gimyong หาดใหญ่
ศูนย์ประชุมนานาชาติฉลองสิริราชสมบัติครบ ๖๐ ปี
 
 

 

ผู้เขียน หัวข้อ: ลองดูการประเมินตัวเลขผู้ติดเชื้อไวรัสโควิด19 ในมาเลเซีย ประเทศเพื่อนบ้านเรากันค่ะ  (อ่าน 2357 ครั้ง)

ลองดูการประเมินตัวเลขผู้ติดเชื้อไวรัสโควิด19 ในมาเลเซีย ประเทศเพื่อนบ้านเรากันค่ะ

ออฟไลน์ Superkung

เห็นกราฟแล้วเหนื่อยจริงๆ ขอให้ทางมาเลเซีย มียอดผู้ติดเชื้อไม่เป็นไปตามที่พยากรณ์เอาไว้นะคะ เพื่อนบ้านของเรา เราก็เป็นห่วงเช่นกัน

ช่วงนี้ต้องขอเป็นกำลังใจ และส่งใจให้ จนท.ที่ดูแลชายแดนไทยทุกพื้นที่เลยค่ะ ที่คอยป้องกันผู้ลักลอบผ่านเข้าแดนไทยมา อยากให้ชาวหาดใหญ่ และพี่น้องในจว.ชายแดนใต้ทุกท่านช่วยกันนะคะ ช่วยกันสอดส่องพื้นที่ค่ะ

หากพบเห็นการลับลอบเข้ามา ไม่ว่าอยู่ที่ใด ก็ช่วยกันแจ้งทางการนะคะ อย่าปล่อยให้โควิด19 ลอยนวลจนทำให้ภาคใต้ของเราต้องมีผู้ติดเชื้อเยอะค่ะ

#ร่วมด้วยช่วยกัน ให้สมกับเป็นชื่อหัวข้อกลุ่มค่ะ สงสารบุคลากรทางการแพทย์ที่ต้องคอยรับมือและเสี่ยงกับการติดเชื้อด้วยค่ะ 

เครดิตภาพการประเมินตัวเลขผู้ติดเชื้อระยะยาวจนถึงเดือนพฤษภาคม 2564 จากคุณหมอ Dr.Noor Hisham Abdullah

Super Jet

  • บุคคลทั่วไป
หลายปีก่อนช่วงปลายปี หมอไปดูเคสคุณลุง 90 ปี เป็นอัมพาตมา 1 วัน นอนติดเตียง ยังรู้ตัวดี แต่พูดพอได้ ขยับแขนขาซึกนึงไม่ได้

ลุงนอนอยู่ห้อง very VIP ที่สุด ของ รพ. มีผู้ดูแลหนึ่งคนดูแลอยู่ ดูนามสกุลของคุณลุง มันอันเดียวกันกับชื่อตึก พยาบาลเดินเข้ามาบอก “หมอคะ ท่านเป็นผู้บริจาคสร้างตึกนี้ค่ะ VIP หน่อยนะคะ” อืม ตอนนั้นผมก็รักษาเศรษฐีมาบ้างนะ แต่ไม่เคยรักษามหาเศรษฐี ก็กลัวๆหน่อย

หมอก็เดินไปดูเคสแบบเกร็งๆ แต่พอดูไปชวนคุยไปกันจนสนิทในระดับนึง ก็เริ่มคุยเล่นกันได้ คุยเล่นเหมือนตากะหลาน แกก็ไม่ถือตัว น่ารักเป็นกันเอง ใครที่เป็นคนไข้หมอก็จะเข้าใจว่าสไตล์หมอเป็นไง : )

หมอมาเยี่ยม 3 วันติด สังเกตว่าไม่มีญาติมาเยี่ยมเลย มีแต่คนดูแล คอยพลิกตัวไม่ให้เกิดแผลกดทับ คอยเช็ดขี้เช็ดเยี่ยวให้ลุง คอยพยุงลุงให้นั่ง คอยเกาให้เวลาคันเพราะแกเกาเองไม่ได้ ฯลฯ

ผมก็เลยถามลุงตรงๆ

“ คุณลุงครับ คุณลุงมีลูกหลานมั้ย ทำไมไม่มีใครมาเยี่ยมเลย ? ” ผมขมวดคิ้วถาม

“ ลุงมีลูกอยู่ 3 คน ทุกคนทำธุรกิจกันหมดเลยไม่มีเวลามาเยี่ยม ” ลุงพูดหน้านิ่งๆ

ผมหันไปมองผู้ดูแลผู้เปรียบเสมือนญาติของลุงตอนนี้ ยิ้มให้เค้า เค้ายิ้มแห้งๆกลับมา

“ คุณลุงครับ สมมตินะ สมมติ ถ้าขอพรปีใหม่ได้ ปีใหม่อยากได้อะไร ?

