gimyong หาดใหญ่
ศูนย์ประชุมนานาชาติฉลองสิริราชสมบัติครบ ๖๐ ปี
 
 

 

ผู้เขียน หัวข้อ: วัฏสงสาร 31 ภูมิ  (อ่าน 35618 ครั้ง)

วัฏสงสาร 31 ภูมิ

Red​Bodhi

  • บุคคลทั่วไป
Re: วัฏสงสาร 31 ภูมิ
« ตอบกลับ #60 เมื่อ: 13:33 น. วันที่ 16 มี.ค.62 »
. ส.หลก


แดง เสงี่ยม แดง

  • บุคคลทั่วไป
Re: วัฏสงสาร 31 ภูมิ
« ตอบกลับ #61 เมื่อ: 17:27 น. วันที่ 16 มี.ค.62 »
เมื่อชาวจีนโบราณต้องการอยู่อย่างปลอดภัย
พวกเขาได้สร้างกำแพงเมืองจีนที่ยิ่งใหญ่ขึ้นมา
โดยเชื่อว่าจะไม่มีมนุษย์หน้าไหนสามารถปีนมันได้
เพราะสูงมาก แต่ทว่า..!

ภายในร้อยปีแรกหลังการสร้างกำแพงนั้นเมืองจีน
กลับถูกรุกรานถึง 3 ครั้ง !!!

ในแต่ละครั้งกองทัพบกของศัตรูไม่มีความจำเป็นที่จะต้อง
ทะลวงกำแพงหรือปีนมันเลยแม้แต่น้อย..!

แต่ทว่าในทุกครั้งพวกเขาใช้วิธี
#ติดสินบนยามเฝ้าประตูแล้วเข้าทางประตูนั่นแหละ.

แน่นอนว่าชาวจีนมัวแต่ห่วงเรื่องสร้างกำแพง
จนลืมสร้างคนเฝ้ากำแพง..!

เพราะการสร้างคนต้องมาก่อนการสร้างทุกสิ่ง
และนี่คือสิ่งที่คนหนุ่มสาวของพวกเราทุกวันนี้ต้องตระหนักให้มาก

นักบูรพาคดีคนหนึ่งกล่าวไว้ว่า: ถ้าท่านต้องการทำลายอารยธรรม
ของประชาชาติหนึ่งประชาชาติใด มีขั้นตอนอยู่ 3 อย่างคือ:

1.ทำลายครอบครัว

2.ทำลายการศึกษา

3.ล้มบุคคลต้นแบบและตัวอย่างที่ดีงามของพวกเขา.

เมื่อพ่อแม่ที่ฉลาด ครูที่จริงใจ และต้นแบบที่ดีหายไป

ใครเล่าจะเลี้ยงดูต้นกล้าเยาวชนให้มีคุณธรรม?? — feeling blessed with พระสุบรรณ สิริจันโท and 48 others at วัดบางธน บ้านคลองปอม... ส.สู้ๆ

วิน​กบแดง

  • บุคคลทั่วไป
Re: วัฏสงสาร 31 ภูมิ
« ตอบกลับ #62 เมื่อ: 08:49 น. วันที่ 17 มี.ค.62 »
. ส.หลก

กบแดง​ วินๆ

  • บุคคลทั่วไป
Re: วัฏสงสาร 31 ภูมิ
« ตอบกลับ #63 เมื่อ: 08:47 น. วันที่ 18 มี.ค.62 »
... ...  ส.หลก

วิน​ กบแดง

  • บุคคลทั่วไป
Re: วัฏสงสาร 31 ภูมิ
« ตอบกลับ #64 เมื่อ: 21:42 น. วันที่ 18 มี.ค.62 »

 ส.หลก

เคโระ อ๊บๆ

  • บุคคลทั่วไป
Re: วัฏสงสาร 31 ภูมิ
« ตอบกลับ #65 เมื่อ: 16:45 น. วันที่ 19 มี.ค.62 »

