ข่าว:

ทดลองใช้งานบอร์ดตะลุง ที่อยู่ในขั้นตอนการกู้คืนข้อมูล เบื้องต้นมีแต่กระทู้ (ข้อความ) กำลังกู้รูปภาพ ไฟล์แนบต่าง ๆ คาดว่าจะทยอยสมบูรณ์ภายในไม่ช้า

Main Menu

ขั้นตอนให้อาหารสายยางให้กับผู้ป่วย

เริ่มโดย siritidaphon, 21:14 น. 20 พ.ค 69

siritidaphon

ขั้นตอนให้อาหารสายยางให้กับผู้ป่วย

การให้อาหารทางสายยางอย่างถูกวิธีเป็นหัวใจสำคัญในการป้องกันภาวะแทรกซ้อน เช่น การสำลัก หรือสายอุดตัน คุณแม่สามารถปฏิบัติตามขั้นตอนมาตรฐาน 5 ขั้นตอน ดังนี้ค่ะ:

1. เตรียมตัวและเตรียมอุปกรณ์ (Preparation)

จัดท่า: จัดผู้ป่วยให้นั่งตัวตรง หรือหนุนหมอนให้ศีรษะสูง 30–45 องศา เสมอ (ห้ามให้อาหารในท่านอนราบเด็ดขาด) เพื่อป้องกันอาหารย้อนกลับเข้าปอด

เตรียมอาหาร: เตรียมอาหารในอุณหภูมิห้อง (หากแช่เย็นไว้ ต้องวางให้คลายความเย็นก่อน) เทอาหารใส่กระบอกไซริงค์ (ที่ถอดลูกสูบออกแล้ว)

ล้างมือ: ล้างมือให้สะอาดก่อนจับอุปกรณ์ทุกครั้ง


2. ตรวจสอบตำแหน่งสาย (Safety Check)

ตรวจสอบมาร์ก (Marker): ตรวจดูขีดเครื่องหมายที่สายยางตรงรูจมูกหรือรูหน้าท้องว่ายังอยู่ที่เดิม ไม่เลื่อนหลุดออกมา

เช็กอาหารค้าง (Optional): หากผู้ป่วยมีอาการแน่นท้อง ให้ใช้ไซริงค์ต่อกับสายยางแล้วดูดเบาๆ เพื่อดูว่ามีอาหารค้างจากมื้อก่อนหรือไม่ (หากค้างเกิน 100-150 มล. ควรปรึกษาแพทย์)


3. เริ่มให้อาหาร (Feeding)

ล้างสายก่อน: ใช้น้ำสะอาดประมาณ 30-50 มล. ใส่กระบอกไซริงค์ ปล่อยให้ไหลผ่านสายเพื่อล้างคราบอาหารเก่าและตรวจสอบว่าสายไม่ตัน

เทอาหาร: เมื่อน้ำล้างสายใกล้หมด ให้เทอาหารลงไปทันที ห้ามปล่อยให้อากาศเข้าสาย เพราะจะทำให้ผู้ป่วยท้องอืด

ปล่อยไหลด้วยแรงโน้มถ่วง: ยกกระบอกไซริงค์ให้สูงจากหน้าอกผู้ป่วยประมาณ 30-50 ซม. ปล่อยให้อาหารไหลลงช้าๆ ห้ามดันลูกสูบไซริงค์เด็ดขาด (การดันจะทำให้กระเพาะบีบตัวแรงจนอาเจียนได้)

คุมความเร็ว: มื้อหนึ่งควรใช้เวลาประมาณ 15-20 นาที


4. ทำความสะอาดหลังมื้ออาหาร (Post-Feeding)
ล้างสายหลังอาหาร: เมื่ออาหารใกล้หมดกระบอก ให้เติมน้ำสะอาดอีก 30-50 มล. เพื่อล้างอาหารที่ค้างในสายลงกระเพาะให้หมด

ปิดสาย: พับหรือปิดจุกสายยางให้เรียบร้อยเพื่อป้องกันอากาศเข้าและป้องกันการรั่วซึม


5. การดูแลหลังจบมื้อ (Monitoring)
คงท่าศีรษะสูง: ต้องจัดให้ผู้ป่วยนั่งในท่าศีรษะสูงต่อเนื่องไปอีก อย่างน้อย 1 ชั่วโมง เพื่อให้อาหารผ่านเข้าสู่ลำไส้เล็กและป้องกันการสำลัก

สังเกตอาการ: สังเกตว่าผู้ป่วยมีอาการไอ หอบเหนื่อย หรืออาเจียนหรือไม่


💡 คำแนะนำจากประสบการณ์ดูแล:

หัวใจสำคัญคือ "ความใจเย็น" ค่ะ อย่ารีบให้อาหารจนเร็วเกินไป เพราะจะทำให้ผู้ป่วยปวดท้องและอาเจียน การเปิดเพลงเบาๆ หรือพูดคุยกับผู้ป่วยในขณะให้อาหาร จะช่วยให้ผู้ป่วยรู้สึกผ่อนคลายและลดความเครียดจากการต้องรับอาหารทางสายได้มากเลยค่ะ