“ ลุงจะขอย้อนเวลากลับไป ไม่บ้าทำงาน ไม่ต้องรวยเป็นหมื่นล้าน แล้วเอาเวลาไปดูแลสุขภาพ ไปอยู่กับลูกหลาน ไปทำสิ่งที่อยากทำ ใช้ชีวิตให้มีความสุข “ 

ผมเงียบ

ไปหลายวินาที

นึกทบทวนหลายๆอย่าง

คืนนั้นผมเอาคำพูดคุณลุงไปคิด คิด แล้วก็คิด ว่าจริงๆแล้วชีวิตผมต้องการอะไรกันแน่ ก่อนหน้านี้ผมก็อยากมีเงินสักร้อยล้านก่อนอายุ 40 และทำได้แน่นอนถ้าผมใช้ศักยภาพสมองไปทำธุรกิจจริงจังโดยไม่ได้เป็นหมอรักษาคน แต่ถ้ามีร้อยล้านแล้วไงต่อ ถ้าสุดท้ายแล้วเป็นอัมพาตเป็นมะเร็งคุ้มมั้ยหว่า ?

คำพูดของคุณลุงลอยขึ้นมาทุกครั้งที่ผมไปเยี่ยมแก ราวๆ 2 สัปดาห์ แกก็ออกจากโรงพยาบาล

ผมเล่าเรื่องลุงท่านนี้ให้คนไข้กับญาติฟังคนอื่นๆฟัง ไม่ต่ำกว่า 500 รอบ โดยเฉพาะคนที่บ้างาน บ้าเงิน คนที่ใช้ชีวิตสุดโต่งโดยไม่รักสุขภาพ ทุกวันนี้ผมรักษาเศรษฐี มหาเศรษฐี หรืออภิมหาเศรษฐีเป็นเรื่องปกติ แต่สัจจะธรรมข้อนี้ ก็เหมือนเดิม

ตั้งแต่บัดนั้นเป็นต้นมา เวลามีคนถามผมว่า

“ ปีใหม่อยากได้อะไร ?” หรือ
“ เป้าหมายในชีวิตผมคืออะไร ? “

ผมก็ตอบไปอย่างมั่นใจว่า ...

“ ครอบครัว เวลา และความสุข ”

จะมีใครรักเราเท่าครอบครัว จะมีใครเช็ดขี้เช็ดเยี่ยวตอนเราเป็นอัมพาต ตอนเราไม่มีประโยชน์ ตอนเราไม่มีค่าอะไร บางทีอาจไม่ใช่สายเลือดเดียวกันแต่รักและหวังดีต่อกันจนเหมือนเป็นครอบครัวจริงๆก็ได้

จะมีทรัพย์สินใดหายากที่สุดเท่ากับเวลา ที่หมดไปทุกวัน แก่ตัวกันไปทุกวัน มีเงินหมื่นล้านก็ซื้อเวลากลับมาไม่ได้

จะมีสิ่งใดสำคัญที่สุดเท่ากับความสุข ทั้งทางร่างกายและจิตใจ ร่างกายแข็งแรงปราศจากโรคภัย จะรวยแค่ไหนก็ย้อนเวลามะเร็งย้อนอัมพาตไม่ได้

หมอไม่มีอะไรให้ นอกจากความจริงใจในการรักษาเหมือนญาติ  ความรู้และฝีมือที่พยายามพัฒนาให้เก่งขึ้นทุกๆวัน ความสนุกสนามร่าเริงที่ทำให้คนไข้และญาติๆยิ้มหัวเราะได้

แต่ก่อนผมอยากมีเงินหลายร้อยล้านจะได้เอาไปซื้อทุกสิ่ง ตอนนี้ผมแค่อยากมีความสุขที่แท้จริง เป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์ในทุกๆวัน... ส.สู้ๆ