. ส.หลก

วิน​ กบแดง

  • บุคคลทั่วไป
Re: วัฏสงสาร 31 ภูมิ
« ตอบกลับ #66 เมื่อ: 11:57 น. วันที่ 20 มี.ค.62 »
พระราชดำรัสในหลวง “ชีวิตมนุษย์เรานี่ อิ่มเดียว หลับเดียวเท่านั้น”
อิ่มเดียว หลับเดียว
ข้าพเจ้าจะนำท่านย้อนหลังกลับไปเมื่อ ๔๐ ปีที่แล้วมา ขณะที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงครองราชย์ใหม่ๆ ทรงโปรดการทรงภูษาเป็นสนับเพลาสั้น (กางเกงขาสั้น) ในยามดึก
เวรยามรอบพระราชฐานที่ประทับ ต่างทำหน้าที่กัน
ตามจุดต่างๆ ไม่มีบกพร่อง ไม่มีการละทิ้งหน้าที่ ไม่มีการหยอกล้อเฮฮา ส่งเสียงอึกทึกหรือเล่นหัวกัน
เพราะต่างรู้หน้าที่ของตนว่ากำลังถวายอารักขาแลtถวายความปลอดภัย แด่องค์พระประมุขของชาติ จอมคนของปวงชนชาวไทย แม้จะมิได้ทรงเสด็จออกมาทอดพระเนตร แต่ทุกคนก็รู้หน้าที่กันเป็นอย่างดี
ยิ่งดึกอากาศยิ่งหนาว ลมพัดกรูเกรียวเสียงน้ำค้างตก
ใครจะนึกบ้างเล่าว่าพระบาทสมเด็จ พระเจ้าอยู่หัวจะทรงเสด็จลงมา

ทรงพระราชดำเนินไปรเวท (เดินเล่น) บางครั้งทรงเสด็จพระราชดำเนินมาเงียบๆ แล้วก็มีพระราชดำรัสทักทายแก่ทหารมหาดเล็กที่ถวายเวรยาม และนายทหารราชองครักษ์เวร ประดุจน้ำทิพย์หยาดลงชโลมดวงใจของผู้ที่ทำการอยู่เวรยามให้ได้ระลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณว่า

ทรงเป็นห่วงผู้ที่มาอยู่เวรยามด้วยความจงรักภักดี แม้เวลาจะดึกดื่นแล้วก็ยังคงอยู่ในหน้าที่ด้วยอาการสงบที่เป็นการถวายชีวิตเป็นราชพลี...
ตอนนั้น ทรงเสด็จพระราชดำเนินผ่านหน้าข้าพเจ้า
ซึ่งกำลังหมอบกราบด้วยความเคารพอย่างสุดชีวิต
ทรงหยุดพระราชดำเนินแล้วมีพระราชดำรัสเรียกชื่อของข้าพเจ้า

จากนั้นทรงพระราชดำรัสต่อไปว่า“ชีวิตมนุษย์เรานี่อิ่มเดียวหลับเดียวเท่านั้น” ทรงเสด็จพระราช ดำเนินผ่านไปจนลับพระองค์

ข้าพเจ้าทบทวนพระราชดำรัสจนขึ้นใจ นึกไม่ออกว่าทรงหมายความว่าอย่างไร
จนรุ่งเช้าออกเวรแล้วจึงได้กลับบ้าน อีกสองสามวันต่อมาได้มีโอกาสเข้าไปคุยธรรมะกับพระที่วัดเทพธิดา
จึงได้เอ่ยถามท่านมหาผู้มีเปรียญเป็นดีกรีว่า“ท่านมหาขอรับ

คำว่าอิ่มเดียวหลับเดียวนี่ หมายความว่า อย่างไรขอรับ”

ท่านมหาขมวดคิ้วแล้วย้อนถามผมด้วยความฉงนฉงาย ทำให้ผมยิ่งงงเข้าไปอีกว่า
“โยมเฉลิมศักดิ์ไปเอาคำนี้มาจากไหนกันล่ะ” ข้าพเจ้ามิได้บอกท่านตรงๆ
ในที่สุดท่านก็ได้ตอบปัญหาให้ผมได้เข้าใจอย่างแจ่มแจ้งว่า…..

