gimyong หาดใหญ่
ศูนย์ประชุมนานาชาติฉลองสิริราชสมบัติครบ ๖๐ ปี
 

 

ผู้เขียน หัวข้อ: อบจอินไซด์  (อ่าน 4556 ครั้ง)

อบจอินไซด์

เทพเจ้าสายฟ้า

  • บุคคลทั่วไป
อบจอินไซด์
« เมื่อ: 23:35 น. วันที่ 28 พ.ย.63 »
หน้าตาสงขลาก็ไม่น้อยหน้า....ในสิ่งที่H้ere
https://hilight.kapook.com/view/208966

ส้ม ก้าวหน้าหอ

  • บุคคลทั่วไป
Re: อบจอินไซด์
« ตอบกลับ #1 เมื่อ: 22:48 น. วันที่ 01 ธ.ค.63 »

. ส.สู้ๆ ส.สู้ๆ

ความจริงทั้งเพ

  • บุคคลทั่วไป
Re: อบจอินไซด์
« ตอบกลับ #2 เมื่อ: 15:04 น. วันที่ 02 ธ.ค.63 »
ความจริงทั้งเพ  ส.หลก

Red Get Out

  • บุคคลทั่วไป
Re: อบจอินไซด์
« ตอบกลับ #3 เมื่อ: 15:08 น. วันที่ 02 ธ.ค.63 »

. ส.สู้ๆ

CIA ส้มแดง

  • บุคคลทั่วไป
Re: อบจอินไซด์
« ตอบกลับ #4 เมื่อ: 10:56 น. วันที่ 12 ธ.ค.63 »

. ส.สู้ๆ


ยามซาเล้ง แดงส้ม

  • บุคคลทั่วไป
Re: อบจอินไซด์
« ตอบกลับ #5 เมื่อ: 11:00 น. วันที่ 12 ธ.ค.63 »

. ส.สู้ๆ

แมงดา แดงส้ม

  • บุคคลทั่วไป
Re: อบจอินไซด์
« ตอบกลับ #6 เมื่อ: 15:48 น. วันที่ 13 ธ.ค.63 »
"อย่าเล่นกับความรำคาญ"

       พอได้แล้วมั้ง.......

                พวกรุ่นใหม่ "นรกแตก" ทั้งหลาย!

