การศึกษาและนวัตกรรม > แวดวงการศึกษา

สช.สงขลาร่วมใจจัดวันการศึกษาเอกชน เทิดไท้องค์ราชัน

(1/1)

ทีมงานบ้านเรา:


นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธานเปิดงานมหกรรมวันการศึกษาเอกชน สู่ความเป็นเลิศ เทิดไท้องค์ราชัน ปี ๒๕๕๔ เมื่อวันที่ ๑๐ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๔ ณ ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุมอิมแพ็ค เมืองทองธานี จ.นนทบุรี

รมว.ศธ.กล่าวว่า ในโอกาสวันการศึกษาเอกชน เวียนมาบรรจบและครบรอบปีที่ ๙๓ ในวันที่ ๑๐ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๔ กอร์ปกับปีนี้เป็นปีมหามงคลที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงมีพระชนมายุ ๘๔ พรรษา กระทรวงศึกษาธิการในฐานะที่ดูแลรับผิดชอบด้านการศึกษาได้จัดงานวันการศึกษาเอกชนขึ้น เพื่อเฉลิมพระเกียรติของพระองค์ท่านภายใต้ชื่อ "มหกรรมวันการศึกษาเอกชน สู่ความเป็นเลิศ เทิดไท้องค์ราชัน"

จึงขอเชิญชวนพี่น้องประชาชนและผู้มีส่วนร่วมกับการศึกษาเอกชนได้ตระหนักถึงความสำคัญของการศึกษาเอกชน ซึ่งถือเป็นการศึกษาทางเลือกที่มีคุณภาพและมีส่วนช่วยแบ่งเบาภาระในการจัดการศึกษาของรัฐบาล อีกทั้งยังสามารถพัฒนาศักยภาพของเยาวชนให้เป็นพลเมืองที่มีประสิทธิภาพของประเทศไทย



การศึกษาเอกชน หากจะสืบค้นความเป็นมาของการจัดการศึกษาในประเทศไทยแล้วนับเป็นการศึกษาที่เกิดขึ้นตั้งแต่สมัยล้านนาไทยและสุโขทัย โดยมีวัง วัด และบ้านเป็นสถานที่ให้การศึกษา ครั้นถึงสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวได้มีการกำหนดนโยบายการจัดการศึกษาเอกชนขึ้นเป็นครั้งแรกในโครงการศึกษา

ร.ศ.๑๑๗ หรือ พ.ศ.๒๔๑๑ โดยมีคณะมิชชันนารีชาวอเมริกันจัดตั้งโรงเรียนเชลยศักดิ์ขึ้น แบ่งออกเป็นโรงเรียนเชลยศักดิ์ในบำรุงและนอกบำรุง หลังจากนั้นจึงเปลี่ยนจากโรงเรียนเชลยศักดิ์เป็นโรงเรียนบุคคลตามระเบียบการศึกษาสำหรับประเทศสยาม พ.ศ.๒๔๕๔ แบ่งออกเป็นโรงเรียนที่สอนวิชาสามัญกับโรงเรียนที่สอนเฉพาะทาง

พ.ศ.๒๔๖๑ รัฐบาลได้เล็งเห็นความสำคัญของการศึกษาเอกชนจึงประกาศพระราชบัญญัติโรงเรียนราษฎร์ เมื่อวันที่ ๑๐ กุมภาพันธ์ ๒๔๖๑ จึงถือเป็น "วันการศึกษาเอกชน" ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา นับเนื่องจากการประกาศใช้พระราชบัญญัติโรงเรียนราษฎร์เป็นต้นมา การศึกษาเอกชนก็เป็นที่นิยมและเพิ่มจำนวนมากขึ้น ในช่วงนั้นมีโรงเรียนราษฎร์ที่มีผลงานเป็นที่ยอมรับของรัฐและผู้ปกครอง