โยมเฉลิมศักดิ์คำนี้น่ะ
ผู้ที่ได้กล่าวถึงนี้เป็นผู้มีความรู้ในพระพุทธพจน์อันมีความหมายยาวให้ย่นย่อ เข้าใจได้ง่ายอีกด้วย คำว่าอิ่มเดียวหลับเดียวนั้น มาจากพระพุทธพจน์ ที่ทรงให้ตัดความโลภ เพื่อให้ ชีวิตเป็นสุข ให้รู้จักคำว่าพอ เพราะมนุษย์เรานั้นจะกินได้มากเท่าใด ก็ไม่เกินอิ่มของตน พออิ่มแล้วก็เท่านั้นแหละ อะไรก็ไม่วิเศษอีกแล้ว การนอนก็เช่นกัน จะนอนนานแค่ไหนก็แค่อิ่มนอนของตัวเองเท่านั้น มนุษย์เรานั้นวุ่นวายอยู่ทุกวันนี้ ก็เพราะไม่รู้จักอิ่ม ได้มาอิ่มแล้วก็ยังอยากได้อีก

นอนอิ่มแล้วก็อยากนอนอีกอยาก ได้ให้มันมากขึ้นไปอีก ถ้าคนเรายึดในหลักว่าอิ่มเดียวหลับเดียว โลกก็จะเป็นสุข ไม่ต้องแก่งแย่งชิงดี และแสวงหาจนทำให้เดือดร้อนกันไปทั่ว คนเรานะโยม จะบริโภคอาหารอันอิ่มเอมโอชะสักเท่าใดก็อิ่มเดียว กินข้าวคลุก น้ำปลา หรือกินอาหารจีนรสเลิศชามละเป็นพันบาท ก็อิ่มเดียวแค่อิ่มเท่านั้น กินเข้าไปไม่ได้แล้ว จะนอนบนที่นอนยัดนุ่นรองด้วยสปริง อยู่ในห้องแอร์เย็นฉ่ำ นอนในสลัมหรือ นอนในคฤหาสน์ ก็แค่นอนหลับอิ่มเดียวเท่านั้น เต็มอิ่มแล้วก็ต้องลุกขึ้นมา ชีวิตของมนุษย์ทุกคน ก็เท่าเทียมกันด้วยอิ่มเดียวและหลับเดียวนี่แหละ

ที่มา : ณ. สติจับใจ​   ส.หลก


วิน​ กบแดง

  • บุคคลทั่วไป
Re: วัฏสงสาร 31 ภูมิ
« ตอบกลับ #67 เมื่อ: 10:03 น. วันที่ 22 มี.ค.62 »
คำสอนของ ‘พ่อ‘ ในหลวงรัชกาลที่ ๙ แรงบันดาลใจ เรื่องการดำเนินชีวิต และการทำงาน

การทำความดี...
'การทำดีนั้นทำยากและเห็นผลช้า แต่ก็จำเป็นต้องทำ เพราะหาไม่ความชั่ว ซึ่งทำได้ง่าย จะเข้ามาแทนที่ และจะพอกพูนขึ้นอย่างรวดเร็วโดยไม่ทันรู้สึกตัว แต่ละคนจึงต้องตั้งใจ และเพียรพยายามให้สุดกำลัง ในการสร้างเสริมและสะสมความดี’

พระบรมราโชวาทพระราชทาน แก่ผู้สำเร็จการศึกษาที่โรงเรียนนายร้อยตำรวจ สวนอัมพร
๑๔ สิงหาคม ๒๕๒๕​  ส.สู้ๆ

วิน​ กบแดง

  • บุคคลทั่วไป
Re: วัฏสงสาร 31 ภูมิ
« ตอบกลับ #68 เมื่อ: 23:01 น. วันที่ 22 มี.ค.62 »
พ่อแม่ยุคใหม่ต้องรู้จัก.. สอนลูกจับปลา ไม่ใช่ จับปลาให้ลูกกิน...