                เห็นทางบ้าน-ทางเมืองตามใจเข้าหน่อย ไม่เอาเรื่อง-เอาความ ปล่อยให้สนุกตามประสาวัยแตกพาน
                ก็ชักเลอะเทอะ เลยเถิด
                อุดมกง-อุดมการณ์บ้าบออะไรที่ไหน ทุกอย่างมันไร้สาระ แค่ไอ้หมูตะกละรอชั่งกิโลพล่านระรานแลกรำไปวันๆ ชาวบ้านเขาทั้งเหม็น ทั้งรำคาญ รู้มั้ย?
                เรียนรัฐศาสตร์ การเมืองแนวคิดยุโรปเข้าหน่อย ถูกพวกจานเป่าตูดอีกนิด ทำเป็นตำราขึ้นสมอง
                คงเข้าใจว่าการล้มล้างสถาบันบ้านเมือง มันใช่และสนุกเหมือนเด็กเล่นจ้ำจี้ตามหนังสือปกขาวกระมัง?
                ช่างไม่ประสีประสาอะไรเล้ย........
                ไอ้ปิ๊มันประดิษฐ์วาทกรรมอะไรมาให้ ก็พล่ามตามไปเรื่อย เดี๋ยวจะสานต่อเจตนารมณ์คณะราษฎร ๒๔๗๕ เดี๋ยวจะเจริญรอยตีนแซง-ฌุชต์ ปฏิวัติ "ล้มเจ้า" อย่างฝรั่งเศส
                พอมุกแป้ก ก็เอาใหม่.......
                คราวนี้จะเปลี่ยนเป็นสาธารณรัฐ ซอยประเทศแบ่งกันไปเป็นเจ้าเมือง มีประธานาธิบดีครอบ
                เจอชาวบ้านชูส้นตีนให้ เปลี่ยนใหม่ คราวนี้ไปเป็นระบบมาร์กซิสต์ ระบบคอมมูนิสต์...ไปโน่น
                ไอ้เบื๊อก-อีบ้าเอ้ย...
                แบบนี้น่ะเรอะ คือนิสิต-นักศึกษา ที่ธนาธร-ปิยบุตร ปลุกเสกให้เป็นแบรนด์ "ผู้นำรุ่นใหม่" จะมานำประเทศไปสู่อนาคตที่ดีกว่า?
                เมื่อวาน (๑๐ ธ.ค.) วันรัฐธรรมนูญ "ทอน-ปิยบุตร" คงไม่ได้เป็นพ่อของฟ้าซะแล้วมั้ง?
                เห็นกิจกรรมที่จัดกัน ชู LGBT ปวิน ขึ้นทูนเทิดเป็นบิดาคนรุ่นใหม่แทนแล้ว!
                อยากให้สังเกต ม็อบ ๓ นิ้วตอนนี้ "นักเรียน-นิสิต-นักศึกษา" ทั่วไปที่ออกมาชุมนุม แทบไม่มีแล้ว เหลือแต่กลุ่มนำขบวนการ ซึ่งยากถอนตัว ก็ตกกระไดพลอยโจนไปเรื่อยๆ
                แล้วที่เป็นอยู่ พวกไหน?
                ก็พวกแดงส้ม "ทักษิณ-ธนาธร" เนื้อแท้ ที่ร่วมกันมาแต่ปี ๕๒-๕๓ โน่นแหละ
                อย่าง "สมยศ" ตัวตั้ง-ตัวตี ที่ดุนตูดเด็กออกหน้าไปร้องยูเอ็นประเด็นมาตรา ๑๑๒ นั่นแดงรุ่น "สนิมคุก" จับเขรอะ
                รุ่นใหม่ อย่าง เพนกวิน รุ้ง และอีกหลายคนบนเวทีวันนี้ พูดจาไม่รู้อหังการแบบเดิมๆ หายไปทางไหนหมด สู้ฝืนๆ ฝืดๆ เหมือนแหยงเงาลูกตุ้ม
                หรือจุกดินเนอร์ ทั้งบีฟทั้งแลมบ์ทั้งก้ามปูดองเกลือจากฝรั่งเศส เคล้าไวน์แกล้มชีส ที่โรงแรมเอราวัณ "เจ้าประจำ" คืนวาน ทั้งคณะจึงอืดๆ ไม่ต่างหมูกระเดือกรำจนเต็มคราบ!
                ยังไม่ใช่ Last Supper
            แต่สไตล์หนังไทย "ผู้ร้าย" กว่าจะตาย ต้องทุรน-ทุรายหลายตลบ แก๊ง ๓ นิ้ว ตะโกนล้มเจ้า "แลกไวน์" นี่เหมือนกัน ลึกๆ ในใจ รู้อนาคตตัวเองแล้วล่ะ
                สู้เป็นธนาธร ถอยเป็นนักโทษ!
                สิ่งที่รกสังคมตอนนี้ เปลี่ยนจากปิดถนนชุมนุม ไปเป็น แม้ไม่ชุมนุม "การ์ด" ก็ยังยกแก๊งกวนเมือง
                อ้างเป็นกิจกรรมอาสาด้วยชาวบ้านเรียกร้อง!
                ประเด็นที่รัฐบาลต้องคิดตอนนี้คือ การอาศัยความรำคาญม็อบจากชาวบ้าน แล้วให้สังคมชาวบ้านไปจัดการกันเองนั้น
                ก็ไม่ผิด!