Super Toy

  • บุคคลทั่วไป
มีเด็กวัยรุ่นติดกัญชายาบ้าคนหนึ่ง ตอนป่วย 20 วัน อยู่ห้อง ICU
ห้ามเยี่ยมเด็ดขาด
ไม่ได้พบญาติ ลูก เมีย เพื่อนฝูง
ต้องอยู่คนเดียวกับเครื่องช่วยหายใจ
และสายระโยงระยางทั่วร่าง
เพื่อประคอง​ชีวิต
หลังจากที่เครื่องช่วยหายใจทำงานตลอด 24 ชั่วโมง เป็นเวลากว่า 15 วัน ระบบต่างๆ ในร่างกายเริ่มล้มเหลว ทีละระบบ
จนกระทั่งลมหายใจสุดท้าย
ผู้ป่วยไม่มีโอกาสได้พบญาติ
ไม่มีโอกาสได้พูดคุย
ไม่มีโอกาสได้ร่ำลา
ไม่มีโอกาสได้พูดความในใจใดๆ
พยาบาลประจำหวอดแจ้งว่า
"คนไข้น่าจะมีห่วง มีกังวล
เพราะจากไปแบบไม่หลับตา"
การบรรจุศพ ก็ดำเนินการเสร็จจากห้อง ICU โดยหุ้มห่อถึง 3 ชั้นปิดผนึกสนิท ห้ามเปิดเด็ดขาด
ญาติไม่มีโอกาสได้พบหน้าเป็นครั้งสุดท้าย
พิธีศพก็ไม่มีจัด เคลื่อนศพออกจาก รพ.
และจัดพิธี​ฌาปนกิจ​ทันที
ไม่มีพิธีสวด...มีพิธีทำบุญ ๑ วัน ในวันรุ่งขึ้น

SuperJet

  • บุคคลทั่วไป
เด็กคนนี้อยู่ ม.3 ครูประจำชั้นสังเกตเห็นว่าชอบหลบเรียน กลัวว่าจะไปติดเกมส์ กลัวหลบเรียนไปร้านเกมส์ วันนี้ครูเลยแอบตามไป ไปถึงที่บ้านถึงกลับน้ำตาตก ซึ่งเด็กคนนี้จะเดินเท้ากลับบ้าน แถวพรุค้างคาว
ไปดูแลปู่ที่ป่วยช่วยเหลือตัวเองไม่ได้
ไปเช็ดตัว ป้อนข้าว ป้อนยา เที่ยงมาต้องรีบกลับเพราะเป็นห่วงปู่ผู้มีพระคุณและเลี้ยงดูมา เค้าคงกลัวที่จะต้องเสียปู่ไป
เค้าอยู่กับปู่ พ่อแม่ติดคุก แยกกันอยู่
บางทีก็ต้องรับจ้างล้างถ้วยจานร้านก๋วยเตี๋ยวเพื่อแลกเงิน 20 บาท
พอครูไปถึง เด็กนั่งร้องไห้สะอึกสะอื้น ย่าก็เล่าเรื่องหลานไปร้องไห้ไป ....
#เคยเห็นแต่ในหนัง
เด็กคนนี้มีความกตัญญูรู้คุณ น่ารักน่ายกย่องมากๆ เรื่องนี้ทำเอาเราร้องไห้ด้วยเลย #หัวใจหนูยิ่งใหญ่และงดงามมากๆ หนูแค่ ป.3 แต่หนูคิดได้และทำได้ขนาดนี้ #คือหนูสุดยอดมากลูก
ขณะนี้ทาง รร.ก็กำลังให้การดูแลช่วยเหลือ
ขอชื่นชมคุณครูที่ดูแลเอาใจใส่นักเรียน
ฝากถึงใครที่มีโอกาส มีพร้อมทุกอย่าง มีพ่อแม่ครอบครัวที่อบอุ่น กลับไม่เห็นค่า ทำลายโอกาสนี้ ให้มองดูเด็กคนนี้เป็นตัวอย่าง จงตั้งใจเรียนและเป็นคนกตัญญูรู้คุณ

Super Toy

  • บุคคลทั่วไป
"ลูกถูกจับเรื่องยา...."

