำนวนรถติดบนถนนได้อีกทางด้วย
20. พยายามลดเนื้อสัตว์ที่เคี้ยวเอื้อง เช่น วัว เพราะมูลของสัตว์เหล่านั้นจะปล่อยก๊าซมีเทน

ขอบคุณ https://pd99club.com/

ดร.หมาบ้า

  • บุคคลทั่วไป
Re: 20 วิธี...ช่วยลดโลกร้อน
« ตอบกลับ #1 เมื่อ: 20:48 น. วันที่ 27 พ.ย.63 »
จดหมายจากไวรัสโคโรน่าถึงมนุษยชาติ.
Coronavirus Letter To Humanity .

โลกกระซิบแต่คุณไม่ได้ยิน
โลกเปล่งวาจา
แต่คุณไม่ฟัง
โลกกู่ร้องแต่คุณ
ไม่สนใจ

และแล้วฉันก้อถือกำเนิด...

ฉันไม่ได้เกิดมาเพื่อลงโทษคุณ...
ฉันเกิดมาเพื่อปลุกคุณให้ตื่น...

โลกร้องขอความช่วยเหลือ...

อุทกภัยก้อครั้งแล้วครั้งเล่า คุณไม่ฟัง
ไฟป่าซ้ำแล้วซ้ำเล่าคุณไม่
ฟัง
เฮอริเคนรุรแรงลูกแล้วลูกเล่า คุณไม่ฟัง
ทอร์นาโดน่าสะพรึงกลัวโหมกระหน่ำแต่คุณก้อไม่หัง

คุณไม่ยอมฟังแม้สัตว์ใต้ท้องทะเลกำลังตายจากขยะในทะเอ
น้ำแข็งขั้วโลกกำลังละลายในระดับที่ส่งสัญญาณอันตราย
มหันตภัยแล้ง

คุณไม่สนใจว่าโลกกำลังถูกคุกคามอย่างหนักหนาสาหัสเพียงใดจากมลพิษต่างๆ

สงครามที่ไม่มีวันยุติ
ความโลภที่ไม่รู้จักพอ

คุณยังคงดำเนินชีวิต
ตามใจปรารถา...
ไม่สนใจว่ามีความเกลียดชัง
ไม่สนใจว่ามีการฆ่าฟันกันหลายรายทุกวัน...
คุณคิดว่าการจะได้ไอโฟนรุ่นล่าสุดมาครองสำคัญกว่าสิ่งที่โลกพยายามจะบอกคุณ

แต่เวลานี้ฉันมาอยู่ที่นี่แล้ว

และฉันได้หยุดวิถีต่างๆของโลกและทำให้คุณต้องยอมฟังในที่สุด
ฉันทำให้คุณต้องหลบภัย
ฉันหยุดตัณหาในวัตถุนิยมของคุณ

เวลานี้คุณก้อเหมือนโลก...
คิดถึงแต่การเอาตัวรอด

เป็นยังไงละ?

ฉันให้คุณมีไข้ตัวร้อน
 ...เหมือนไฟป่าที่เกิดขึ้นบนโลก
ฉันให้คุณมีปัญหาต่างๆเกี่ยวกับระบบหายใจ...
เหมือนปัญหามลพิษในอากาศของโลก
ฉันให้คุณอ่อนแอเหมือนโลกทีถูกทำให้อ่อนแอลงทุกวัน

ฉันเอาความสะดวกสบายไปจากคุณ...
การท่องเที่ยวกับญาติมิตร
และความสำราญต่างๆที่คุณใช้เพื่อจะลืมคิดถึงปัญหามลพิษและความเจ็บปวดของโลก

และฉันได้ทำให้โลกทั้งใบ
หยุดหมุน

และเวลานี้...
ประเทศจีนมีคุณภาพอากาศดีขึ้น..ท้องฟ้าสีครามสดใสเพราะโรงงานทั้งหลายหยุดพ่นควันพิษขึ้นไปในอากาศของโลก
น้ำในเวนิสสะอาดใสมองเห็นปลาโลมาเพราะเรือกอนโดลาทั้งหลายที่ทำให้น้ำสกปรกจอดนิ่งไม่มีคนใช้บริการ

คุณจะต้องใช้เวลานี้ใคร่ครวญดูว่าสิ่งใดสำคัญในชีวิต

ขอย้ำอีกครั้งว่าฉันไม่ได้มาเพื่อลงโทษคุณ..ฉันมาเพื่อปลุกคุณให้ตื่นขึ้น...