                แต่อยากบอกว่า มันได้ช่วงหนึ่ง-ระยะหนึ่งเท่านั้น การปล่อยให้ผู้ใหญ่ "ตีตั๋วเด็ก" ทุราจารเมืองไม่หยุด-ไม่หย่อนแบบนี้ ความเดือดร้อน-รำคาญของชาวบ้าน จากปิดถนนบ่อยๆ นี่แหละ
                จากรำคาญม็อบ.......
                กระแสมันจะตีกลับไป "รำคาญรัฐบาล" ว่าไม่คิดจะทำอะไรให้บ้านเมืองสงบสุข ชาวบ้าน-ชาวช่อง ได้อยู่สบายกันบ้างหรือ?
                ม็อบมันได้คืบก็เอาศอก เห็นรัฐบาล "เอ็นดูเด็ก" เด็กมันเลยสนุก
                แต่ก่อนเลียบๆ เคียงๆ เมื่อพูดถึงเจ้า แต่ตอนนี้ มัน "ด่าเจ้า" โจ่งแจ้ง เต็มปาก-เต็มคำ
                รัฐบาลก็ยังเอ็นดู แถมจับแล้วก็ปล่อย-ปล่อยแล้วก็จับ เป็นแมวเล่นกับหนู มันยิ่งได้ใจ
                ก็ระวังเถอะ........
                รัฐบาล "เอ็นจะขาด"!             
                เพราะชาวบ้าน "หมั่นไส้-รำคาญ" ที่คลุมเครือก็ไม่เอา ที่โจ่งแจ้งก็ไม่จับ ไม่เอาอะไรซักอย่าง ปล่อยให้เด็กขี่คอ เอาไอ้จ๋อทิ่มปากอยู่นั่นแหละ
                ทีนี้แหละ เจอ "แนวร่วมหัวกลับ" ทั้งชาวบ้านหมั่นไส้ ทั้งพวกตีตั๋วเด็กทะลวงไส้ รัฐบาลหงายท้องหงายไส้ได้ง่ายๆ อย่านึกว่าเป็นไปไม่ได้นะ
                เพราะทุกวันนี้ มันเละเทะ
                ไม่มีเหตุผลอะไร ที่ม็อบ ๓ นิ้ว อยากปิดถนนกินหมูกระทะ เต้นระบำ อยากจับคู่อิสรภาพทางเพศตรงไหน ก็แห่กันไปปิดตรงนั้น เอากันข้ามเดือน-ข้ามปี
                คนดี เพราะความเป็นพลเมืองดีที่ต้องเอื้อเฟื้อกฎหมายต้องเข้าคุก-เข้าตะรางทันที ไม่รู้เท่าไหร่
                แต่กับคนจัญไร อันตรายบ้านเมืองแบบนี้ กลับเมตตา-อภัยซ้ำซากกันเหลือเกิน
                แล้วแบบนี้ คิดซิ...
                ดี-ลำบาก, จัญไร-สบาย แล้วใครมันจะอยากลำบาก จริงมั้ย ในสำนึกพื้นฐานของคน?
                คุยเรื่อง "สินบน ๒๐ ล้าน" กันซักนิด เพราะยังไม่สิ้นกระแสความ มีอัยการไปออกโทรทัศน์ ให้ความเห็นกรณีที่ดินทรัพย์สินฯ ตามเป็นข่าว ว่า
                นายสกุลธร จึงรุ่งเรืองกิจ ลูกแม่สมพร น้องนายธนาธร "ถูกหลอก" เอาเงิน ในส่วนคดีจบแล้ว ไม่อาจรื้อฟื้นได้!             
                ก็มีผู้รู้ออกมาท้วงขรม อย่างน้อยก็ เช่น
                Chuchart Srisaeng
            นักกฎหมายท่านหนึ่งไปพูดในรายการโทรทัศน์ว่า นายสกุลธร จึงรุ่งเรืองกิจ ถูกหลอก คดีจบแล้ว ไม่อาจรื้อฟื้นได้
            ข้อเท็จจริงที่ยุติในคำพิพากษาในคดีหมายเลขดำ อท 76/2562 คดีอาญาหมายเลขแดงที่ อท 228/2563 ของศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง ตอนหนึ่งว่า
            .....ต่อมานายสกุลธรได้จ่ายเงินให้จำเลยทั้งสองรวม 3 งวด เป็นเงิน 20 ล้านบาท เพื่อเป็นการตอบแทนในการที่จำเลยทั้งสองจะร่วมกันไปติดต่อประสานงานและให้นำเงินส่วนหนึ่งไปมอบให้รองผู้อำนวยการสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ ซึ่งเป็นเจ้าพนักงาน โดยวิธีอันทุจริตและผิดกฎหมาย
            .....เพื่อจูงใจรองผู้อำนวยการสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ให้กระทำในหน้าที่ด้วยการจัดสรรที่ดินซึ่งเป็นทรัพย์สินของสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์บริเวณองค์การโทรศัพท์แห่งประเทศไทย ให้บริษัท เรียลแอสเสท ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด ได้สิทธิการเช่าระยะยาว