หลังจากนั้นได้มีการแก้ไขและปรับปรุงพระราชบัญญัติโรงเรียนราษฎร์ให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงของสถานศึกษาเอกชน นโยบายของรัฐบาล และการเปลี่ยนแปลงของกระแสโลก จนกระทั่งเป็นพระราชบัญญัติโรงเรียนเอกชน พ.ศ.๒๕๒๕ และพระราชบัญญัติโรงเรียนเอกขน พ.ศ.๒๕๕๐ ซึ่งเป็นกฎหมายการศึกษาเอกชนในปัจจุบัน โดยมีสำนักบริหารงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.) เป็นผู้ดูแลรับผิดชอบการจัดการศึกษาของโรงเรียนเอกชนทั่วประเทศ



ช่วงเวลากว่าสองถึงสามร้อยปีที่ผ่านมา เห็นได้ว่าการศึกษาเอกชนเป็นผู้บุกเบิกก่อนที่จะมีการศึกษาในระบบของเมืองไทย มีบทบาทในการจัดการศึกษาควบคู่กับการศึกษาภาครัฐ มีความสำคัญต่อชุมชน สามารถทดแทนในส่วนที่รัฐจัดไม่ได้ ช่วยสนองตอบความต้องการของผู้ปกครอง เป็นโรงเรียนใกล้บ้าน และเป็นผู้นำความรู้ในวิทยาการใหม่ๆ
ในช่วงการปฏิรูปการศึกษาในทศวรรษที่สอง ถือเป็นช่วงเปลี่ยนผ่านที่สำคัญ รัฐบาลมีนโยบายชัดเจนที่จะใช้การศึกษาเป็นเครื่องมือในการพัฒนาประเทศชาติบ้านเมืองอย่างยั่งยืน

การศึกษาเอกชนจึงมีบทบาทสำคัญในการเข้ามามีส่วนช่วยให้การพัฒนาการศึกษาได้บรรลุเป้าหมายตามรัฐบาลได้กำหนดไว้ คือ ๑) ทุกคนต้องร่วมกันจัดการศึกษาให้มีคุณภาพและมาตรฐานตลอดชีวิต ๒) เพื่อเปิดโอกาสและความเสมอภาคของผู้เรียนอย่างทั่วถึง ๓สร้างการมีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วน

ทั้งหมดนี้เพื่อมุ่งเน้นไปสู่เป้าหมายสำคัญที่เป็นความคาดหวังของสังคม คือ ได้พลเมืองยุคใหม่ ที่มีความใฝ่รู้ ใฝ่ดี คิดเป็น ทำเป็น แก้ปัญหาเป็น มีความเป็นพลเมืองที่มีความจงรักภักดีต่อชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และต้องการเห็นครูยุคใหม่ ที่เท่าทันต่อการเปลี่ยนแปลง สามารถขับเคลื่อนกระบวนการเรียนรู้จากการสอนมาเป็นการฝึกกล่อมเกลาให้เด็กได้บรรลุเป้าหมายเป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์ต่อไป

นอกจากนี้ต้องการเห็นสถานศึกษาและแหล่งเรียนรู้ใหม่เกิดขึ้น และแน่นอนที่สุดคือสถานศึกษาเอกชนจะมีส่วนสำคัญในการพัฒนาไปสู่การศึกษาระดับนานาชาติและสถานศึกษาสู่มาตรฐานสากล โดยใช้ระบบการบริหารจัดการในรูปแบบใหม่ ซึ่งรัฐบาลได้ส่งเสริมการกระจายอำนาจลงมาสู่สถานศึกษาและเขตพื้นที่การศึกษาด้วย

ขณะนี้ได้ตั้งคณะกรรมการการศึกษาเอกชนในระดับจังหวัด เพื่อให้ทุกภาคส่วนได้เห็นความสำคัญและเข้ามามีส่วนร่วมอย่างแท้จริง  และในปีนี้ถือเป็นปีมหามงคลที่ทุกภาคส่วนได้น้อมเกล้าน้อมกระหม่อมถวายพระราชสมัญญาแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว "พระผู้ทรงเป็นครูแห่งแผ่นดิน" ซึ่งเป็นความปลาบปลื้มปิติอย่างหาที่สุดมิได้ โดยมีการรวมพลังน้ำใจจัดตั้งกองทุนครูของแผ่นดิน ซึ่งได้ตั้งเป้าหมายทุนประเดิมจำนวน ๘๔ ล้านบาท เพื่อเป็นมงคลสำหรับการเริ่มต้น แต่ได้รับความร่วมมือจากทุกภาคส่วนโดยเฉพาะภาคการศึกษาเอกชน ทำให้ขณะนี้มีเงินกองทุนครูของแผ่นดิน จำนวน ๑๒๐ ล้านบาท จึงถือโอกาสนี้ขอบคุณพลังของการศึกษาเอกชน ทั้งผู้ที่ได้รับใบอนุญาต ผู้บริหาร ครู นักเรียน และผู้ปกครอง