โปรดฟังเสียงโลก
โปรดฟังเสียงเพรียกจากหัวใจของคุณ
หยุดสร้างมลพิษบนโลก
หยุดทะเลาะวิวาทต่อสู้กัน
หยุดไขว่คว้าวัตถุนิยม
และหันมารักเพื่อนบ้าน
เริ่มต้นรักษ์โลกและสิ่งแวดล้อมและสัตว์โลกน้อยใหญ่
เรื่มเชื่อในพระเจ้าผู้สร้างสรรพสิ่ง

เมื่อทุกอย่างจบลงและฉันจากไปแล้ว...โปรดจดจำโมเมนต์ต่างๆนี้ไว้...

เพราะครั้งหน้าฉันจะกลับมาและรุนแรงกว่านี้...

ลงชื่อ,
โคโรน่าไวรัส

วิเวียน อาร์ รีช เขียน
ดร.บรรจง ชมภูวงศ์ 
ศิษย์เก่าปรินส์
มนุษย์ 15 (ม.ช.)
ถอดความภาษาไทย
3เมษายน ค.ศ.2020


The earth whispered but you did not hear.
The earth spoke but you did not listen
The earth screamed but you turned her off.

And so I was born...

I was not born to punish you..
I was born to awaken you..

The earth cried out for help...

Massive flooding. But you didn't listen.
Burning fires. But you didn't listen.
Strong hurricanes. But you didn't listen.
Terrifying Tornadoes. But you didn't listen.

You still don't listen to the earth when.
Ocean animals are dying due to pollutants in the waters.
Glaciers melting at an alarming rate.
Severe drought.

You didn't listen to how much negativity the earth is receiving.

Non-stop wars.
Non-stop greed.

You just kept going on with your life..
No matter how much hate there was..
No matter how many killings daily..
It was more important to get that latest iPhone than worry about what the earth was trying to tell you..

But now I am here. 

And I've made the world stop on its tracks.
I've made YOU finally listen.
I've made you take refuge.
I've made you stop thinking about materialistic things..

Now you are like the earth...
You are only worried about YOUR survival.

How does that feel? 

I give you fever.. as the fires burn on earth.
I give you respiratory issues.. has pollution fill the earth air.
I give you weakness as the earth weakens every day. 

I took away your comforts..
Your outings. 
The things you would use to forget about the planet and its pain. 

And I made the world stop...

And now...
China has better air quality.. Skys are clear blue because factories are not spewing pollution unto the earth's air.
The water in Venice is clean and dolphins are being seen.  Because the gondola boats that pollute the water are not being used. 

YOU are having to take time to reflect on what is important in your life. 

Again I am not here to punish you.. I am here to Awaken you...

When all this is over and I am gone... Please remember these moments..

Listen to the earth.
Listen to your soul.
Stop Polluting the earth.
Stop Fighting among each other.
Stop caring about materialistic things.
And start loving your neighbors.
Start caring about the earth and all its creatures. 
Start believing in a Creator.


Because next time I may come back even stronger....

Signed,
Coronavirus

Written by: Vivienne R Reich ..
 ส.สู้ๆ


ดร. หมาบ้า

  • บุคคลทั่วไป
Re: 20 วิธี...ช่วยลดโลกร้อน
« ตอบกลับ #2 เมื่อ: 12:05 น. วันที่ 18 ธ.ค.63 »

. ส.สู้ๆ

BiG Mountain

  • บุคคลทั่วไป
Re: 20 วิธี...ช่วยลดโลกร้อน
« ตอบกลับ #3 เมื่อ: 22:18 น. วันที่ 18 ธ.ค.63 »

. ส.สู้ๆ ส.สู้ๆ

กุ้งแห้ง เจตนา

  • บุคคลทั่วไป
Re: 20 วิธี...ช่วยลดโลกร้อน
« ตอบกลับ #4 เมื่อ: 12:16 น. วันที่ 08 ม.ค.64 »
สมมุติ...
นายต้อย เก็บขวดขายตั้งแต่หนุ่มจนแก่ ก่อนตายยกเงินเก็บสองแสนบาทให้ลูก นายเจต ทำงาน ร.ป.ภบริษัทมาตั้งแต่หนุ่ม เมื่อเกษียณมีเงินเก็บหนึ่งล้านกว่าบาท เขาส่งทรัพย์สินต่อให้ลูกสองคน นายกุ้งแห้ง เปิดโรงงานผลิตน้ำดื่ม กิจการใหญ่ขึ้น มีบ้านห้าหลัง รถยนต์สิบคัน ก่อนตายก็ส่งต่อสิ่งทั้งหมดที่มีให้ลูกหลาน