            ......โดยไม่ต้องผ่านการประมูลตามขั้นตอนตามปกติของการเช่าที่ดินของสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์อันเป็นคุณแก่บริษัท เรียลแอสเสท ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด และทำให้สำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์เสียหาย
            .....ข้อเท็จจริงที่ว่า นายสกุลธรให้จำเลยทั้งสองนำเงินส่วนหนึ่งไปมอบให้รองผู้อำนวยการสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ ซึ่งเป็นเจ้าพนักงาน โดยวิธีอันทุจริตและผิดกฎหมาย ฯลฯ
.           ....ย่อมแสดงให้เห็นได้ชัดแจ้งว่า นายสกุลธรมีเจตนาต้องการกระทำด้วยความสมัครใจของตนเอง ไม่ใช่เรื่องถูกหลอกแต่อย่างใด
.           ....ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา
            .....มาตรา ๓๙ สิทธินําคดีอาญามาฟ้องย่อมระงับไปดังต่อไปนี้
            (๑) โดยความตายของผู้กระทําผิด
            (๒) ในคดีความผิดต่อส่วนตัว เมื่อได้ถอนคําร้องทุกข์ ถอนฟ้อง หรือยอมความกันโดยถูกต้องตามกฎหมาย
            (๓) เมื่อคดีเลิกกันตามมาตรา ๓๗
            (๔) เมื่อมีคําพิพากษาเสร็จเด็ดขาดในความผิดซึ่งได้ฟ้อง
            (๕) เมื่อมีกฎหมายออกใช้ภายหลังการกระทําผิดยกเลิกความผิดเช่นนั้น
            (๖) เมื่อคดีขาดอายุความ
            (๗) เมื่อมีกฎหมายยกเว้นโทษ
            กรณีของนายสกุลธรไม่เข้าข่ายคดีระงับตามมาตรา ๓๙ คดีจึงยังไม่จบ
            พนักงานสอบสวนจึงยังทำการสอบสวนได้ และเมื่อทำการสอบสวนเสร็จ ถ้าเห็นว่า นายสกุลธรกระทำผิด ก็ส่งสำนวนการสอบสวนไปให้พนักงานอัยการพิจารณาสั่งฟ้องต่อศาลได้
            กรณีของนายสกุลธรไม่ใช่เรื่องการรื้อฟื้นคดี เพราะยังไม่ถูกฟ้องคดีและศาลยังไม่มีคำพิพากษา
            ครับ....
                ต้องอาศัยระดับ "อดีตผู้พากษาศาลฎีกา" ชี้แนวกฎหมาย จะได้ไม่สับสน-ลังเลว่า จะเชื่อทางไหนดี
                สรุป นายสกุลธรจะถูกข้อหาติดสินบน ๑๐๐%
                ในเอกสารแถลงข่าวสำนักงานอัยการสูงสุด ที่แจกเมื่อ ๙ ธ.ค.๖๓ บอกชัดเจนถึงขั้นตอนไว้แล้ว ว่า
                "เนื่องจากพนักงานสอบสวนไม่ได้สอบสวนความผิดของ นายสกุลธร จึงรุ่งเรืองกิจ รวมทั้งไม่ได้ตั้งเป็นผู้ต้องหาและไม่มีการสอบปากคําใดๆ ไว้ในสํานวน
            โดยพนักงานสอบสวนได้สรุปไว้ในรายงานการสอบสวนเสนอพนักงานอัยการว่า
            "ในส่วนของนายสกุลธร จึงรุ่งเรืองกิจ พนักงานสอบสวนอยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐาน เพื่อดําเนินคดีตามกฎหมายต่อไป"
            โดยแยกสํานวนดําเนินคดีต่างหาก ออกจากคดีนี้"
            และตอนนี้ "พล.ต.ต.สุวัฒน์ แสงนุ่ม" ผู้บังคับการกองปราบ ตั้งพนักงานสอบสวน เพื่อดำเนินการกับนายสกุลธรแล้ว ในฐานความผิด
                "เป็นผู้ใช้และสนับสนุนให้เจ้าพนักงานกระทำการทุจริต" คือ การติดสินบน!
                ข่าวดีมาช้า "แต่ชัวร์" ในระบบยุติธรรม.

