gimyong หาดใหญ่
ศูนย์ประชุมนานาชาติฉลองสิริราชสมบัติครบ ๖๐ ปี
 

 

ผู้เขียน หัวข้อ: ดรอปออฟ (drop off) คืออะไร อีกรูปแบบของการส่งสินค้า  (อ่าน 914 ครั้ง)

ดรอปออฟ (drop off) คืออะไร อีกรูปแบบของการส่งสินค้า



ดรอปออฟ (drop off)

   ปัจจุบันคงต้องยอมรับว่าธุรกิจออนไลน์ โดยเฉพาะธุรกิจขายของออนไลน์นั้น มีการพัฒนาและเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง และยิ่งในช่วงไม่กี่ปีมานี้ธุรกิจออนไลน์ก็ได้เข้ามามีบทบาทอย่างมาก ต่อพฤติกรรมการเลือกซื้อสินค้าหรือบริการของคนในสังคม ส่งผลให้ธุรกิจออนไลน์ต่างๆ มียอดขายที่เพิ่มมากขึ้น ซึ่งสิ่งหนึ่งที่ขาดไม่ได้เลยในการทำธุรกิจขายของออนไลน์ ก็คือการจัดส่งสินค้าไปยังลูกค้าปลายทาง โดยวิธีที่ได้รับความนิยมจะเป็นการใช้บริการขนส่งสินค้าแบบ ดรอปออฟ (drop off) ซึ่งหมายถึง การนำสินค้าไปฝากไว้กับบริษัทขนส่ง เพื่อให้ทำการจัดส่งสินค้าให้กับธุรกิจ
ส่งแบบ drop off ดีอย่างไร รวมไปถึงวิธีใช้
   การจัดส่งสินค้าแบบ drop off นั้นเป็นวิธีที่หลายธุรกิจเลือกใช้สำหรับการจัดส่งสินค้าให้กับลูกค้า เนื่องจากเป็นวิธีที่มีความสะดวก รวดเร็ว และธุรกิจไม่ต้องเสียเวลาต่อคิวเพื่อรอจัดส่งสินค้าเอง รวมถึงยังง่ายต่อการนำสินค้าเข้าไปฝากไว้ เพราะบริษัทขนส่งส่วนใหญ่ที่มีบริการดรอปออฟ มักจะมีสาขาจำนวนมากกระจายตัวอยู่อย่างครอบคลุม แถมบางบริษัทก็ให้บริการขนส่งทุกวันแบบไม่มีวันหยุดอีกด้วย เพื่อเป็นการอำนวยความสะดวกให้กับธุรกิจ โดยวิธีการใช้บริการดรอปออฟ ธุรกิจก็เพียงแค่นำพัสดุสินค้าที่แพ็คและแปะใบจ่าหน้าเรียบร้อยแล้ว ไปฝากไว้ให้บริษัทขนส่งทำการจัดส่งสินค้าให้ตามวันและเวลาที่กำหนด หรือปัจจุบันสามารถใช้การสแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อเชื่อมต่อข้อมูลไปยังระบบของบริษัทขนส่งได้เลย และเมื่อทำการจัดส่งสินค้าแล้ว ธุรกิจก็จะสามารถติดตามสถานะของสินค้าได้จากเลข Tracking สามารถอ่านข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ https://packhai.com/drop-off-meaning/
ใช้บริการดรอปออฟได้ที่ไหนบ้าง
   สำหรับบริษัทที่ให้บริการรับจัดส่งสินค้าแบบ ดรอปออฟ (drop off) นั้นจะมีให้เลือกใช้งานอยู่หลากหลายบริษัท ทั้งผู้ให้บริการดรอปออฟที่เป็นบริษัทเอกชนและรัฐบาล ไม่ว่าจะเป็นไปรษณีย์ไทย Kerry หรือ J&T Express ฯลฯ ซึ่งแต่ละที่ก็จะมีรูปแบบการให้บริการจัดส่งที่คล้ายคลึงกัน แต่อาจจะแตกต่างในเรื่องของรายละเอียดและเงื่อนไขการให้บริการ ระยะเวลารอบจัดส่ง รวมไปถึงเกณฑ์ในการคิดราคาค่าบริการ ซึ่งในการใช้งานธุรกิจก็ควรเลือกบริษัทขนส่งให้เหมาะสมกับความต้องการในการขนส่งด้วย เพื่อให้ตอบโจทย์ลูกค้าและสามารถขนส่งสินค้าได้อย่างรวดเร็ว
   ในการทำธุรกิจขายของออนไลน์ ก่อนที่จะสามารถมาถึงขั้นตอนของการจัดส่งสินค้าได้นั้น จำเป็นจะต้องผ่านหลายขั้นตอนเลย ทั้งการจัดเก็บสินค้า การหยิบสินค้าตามออเดอร์ การเตรียมและแพ็คสินค้า ซึ่งแต่ละขั้นตอนล้วนแล้วแต่ต้องใช้เวลาและทรัพยากรของธุรกิจอย่างมาก หากธุรกิจจัดการได้ไม่ดีพอ ก็อาจจะส่งผลกระทบต่อการจัดส่งสินค้าและเป็นการเพิ่มต้นทุนให้กับธุรกิจได้ ดังนั้นทางที่ดีธุรกิจควรลองมองหาตัวช่วยอย่างการใช้บริการคลังสินค้าออนไลน์ของ Packhai ที่จะให้บริการตั้งแต่การเก็บ แพ็ค และส่งสินค้าแบบครบจบในที่เดียว ด้วยทีมงานมืออาชีพและคลังสินค้าที่ได้มาตรฐาน ซึ่งจะเป็นการอำนวยความสะดวกและลดภาระในการทำงาน ช่วยให้ธุรกิจสามารถประหยัดเวลาและลดต้นทุนได้เป็นอย่างดี

 


ร่วมขับเคลื่อนโดย
เว็บไซท์นี้จัดสร้างขึ้นมาเพื่อเป็นสังคมออนไลน์ของชาวหาดใหญ่ - สงขลา สงวนลิขสิทธิ์ © บริษัท บ้านเรา คอร์ปอเรชั่น จำกัด
นโยบาย | เกี่ยวกับเรา | ลงโฆษณา | ร้องเรียน | แจ้งข้อผิดพลาด | ติดต่อเรา | มีอะไรใหม่ในเว็บกิมหยง | คุยกับเว็บมาสเตอร์
เครือข่ายเว็บไซท์ท้องถิ่นไทย [ ตรัง ] [ ขอนแก่น ] [ เชียงใหม่ ] [ เชียงราย ] [ อุดรธานี ] [ หาดใหญ่ - สงขลา ] [ น่าน ] [ พัทลุง ] [ นครศรีธรรมราช ]