ข่าว:

ทดลองใช้งานบอร์ดตะลุง ที่อยู่ในขั้นตอนการกู้คืนข้อมูล เบื้องต้นมีแต่กระทู้ (ข้อความ) กำลังกู้รูปภาพ ไฟล์แนบต่าง ๆ คาดว่าจะทยอยสมบูรณ์ภายในไม่ช้า

Main Menu

หน้าฝนทีไร ผ้าที่ตั้งใจซักไว้ แห้งไม่ทันทุกที แถมมีกลิ่นอับชื้น

เริ่มโดย supergoodday, 17:10 น. 18 มี.ค 69

supergoodday



ฤดูฝนหวนกลับมาอีกครั้งพร้อมกับความชุ่มฉ่ำของสายน้ำที่โปรยปรายลงมาช่วยคลายความร้อน แต่สำหรับพ่อบ้านแม่บ้านหรือใครก็ตามที่ต้องรับผิดชอบงานบ้านงานเรือน หน้าฝนกลับเปรียบเสมือนบททดสอบความอดทนครั้งใหญ่ โดยเฉพาะเรื่องการซักผ้าที่กลายเป็นภารกิจอันแสนเหนื่อยยาก เมื่อใดก็ตามที่เราตั้งใจตากผ้าไว้ด้วยความหวังว่าแสงแดดจะช่วยให้ผ้าแห้งสนิท กลับกลายเป็นว่าท้องฟ้ากลับมืดครึ้มและฝนก็ตกลงมาอย่างไม่ลืมหูลืมตา ส่งผลให้ผ้าที่ซักไว้ไม่เพียงแต่จะแห้งไม่ทันเวลา แต่ยังมาพร้อมกับ "กลิ่นอับชื้น" ที่ทำลายความมั่นใจและการสวมใส่ไปอย่างสิ้นเชิง

ต้นเหตุของปัญหาเรื่องกลิ่นอับในหน้าฝนนั้นไม่ได้มาจากเพียงแค่ความเปียกชื้นเท่านั้น แต่เกิดจากการสะสมของเชื้อแบคทีเรียและเชื้อราที่เจริญเติบโตได้ดีในสภาวะที่มีความชื้นสูงและอากาศถ่ายเทไม่สะดวก เมื่อผ้าเปียกอยู่นานเกินไปโดยไม่มีแสงแดดมาช่วยฆ่าเชื้อโรค กลิ่นไม่พึงประสงค์จึงฝังแน่นลงในเส้นใยผ้า แม้เราจะพยายามใช้น้ำยาปรับผ้านุ่มสูตรหอมพิเศษเพียงใด แต่ถ้าผ้าไม่ได้รับการระบายอากาศที่เหมาะสม กลิ่นหอมเหล่านั้นก็จะผสมปนเปกับกลิ่นอับ กลายเป็นกลิ่นที่ชวนให้เวียนหัวยิ่งกว่าเดิม แนวทางการรับมือกับปัญหานี้เริ่มต้นตั้งแต่ขั้นตอนการซัก ในช่วงหน้าฝน การเลือกใช้น้ำยาซักผ้าสูตรลดกลิ่นอับหรือสูตรแอนตี้แบคทีเรียเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่ง นอกจากนี้เราควรหลีกเลี่ยงการอัดผ้าลงในถังซักจนแน่นเกินไป เพื่อให้เครื่องสามารถทำความสะอาดได้อย่างทั่วถึง และที่สำคัญคือการเพิ่มรอบการปั่นหมาดให้ยาวนานขึ้นหรือใช้ความเร็วรอบที่สูงขึ้น เพื่อสลัดน้ำออกจากเส้นใยผ้าให้ได้มากที่สุดก่อนนำไปตาก การเตรียมความพร้อมตั้งแต่ต้นทางเช่นนี้จะช่วยยืดระยะเวลาที่ผ้าจะเริ่มส่งกลิ่นอับออกไปได้ เมื่อถึงขั้นตอนการตาก ในวันที่ไร้แสงแดดเราควรจัดวางราวตากผ้าในบริเวณที่อากาศถ่ายเทได้สะดวกที่สุด เช่น ริมระเบียงที่มีลมโกรก หรือในห้องที่มีเครื่องปรับอากาศซึ่งจะช่วยดูดความชื้นออกจากอากาศได้ดี การเว้นระยะห่างระหว่างเสื้อผ้าแต่ละชิ้นก็มีความสำคัญไม่แพ้กัน ควรเว้นช่องว่างให้ลมพัดผ่านได้สะดวก ไม่ตากผ้าซ้อนทับกันหนาแน่นจนเกินไป แต่ถ้าจะแก่ปัญหาระยะยาว อาจจะต้องลงทุนกับเครื่องซักผ้าอบ สำหรับผ้าที่มีเนื้อหนาอย่างกางเกงยีนส์หรือเสื้อกันหนาว อาจต้องใช้ตัวช่วยเสริม เช่น พัดลมมาเป่าจ่อทิ้งไว้เพื่อเร่งการระเหยของน้ำ หรือหากบ้านใครมีเครื่องอบผ้าก็นับว่าเป็นสวรรค์ในหน้าฝนเลยทีเดียว อีกหนึ่งเทคนิคที่หลายคนอาจมองข้ามคือการทำความสะอาดถังซักผ้าอย่างสม่ำเสมอ เพราะความชื้นในหน้าฝนมักทำให้ถังซักสะสมคราบสกปรกและเชื้อราได้ง่ายกว่าปกติ ซึ่งสิ่งเหล่านี้จะโอนถ่ายไปยังเสื้อผ้าที่ซักใหม่ทำให้เกิดกลิ่นได้ง่ายขึ้น