gimyong หาดใหญ่
ศูนย์ประชุมนานาชาติฉลองสิริราชสมบัติครบ ๖๐ ปี
 
 


ผู้เขียน หัวข้อ: การเลือกซื้อรถยนต์มือสอง และตรวจสอบราคารถยนต์  (อ่าน 5420 ครั้ง)

การเลือกซื้อรถยนต์มือสอง และตรวจสอบราคารถยนต์

ออฟไลน์ bigbikeprice

วันนี้เราจะมาดูวิธีการซื้อรถยนต์มือสองให้ได้ประสิทธิภาพ นอกจากเรื่องของราคารถยนต์แล้วและมีความปลอดภัยในการใช้รถอย่างแท้จริง การเลือกซื้อรถยนต์มือสองนั้น ไม่ใช่เรื่องง่ายๆน่ะ มันต้องดูให้ดีจริงๆว่ารถที่เราจะเลือกนั้น เหมาะกับเรามั้ยและราคาเป็นไง

เราจะต้องมีความรู้ความเข้าใจในการเลือกซื้อเพื่อให้ได้รถมือสองที่มีคุณภาพ มีวิธี อยู่ด้วยกัน 7 ข้อ
1. เราต้องการใช้รถยนต์ประเภทใด รุ่นใด ยี่ห้อใด และมีงบประมาณเท่าไหร่ สำหรับผู้ที่นิยมเปลี่ยนรถบ่อย ๆ อาจเลือกรถจากราคาขายต่อจึงสนใจเฉพาะรถยี่ห้อและรุ่นที่เป็นที่นิยมใช้กัน แต่เราก้อค้องคำนึงถึงความเหมาะสมในการใช้งาน คุณภาพของรถ ความนิยมในตลาด ค่าบำรุงรักษา และค่าใช้จ่ายอย่างอื่นที่จะตามมาด้วยนะ

2. การหาซื้อรถยนต์ตามเต็นท์รถมือสองทั่วไปทำให้ผู้ซื้อได้มีโอกาสเห็นและ สัมผัสกับรถคันที่ตนสนใจช่วยให้ตัดสินใจเลือกซื้อได้ง่ายขึ้นแต่ก็มีปัญหา เรื่องการเดินทางไปเลือกดูรถด้วยตนเองเนื่องจากอาจจะต้องดูหลายที่แล้วก็มาตัดสินใจอีกทีหนึ่ง ส่วนถ้าใครไม่มีเวลาก็สามารถดูผ่านทางนิตยสารซื้อ-ขายรถมือสองที่วางขายตามแผง หนังสือทั่วไป หรือในอินเตอร์เน็ต ก็น่าจะง่ายกว่า

3. ขั้นตอนต่อไปคือการไปดูรถยนต์จริงเพื่อตรวจดูสภาพรถในเบื้องต้น
- ตัวถังรถ เพื่อดูว่ารถคันนั้นเคยผ่านการชนมาหรือไม่ โดยจุดที่ต้องสังเกตุมีดังนี้
แนวเส้นขอบและรอยต่อของชิ้นส่วนต่าง ๆ ภายนอกตัวถังเช่นขอบบานประตูรถยนต์ ขอบแนวกันชน ขอบแนวฝากระโปรงหน้าและหลัง จะต้องเรียบ ตรง และมีช่องว่างเสมอกัน หากแนวเส้นไม่เสมอ เช่นกรณีช่องว่างตรงขอบฝากระโปรงหน้าฝั่งซ้ายและขวามีขนาดไม่เท่ากันอาจเป็น ไปได้ว่ารถคันนั้นผ่านการชนจนทำให้ฝากระโปรงดุ้งขึ้นมา ตะเข็บรอยต่อระหว่างชิ้นส่วนต่าง ๆ ของโครงสร้างรถยนต์จะต้องเรียบและประกบกันสนิท

