gimyong หาดใหญ่
ศูนย์ประชุมนานาชาติฉลองสิริราชสมบัติครบ ๖๐ ปี
 


ผู้เขียน หัวข้อ: เทคนิคเลือกกล้องติดรถยนต์ เก็บครบทุกหลักฐาน เป็นพยานทุกอุบัติเหตุ  (อ่าน 5988 ครั้ง)

เทคนิคเลือกกล้องติดรถยนต์ เก็บครบทุกหลักฐาน เป็นพยานทุกอุบัติเหตุ

ออฟไลน์ Synchai

การนำเทคโนโลยีเข้ามาเพื่อช่วยเก็บหลักฐานการเกิดอุบัติเหตุบนท้องถนน เริ่มเข้ามามีบทบาทต่อคนในยุคปัจจุบันมากขึ้น ไม่จำเป็นจะต้องรอหลักฐานภาพถ่ายจากกล้องวงจรปิดของภาครัฐที่ติดตั้งไว้ตามสี่แยกสำคัญอีกต่อไป แต่สามารถนำคลิปจากกล้องหน้ารถมาใช้ประกอบเป็นหลักฐานในการดำเนินคดีและเคลมประกันได้เลยทันที แถมยังช่วยลดค่าใช้จ่ายในการซื้อประกันภัยรถยนต์ได้อีกด้วย (เคล็ดลับเด็ดช่วยลดค่าเบี้ยประกันภัยรถยนต์ คลิก https://www.smk.co.th/newsdetail/73)  แล้วจะมีเทคนิคในการเลือกกล้องติดรถยนต์อย่างไร
 
เทคนิคเลือกกล้องติดรถยนต์

1. ความละเอียดของภาพที่บันทึก

คุณภาพของวิดีโอที่บันทึกได้เป็นสิ่งสำคัญที่ต้องคำนึงถึงเป็นอันดับแรก โดยปัจจุบันความละเอียดของกล้องติดรถยนต์ควรอยู่ที่ระดับ FULL HD (1080p) หรือ HD Ready (720p) เป็นมาตรฐาน เพราะที่ความละเอียดระดับนี้ สามารถนำภาพวิดีโอที่บันทึกได้ไปใช้งานจริงอย่างไม่ติดขัด แต่การจะได้มาซึ่งความละเอียดระดับ FULL HD จะต้องมีองค์ประกอบของเลนส์และชิปประมวลผลที่ทำงานคู่กัน เพียงสเปกที่ระบุไว้ว่ารองรับได้ถึง FULL HD เวลาใช้งานจริงอาจจะทำได้เพียง 480p ก็เป็นได้ แต่โดยส่วนใหญ่แล้วกล้องติดรถยนต์ที่เป็นแบรนด์มาตรฐาน จะระบุรายละเอียดชัดเจนว่ารองรับการบันทึกภาพแบบ Full HD ด้วยหรือไม่
(ค้นหา กล้องติดรถยนต์แบบ Full HD คลิก https://www.powerbuy.co.th/th/camera-and-drones/surveillance-cameras/car-cameras)

2. FPS สูง ช่วยให้ภาพเคลื่อนไหวลื่นไหล สมจริง

ค่า FPS ย่อมาจาก Frame Per Second หรืออัตราของจำนวนเฟรมภาพต่อวินาที เป็นหน่วยวัดการบันทึกภาพนิ่งของในกล้องวิดีโอต่อ 1 วินาที เช่น 25 FPS หมายถึง ใน 1 วินาที จะมีภาพนิ่งถูกบันทึกต่อเนื่องกัน 25 ภาพ แน่นอนว่าค่า FPS มากจะส่งผลให้ภาพมีความเคลื่อนไหวต่อเนื่อง ดูลื่นไหล แต่หากค่า FPS ต่ำ ภาพเคลื่อนไหวจะดูกระตุกและไม่ต่อเนื่อง แต่สำหรับกล้องติดรถยนต์ ค่า FPS ที่สูงเกินไปอาจจะมีผลเสียมากว่าผลดี เพราะจะทำให้กินพื้นที่การ์ดความจำมากกว่าปกติ เพราะไฟล์วิดีโอที่ได้จะมีขนาดใหญ่มาก ค่า FPS สำหรับกล้องติดรถยนต์จึงไม่ควรสูงเกิน 30 FPS หรือไม่น้อยไปกว่า 25 FPS ก็เพียงพอต่อการใช้งาน

