gimyong หาดใหญ่
ศูนย์ประชุมนานาชาติฉลองสิริราชสมบัติครบ ๖๐ ปี
 
 

 

ผู้เขียน หัวข้อ: ทุกอย่างมีทางออกเสมอ  (อ่าน 6748 ครั้ง)

ทุกอย่างมีทางออกเสมอ

โคนัน007

  • บุคคลทั่วไป
ทุกอย่างมีทางออกเสมอ
« เมื่อ: 21:33 น. วันที่ 23 พ.ค.64 »
ทุกอย่างมีทางออกเสมอ!  ส.อ่านหลังสือ ส.อ่านหลังสือ ส.อ่านหลังสือ

โคนัน007

  • บุคคลทั่วไป
Re: ทุกอย่างมีทางออกเสมอ
« ตอบกลับ #1 เมื่อ: 21:54 น. วันที่ 23 พ.ค.64 »

Smile Buffalow

  • บุคคลทั่วไป
Re: ทุกอย่างมีทางออกเสมอ
« ตอบกลับ #2 เมื่อ: 10:14 น. วันที่ 24 พ.ค.64 »

. ส.หลกจริง

Smile Buffalow

  • บุคคลทั่วไป
Re: ทุกอย่างมีทางออกเสมอ
« ตอบกลับ #3 เมื่อ: 10:17 น. วันที่ 24 พ.ค.64 »

. ส.หลกจริง

มืดสนิท ไอษิตแม้ว

  • บุคคลทั่วไป
Re: ทุกอย่างมีทางออกเสมอ
« ตอบกลับ #4 เมื่อ: 16:56 น. วันที่ 27 พ.ค.64 »

. ส.หลกจริง

นกบินมาด ยาบ้า

  • บุคคลทั่วไป
Re: ทุกอย่างมีทางออกเสมอ
« ตอบกลับ #5 เมื่อ: 16:58 น. วันที่ 27 พ.ค.64 »

. ส.หลกจริง

ดร.หมาบ้า ส้มแดง

  • บุคคลทั่วไป
Re: ทุกอย่างมีทางออกเสมอ
« ตอบกลับ #6 เมื่อ: 07:23 น. วันที่ 28 พ.ค.64 »
คำเตือนจากหมอพรทิพย์ โรจนนันท์

บ้านเมืองกำลังเข้าสู่จุดใกล้วิกฤติ นักการเมืองเขารู้ตัวแต่ประชาชนนี่แหละที่ตามไม่ทัน ใครจะตั้งโต๊ะแถลงก็อย่าใส่ใจให้มาก เรื่องจริงคือไม่มีใครมีเสียงข้างมากเบ็ดเสร็จ บริหารไปก็คงต้องเจอกับการต่อรองเพื่ออำนาจและผลประโยชน์กันทั้งนั้น หากลองคิดข้ามช้อตไปยังภาพใหญ่แทนการตามดูว่าตกลงใครจะเป็นรัฐบาล ใครจะเป็นนายก จะเห็นได้ว่านักการเมืองรอบนี้มีความความก้าวร้าวต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ชัดเจนทั้งในอดีตที่ผ่านมาและจากช่วงปัจจุบัน สนับสนุนการดึงฟ้าต่ำแบบไม่ละอาย มีความก้าวร้าวต่อผู้คนที่เห็นต่างที่เขามองเป็นฝั่งตรงข้าม มีการอ้างความชอบธรรมอ้างอุดมการณ์แต่การกระทำชัดเจนว่ารับนโยบายและการสนับสนุนจากอำนาจของคนนอก วางแผนจนพลาดพรรคถูกยุบ เทคะแนนช่วยพรรคอื่นจนพรรคตัวเองไม่มีปาร์ตี้ลิสต์แล้วตีโพยตีพายอาละวาดฟาดหาง กล่าวหาระรานไปทั่ว กล่าวหาว่าฝ่ายตรงข้ามต้องการสืบทอดอำนาจทั้งที่ตัวเองก็รับนโยบายสืบทอดอำนาจจากคนนอก ไม่เคารพกฎกติกาโดยเฉพาะกระบวนการยุติธรรม ความผิดพลาดที่เกิดขึ้นล้วนเป็นผลจากการกระทำของเขาเอง รวมทั้งจากการสั่งการพลาดจากนายของเขา คนไทยที่รักแผ่นดินจะนิ่งดูดายปล่อยให้คนเหล่านี้สามหาวกลายเป็นต้นแบบอันธพาลพยายามครองเมืองไม่ได้ ช่วงนี้จึงเห็นการพยายามสุดฤทธิ์เพื่อเข้าบริหารบ้านเมือง ต้องไม่ปล่อยให้เขาเผาบ้านเผาเมืองอีก หากมองด้วยธรรมจะเห็นกรรมกำลังทำงาน วางแผนสั่งการอะไรก็พลาดปล่อยให้กรรมจัดการไป แต่สิ่งที่เป็นปัญหาใหญ่จริงๆคือความแตกแยกระหว่างคนรุ่นเก่ากับคนรุ่นใหม่ที่ไม่ง่ายในการแก้ปัญหานี้ พรรคการเมืองที่อาจดูว่าล้มเหลวในครั้งนี้ควรถือโอกาส ย้อนสำรวจตัวเองสำรวจสังคมสร้างแบรนด์ใหม่ ให้คนรุ่นใหม่ที่ตั้งใจดีได้มีโอกาสเดินในเส้นทางการเมืองสร้างชาติ เอาน้ำดีไล่น้ำเสีย สนับสนุนคนดีให้ทำงาน เพื่อให้เป็นทางเลือกใหม่ในอนาคต การเมืองรอบนี้คงเดินต่อได้ไม่นานแต่คงจะหนักหน่วงขึ้นเรื่อย ขอให้ตั้งสติมั่น แน่วแน่ที่จะรักษาธรรมเพื่อรักษาแผ่นดิน กู้ชาติครั้งนี้จะชนะด้วยพลังความดีที่ทุกคนต้องลุกขึ้นทำ..