ให้ปลาฉันหนึ่งตัว ฉันมีกินแค่หนึ่งวัน สอนฉันจับปลา ฉันมีกินตลอดไป

เราควรจะให้เบ็ดตกปลาแล้วสอนวิธีการหาปลาให้แก่ลูก ไม่ใช่… ให้ปลาลูก

เพื่อให้เขารู้จักการเอาตัวรอดในสังคม และ รู้จักการหากินด้วยตัวของเขาเอง

วันนี้เรามีเรื่องราว ข้อคิดดีๆมาฝากคนที่เป็นพ่อเป็นแม่ เพื่อนำข้อคิดกดีๆ นี้ ไปสอนลูกสอนหลาน ในการดำเนินชีวิตที่ดี และ ประสบความเร็จในสภาพสังคมยุคปัจจุบัน

วัยรุ่นคนหนึ่งขอเงินแม่ไปเที่ยว แม่บอกว่า…

“ ลูกรู้ไหมว่าสมัยแม่อายุเท่าลูก ไม่เคยเที่ยวที่ไหน ต้องทำงานทุกอย่าง พับถุงกระดาษขาย ตัดใบตองให้แม่ค้า เงินทองหายาก แต่ละบาทแต่ละสตางค์ต้องอาบเหงื่อต่างน้ำ จะไปเที่ยวอย่างนี้ไม่ได้…”

วัยรุ่นคนนั้นได้แต่ฟังแม่เงียบๆ…

“ ลูกต้องรู้จักความลำบาก ไม่งั้นอีกหน่อย เกิดตกยากแล้วจะทำยังไง ขึ้นรถเมล์ก็ไม่เป็น ใช้เงินอย่างนี้ จะเอาตัวรอดได้ยังไง ”

เมื่อแม่เทศน์จบ ก็ควักเงินยื่นให้ลูก…

นี่ไม่ใช่เรื่องแต่ง พ่อแม่จำนวนมากทำอย่างนี้ เมื่อลูกขอเงินไปเที่ยว

จะเล่าย้อนไปถึงชีวิตลำบากของตนในวัยเท่ากันแล้วลงท้ายให้เงินลูกไป…!

คนหาเช้ากินค่ำ สมัยก่อนไม่มีคำว่า “มรดก” ในพจนานุกรมชีวิต

ทุกอย่างในชีวิตต้องหามาเองด้วยสองมือ

ทว่าคนรุ่นนี้เมื่อลืมตาอ้าปากได้และเป็นพ่อแม่

มักจะทำให้ลูกเสียคนโดยไม่ตั้งใจ

พ่อแม่จำนวนมากเก็บเงินเก็บทองไว้

โดยไม่ยอมใช้ บอกว่า “เก็บไว้ให้ลูก”

เหตุผลอาจเพราะ พ่อแม่ไม่อยากให้ลูก

ผ่านความลำบากเหมือนตัวเอง

การให้ทุกอย่างแก่ลูก เหมือนสะท้อนสิ่งที่ตัวเอง อยากได้ในวัยเด็ก

แต่มันกลับสร้างนิสัย ไม่สู้งานหนักไปโดยปริยาย

ไม่มีเงินก็เป็นปัญหาแบบหนึ่ง มีเงินก็เป็นปัญหาอีกแบบหนึ่ง…!!