การส่งทรัพย์สินต่อให้ลูกหลานเป็นระบบที่มนุษย์สร้างไว้มานานแสนนาน กติกาของเราคือทำงานสะสมทรัพย์สินให้เต็มที่ เมื่อตายก็ส่งต่อทรัพย์สินที่ดินให้ลูกหลานได้ ทำให้รู้สึกว่าคุ้มแก่การลงแรงทำงาน ดังนี้จึงเป็นภาพปกติที่เห็นพ่อแม่จำนวนมากก้มหน้าก้มตาหาเงิน เก็บเงินให้ลูก

จะว่าไปแล้ว ระบบนี้ใช้ตัณหาเป็นแรงขับเคลื่อน ตัณหาในที่นี้มิได้หมายความในเชิงร้าย แค่หมายถึงว่าใครทำงานมากกว่าก็ได้มากกว่า

มีผู้วิเคราะห์ว่าเหตุผลหนึ่งที่ระบอบคอมมิวนิสต์ล่มสลายก็เพราะมันสวนทางกับตัณหาของมนุษย์ ทำงานหนักแทบตายได้ค่าตอบแทนเท่าคนเกียจคร้าน ย่อมทำให้ทุกคนขี้เกียจเท่ากัน ระบอบคอมมิวนิสต์ในบางประเทศปัจจุบันจึงเป็นแค่เปลือก แก่นเปลี่ยนเป็นทุนนิยมไปแล้ว มหาเศรษฐีระดับโลกจำนวนมากเป็นคอมมิวนิสต์ ทั้งนี้เพราะระบอบการเมืองเปลี่ยนได้เสมอ แต่ธรรมชาติคนไม่เปลี่ยน ใครๆ ก็อยากได้ทรัพย์สมบัติมากๆ

…………

เคยสังเกตไหมว่า เมื่อเราย้ายเข้าบ้านใหม่หรือห้องเช่าใหม่ กินเวลานานเท่าไรที่เปลี่ยนจากห้องว่างเป็นห้องที่มีข้าวของเต็มแน่น ส่วนใหญ่ไม่นาน เพราะเป็นสัญชาตญาณของเรา

คนเราเกิดมาก็เริ่มสะสม จนกลายเป็นนิสัย

สัตว์จำศีลเก็บอาหารเท่าที่ต้องกินตลอดฤดูหนาว แต่มนุษย์สะสมสิ่งของมากๆ ทั้งที่ไม่มีความจำเป็นต้องใช้ทรัพย์มากขนาดนั้น มันอาจเป็นความรู้สึกปลอดภัยเมื่อมีทรัพย์มากๆ ยิ่งมีมากยิ่งอบอุ่นใจ จนมันกลายเป็นความรู้สึกทางจิตวิทยามากกว่าความจำเป็น

การเก็บเงินทองมากจนใช้ทั้งชีวิตไม่หมด และไม่สามารถเอาไปไหนได้หลังตาย จึงเป็นการใช้เวลาที่สิ้นเปลืองเปล่าๆ

เคยถามตัวเองไหมว่าเราต้องการทรัพย์สินเงินทองมากเท่าไรจึงจะรู้สึกปลอดภัย? เราต้องการความปลอดภัยมากจนมันกลายเป็นนิสัยงกหรือไม่?

เราได้ยินข่าวมหาเศรษฐีซื้อกิจการนั้นกิจการนี้ ซื้อสโมสรกีฬาในต่างประเทศ ฯลฯ ซื้อๆๆๆ เพราะไม่รู้จะทำอะไรกับเงินที่มี บางคนซื้อๆๆๆ เพียงเพราะตนเองสามารถซื้อได้ ไม่ต่างจากคนที่พูดๆๆๆ เพียงเพราะมีสมาร์ทโฟน กลายเป็นทาสเงินตราไปโดยไม่รู้ตัว

มองดูดีๆ จะเห็นว่า มีเงินแล้วเหนื่อยกว่าเดิม! ยิ่งมีสมบัติมากก็ยิ่งมีห่วงผูกคอมากเท่านั้น เพราะเท่าไรก็ไม่เคยพอ

กลายเป็นชีวิตที่รุงรัง

สมมุติว่านายต้อย นายเจต นายกุ้งแห้ง อยู่คนเดียวไม่มีญาติมิตร ไม่มีผู้รับมรดก บางทีพวกเขาอาจเดินชีวิตช้าลง เพราะไม่รู้จะสะสมทรัพย์สินมากมายให้คนอื่นใช้ไปทำไม

ถ้าหากการไม่มีห่วงทำให้เรารู้สึกพอเพียงง่ายกว่า เราอาจลองลดห่วงโดยมองว่า การมอบสมบัติให้ลูกหลานมากเกินความจำเป็นอาจทำร้ายพวกเขามากกว่า

…………..