พิจารณาแล้วเห็นว่าจะเกิดประโยชน์ต่อประเทศ จึงส่งให้ทุกท่านอ่าน ...

โปรดใช้วิจารณญาณ และโปรดตรวจสอบข้อมูลด้วยตนเอง โดยการศึกษาและอ่านร่างรัฐธรรมนูญ ๒๗๙ มาตรา ๑๖ หมวด และบทเฉพาะกาล จำนวน ๑๐๕ หน้า
___________________
- รธน.นี้
ประชาชนเดือดร้อนตรงไหน(???)

- คดีความต่างๆที่เกิดขึ้นในทางการเมือง คดีความจะไม่มีวันหมดอายุความ

แล้วประชาชนเดือดร้อนตรงไหน?

- ก็เพราะในร่างดังกล่าวระบุว่าหากนักการเมืองมีการโกงกิน คอรัปชั่น ผลาญงบประมาณเป็นว่าเล่น มีโทษหนัก คือ ประหารชีวิต จำคุกตลอดชัวิต ไม่มีการรอลงอาญา และมิให้ประกันตัว

แล้วประชาชนเดือดร้อนตรงไหน?

- เพราะเหตุใด?
นักการเมืองทั้งพรรคเพื่อไทย พรรคประชาธิปัตย์ และอีกหลายๆพรรค ออกมาเรียกร้องให้ประชาชนคว่ำร่างรัฐธรรมนูญฉบับของ คสช.

- หากมีการตรวจสอบพบว่า มีการร่ำรวยผิดปกติ มีการฟอกเงิน มีการยักยอกทรัพย์สินของทางราชการหรืองบประมาณแผ่นดินไปเป็นของตนเองหรือพวกพ้อง ต้องโทษจำคุก 15 ถึง 30 ปี และยึดทรัพย์ที่ได้ไปโดยมิชอบนั้นให้ตกเป็นของแผ่นดิน

แล้วประชาชนเดือดร้อนตรงไหน?

- ห้ามมิให้นักการเมืองใช้ช่องทาง VIP มิให้อำนวยความสะดวกให้แก่นักการเมือง ห้ามโดยสารเครี่องบินชั้น First Class ฟรี

แล้วประชาชนเดือดร้อนตรงไหน?

- หากบริหารประเทศผิดพลาดทำให้ประเทศชาติเสียหาย หรือเป็นหนี้มหาศาล ต้องโทษจำคุก 15 ถึง 30 ปี

แล้วประชาชนเดือดร้อนตรงไหน?

- เมื่อมีคดีความติดตัว คดีอยู่ระหว่างการดำเนินการของศาล หรือองค์กรอิสระ ห้ามเดินทางออกนอกประเทศโดยเด็ดขาด

แล้วประชาชนเดือดร้อนตรงไหน?

- แค่นี้ก็พอจะเห็นแล้วว่า ทำไม?
นักการเมืองถึงรับไม่ได้ ทั้งอดีตฝ่ายค้านฝ่ายรัฐบาลดาหน้าสามัคคีกันออกมาคัดค้าน เรียกหาประชาชนเป็นเครื่องมือเพื่อคว่ำร่างรัฐธรรมนูญฉบับ คสช.

แล้วประชาชนจะยอมเป็นเครื่องมือให้เขาอีกไหม?

- พวกโกงกิน สปก. , สถานีตำรวจ, ถนนปลอดฝุ่น, ครุภัณฑ์อาชีวะ, ไทยเข้มแข็ง, น้ำมันปาล์ม, ประกันราคาข้าว และจำนำจำนองข้าว ฯลฯ
พวกนี้เป็นวัวสันหลังหวะ แถมเคยได้รับอภิสิทธิ์ต่างๆเหนือประชาชนมากมาย จึงกลัวร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้มาก ถึงได้ออกมาเรียกร้องให้คว่ำร่างรัฐธรรมนูญ
เหมือนผีเห็นพระดีที่เราแขวนคออยู่ เรียกร้องให้เราถอดออก

แล้วเราจะถอดออกเพื่อให้ผีมาบีบคอเราไหม?

**** กรุณาแชร์ต่อออกไปให้มากที่สุด เพื่อชาติไทยของพวกเราจะได้ปลอดคนโกงซะที .... ส.หลก

ส้มเจต แดงต้อย

  • บุคคลทั่วไป
Re: ทุกอย่างมีทางออกเสมอ
« ตอบกลับ #7 เมื่อ: 07:24 น. วันที่ 28 พ.ค.64 »
ย้อนกลับไปวันที่ 1 พฤษภาคม เป็นวันที่เปิดการลงทะเบียน "หมอพร้อม" ให้คนที่อายุมากกว่า 60 ปี รับการฉีดวัคซีน

ด้วยความที่พ่อของแอดมินอายุ 63 และ 62 ปีแล้ว แถมมีโรคประจำตัวด้วย ว่ากันง่ายๆคือ ถ้าติดเชื้อโควิด-19 ก็มีโอกาสเสียชีวิตได้ง่ายกว่าคนอายุน้อย มันทำให้ผมร้อนใจมาก เร่งรีบจองตั้งแต่วินาทีแรก ที่เขาให้เปิดจองคิวผ่านไลน์หมอพร้อม