หวังเป็นอย่างยิ่งว่า พวกเราจะก้าวเดินต่อไปในการพัฒนาการศึกษาภายใต้รัฐบาล เพื่อที่จะทุ่มเทพลังจากทุกภาคส่วน ดำเนินการพัฒนาการศึกษาให้บรรลุเป้าหมาย โดยรัฐบาลได้จัดตั้งงบประมาณในปี ๒๕๕๔ ที่ผ่านมาถึง ๔ แสนล้านบาท แต่ในปีงบประมาณ ๒๕๕๕ ได้เตรียมการจัดตั้งงบประมาณสำหรับการศึกษาโดยเฉพาะประมาณ ๕ แสนล้านบาท จึงเป็นหน้าที่ของกระทรวงศึกษาธิการที่จะต้องขับเคลื่อนการปฏิรูปการศึกษาเพื่อให้บรรลุเป้าหมายดังกล่าว และหวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะได้รับการพัฒนาให้สอดรับการศึกษาของภาครัฐและเอกชนด้วย

รมว.ศธ.กล่าวด้วยว่า ต้องการเห็นสัดส่วนของภาคเอกชนในการจัดการศึกษาเพิ่มมากขึ้น จากร้อยละ ๒๐ เป็นร้อยละ ๓๐-๔๐ และหวังว่าภาคเอกชนจะมีส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางการศึกษาในภูมิภาค หากเราสามารถรวมใจกันได้ และประชาชนทุกคนเห็นความสำคัญของการศึกษา คุณภาพของการศึกษาย่อมเกิดขึ้น เพื่อบรรลุเป้าหมายทำให้คนไทยเป็นคนไทยยุคใหม่อย่างแท้จริง

ในส่วนของการกำหนดให้มีพิธีเปิดงานมหกรรมการศึกษาเอกชน เทิดไท้องค์ราชันนั้น  สำนักบริหารงานคณะกรรมการการศึกษาเอกชนได้กำหนดให้มีพิธีเปิดพร้อมกัน  4  ภาคด้วยกันในวันที่  10  กุมภาพันธ์  2554    เวลา  08.30-10.00 น.  และมีการถ่ายทอดสดพร้อมกันทั่วประเทศทางสถานีโทรทัศน์  NBT  โดยคุณอรอุมา  เกษตรพืชผล และคุณอดิศักดิ์    ศรีสมร    รับหน้าที่พิธีกรหลักในช่วงพิธิเปิดงานมหกรรมการศึกษาเอกชนเทิดไท้องค์ราชันครั้งนี้   
1.  ภาคกลาง  เปิดงานโดย  นายชินวร  บุญยเกียรติ  รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ   และ นายชาญวิทย์  ทับสุพรรณ  ผู้อำนวยการสำนักบริหารงานคณะกรรมการการศึกษาเอกชน  ณ  หอประชุมอิมแพ็คเมืองทองธานี  กรุงเทพมหานคร

2.  ภาคเหนือ  เปิดงานโดย  นายไชยยศ  จิรเมธากร  รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ  ณ  อุทยานหลวงราชพฤกษ์  จังหวัดเชียงใหม่

3.  ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ  เปิดงานโดย  นายเฉลียว  อยู่สีมารักษ์  ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ  ณ  ลานอนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี  อ.เมืองนครราชสีมา  จ.นครราชสีมา 