ในช่วงสงครามใหญ่ เมื่อทั้งเมืองถูกทำลายราบเป็นหน้ากลอง จนมองไม่เห็นเส้นแบ่งที่ดิน แต่ละคนต้องเริ่มต้นใหม่ สร้างตัวใหม่จากศูนย์ เมื่อนั้นจึงพบสัจธรรมว่าความมั่นคงที่เกิดจากทรัพย์สินเป็นภาพลวงตา มนุษย์ไม่เคยเป็นเจ้าของอะไรทั้งสิ้น โฉนดที่ดินหรือใบกรรมสิทธิ์ เป็นเพียงสิ่งสมมุติในโลกมนุษย์ ออกแบบมาให้เราอยู่ร่วมกันได้

ทรัพย์สินพันล้านหมื่นล้านก็ไม่ได้ทำให้คนคนหนึ่งเป็นคนพิเศษขึ้นมา หากกอดสมบัตินั้นแน่น เพราะมันไม่ใช่ของเรา มันไม่เคยเป็นของเรา เราแค่ยืมธรรมชาติมาเท่านั้น

ดังนั้นทัศนคติว่าต้องมีมากกว่าคนอื่นอาจเป็นการสร้างโซ่ตรวนมาพันธนาการวิญญาณตัวเอง

แน่นอน มันย่อมมิใช่เรื่องเลวร้ายที่จะมีสมบัติพัสถานมาก หรือร่ำรวยล้นฟ้า แต่หากไม่สามารถอยู่เหนือความรวย ชีวิตก็ต้องเหนื่อยกับการแบกของหนักตลอดเวลา

ลองนึกภาพตัวเองเดินป่า ก่อนเข้าป่า ต้องการขนของชิ้นนั้นชิ้นนี้ ทุกชิ้นสำคัญ เข้าไปได้พักหนึ่ง ก็ลดความจำเป็นลงไปเรื่อยๆ เพราะพอเหนื่อยมากๆ สิ่งที่เคยจำเป็นเหลือเกินก็กลายเป็นความไม่จำเป็นแล้ว

เครื่องบินที่ประสบปัญหาขัดข้อง น้ำหนักมากไป ต้องทิ้งสัมภาระลงไป จึงตัวเบาขึ้น และบินต่อไปได้

เราไม่จำเป็นต้องทิ้งทุกอย่าง เพียงแต่อยู่เหนือทรัพย์สินเงินทอง เป็นเจ้านายมัน ไม่ใช่เป็นทาสมัน

ทานจึงเป็นเรื่องสำคัญทางพุทธ มันทำให้ตัวเราเบาสบาย คล่องตัว สมบัติยิ่งน้อยยิ่งเป็นอิสระ

ท่านพุทธทาสภิกขุกล่าวว่า “เวลาที่เราไม่มีอะไรเป็นของเราเลย นั่นแหละเป็นเวลาที่เรามีความสุขที่สุด”

ความหมายคือ เมื่อไม่มีอะไรเป็นตัวเราหรือเป็นของเรา ก็จะว่างจากความทุกข์

วลี ‘ไม่มีอะไร’ น่าจะกว้างกว่าแค่ทรัพย์สิน ข้าวของ คน ชื่อเสียง แต่รวมเรื่องการปรุงแต่งของใจด้วย

เมื่อห้องของหัวใจว่างจากตัณหา ก็ไม่เป็นทุกข์

การปล่อยวางทางวัตถุต้องเริ่มที่ปล่อยวางทางจิต แต่ไม่ง่าย

หัวใจของการออกแบบศิลปะทุกชนิดคือความเรียบง่าย องค์ประกอบไม่มากจนรุงรัง ชีวิตก็เหมือนกัน

เราเลือกที่เกิดไม่ได้ เราเลือกพ่อแม่ไม่ได้ เลือกสีผิว ประเทศ ไม่ได้ แต่เราเลือกที่จะเดินแบกของหนักหรือเดินแบบตัวเบาสบายไปตลอดชีวิตที่เหลืออยู่ได้... ส.สู้ๆ

โลภมาก ลาภหาย

  • บุคคลทั่วไป
Re: 20 วิธี...ช่วยลดโลกร้อน
« ตอบกลับ #5 เมื่อ: 16:22 น. วันที่ 12 ม.ค.64 »
"ลูกถูกจับเรื่องยา...."