ที่แรกที่พ่อแม่พี่น้องพากันแห่มาคือ
สถานีตำรวจ

หลบร้อนใต้ต้นไม้บ้าง
โทรหาคนนั้นคนนี้วุ่นวายไปหมด

เงินไม่มี ขอให้ผู้ใหญ่บ้านช่วย กำนันช่วย
วิ่งซื้อน้ำซื้อข้าวให้ลูกวุ่นทั้งวัน

ประกันไม่ทัน
ขับรถตามรถเรือนจำ ไปส่งลูกถึงเรือนจำ

ทำได้แค่ นั่งมองท้ายรถ
ขับลับตาไปในเรือนจำ

น้ำตาตกข้างในหัวใจ
ลูกกูจะอยู่ยังไง กินยังไง

ติดเสาร์อาทิตย์ประกันไม่ได้
ใจทั้งใจ...สลายลง

วันส่งฟ้อง ต้องร้อนใจ จะหาเงินที่ไหนไปประกัน
มีที่จำนองที่ มีควายขายควาย
มีอะไรแลกเป็นเงินประกันตัวลูกได้
เอาหมดทุกทาง

นั่งลุ้น นั่งรอ ทนายความ
ทำเรื่องประกัน หวั่นใจ

สุดท้าย ประกันไม่ได้
บ้านก็อยู่ไกล ขับรถกลับไปทั้งน้ำตา

หากิน ทำงาน ไม่เป็นท่า
อยากไปหาแก้วตาดวงใจ

พ่อขาเจ็บ แม่เป็นโรคไต
เมียอุ้มลูกน้อยมาต่อคิวเยี่ยม

เมียไม่ได้จดทะเบียนสมรส
ไม่ใช่นามสกุลเดียวกันเยี่ยมไม่ได้

อุ้มลูกน้อยอย่างหมดหวังหมดกำลังใจ
ไปนั่งรอโรงอาหารเรือนจำ

กินก๋วยเตี๋ยวคลุกน้ำตา หวังว่าสามีจะปลอดภัย
และได้...อิสระภาพ กลับมาพร้อมหน้า

ศาลตัดสินจำคุกสิบปี
พี่น้องครอบครัวทรุดลงคาศาล

พ่อก็แก่แม่ก็ป่วย ลูกยังเล็ก
ชีวิตต่อไปจะทำยังไง

รับชะตากรรม รับคำตัดสิน
ไปชดใช้ความผิด ในเรือนจำ

ค่าฟอกไตแม่ จ่ายไปเป็นค่าทนาย
ควายที่ไถนา หาเป็นค่าอะไรต่อมิอะไร

สุดท้ายที่นาก็ไม่เหลือ ควายก็ไม่อยู่
พ่อกับแม่ก็ล้มตาย เมียมีผัวใหม่
ลูกถูกพ่อเลี้ยงรังแกข่มขืน

งานศพพ่อ งานศพแม่
ไม่มีโอกาสแม้แต่ออกมาส่งท่านครั้งสุดท้าย

เจ็บปวดแทบขาดใจ
วันที่จดหมายจากญาติส่งไป

พ่อตายแล้วแม่ไม่อยู่
ลูกเมียมีผัวใหม่

กลับตัวกลับใจตั้งแต่วันนี้
หลายคนผ่านมาแล้ว
ยาเสพติดทำชีวิตพังมาไม่รู้เท่าไหร่แล้ว

#ติดคุกคนเดียวเดือดร้อนทั้งครอบครัว
#เลิกซะ ก่อนที่จะสายเกินไป

SuperJet

  • บุคคลทั่วไป
“ พ่อ สั่ง ไว้ เป็นเรื่องจริง“

พ่อบอกว่า ถ้าพ่อตาย
ไม่ต้องสวดเทศน์อภิธรรมนะ
เราถามว่า ทำไมไม่สวดหล่ะ...?
พ่อบอกว่า
"สวดอภิธรรมคือการสวดเพื่อ
ให้คนเป็นได้รู้จักธรรมมะ
ได้สำนึกการใช้ชีวิตว่า
"อย่าประมาท" แต่ สมัยนี้
 ต่อให้เทศน์ 100 วัน
ก็ไปนั่งคุยกัน ก้มหน้าดูแต่โทรศัพท์
 สู้ให้พระสงฆ์ท่านพักผ่อนดีกว่า
หรือถ้าขัดไม่ได้จริงๆคือสวดแค่1 คืน
 แล้วเผาเลย...