เปลว สีเงิน
https://www.thaipost.net/main/detail/86546

ตะกวด ส้มแดง

  • บุคคลทั่วไป
Re: อบจอินไซด์
« ตอบกลับ #7 เมื่อ: 15:50 น. วันที่ 13 ธ.ค.63 »

. ส.สู้ๆ

แมงดาVSตะกวด

  • บุคคลทั่วไป
Re: อบจอินไซด์
« ตอบกลับ #8 เมื่อ: 18:55 น. วันที่ 15 ธ.ค.63 »

. ส.สู้ๆ

กศน.ส้มแดง

  • บุคคลทั่วไป
Re: อบจอินไซด์
« ตอบกลับ #9 เมื่อ: 11:52 น. วันที่ 18 ธ.ค.63 »

. ส.สู้ๆ ส.สู้ๆ ส.สู้ๆ

กศน.แดงส้ม

  • บุคคลทั่วไป
Re: อบจอินไซด์
« ตอบกลับ #10 เมื่อ: 22:47 น. วันที่ 18 ธ.ค.63 »

. ส.สู้ๆ

Red Orange Communism

  • บุคคลทั่วไป
Re: อบจอินไซด์
« ตอบกลับ #11 เมื่อ: 09:08 น. วันที่ 20 ธ.ค.63 »
สมมุติ...
นายต้อย เก็บขวดขายตั้งแต่หนุ่มจนแก่ ก่อนตายยกเงินเก็บสองแสนบาทให้ลูก นายเจต ทำงาน ร.ป.ภบริษัทมาตั้งแต่หนุ่ม เมื่อเกษียณมีเงินเก็บหนึ่งล้านกว่าบาท เขาส่งทรัพย์สินต่อให้ลูกสองคน นายบุญจริง เปิดโรงงานผลิตปลากระป๋อง กิจการใหญ่ขึ้น มีบ้านห้าหลัง รถยนต์สิบคัน ก่อนตายก็ส่งต่อสิ่งทั้งหมดที่มีให้ลูกหลาน

การส่งทรัพย์สินต่อให้ลูกหลานเป็นระบบที่มนุษย์สร้างไว้มานานแสนนาน กติกาของเราคือทำงานสะสมทรัพย์สินให้เต็มที่ เมื่อตายก็ส่งต่อทรัพย์สินที่ดินให้ลูกหลานได้ ทำให้รู้สึกว่าคุ้มแก่การลงแรงทำงาน ดังนี้จึงเป็นภาพปกติที่เห็นพ่อแม่จำนวนมากก้มหน้าก้มตาหาเงิน เก็บเงินให้ลูก