ทุกอย่างเสร็จเรียบร้อย ผมจองวันแรกสุดที่โรงพยาบาลใกล้บ้านพ่อแม่ ได้รอบคิววันที่ 7 มิถุนายน เวลา 14.00 โดยไลน์ของหมอพร้อมส่งใบนัดมาคอนเฟิร์มเวลาเรียบร้อย ทุกอย่างก็ดูไม่น่ามีปัญหาอะไร

ตอนแรกสุดผมกังวลใจเรื่องพ่อจะโดนฉีด Sinovac หรือเปล่า เพราะในงานวิจัยของ WHO ตัว Sinovac ไม่เหมาะที่จะฉีดให้กับคนอายุ 60 ปีขึ้นไป แต่สุดท้ายเมื่อภาครัฐคอนเฟิร์มว่า คนสูงอายุ จะได้รับ AstraZeneca แน่นอน จุดนี้เราก็โอเค คลายความกังวลใจไป

เหตุการณ์ก็ผ่านไป 3 วีก เหมือนจะไม่มีอะไร แต่ล่าสุดผมไปเห็นข่าวในทวิตเตอร์ ว่ามีคนโดนเลื่อนคิวอย่างไม่มีเหตุผล บางคนก็โดนยกเลิกไปเลย วันนี้ (22 พ.ค.) ก็เลยไปลองเช็กในไลน์หมอพร้อมซิ ว่าคิวของพ่อเรายังปกติดีอยู่หรือเปล่า นึกในใจว่าคงไม่โดนหรอกมั้ง แต่กลับได้คำตอบที่ทำให้มึนไปเลยว่า คิวที่จองมาในวันแรกสุดนั้น "ยกเลิก" ไปแล้ว

ยกเลิกคือหายไปเลยอย่างสิ้นเชิง และถ้าผมจะจอง ต้องจองใหม่ตั้งแต่แรก ผมเลยไปไล่ดูตารางคิวที่โรงพยาบาลทั้งหมดว่าง ปรากฏว่า สล็อตเดือนมิถุนายนเต็มหมดแล้ว เร็วที่สุดที่จะจองได้คือเดือนกรกฎาคมเลย เลตไปอีก 1 เดือนเต็มๆ

ผมพยายามระงับอารมณ์โกรธ แม้ในใจจะพลุ่งพล่านมาก มันแค้นนะ ลองคิดดูคนอายุเกิน 60 ปี ในประเทศไหนๆ เขาคือ Priority กันทั้งนั้น เพราะยิ่งฉีดช้าไปหนึ่งวัน อันตรายก็ยิ่งเพิ่มขึ้น แต่นี่ไม่ใช่แค่เลื่อนนะครับ อันนี้ยกเลิกไปเลย และยกเลิกโดยไม่ให้คำอธิบายกับเราทั้งสิ้น ทั้งๆที่ เราจองตั้งแต่วันแรก ทำตามขั้นตอนทุกอย่าง

โอเค กลั้นใจไม่ให้โมโห แล้วลองโทรไปถามเหตุผลที่ 02-7922333 สายด่วนโควิด ถามว่าเรื่องมันเป็นแบบนี้ มันเกิดอะไรขึ้น สายด่วนตอบกลับมาว่า "ได้ยกเลิกเองหรือเปล่าคะ" ผมบอกว่า เปล่าครับ ไม่ได้ยกเลิกเอง หลังจากจองเสร็จ ก็ไม่ได้แตะต้องไลน์หมอพร้อมอีกเลย จากนั้นสายด่วนตอบมาว่า "งั้นคิดว่าทางโรงพยาบาลน่าจะยกเลิกเองนะคะ เพราะบางโรงพยาบาลจะมีนโยบายฉีดแค่ให้ผู้ป่วยในเท่านั้น"

ได้เลย สายด่วนบอกว่า น่าจะเป็นความผิดของโรงพยาบาล ผมก็โทรหาโรงพยาบาล ถามว่ามันเกิดอะไรขึ้น ฝั่งโรงพยาบาลก็บอกว่า ไม่มีข้อมูลของคุณพ่อคุณวิศรุตนะ ไม่รู้ข้อมูลไปตกหล่นตรงไหน

ใบนัดอย่างเป็นทางการจากไลน์หมอพร้อมอยู่ในมือผมเนี่ยะ แต่ทั้งสายด่วน และโรงพยาบาล ต่างก็โบ้ยให้อีกฝั่งว่าเป็นความผิดของอีกทาง

สิ่งเดียวที่ผมทำได้ในฐานะประชาชนธรรมดา คือเข้า facebook ของหมอพร้อม โดยจะมีเอกสาร google doc ให้กรอก สำหรับคนที่โดนยกเลิก โดยทีมงานจะติดต่อกลับใน 1 สัปดาห์ (ซึ่งก็ไม่รู้ว่าจะได้คิวฉีดไหม) หรือถ้ารอการติดต่อกลับไม่ได้ ก็ต้องจองใหม่ด้วยตัวเอง ซึ่งก็จะได้คิวในเดือนกรกฎาคม เลตไปอีก 1 เดือนเต็ม

เคสนี้ผมแบบไม่ไหวจริงๆ คือ เฮ้ย นี่มันความเป็นความตายของพ่อเราเลยนะ อย่างกรณีผม ผมเอะใจเปิดไลน์มาเช็กถึงรู้ว่าโดนแคนเซิล แต่แน่นอนว่าคงมีอีกหลายๆ คน ที่จองแล้วก็คิดว่าทุกอย่างเรียบร้อย พอถึงวันไปฉีด คิวของตัวเองถูกแคนเซิลไปแล้ว แบบนี้ยิ่งโกลาหลกันสุดๆเลย