เราถามต่อว่าแล้ว
อย่างนี้ลูกหลานจะมาทันเผาหรือ?
พ่อบอกว่า
การเผาศพนั้นเป็นหน้าที่
ของสัปเหร่อ
 ส่วน ลูก หลาน
 ญาติพี่น้องคือผู้ร่วมพิธี
และถ้าเขาคิดถึงเรา
"ให้มาหาตอนยังไม่ตาย"
 ตอนที่พ่อมีชีวิตอยู่จะได้
รู้สึกถึงความรักและกตัญญู
ของลูกหลาน ของญาติพี่น้อง
พอได้ชื่นใจ
แต่หากตายแล้ว
 ก็ไม่จำเป็นต้องมาก็ได้
ลำบากกันเปล่าๆ  มีอะไรที่จำเป็นต้องทำ
ก็ทำต่อไป และการมางาน
คนอยู่ก็ต้องลำบาก
ยุ่งยากเตรียมการดูแลต้อนรับอีก

เรายังสงสัย... แล้วคนที่เรา
เคยไปช่วยงานเขาแล้ว
เขาอยากกลับมาช่วยงานเรา
คืนบ้างหล่ะ หรือคนที่รู้จัก
ที่นับถือกันอยากมาร่วมทำบุญกับพ่อหล่ะ?
พ่อบอกว่า : เวลาที่เราแบ่งปันให้คนอื่น
ทำความดี อย่าหวังถึงสิ่งตอบแทน
หรือคาดหวังว่าเขาต้องกลับมา
ตอบแทนเรา การให้ ก็ ให้ทำตามกำลังเรา
ให้แล้วคือการได้ฝึกจิตใจเมตตา
ให้ละซึ่งกิเลส ความอยากต่างๆ
และสำหรับคนที่รู้จัก
อยากเป็นพระพรร่วมกับพ่อ
ก็ให้เขาเอาส่วนนั้น ทำกับพ่อแม่
หรือบุพการี ถ้าไม่มีก็ไปมอบที่วัด
หรือกับผู้ยากไร้ หรือที่ไหนก็ได้
ตามสะดวกของแต่ละคน
แล้วอธิษฐานจิตบอกพ่อก็น่าจะได้...

และการอ่านประวัติ ก็ไม่จำเป็น
ต้องสรรหาคำมาบอกเล่าคุณความดี
ให้เสียเวลาเผา เดี๋ยวจะค่ำมืด
กว่าจะได้เก็บกระดูก เพราะที่ผ่านมา
และนับจากนี้ พ่อจะสร้างคุณค่า
และความดีไว้กับแผ่นดิน
ด้วยการปลูกต้นไม้ สร้างป่า
และธรรมชาติ เป็นอนุสรณ์
ให้บอกเล่าประวัติของพ่อเอง...

เราหมดคำถาม
แต่มีกำลังใจเพิ่มขึ้น
ที่จะช่วยพ่อสร้าง และ
ฝากชีวประวัติพ่อไว้ในแผ่นดิน..

พ่อบอกว่า การทำดีกับใครนั้น อย่าไปหวังสิ่งตอบแทน หรืออย่าไปคาดหวังเพื่อให้คนนั้นทำดีกับเราคืน แต่ให้ทำออกมาจากใจของเราจริงๆ แค่นั้นก็พอ..

จงจำไว้ว่ามือผู้ให้ย่อมอยู่สูงกว่ามือผู้รับเสมอ

 


ร่วมขับเคลื่อนโดย
เว็บไซท์นี้จัดสร้างขึ้นมาเพื่อเป็นสังคมออนไลน์ของชาวหาดใหญ่ - สงขลา สงวนลิขสิทธิ์ © บริษัท บ้านเรา คอร์ปอเรชั่น จำกัด
นโยบาย | เกี่ยวกับเรา | ลงโฆษณา | ร้องเรียน | แจ้งข้อผิดพลาด | ติดต่อเรา | มีอะไรใหม่ในเว็บกิมหยง | คุยกับเว็บมาสเตอร์
เครือข่ายเว็บไซท์ท้องถิ่นไทย [ ตรัง ] [ ขอนแก่น ] [ เชียงใหม่ ] [ เชียงราย ] [ อุดรธานี ] [ หาดใหญ่ - สงขลา ] [ น่าน ] [ พัทลุง ] [ นครศรีธรรมราช ]