จุดที่ต้องพิจารณาได้แก่ใต้ฝากระโปรงหน้าบริเวณรอยต่อของตัวถังรถยนต์ทางแนวยาว กับคานหน้ารถ บริเวณขอบในและบานพับของประตูรถ บริเวณเสาหลังคา บริเวณขอบในของฝากระโปรงหลัง หากมีรอยบุ๋ม แนวตะเข็บไม่เรียบเนียน หรือตะเข็บอ้าออกจากกันก็อาจเป็นไปได้ว่ารถคันนั้นได้ผ่านการชนหนักจนมีผล ถึงโครงสร้างรถและแม้จะผ่านการเคาะ ดัด ทำสีมาแล้วรอยเหล่านี้ก็ยังพอสังเกตุได้
พื้นผิวรอบคันรถยนต์จะต้องเรียบเนี่ยนเสมอกัน หากมีจุดไหนที่สีแตกต่างหรือพื้นผิวไม่เรียบเนียน ให้ทดลองเคาะที่จุดนั้นเบา ๆ แล้วฟังเสียงเปรียบเทียบกับจุดอื่น ๆ จะทำให้ทราบได้ว่ามีการโป๊วและทำสีที่ตำแหน่งนั้นหรือไม่
- ห้องเครื่องยนต์
ชิ้นส่วนต่าง ๆ จะต้องอยู่ในสภาพเรียบร้อย ไม่มีคราบจากการรั่วซึมของน้ำมันเครื่อง ระดับน้ำมันเบรก น้ำมันเกียร์ น้ำมันเครื่อง น้ำในหม้อน้ำ น้ำกลั่นในแบตเตอรี่จะต้องอยู่ในระดับที่เหมาะสมและสะอาด ไม่มีฝุ่นหรือเศษตะกอนนอนก้น สายพานและชิ้นส่วนอื่น ๆ ที่เป็นยางเช่นท่อยางหม้อน้ำ จะต้องไม่กรอบหรือแตกร้าว
สายไฟจัดเก็บเป็นระเบียบเรียบร้อย
- ช่วงล่าง
ทดลองกดโดยทิ้งน้ำหนักตัวลงบนบังโคลนหน้าและหลังบริเวณล้อทั้งสี่ด้านเพื่อดูการดีดตัวของโช๊คอัพ ตรวจสอบสภาพของยางรถยนต์ ดอกยางและแก้มยางจะต้องอยู่ในสภาพดี
- ห้องโดยสารรถยนต์
ตรวจดูสภาพห้องโดยสารรถยนต์โดยรวมจะต้องอยู่ในสภาพเรียบร้อย ทั้งคอนโซลหน้า คอนโซลกลาง เบาะที่นั่ง
ตรวจดูสัญญาณไฟเตือนต่าง ๆ ในแผงหน้าปัทม์โดยเปิดสวิตซ์กุญแจ ดูสัญญาณไฟเตือนต่าง ๆ เช่นน้ำมันเครื่อง แบตเตอรี่ น้ำมันพวกมาลัยพาวเวอร์ จากนั้นสตาร์ทเครื่อง หากระบบต่าง ๆ ทำงานได้อย่างเรียบร้อย สัญญาณไฟเตือนของระบบนั้น ๆ จะดับลง
ตรวจดูระบบปรับอากาศ โดยเปิดระบบปรับอากาศแล้วลองเร่งความเย็นความแรงของพัดลม

ตรวจดูว่าลมที่ออกมาเป็นลมเย็นตามที่ปรับไว้หรือไม่ ฟังเสียงของเครื่องปรับอากาศว่ามีเสียงผิดปกติหรือไม่ ดมกลิ่นลมที่ออกจากช่องปรับอากาศว่ามีกลิ่นเหม็นอับหรือไม่
ตรวจดูระบบไฟฟ้าในรถยนต์ทั้งไฟหน้า ไฟหลัง ไฟเบรก ไฟเลี้ยว ไฟห้องโดยสาร ระบบปัดน้ำฝน แตรรถ กระจกไฟฟ้า จะต้องอยู่ในสภาพใช้งานได้