จะว่าไปแล้ว ระบบนี้ใช้ตัณหาเป็นแรงขับเคลื่อน ตัณหาในที่นี้มิได้หมายความในเชิงร้าย แค่หมายถึงว่าใครทำงานมากกว่าก็ได้มากกว่า

มีผู้วิเคราะห์ว่าเหตุผลหนึ่งที่ระบอบคอมมิวนิสต์ล่มสลายก็เพราะมันสวนทางกับตัณหาของมนุษย์ ทำงานหนักแทบตายได้ค่าตอบแทนเท่าคนเกียจคร้าน ย่อมทำให้ทุกคนขี้เกียจเท่ากัน ระบอบคอมมิวนิสต์ในบางประเทศปัจจุบันจึงเป็นแค่เปลือก แก่นเปลี่ยนเป็นทุนนิยมไปแล้ว มหาเศรษฐีระดับโลกจำนวนมากเป็นคอมมิวนิสต์ ทั้งนี้เพราะระบอบการเมืองเปลี่ยนได้เสมอ แต่ธรรมชาติคนไม่เปลี่ยน ใครๆ ก็อยากได้ทรัพย์สมบัติมากๆ

…………

เคยสังเกตไหมว่า เมื่อเราย้ายเข้าบ้านใหม่หรือห้องเช่าใหม่ กินเวลานานเท่าไรที่เปลี่ยนจากห้องว่างเป็นห้องที่มีข้าวของเต็มแน่น ส่วนใหญ่ไม่นาน เพราะเป็นสัญชาตญาณของเรา

คนเราเกิดมาก็เริ่มสะสม จนกลายเป็นนิสัย

สัตว์จำศีลเก็บอาหารเท่าที่ต้องกินตลอดฤดูหนาว แต่มนุษย์สะสมสิ่งของมากๆ ทั้งที่ไม่มีความจำเป็นต้องใช้ทรัพย์มากขนาดนั้น มันอาจเป็นความรู้สึกปลอดภัยเมื่อมีทรัพย์มากๆ ยิ่งมีมากยิ่งอบอุ่นใจ จนมันกลายเป็นความรู้สึกทางจิตวิทยามากกว่าความจำเป็น

การเก็บเงินทองมากจนใช้ทั้งชีวิตไม่หมด และไม่สามารถเอาไปไหนได้หลังตาย จึงเป็นการใช้เวลาที่สิ้นเปลืองเปล่าๆ

เคยถามตัวเองไหมว่าเราต้องการทรัพย์สินเงินทองมากเท่าไรจึงจะรู้สึกปลอดภัย? เราต้องการความปลอดภัยมากจนมันกลายเป็นนิสัยงกหรือไม่?

เราได้ยินข่าวมหาเศรษฐีซื้อกิจการนั้นกิจการนี้ ซื้อสโมสรกีฬาในต่างประเทศ ฯลฯ ซื้อๆๆๆ เพราะไม่รู้จะทำอะไรกับเงินที่มี บางคนซื้อๆๆๆ เพียงเพราะตนเองสามารถซื้อได้ ไม่ต่างจากคนที่พูดๆๆๆ เพียงเพราะมีสมาร์ทโฟน กลายเป็นทาสเงินตราไปโดยไม่รู้ตัว

มองดูดีๆ จะเห็นว่า มีเงินแล้วเหนื่อยกว่าเดิม! ยิ่งมีสมบัติมากก็ยิ่งมีห่วงผูกคอมากเท่านั้น เพราะเท่าไรก็ไม่เคยพอ

กลายเป็นชีวิตที่รุงรัง

สมมุติว่านายต้อย นายเจต นายบุญจริง อยู่คนเดียวไม่มีญาติมิตร ไม่มีผู้รับมรดก บางทีพวกเขาอาจเดินชีวิตช้าลง เพราะไม่รู้จะสะสมทรัพย์สินมากมายให้คนอื่นใช้ไปทำไม

ถ้าหากการไม่มีห่วงทำให้เรารู้สึกพอเพียงง่ายกว่า เราอาจลองลดห่วงโดยมองว่า การมอบสมบัติให้ลูกหลานมากเกินความจำเป็นอาจทำร้ายพวกเขามากกว่า

…………..