ในมุมผู้บริโภค นี่มันเละเทะสุดๆ เลยนะ ชื่อไลน์หมอพร้อม แต่ความพร้อมอยู่ตรงไหน หมอพร้อม แต่ไอทีไม่พร้อมอะไรงี้หรอ เป็นเพลงใหม่ของ Getsunova หรือเปล่าอะ

ผมไปอ่านที่ รศ.พญ.เยาวนุช คงด่าน แพทย์จากโรงพยาบาล มอ.สงขลา ตั้งสเตตัสอธิบายเอาไว้ว่า ปัญหาคือในวันที่ 1 พฤษภาคม ทางกระทรวงสาธารณสุขสั่งไอที ให้ประชาชนลงจองคิวได้อย่างอิสระ โดยไม่ได้พิจารณาเลยว่า ทางโรงพยาบาลไหน จะสามารถรองรับการฉีดได้เท่าไหร่ สุดท้ายเมื่อโรงพยาบาล ไม่สามารถรองรับได้มากพอ ก็จะยกเลิกบางคิวออกไป

ภาพรวมของเรื่องนี้ ปัญหาคืออยู่ที่กระทรวงสาธารณสุขนี่แหละ จัดการกันยังไง ถ้าบอกว่าจะพร้อมก็คือพร้อมจริงๆ ไม่ใช่บอกให้เขาจอง แล้วมายกเลิกกันทีหลัง แล้วให้ประชาชนไปรับผิดชอบชีวิตตัวเองเอา ใครหาวันฉีดได้ก็ดีไป ใครมารู้ทีหลังก็ซวยไปลากยาวไปเดือนไหนก็ไม่รู้

ไม่ใช่แค่กระทรวงสาธารณสุข แต่กระทรวงดิจิทัลฯก็น่าผิดหวังพอกัน นี่คุณมีหน้าที่ดูแลรับผิดชอบเรื่องเทคโนโลยีของประเทศหรือเปล่า? หน้าที่โดยตรงที่ควรทำให้ดี แล้วทำไมจัดการได้ไม่ดี ทั้งระบบล่ม ทั้งข้อมูลหาย ไม่มี Noti เตือนอีกเมื่อยกเลิกเขาไปแล้ว

คือผมเข้าใจมาตลอดว่า การดูแลระบบดิจิทัล "เพื่อเศรษฐกิจและสังคม" ตามชื่อกระทรวง คือหน้าที่หลักของกระทรวง DE นะ คุณไม่ใช่ตำรวจโซเชียลที่ต้องไล่จับคนเห็นต่างกับรัฐบาล คือในวิกฤติแบบนี้ อะไรที่สำคัญกว่า ควรทำก่อนหลัง น่าจะคิดได้ไม่ยากนะ

นี่คุณมีเวลาเป็นปีตั้งแต่โควิดระบาด ให้เตรียมพร้อมจัดการระบบหลังบ้าน สร้างแอพ สร้างไลน์ ที่มีคุณภาพรอเอาไว้เลย แต่กลับทำออกมาได้แค่นี้ บางคนโดนยกเลิก บางคนโดนเลื่อนวัน บางคนชื่อไม่มีในทะเบียน บางคนมีโรคประจำตัวแต่ระบบไม่โชว์ ฯลฯ สารพัดปัญหามากจริงๆ

นี่ลองคิดว่า 1 พ.ค. จองแค่คนสูงอายุกับคนมีโรคประจำตัว ยังวุ่นขนาดนี้  แล้ววันที่ให้ประชาชนทั่วไปทั้งประเทศรุมจองล่ะ ไม่อยากจะนึก ว่าจะมีปัญหามากมายแค่ไหน

จริงๆผมยอมกล้ำกลืนกับสิ่งที่เกิดขึ้นมาตลอดนะ รัฐบอกว่าเราได้แค่ Sinovac กับ AstraZeneca ประเทศไทยเราไม่มี Moderna,Pfizer หรือ Johnson&Johnson แบบประเทศอื่นๆ ผมก็จำใจทนไป ฉีดไปก่อนก็ได้ เอาแค่ให้ไม่ป่วยหนักไว้ก่อนก็ยังดี ก็เราหาได้เท่านี้ จะให้ทำยังไง ต่อให้ด่าไปแค่ไหน เราก็มีแต่สองวัคซีนตัวเดิมอยู่ดี

พยายามจะมองว่าเฮ้ย ภาครัฐเขาก็อาจสู้เต็มที่ในมุมของเขา เวลาเขียนบทความใน workpointTODAY ก็พยายามเสนอแนะแนวทาง ทำตัวเป็นน้ำเย็น จากที่เคยตำหนิแรงๆ ก็เลือกจะเปลี่ยนมาชี้ให้เห็นว่า มีอะไรบ้างที่น่าจะลองทำดู คือผมใจเย็นกับการจัดการของรัฐบาลและภาครัฐมากนะ

แต่ครั้งนี้ มันเกินไปจริงๆ ระบบหมอพร้อมที่ไร้ความพร้อม บางคนโดนยกเลิก บางคนโดนเลื่อนไปวันอื่นที่ไกลกว่าเดิมนับเดือน บางคนไม่รู้เรื่อง ไม่มีแจ้งเตือนใดๆ มันอลวนไปหมด คือความผิดพลาดในการจัดการเรื่องวัคซีน มันเกี่ยวพันกับความเป็นความตายเลยนะ มันไม่ใช่เรื่องขำๆ มันเหมือนรัฐกำลังเล่นกับชีวิตของคนที่เรารักอยู่นะ   