4. ทดลองขับรถยนต์ โดยมีขั้นตอนในการตรวจสอบดังนี้
สตาร์ทเครื่องยนต์ดูว่าสตาร์ทติดยากหรือไม่ จากนั้นลองเปิดฝากระโปรงหน้าเพื่อดูการทำงานของชิ้นส่วนต่าง ๆ เช่นสายพาน เครื่องยนต์ และลองฟังเสียงในห้องเครื่องว่ามีอาการผิดปกติหรือไม่
ทดลองขับรถยนต์จริงในสภาพการขับขี่หลาย ๆ แบบเช่น ขึ้นเนินหรือสะพาน เลี้ยวซ้าย ขวา เร่งความเร็วรถ ระหว่างขับขี่ให้สังเกตุการทำงานของเครื่องยนต์และช่วงล่างโดยฟังจากเสียง เครื่องยนต์ เสียงลมที่เข้ามาในห้องโดยสารและความรู้สึกสั่นที่ถ่ายทอดมาที่พวงมาลัยหรือ คันเกียร์ตอนที่เร่งเครื่องยนต์หรือเปลี่ยนเกียร์ว่ามีอาการผิดปกติหรือไม่
สังเกตุศูนย์รถขณะวิ่งโดยการขับทางตรงแล้วลองปล่อยพวกมาลัยดูว่ามีอาการกินซ้ายหรือขวาหรือไม่
ทดสอบระบบเบรกว่าทำงานได้ตามปกติหรือไม่

5. ตรวจเอกสารเล่มทะเบียนรถยนต์ เล่มทะเบียนรถยนต์จะช่วยให้เราทราบถึงประวัติโดยละเอียดของรถคันนั้นว่าผ่านการ ใช้งานมาแล้วกี่ราย มีการเปลี่ยนสีหรือเครื่องยนต์หรือไม่เพื่อประกอบการพิจารณา ถ้าเป็นไปได้ควรเลือกซื้อรถที่ผ่านการใช้งานมาเพียงมือเดียวเพราะหากรถผ่าน มือมาแล้วหลายเจ้าของก็อาจเป็นได้ว่ารถคันนั้นเป็นคันที่มีปัญหาจึงเลือกที่ จะขายทิ้งกัน จากนั้นให้ดูสภาพของสมุดทะเบียนรถว่าอยู่ในสภาพเรียบร้อยหรือไม่ หากมีจุดใดที่มีการแก้ไขจะต้องมีลายมือชื่อของเจ้าหน้าที่กรมขนส่งทางบกเซ็น กำกับไว้เสมอ

6. ต่อรองราคาทั้งค่ารถ ค่าโอน ค่ามัดจำ จนเป็นที่พอใจของทั้งผู้ซื้อและผู้ขาย จากนั้นให้จัดเตรียมเอกสารที่จำเป็นทั้งหมดแล้วดำเนินการชำระเงินและโอน กรรมสิทธิ์ต่อไป

7. นำรถยนต์ไปตรวจสภาพและซ่อมบำรุงก่อนใช้งานจริง หลังจากโอนกรรมสิทธิ์และรับรถยนต์มาแล้ว ผู้ซื้อควรจะนำรถเข้าตรวจสภาพและซ่อมบำรุงโดยช่างผู้ชำนาญงานอีกครั้งเพื่อ ให้รถยนต์ที่ได้มาอยู่ในสภาพที่ดีและพร้อมใช้งานได้อย่างไม่มีปัญหา
รุ่นรถยนต์ แค่เพียงเท่านี้เราก็จะได้รถมือสอง ที่มีคุณภาพ และมาใช้งานได้อย่างปลอดภัยแล้ว

ตรวจสอบราคารถยนต์ได้ที่ http://th-bigbike.com/category/%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%84%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%96%e0%b8%a2%e0%b8%99%e0%b8%95%e0%b9%8c/

 


ร่วมขับเคลื่อนโดย
เว็บไซท์นี้จัดสร้างขึ้นมาเพื่อเป็นสังคมออนไลน์ของชาวหาดใหญ่ - สงขลา สงวนลิขสิทธิ์ © บริษัท บ้านเรา คอร์ปอเรชั่น จำกัด
นโยบาย | เกี่ยวกับเรา | ลงโฆษณา | ร้องเรียน | แจ้งข้อผิดพลาด | ติดต่อเรา | มีอะไรใหม่ในเว็บกิมหยง | คุยกับเว็บมาสเตอร์
เครือข่ายเว็บไซท์ท้องถิ่นไทย [ ตรัง ] [ ขอนแก่น ] [ เชียงใหม่ ] [ เชียงราย ] [ อุดรธานี ] [ หาดใหญ่ - สงขลา ] [ น่าน ] [ พัทลุง ] [ นครศรีธรรมราช ]