3. บันทึกภาพวิดีโอเวลากลางคืนหรือสภาวะที่มีแสงน้อยได้ดี

กล้องติดรถยนต์ที่สามารถใช้งานในสภาวะที่มีแสงน้อยหรือเวลากลางคืนได้ดี จำเป็นจะต้องมีอินฟาเรดเป็นพื้นฐานหรือควรมีฟังก์ชันที่เรียกว่า WDR (Wide Dynamic Range) ซึ่งเป็นฟังก์ชันเดียวกันกับที่มีอยู่ในกล้องวงจรปิดที่ติดตามบ้าน สำนักงาน หรือตามท้องถนน ช่วยทำให้การบันทึกภาพเวลากลางคืน (Night Shot) หรือสภาวะที่มีแสงน้อยให้ดูสว่างขึ้น หรือลดแสงบนท้องถนนที่อาจมีมากเกินไป ทำให้ได้ภาพที่มีรายละเอียดมากขึ้น

4. มีรูรับแสงที่เหมาะสม

รูรับแสง หรือ Lens Aperture ของกล้องติดรถยนต์มีหน้าที่เดียวกันกับของกล้องถ่ายรูป คือ เป็นตัวควบคุมปริมาณแสงที่จะวิ่งผ่านรูนี้เข้าไปในกล้อง มีหน่วยเรียกว่า “F” หรือ “ค่า F/Stop” ค่าตัวเลข F น้อย รูรับแสงกว้าง แสงเข้าได้มาก เรียกว่า ชัดตื้น คือให้ช่วงระยะชัดของภาพน้อย จะให้ได้ภาพที่คมชัดมากที่สุดตรงจุดโฟกัส ในขณะที่หากค่าตัวเลข F มาก รูรับแสงแคบลง แสงเข้าได้น้อย เรียกว่าชัดลึก คือให้ช่วงระยะชัดของภาพมาก ภาพที่ได้จะคมชัดเท่ากันทั้งภาพ สำหรับกล้องติดรถยนต์แล้ว ค่า F มาก จะช่วยทำให้มีความชัดลึกคมชัดทั้งภาพ เหมาะสมกับการใช้งานมากกว่า

5. มุมกล้องแบบเลนส์กว้าง ใช้งานได้จริง

กล้องที่มีมุมมองกว้างจะช่วยเก็บรายละเอียดทั้งสองข้างทางของภาพได้มากกว่า หากกล้องมีมุมมองแคบเกินไป ก็อาจจะครอบคลุมหน้ารถได้ไม่หมด แต่ก็จะส่งผลกระทบกับภาพวิดีโอหรือภาพนิ่งตรงที่บันทึก เพราะลักษณะของภาพที่ได้จะเหมือนถูกซูมออกมา ภาพตรงกลางจะถูกบีบเพื่อเก็บภาพด้านข้างได้มากขึ้น จึงอาจได้ภาพที่ไม่ชัดเจนเท่าที่ควร และยังทำให้ระยะของภาพผิดเพี้ยน ดูไกลขึ้นกว่าระยะจริงที่เกิดขึ้น การเลือกกล้องติดรถยนต์ที่มีมุมมองกว้างเป็นเรื่องดี แต่ต้องให้แน่ใจว่าภาพด้านหน้าตรงต้องคมชัด ไม่ผิดเพี้ยน
 

6. เก็บภาพได้ทุกเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นแม้ตอนเกิดอุบัติเหตุ

ไม่ว่าจะเป็นเหตุการณ์เบรกรถกะทันหันหรือรถเกิดอุบัติเหตุ จะทำให้มีแรงสั่นสะเทือนหรือแรงกระแทกเกิดขึ้น ระบบ G-Sensor ที่ติดมากับกล้องจะทำหน้าที่ตรวจจับแรงสั่นสะเทือนหรือแรงกระแทก เพื่อล็อกไฟล์วิดีโอที่บันทึกอยู่ในช่วงเวลานั้นแยกออกมาเก็บเป็นพิเศษต่างหากจากช่วงเวลาที่บันทึกปกติ และจะถูกป้องกันไม่ให้ช่วงเวลาดังกล่าวถูกบันทึกวนซ้ำเมื่อหน่วยความจำเต็ม ถึงแม้ลบด้วยคอมพิวเตอร์ก็ไม่สามารถทำได้ ต้องฟอร์แมตการ์ดความจำทิ้ง จึงทำให้สามารถนำคลิปมาตรวจสอบย้อนหลังได้ ระบบนี้จึงมีความสำคัญและถือเป็นฟังก์ชันพื้นฐานที่กล้องติดรถยนต์ทุกตัวต้องมี