ถ้าทำอะไรไม่ได้ แอดมินก็คงต้องทำใจ แล้วให้พ่อแม่จองคิวรอบใหม่เป็นเดือนกรกฎาคม ซึ่งก็ไม่รู้นะ สมมติจองแล้วผ่านไปอีกสัก 1-2 วีก ระบบจะยกเลิกเองหรือเปล่า ถ้าเลื่อนไปสิงหา กันยา ตุลา แบบไม่มีจุดหมาย เราจะไปทำอะไรได้ล่ะ

หรือว่าจะต้องไปวอล์กอิน ไปรอเสียบๆ คนที่นัดแล้วไม่นัด โดยเพจไทยคู่ฟ้าเคยแจ้งว่า "หากในแต่ละจุดบริการมีวัคซีนสำรองเนื่องจากมีคนที่นัดแล้วแต่ไม่ได้มาฉีดตามนัด รัฐบาลก็มีแผนเปิดการฉีดวัคซีนแบบวอล์คอินได้" กล่าวคือ ถ้าแอดมินให้พ่อ อายุ 63 กับ 62 ไปนั่งรอที่สักโรงพยาบาลก็อาจได้ลุ้นฉีด ถ้าวัคซีนเหลือ อะไรแบบนั้นหรือเปล่า (แต่ล่าสุด รพ.จุฬาภรณ์ยกเลิกการวอล์กอินไปแล้วนะ) อันนี้ก็ต้องมาคิดอีก ว่าถ้าวอล์กอินแล้วคนอายุเยอะๆ ไปรวมตัวกับคนหมู่มาก จะมีความเสี่ยงไหม?

เชื่อไหม ณ จุดนี้ ผมว่าคนไทยไม่ได้กลัวที่จะฉีดวัคซีนหรอก ต่อให้บ่นว่า Sinovac มันไม่ดีเท่า Pfizer แต่เราก็ต้องฉีดอยู่ดีนั่นแหละ แต่สิ่งที่ประชาชนกลัวมากกว่า คือการจัดการของรัฐ ที่จะไม่สามารถจัดหา และกระจายวัคซีนได้อย่างดีพอ และเร็วพอต่างหากล่ะ

ผมบ่นแบบนี้ก็จริง แต่ผมก็ทำอะไรไม่ได้หรอกนะครับ ก็ทำไปตามขั้นตอนเหมือนคนทั่วไปนั่นแหละ ให้ไปกรอกเอกสารที่ไหนก็กรอก ให้โทรไปไหนก็โทร ระหว่างนี้ก็จะบอกพ่อแม่ให้ระวังตัวเพิ่มต่อไปอีกหน่อย อย่างน้อยก็ 1 เดือน แล้วก็ระวังไม่ให้ตัวเองนี่แหละจะเป็นคนแพร่เชื้อไปให้พ่อซะเอง

แล้วก็ ฝากเตือนไปถึงคุณผู้อ่านท่านใดที่จองให้คุณพ่อผ่านหมอพร้อม ยังไง ก่อนถึงวันฉีดจริง ก็หมั่นเข้าไปเช็กเรื่อยๆนะครับ ว่าคิวยังอยู่ดีไหม บางทีโดนเลื่อน โดนยกเลิก โดยไม่รู้ตัว คือถ้าเราได้รู้เร็ว จะได้วางแผนใหม่ได้ทันนะครับ

บทสรุปของเรื่องนี้ จากปัญหาในการจัดการวัคซีน ทั้งที่เกิดกับครอบครัวตัวเอง และเห็นในข่าวมากมาย ก็ได้แต่ภาวนาให้ภาครัฐ ก่อข้อผิดพลาดต่างๆให้น้อยที่สุด เพราะเรื่องที่เกี่ยวกับชีวิต และความเป็นความตาย มันจะมั่วไม่ได้นะ

สุดท้าย ผมเคยได้ยินบางคนบอกว่า ชีวิตของคนไทยมันช่างราคาถูกเสียเหลือเกิน ก็ได้แต่หวังว่า ผมจะไม่รู้สึกแบบนั้นไปอีกคน... ส.หลก

ดร.ส้มเจต แดงต้อย

  • บุคคลทั่วไป
Re: ทุกอย่างมีทางออกเสมอ
« ตอบกลับ #8 เมื่อ: 20:41 น. วันที่ 28 พ.ค.64 »
ตามที่มีข่าวประกาศของราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ในราชกิจจานุเบกษาวันสองวันที่แล้วนั้น ผมขอค่อยๆ อธิบายทุกๆท่านให้เข้าใจตรงกันตามนี้ครับ

๑. การที่ราชวิทยาลัยฯ จะมาช่วยจัดหาวัคซีน”ตัวเลือก”มาให้นั้น เมื่อวัคซีนที่ผลิตในประเทศไทยสามารถผลิตและใช้ได้อย่างเพียงพอในการป้องกันการระบาด ทางราชวิทยาลัยจะค่อยๆ ลดปริมาณวัคซีน”ตัวเลือก”นี้ลง เช่นเดียวกับ ยา และเวชภัณฑ์อื่นๆที่สามารถผลิตได้ในประเทศ ราชวิทยาลัยสนับสนุนผลิตภัณฑ์ในประเทศ โดยคำนึงถึงสุขภาพของประชาชนเป็นสำคัญ

๒. สำนักงานราชวิทยาลัยที่เป็นส่วนงานยังต้องดำเนินการตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องในเรื่องการผลิต นำเข้า ร่วมทั้งการให้อนุญาตเรื่องผลิตภัณฑ์ทางการแพทย์และสาธารณสุขในภาวะฉุกเฉินนี้

๓. ประกาศที่ได้ประกาศไปนี้เป็นการประกาศตามภารกิจของราชวิทยาลัยตามพรบ.จัดตั้งราชวิทยาลัย อันเป็นภารกิจปกติ