ในช่วงสงครามใหญ่ เมื่อทั้งเมืองถูกทำลายราบเป็นหน้ากลอง จนมองไม่เห็นเส้นแบ่งที่ดิน แต่ละคนต้องเริ่มต้นใหม่ สร้างตัวใหม่จากศูนย์ เมื่อนั้นจึงพบสัจธรรมว่าความมั่นคงที่เกิดจากทรัพย์สินเป็นภาพลวงตา มนุษย์ไม่เคยเป็นเจ้าของอะไรทั้งสิ้น โฉนดที่ดินหรือใบกรรมสิทธิ์ เป็นเพียงสิ่งสมมุติในโลกมนุษย์ ออกแบบมาให้เราอยู่ร่วมกันได้

ทรัพย์สินพันล้านหมื่นล้านก็ไม่ได้ทำให้คนคนหนึ่งเป็นคนพิเศษขึ้นมา หากกอดสมบัตินั้นแน่น เพราะมันไม่ใช่ของเรา มันไม่เคยเป็นของเรา เราแค่ยืมธรรมชาติมาเท่านั้น

ดังนั้นทัศนคติว่าต้องมีมากกว่าคนอื่นอาจเป็นการสร้างโซ่ตรวนมาพันธนาการวิญญาณตัวเอง

แน่นอน มันย่อมมิใช่เรื่องเลวร้ายที่จะมีสมบัติพัสถานมาก หรือร่ำรวยล้นฟ้า แต่หากไม่สามารถอยู่เหนือความรวย ชีวิตก็ต้องเหนื่อยกับการแบกของหนักตลอดเวลา

ลองนึกภาพตัวเองเดินป่า ก่อนเข้าป่า ต้องการขนของชิ้นนั้นชิ้นนี้ ทุกชิ้นสำคัญ เข้าไปได้พักหนึ่ง ก็ลดความจำเป็นลงไปเรื่อยๆ เพราะพอเหนื่อยมากๆ สิ่งที่เคยจำเป็นเหลือเกินก็กลายเป็นความไม่จำเป็นแล้ว

เครื่องบินที่ประสบปัญหาขัดข้อง น้ำหนักมากไป ต้องทิ้งสัมภาระลงไป จึงตัวเบาขึ้น และบินต่อไปได้

เราไม่จำเป็นต้องทิ้งทุกอย่าง เพียงแต่อยู่เหนือทรัพย์สินเงินทอง เป็นเจ้านายมัน ไม่ใช่เป็นทาสมัน

ทานจึงเป็นเรื่องสำคัญทางพุทธ มันทำให้ตัวเราเบาสบาย คล่องตัว สมบัติยิ่งน้อยยิ่งเป็นอิสระ

ท่านพุทธทาสภิกขุกล่าวว่า “เวลาที่เราไม่มีอะไรเป็นของเราเลย นั่นแหละเป็นเวลาที่เรามีความสุขที่สุด”

ความหมายคือ เมื่อไม่มีอะไรเป็นตัวเราหรือเป็นของเรา ก็จะว่างจากความทุกข์

วลี ‘ไม่มีอะไร’ น่าจะกว้างกว่าแค่ทรัพย์สิน ข้าวของ คน ชื่อเสียง แต่รวมเรื่องการปรุงแต่งของใจด้วย

เมื่อห้องของหัวใจว่างจากตัณหา ก็ไม่เป็นทุกข์

การปล่อยวางทางวัตถุต้องเริ่มที่ปล่อยวางทางจิต แต่ไม่ง่าย

หัวใจของการออกแบบศิลปะทุกชนิดคือความเรียบง่าย องค์ประกอบไม่มากจนรุงรัง ชีวิตก็เหมือนกัน