4.  ภาคใต้  เปิดงานโดย ดร.สืบแสง  พรหมบุญ  ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงศึกษาธิการ  ร่วมกับนายกมล  รอดคล้าย  ผู้ตรวจราชการกระทรวงศึกษาธิการ  นายอุทิศ  ชูช่วย  นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลา  นายวิรัตน์  จันทร์เกิด  นายกสมาคมการศึกษาเอกชนจังหวัดสงขลา  และนายทรงพล  ขวัญชื่น  ผู้อำนวยการสำนักงานการศึกษาเอกชนจังหวัดสงขลา  ณ  ศูนย์ประชุมนานาชาติฉลองศิริราชสมบัติครบ  60  ปี  อ.หาดใหญ่  จ.สงขลา 

ซึ่งประธานในพิธีได้กล่าวว่าในวโรกาสที่ปีนี้เป็นปีที่ฉลองครบ  ๗  รอบพระชนมมายุ  ๘๔  พรรษาในองค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว  ภูมิพลอดุลยเดช  ซึ่งรัฐบาลได้ถวายพระราชสมัญญา  “พระผู้เป็นครูแห่งแผ่นดิน”  ดังนั้น  การจัดงาน  “มหกรรมการศึกษาเอกชนสู่ความเป็นเลิศเทิดไท้องค์ราชัน” นับเป็นการเทิดพระเกียรติแด่พระองค์ท่าน  โดยจัดให้มีซุ้มนิทรรศการของพระองค์ท่าน  เพื่อเป็นการเรียนรู้ในครั้งนี้  ที่สำคัญเป็นการเรียนรู้เพื่อทำรูปแบบแห่งความเป็นครูของพระองค์ท่านไปช่วยการจัดการเรียนการสอนด้วย
   ประเด็นต่อมา  การจัดการศึกษาของชาติ  รัฐบาลได้ให้ความสำคัญในการสนับสนุนงบประมาณ เพื่อการจัดการศึกษาให้มีคุณภาพ  นโยบายรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ  ๖  เดือน  ๖  คุณภาพ
จุดเน้นการพัฒนาคุณภาพการศึกษาทั้งระบบ  “6 เดือน 6 คุณภาพการศึกษา” ให้มีความชัดเจน ได้แก่
๑. โครงการเรียนฟรี 15 ปี อย่างมีคุณภาพซึ่งได้รับงบปี 2554 เพิ่มเป็น 8 หมื่นล้านบาท ที่จะต้องลงไปสู่สถานศึกษาอย่างแท้จริง โดยได้มอบหมายให้สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ไปวางระบบให้ภาคีเครือข่ายเข้ามามีส่วนร่วมในการบริหารจัดการงบ เพื่อให้ประชาชนได้เข้ามามีส่วนอย่างแท้จริง
๒. การประกาศจุดเน้นเรื่องคุณภาพของผู้เรียนแต่ละระดับ
๓. เน้นการศึกษาตลอดชีวิตของประชาชน โดยจะประกาศให้ กศน.ตำบลเป็นแหล่งเรียนรู้ตลอดชีวิตของประชาชนกว่า 30 ล้านคน
๔. คุณภาพสถานศึกษายุคใหม่ที่จะส่งเสริมให้มีโรงเรียนดีประจำตำบล เพื่อเพิ่มความเท่าเทียมทางการศึกษาให้มากขึ้น
๕. การส่งเสริมเทคโนโลยีและสารสนเทศ โดยจัดตั้งกองทุนเทคโนโลยีและสารสนเทศ       เพื่อดำเนินการให้เป็นไปตามนโยบายของรัฐบาล และ
๖. คุณภาพครู โดยจะดำเนินการพัฒนาครูทั้งระบบ ซึ่งตนได้มอบหมายให้องค์กรหลังที่มี  ส่วนเกี่ยวข้องกับแต่ละจุดเน้นนำไปบูรณาการเพื่อให้การดำเนินงานมีความเชื่อมโยงกันต่อไป


รายงานโดย  นางสาวณฐกา  บัวกิ่ง
นักประชาสัมพันธ์ สำนักงานการศึกษาเอกชนจังหวัดสงขลา

นำร่อง

[0] ดัชนีข้อความ

ตอบ

Go to full version