๔. ในส่วนของประกาศนี้นั้น เป็นไปตามความเห็นของสภาราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ เพื่อเป็นเครื่องมือสนับสนุนรัฐบาลและกระทรวงสาธารณสุข ซึ่งเป็นหน่วยงานหลักของประเทศ โดยใช้ศักยภาพของราชวิทยาลัยในเรื่องวิชาการ วิจัย และการประสานงานติดต่อกับต่างประเทศ

๕. ราชวิทยาลัยฯ และกระทรวงสาธารณสุข ทำงานประสานงานกันในเรื่องต่างๆ มาก่อนหน้านี้นานแล้ว เพื่อสุขภาพและการสาธารณสุขที่ดีของประเทศไทย

นิธิ มหานนท์ เลขาธิการราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์
๒๗ พ.ค. ๒๕๖๔  ส.สู้ๆ

หมอหนู

  • บุคคลทั่วไป
Re: ทุกอย่างมีทางออกเสมอ
« ตอบกลับ #9 เมื่อ: 20:43 น. วันที่ 28 พ.ค.64 »
“ในหลวง ร.๙ พ่อของหนู
สอนให้หนู รักประชาชน
ไม่ได้พูดปากหวานนะคะ
จริง ๆ ค่ะ คือว่า
หนูรักประชาชนจริง ๆ...” ส.หลก

หมอพร้อม

  • บุคคลทั่วไป
Re: ทุกอย่างมีทางออกเสมอ
« ตอบกลับ #10 เมื่อ: 05:18 น. วันที่ 01 มิ.ย.64 »
เรื่องนี้เกิดขึ้นที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ มีพยาบาลคนหนึ่งฉีดยานอนหลับให้กับคนไข้ผู้หญิงที่กำลังจะผ่าตัด วันนั้นก็ได้รับใบสั่งให้ฉีดยา พอดูแล้วเห็นว่ายานั้นแรงเป็น ๑๐ เท่า แสดงว่าหมอสั่งผิด

ดูตัวยาแล้วเห็นว่าไม่ใช่ตัวยาเดิม แต่ก็ไม่น่าแรงเป็น ๑๐ เท่า จึงหยิบใบสั่งเดินจะไปถามหมอที่สั่งยา

แต่ !! หมอคนนี้เคยด่าแกแรงๆ ทีหนึ่งว่า “เสือก! เป็นพยาบาลมีหน้าที่ฉีดก็ฉีดไป” เมื่อคิดถึงคำพูดที่หมอเคยด่าก็เลยหันหลังกลับ ไม่ไปถามแล้ว คิดว่าเอาเถอะเป็นยังไงก็เรื่องของหมอ ผลปรากฏว่าคนไข้ช็อกตายคาเข็มเลย

เรื่องไม่จบแค่นั้น.. คืนนั้นพยาบาลคนนี้ขับรถกลับบ้านคนเดียว มองกระจกหลัง เห็นคนไข้ที่ตายไปนั่งอยู่เบาะหลัง ใส่ชุดคนไข้โรงพยาบาล พยาบาลคนนี้ก็บิดกระจกไม่ให้เห็น แล้วขับรถต่อจนถึงบ้าน ผีคนไข้ก็ตามมาจนถึงบ้าน ก็ไปเล่าให้สามีฟัง คืนนั้นก็หวาดกลัวมากเพราะภาพมันหลอนใจ จะเข้าห้องน้ำก็ต้องให้สามีเข้าไปเป็นเพื่อนด้วย จะทำอะไรก็ต้องให้อยู่ใกล้ๆ อยู่ห่างไม่ได้

ประมาณ ๓ วันต่อมา คนไข้หญิงคนนั้นมาเข้าฝันแล้วพูดว่า “เธอทำให้ฉันต้องพรากจากสามี ทำให้ฉันต้องพรากจากลูกในท้องอายุ ๒ เดือน หนี้เวรนี้ต้องชดใช้” (แต่จริงๆ พยาบาลคนนี้ไม่ทราบมาก่อนว่าคนไข้ท้อง ๒ เดือน) พยาบาลก็เลยตกอยู่ในสภาพที่จิตใจย่ำแย่มาก ภาพคอยตามหลอนถึงกับทำงานไม่ได้ สามีก็พลอยไปทำงานไม่ได้ด้วย ต้องอยู่เป็นเพื่อน

ในที่สุด ไม่รู้จะทำยังไง คิดว่าตายดีกว่า ก็เลยไปเช่าโรงแรมไว้ใกล้วัดอินทรวิหาร บางขุนพรหม จากนั้นก็ไปซื้อยานอนหลับมา ๑๐๐ แคปซูล แล้วไปที่วัดเพื่อกราบลาพระประธานในโบสถ์ ตั้งใจว่ากราบลาพระ แล้วจะกลับโรงแรมไปกินยาตาย เพราะเสียใจมากที่ถูกคนไข้ที่ตายจองเวร

พระที่เล่าเรื่องนี้ให้ผู้บรรยายฟังเป็นพระสอนกรรมฐาน วันนั้นท่านก็ไปที่โบสถ์เพื่อจะสวดมนต์ เห็นพยาบาลผู้หญิงคนนี้ร้องไห้อยู่ ก็เข้าไปถาม พอรู้เรื่องก็รู้ว่าเป็นการแก้ปัญหาที่ไม่ถูกจุด ถ้าฆ่าตัวตายไปแล้วก็ต้องลงนรก ๕๐๐ ชาติ