7. ระบบตรวจจับความเคลื่อนไหว (Motion detect)
ระบบตรวจจับความเคลื่อนไหว (Motion detect) จะทำงานทันทีเมื่อมีการเคลื่อนไหวเกิดขึ้นผ่านหน้ากล้องหรือหน้ารถยนต์ โดยจะบันทึกเป็นไฟล์วิดีโอออกมาเก็บไว้ในทุกๆ การเคลื่อนไหวที่ตรวจจับได้ ไฟล์ที่ได้จะมีขนาดเล็กและมีเฟรมเรทที่ต่ำเพื่อไม่ให้สิ้นเปลืองพื้นที่ของการ์ดหน่วยความจำ โดยระบบตรวจจับความเคลื่อนไหว (Motion detect) จะใช้งานได้ก็ต่อเมื่อเปิดกล้องทิ้งไว้เฉยๆ แต่ไม่ได้ทำการบันทึกภาพวิดีโอไว้ เช่น ขณะรถติดหรือขณะจอดรถทิ้งไว้ที่ลานจอด และต้องการที่จะรับรู้เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นขณะรถจอดอยู่ แต่การใช้ระบบนี้ ตัวกล้องจำเป็นต้องมีไฟเลี้ยงอยู่ตลอดเวลา จึงต้องมีอุปกรณ์จ่ายไฟให้กล้องอย่าง power bank ต่อกับกล้องไว้

8. เลือกแบตเตอรี่ให้เหมาะสมกับการใช้งาน

กล้องติดรถยนต์โดยทั่วไปจะมีทั้งรุ่นที่มีแบตเตอรี่ในตัว สามารถจ่ายไฟให้ใช้งานได้ทันทีโดยไม่ต้องต่อไฟจากที่จุดบุหรี่ หรือแบบไม่มีแบตเตอรี่ในตัวเอง แต่จะมี Dual Super Cap เป็นตัวเก็บประจุไฟทำหน้าที่เหมือนแบตเตอรี่สำรอง โดยจะค่อย ๆ ปล่อยกระแสไฟออกมาช้า ๆ เพื่อให้กล้องติดรถยนต์บันทึกวิดีโอได้เสร็จสมบูรณ์เมื่อดับเครื่อง แต่ก็ไม่สามารถจ่ายไฟให้กล้องติดรถยนต์ทำงานได้เหมือนแบตเตอรี่ และจะไม่มีปัญหาเกี่ยวกับแบตเตอรี่มากวนใจ เช่น แบตเสื่อม แบตบวมเก็บไฟไม่อยู่ เป็นที่น่าสังเกตว่ากล้องติดรถยนต์ที่มีคุณภาพดี ราคาสูง ส่วนใหญ่จะไม่มีแบตเตอรี่ภายใน แต่จะมีตัวเก็บประจุไฟฟ้าสำรองมาทำหน้าที่แทน

เลือกกล้องติดรถยนต์ให้เหมาะกับการใช้งานและพฤติกรรมของผู้ขับขี่ เพื่อการบันทึกภาพเคลื่อนไหวได้เต็มประสิทธิภาพ เป็นหลักฐานชิ้นสำคัญเมื่อต้องเกิดเหตุไม่คาดฝันกับรถยนต์ แล้วให้ประกันรถยนต์ตามโปรไฟล์ช่วยคุ้มครองรถคุณ เบี้ยเริ่มต้นเพียง 6,999 บาท ..โปรไฟล์ยิ่งดี ความเสี่ยงยิ่งต่ำ เบี้ยยิ่งถูก.. โปรไฟล์คุณอาจดีกว่าที่คุณคิด สนใจรายละเอียด คลิก https://www.smk.co.th/productmotordetail/20 หรือ โทร. 1596 Line : @smkinsurance

สินมั่นคงประกันภัย ..ประกันรถ ประกันเวลา..

 


ร่วมขับเคลื่อนโดย
เว็บไซท์นี้จัดสร้างขึ้นมาเพื่อเป็นสังคมออนไลน์ของชาวหาดใหญ่ - สงขลา สงวนลิขสิทธิ์ © บริษัท บ้านเรา คอร์ปอเรชั่น จำกัด
นโยบาย | เกี่ยวกับเรา | ลงโฆษณา | ร้องเรียน | แจ้งข้อผิดพลาด | ติดต่อเรา | มีอะไรใหม่ในเว็บกิมหยง | คุยกับเว็บมาสเตอร์
เครือข่ายเว็บไซท์ท้องถิ่นไทย [ ตรัง ] [ ขอนแก่น ] [ เชียงใหม่ ] [ เชียงราย ] [ อุดรธานี ] [ หาดใหญ่ - สงขลา ] [ น่าน ] [ พัทลุง ] [ นครศรีธรรมราช ]