ที่แรกที่พ่อแม่พี่น้องพากันแห่มาคือ
สถานีตำรวจ

หลบร้อนใต้ต้นไม้บ้าง
โทรหาคนนั้นคนนี้วุ่นวายไปหมด

เงินไม่มี ขอให้ผู้ใหญ่บ้านช่วย กำนันช่วย
วิ่งซื้อน้ำซื้อข้าวให้ลูกวุ่นทั้งวัน

ประกันไม่ทัน
ขับรถตามรถเรือนจำ ไปส่งลูกถึงเรือนจำ

ทำได้แค่ นั่งมองท้ายรถ
ขับลับตาไปในเรือนจำ

น้ำตาตกข้างในหัวใจ
ลูกกูจะอยู่ยังไง กินยังไง

ติดเสาร์อาทิตย์ประกันไม่ได้
ใจทั้งใจ...สลายลง

วันส่งฟ้อง ต้องร้อนใจ จะหาเงินที่ไหนไปประกัน
มีที่จำนองที่ มีควายขายควาย
มีอะไรแลกเป็นเงินประกันตัวลูกได้
เอาหมดทุกทาง

นั่งลุ้น นั่งรอ ทนายความ
ทำเรื่องประกัน หวั่นใจ

สุดท้าย ประกันไม่ได้
บ้านก็อยู่ไกล ขับรถกลับไปทั้งน้ำตา

หากิน ทำงาน ไม่เป็นท่า
อยากไปหาแก้วตาดวงใจ

พ่อขาเจ็บ แม่เป็นโรคไต
เมียอุ้มลูกน้อยมาต่อคิวเยี่ยม

เมียไม่ได้จดทะเบียนสมรส
ไม่ใช่นามสกุลเดียวกันเยี่ยมไม่ได้

อุ้มลูกน้อยอย่างหมดหวังหมดกำลังใจ
ไปนั่งรอโรงอาหารเรือนจำ

กินก๋วยเตี๋ยวคลุกน้ำตา หวังว่าสามีจะปลอดภัย
และได้...อิสระภาพ กลับมาพร้อมหน้า

ศาลตัดสินจำคุกสิบปี
พี่น้องครอบครัวทรุดลงคาศาล

พ่อก็แก่แม่ก็ป่วย ลูกยังเล็ก
ชีวิตต่อไปจะทำยังไง

รับชะตากรรม รับคำตัดสิน
ไปชดใช้ความผิด ในเรือนจำ

ค่าฟอกไตแม่ จ่ายไปเป็นค่าทนาย
ควายที่ไถนา หาเป็นค่าอะไรต่อมิอะไร

สุดท้ายที่นาก็ไม่เหลือ ควายก็ไม่อยู่
พ่อกับแม่ก็ล้มตาย เมียมีผัวใหม่
ลูกถูกพ่อเลี้ยงรังแกข่มขืน

งานศพพ่อ งานศพแม่
ไม่มีโอกาสแม้แต่ออกมาส่งท่านครั้งสุดท้าย

เจ็บปวดแทบขาดใจ
วันที่จดหมายจากญาติส่งไป

พ่อตายแล้วแม่ไม่อยู่
ลูกเมียมีผัวใหม่

กลับตัวกลับใจตั้งแต่วันนี้
หลายคนผ่านมาแล้ว
ยาเสพติดทำชีวิตพังมาไม่รู้เท่าไหร่แล้ว

#ติดคุกคนเดียวเดือดร้อนทั้งครอบครัว
#เลิกซะ ก่อนที่จะสายเกินไป —  ส.สู้ๆ

 


ร่วมขับเคลื่อนโดย
เว็บไซท์นี้จัดสร้างขึ้นมาเพื่อเป็นสังคมออนไลน์ของชาวหาดใหญ่ - สงขลา สงวนลิขสิทธิ์ © บริษัท บ้านเรา คอร์ปอเรชั่น จำกัด
นโยบาย | เกี่ยวกับเรา | ลงโฆษณา | ร้องเรียน | แจ้งข้อผิดพลาด | ติดต่อเรา | มีอะไรใหม่ในเว็บกิมหยง | คุยกับเว็บมาสเตอร์
เครือข่ายเว็บไซท์ท้องถิ่นไทย [ ตรัง ] [ ขอนแก่น ] [ เชียงใหม่ ] [ เชียงราย ] [ อุดรธานี ] [ หาดใหญ่ - สงขลา ] [ น่าน ] [ พัทลุง ] [ นครศรีธรรมราช ]