จึงบอกว่า “โยม วิธีแก้ปัญหาที่ถูกต้องคือ โยมต้องไปฝึกกรรมฐาน แล้วอุทิศบุญใช้หนี้เขาไป เพราะกรรมฐานหรือจิตตภาวนานี้ เป็นบุญใหญ่ที่สุดถึงขั้นพาเข้านิพพานได้” ทอดกฐินอย่างมากก็ได้เพียงสวรรค์สมบัติ แต่พุทโธ พุทโธ พาเข้าถึงพรหม ถึงนิพพานได้

พยาบาลได้ฟังก็รีบขอสมัครเข้าปฏิบัติกรรมฐานทันทีที่วัดนั้นเอง แต่บังเอิญว่ารุ่นสุดท้ายของปีนั้นผ่านไปแล้ว ต้องรอปีต่อไป พระท่านจึงแนะนำให้ไปสมัครปฏิบัติธรรมที่ยุวพุทธฯ

ต่อมาพระรูปนี้ท่านได้ไปสอนกรรมฐานที่ยุวพุทธฯ ในคอร์สที่พยาบาลคนนี้ไปฝึก วันที่ ๖ ของการอบรม พยาบาลคนนี้แต่งชุดขาวเข้ามากราบด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม ตอนแรกพระท่านก็จำไม่ได้ แต่ต่อมาก็นึกขึ้นได้ว่า เคยพบกันแล้วที่วัดอินทร์ฯ พระท่านทักว่า “วันนั้นที่วัดอินทรวิหาร อาตมาเห็นโยมร้องไห้ แต่ทำไมวันนี้หน้าตาแจ่มใส หัวเราะได้แล้ว”

พยาบาลตอบว่า “มันต่างกันเจ้าค่ะ ตอนที่หลวงพ่อพบดิฉันที่วัด ตอนนั้นเสียใจที่ฉีดยาแล้วคนไข้ตาย แต่ตอนนี้ดีใจ เพราะเมื่อวานนี้ตอนเย็น ผู้ปฏิบัติธรรมทุกคนร่วมกันอุทิศบุญกุศลให้แก่เจ้ากรรมนายเวรของดิฉันค่ะ ตอนนี้คนไข้คนนั้นได้ไปเกิดเป็นนางฟ้าแล้ว เมื่อเช้ามืดนี้ได้มาหาดิฉัน แต่งตัวสวยมาบอกว่าขอบใจมากที่เธอช่วยให้ฉันได้ไปเกิดเป็นนางฟ้า มีวิมานสวยงาม กรรมที่เคยจองเวรไว้ ขออโหสิให้ทั้งหมด”

การปฏิบัติกรรมฐานเป็นบุญใหญ่ ยิ่งคนหมู่มากร่วมอุทิศ ให้เจ้ากรรมนายเวรของนางพยาบาลคนนี้ จึงมีผลมาก

เปรียบเหมือนมีหนี้ที่ต้องทวงอยู่ ๑ ล้านบาท
แต่ลูกหนี้เขาคืนให้ ๕๐ ล้านบาท
แบบนี้เป็นใครก็เอา
เลิกจองเวรเลย เพราะนี่คือบุญใหญ่

ในระหว่างทาน ศีล และภาวนา
อันที่ ๓ นี้ (ภาวนา) เป็นบุญใหญ่ที่สุด

จากหนังสือ บ่อเกิดแห่งบุญ... ส.สู้ๆ

สงครามชีวภาพ

  • บุคคลทั่วไป
Re: ทุกอย่างมีทางออกเสมอ
« ตอบกลับ #11 เมื่อ: 05:21 น. วันที่ 01 มิ.ย.64 »
ความเข้าใจเรื่องวัคซีนซิโนฟาร์ม

 #วัคซีนซิโนฟาร์มเป็นวัคซีนของรัฐบาลจีน
ไม่ใช่วัคซีนเพื่อการพาณิชย์เหมือนยี่ห้ออื่น
แต่เป็นวัคซีนเพื่อความมั่นคง ใช้ในหน่วยงานความมั่นคงระดับสูงของจีนและสมาชิกพรรคคอมมิวนิสต์
เพื่อเป็นกลไกหนึ่งในการทำสงครามชีวภาพกับต่างชาติ จึงไม่ใช่วัคซีนที่จำหน่ายโดยทั่วไป

 #จีนจะมอบซิโนฟาร์มหรือขายให้แก่มิตรประเทศ ที่มีความสัมพันธ์อย่างลึกซึ้งเท่านั้น ไม่เคยตั้งตัวแทนนายหน้าออกไปขายยานี้เลยเพราะไม่มีความจำเป็น
มีผู้ประกอบการไทยหลายรายเคยขอเป็นเอเย่นต์ในเรื่องนี้ เขาก็ไม่เล่นด้วย และวัคซีนซิโนฟาร์มนั้นไม่ใช่หน่วยงานไหนจะติดต่อขอจากรัฐบาลจีนได้โดยตรง

 #ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ เป็นหน่วยงานที่ได้รับการนับถือจากรัฐบาลจีนมาก สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอฯ ก็ทรงเป็นที่รักและที่นับถือของรัฐบาลจีน
ดังนั้น จึงอยู่ในฐานะที่จะได้รับการสนับสนุนวัคซีนซิโนฟาร์ม ซึ่งย่อมหมายความถึงอุปกรณ์เครื่องมือทางการแพทย์จำนวนมาก รวมทั้งเครื่องช่วยหายใจ ซึ่งกำลังไม่พอใช้ในประเทศไทย

  #การที่ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ เอื้อมมือเข้ามาช่วยเหลือก็เพราะห่วงใยความปลอดภัยในชีวิตและสุขภาพของประชาชน ด้วยพระบารมีของพระองค์ท่านโดยแท้