เราเลือกที่เกิดไม่ได้ เราเลือกพ่อแม่ไม่ได้ เลือกสีผิว ประเทศ ไม่ได้ แต่เราเลือกที่จะเดินแบกของหนักหรือเดินแบบตัวเบาสบายไปตลอดชีวิตที่เหลืออยู่ได้...  ส.สู้ๆ

วิน ส้มแดง

  • บุคคลทั่วไป
Re: อบจอินไซด์
« ตอบกลับ #12 เมื่อ: 15:29 น. วันที่ 21 ธ.ค.63 »

. ส.สู้ๆ

อบต.แดงส้ม

  • บุคคลทั่วไป
Re: อบจอินไซด์
« ตอบกลับ #13 เมื่อ: 10:36 น. วันที่ 25 ธ.ค.63 »
โรคโควิดพิษร้ายทำลายโลก
ยังเศร้าโศกไม่หายความตายคร่า
ทั้งเอเซียยุโรปอเมริกา
เจอถ้วนหน้าไม่หายความตายเยือน

.ไทยเป็นหนึ่งจึงครองปกป้องได้
โลกยกให้ที่หนึ่งซาบซึ้ง​เพื่ิอน
โลกอิจฉาพาให้ไทยมิเตือน
โควิดเคลื่อนเข้ามาผวาจัง

.ทัพพม่าพากลุ่มเข้ารุมเร้า
พากันเข้ามหาชัยทำให้คลั่ง
เริ่มระบาดหวาดกลัวจนรั้วพัง
พม่าหลั่งเข้าหลายตามชายแดน

.คนเห็นเงินเพลินใหญ่แล้วไปขน
ลักลอบจนโรคร้ายขยายแน่น
แผ่กว้างไปไกลหมดยากทดแทน
มันเป็นแค้นฝังหุ่นแล้วรุนแรง

.สมุทรสาครร้อนรนกลับปนโรค
คงต้องโศกเศร้าไปตั้งหลายแห่ง
ควบคุม​ยากหากหนีด่านสีแดง
ทุกหล้าแหล่งวันนี้มีโรคภัย

.ฤาเสียกรุงรุ่งเรืองพ่ายเมืองหม่อง
การปกป้องลำบากยุ่งยากใหม่
เมื่อโควิดพิษร้ายทำลายไทย
คงร้องไห้ชอกช้ำเสียน้ำตา... ส.สู้ๆ

ชัดเจน_เปลี่ยน!

  • บุคคลทั่วไป
Re: อบจอินไซด์
« ตอบกลับ #14 เมื่อ: 10:46 น. วันที่ 30 ธ.ค.63 »
ศาลสั่งจำคุก ไพร พัฒโน 2 ปี ไม่รอลงอาญา ปมทุจริตซื้อทองปิดองค์พระ 20 ล้าน  ส.มองลอดแว่น
https://hilight.kapook.com/view/209796

 


ร่วมขับเคลื่อนโดย
เว็บไซท์นี้จัดสร้างขึ้นมาเพื่อเป็นสังคมออนไลน์ของชาวหาดใหญ่ - สงขลา สงวนลิขสิทธิ์ © บริษัท บ้านเรา คอร์ปอเรชั่น จำกัด
นโยบาย | เกี่ยวกับเรา | ลงโฆษณา | ร้องเรียน | แจ้งข้อผิดพลาด | ติดต่อเรา | มีอะไรใหม่ในเว็บกิมหยง | คุยกับเว็บมาสเตอร์
เครือข่ายเว็บไซท์ท้องถิ่นไทย [ ตรัง ] [ ขอนแก่น ] [ เชียงใหม่ ] [ เชียงราย ] [ อุดรธานี ] [ หาดใหญ่ - สงขลา ] [ น่าน ] [ พัทลุง ] [ นครศรีธรรมราช ]