มิฉะนั้น เราไม่มีทางที่จะได้วัคซีนหรืออุปกรณ์ทางการแพทย์เลย
และนี่คือน้ำพระทัยที่เปี่ยมด้วยพระเมตตาคุณต่อพสกนิกร ของสมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี

E-Num

  • บุคคลทั่วไป
Re: ทุกอย่างมีทางออกเสมอ
« ตอบกลับ #12 เมื่อ: 11:48 น. วันที่ 04 มิ.ย.64 »
เตือนภัยกลโกง “เหล้าเก่าในขวดใหม่”  ส.อ่านหลังสือ
https://bitcoinaddict.org/2021/06/04/sec-warns-against-scam-cryptocurrency/?fbclid=IwAR03H-QOdAo1JyksykP4hmnCQ6B4qUNJ94XFieB8jpEt2ktquRbFoAi8EI4

ส้มเจต แดงต้อย

  • บุคคลทั่วไป
Re: ทุกอย่างมีทางออกเสมอ
« ตอบกลับ #13 เมื่อ: 12:25 น. วันที่ 05 มิ.ย.64 »
วัคซีนฝีมือคนไทย “ChulaCov19”วัคซีนความหวังคนไทย ใช้เทคโนโลยีสุดล้ำเทียบไฟเซอร์-โมเดอร์นา เตรียมเข้าสู่การทดลองในมนุษย์แล้ว

นางสาวไตรศุลี ไตรสรณกุล รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้โพสต์เฟซบุ๊กว่า วารสารวิทยาศาสตร์ชื่อดังของโลก ‘nature’ ยกย่องนักวิทยาศาสตร์ไทยในการพัฒนาวัคซีนโควิด-19 ด้วยเทคโนโลยีและคุณภาพระดับโลก เทียบชั้น Pfizer-Moderna เพื่อนำมาให้คนไทยและประเทศเพื่อนบ้านได้ใช้ในราคาที่ถูกกว่ามาก

วัคซีน ChulaCov19 พัฒนาขึ้นโดย ศ.นพ.เกียรติ รักษ์รุ่งธรรม จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ถือเป็นหนึ่งในไม่กี่แห่งของโลกที่พัฒนาเองขึ้นมาโดยใช้เทคโนโลยี mRNA เช่นเดียวกับ Pfizer และ Moderna และเป็นวัคซีนที่ต่อยอดขึ้นมาเพื่อรับมือกับไวรัสโควิด-19 สายพันธุ์แอฟริกา (B.1.351) และ สายพันธุ์อังกฤษ (B.1.1.7) รวมถึงยังอาจพัฒนาให้รับมือกับสายพันธุ์อินเดีย (B.1.617) ได้อีกด้วย

วัคซีน ChulaCov19 นี้จะเริ่มทดสอบเฟสแรกในมนุษย์ในเดือนมิถุนายนนี้ โดยใช้อาสาสมัครจำนวน 100 คน เพื่อหาจำนวนโดสที่เหมาะสมในการสร้างภูมิคุ้มกัน โดยจะใช้บริษัทในสหรัฐอเมริกาเป็นผู้ผลิตวัคซีนเพื่อการทดลองล๊อตแรกนี้ และหลังจากนั้นในเดือนกันยายนก็จะเริ่มผลิตในประเทศไทยเอง โดยบริษัท BioNet-Asia

การทดสอบประสิทธิภาพของวัคซีน ChulaCov19 จะใช้ผลการทดสอบเทียบกับตัวอย่างเลือดจากผู้ที่ฉีดวัคซีน Pfizer ในต่างประเทศ และ AstraZeneca จากประเทศไทย หากผลการทดสอบพบว่าภูมิคุ้มกันของผู้ที่ได้รับวัคซีน ChulaCov19 เทียบเท่าหรือดีกว่าภูมิคุ้มกันของผู้ที่ได้รับวัคซีน Pfizer และ AstraZeneca ก็จะขออนุมัติเป็นการพิเศษเพื่อให้สามารถนำมาใช้ในประเทศเป็นการเร่งด่วน

หากผลการทดสอบเป็นไปได้ด้วยดี ประเทศไทยก็จะสามารถพัฒนาขึ้นมาเป็นแหล่งผลิตวัคซีนชนิด mRNA ที่สำคัญแห่งหนึ่งในทวีปเอเชีย และเป็นประเทศแรกในอาเซียนที่สามารถพัฒนาวัคซีนประเภทนี้เองได้


Num1

  • บุคคลทั่วไป
Re: ทุกอย่างมีทางออกเสมอ
« ตอบกลับ #14 เมื่อ: 15:04 น. วันที่ 18 มิ.ย.64 »
 ส.มองลอดแว่น

 


ร่วมขับเคลื่อนโดย
เว็บไซท์นี้จัดสร้างขึ้นมาเพื่อเป็นสังคมออนไลน์ของชาวหาดใหญ่ - สงขลา สงวนลิขสิทธิ์ © บริษัท บ้านเรา คอร์ปอเรชั่น จำกัด
นโยบาย | เกี่ยวกับเรา | ลงโฆษณา | ร้องเรียน | แจ้งข้อผิดพลาด | ติดต่อเรา | มีอะไรใหม่ในเว็บกิมหยง | คุยกับเว็บมาสเตอร์
เครือข่ายเว็บไซท์ท้องถิ่นไทย [ ตรัง ] [ ขอนแก่น ] [ เชียงใหม่ ] [ เชียงราย ] [ อุดรธานี ] [ หาดใหญ่ - สงขลา ] [ น่าน ] [ พัทลุง ] [ นครศรีธรรมราช ]