บางครั้งและบ่อยครั้งการมีเงินมากอาจทำให้เลี้ยงลูกยากขึ้น

เงินก็เหมือนคอเลสเตอรอล น้อยไปก็ไม่ดี มากไปก็อันตราย

ในสังคมบูชาคนรวย ให้ค่ากันที่ภายนอก และ ต้องการรวยทางลัด

การอบรมสั่งสอนจึงยากขึ้นเรื่อยๆ เพราะสภาพแวดล้อมรอบตัว

ทางเดียวที่จะให้ลูกโตขึ้นแล้วยืนด้วยตัวเองได้ คือต้องสอนเรื่องวินัยการใช้เงิน

ไม่พอกพูนด้วยคอเลสเตอรอลแห่งวัตถุนิยมมากเกินไปจนอ่อนแอ

พ่อแม่ต้องมองภาพกว้าง และ มองให้ออก ว่าหากให้มากเกินไป

จะทำให้ลูกทำอะไรไม่เป็นเลยหรือเปล่า…

ความรักย่อมเป็นเรื่องดี แต่ต้องรักให้ถูกวิธีด้วย

คนรวยที่ฉลาด รู้ว่าการได้เงินเป็นเรื่องง่ายกว่าการสูญเสียเงิน

และคนที่ไม่รู้จักหาเงินมักเสียเงินได้ง่ายกว่า

คนที่รวยจากสมบัติที่ได้มาง่ายๆ จากมรดก

อาจจะขาดความรู้สึกดีๆ ของการสร้างตัวด้วยมือตัวเอง

มีตัวอย่างจริงไม่น้อย ที่คนรวยแบ่งสมบัติครึ่งหนึ่ง

ให้องค์กรการกุศลและที่เหลือให้ลูกหลาน

เพื่อให้ลูกหลานเรียนรู้ที่จะยืนได้ด้วยตัวเอง

มหาเศรษฐีลำดับต้นๆ ของโลกอย่างวอร์เรน บัฟเฟตต์ บอกว่า…

ลูกๆ ของเขาจะต้องหาเส้นทางของพวกเขาเอง แน่นอนลูกๆ ของเขาก็รู้ว่าเขารอช่วยทุกอย่าง แต่ก็ต้องลงแรงทำงาน การให้เงินทองแก่ลูกหลานด้วยจำนวนที่มากพอสบายทั้งชีวิต

เพียงเพราะพวกเขาเกิดมาในครอบครัวที่มีพร้อม เป็นเรื่องที่ไม่น่ายินดีนัก เพราะ การให้มากไปอาจทำให้ลูกจับปลาเองไม่เป็น

บัฟเฟตต์จึงให้มรดกแก่ลูกหลาน…

“ มากพอที่พวกเขารู้สึกว่าสามารถทำอะไรก็ได้ แต่ไม่มากพอที่พวกเขาไม่ต้องทำอะไรเลย ”

เราต้องสอนค่านิยมชื่นชมบุคคล ที่สร้างตนเองจากศูนย์อย่างสุจริต

รู้คุณค่าของการทำงาน การสร้างตัว ไม่กลัวงานหนัก สิ่งที่ควรให้ลูกมากกว่าเงินก็

คือความเอาใจใส่ นี่อาจเป็นสิ่งที่มีค่ากว่าการให้เงินอย่างเดียว

ตามสุภาษิตที่ว่า… “ สอนลูกจับปลา ไม่ใช่จับปลาให้ลูก ”   ส.สู้ๆ

วิน​ กบแดง

  • บุคคลทั่วไป
Re: วัฏสงสาร 31 ภูมิ
« ตอบกลับ #69 เมื่อ: 15:00 น. วันที่ 23 มี.ค.62 »

. ส.หลก

วิน​ กบแดง

  • บุคคลทั่วไป
Re: วัฏสงสาร 31 ภูมิ
« ตอบกลับ #70 เมื่อ: 11:10 น. วันที่ 26 มี.ค.62 »
ช่วงนี้เป็นช่วงที่ประเทศชาติบ้านเมืองกำลังจะเลือกผู้แทนราษฎร พวกเราเป็นราษฎรจะเลือกผู้แทนให้ดูให้ดีนะลูกหลานนะ อย่าไปเห็นแก่ห้าแก่สิบ เห็นแก่สินจ้างรางวัล เขามาจ้างเล็ก ๆ น้อย ๆ เอาเงินจากเขา ก็เกรงใจเขา ผลที่สุดเอาคนไม่ดีเข้าไปเป็นผู้แทนของเรา ความเดือดร้อนเกิดขึ้น แล้วจะไปโหวกเหวกโวยวายยังไงล่ะทีนี้ เลือกคนไม่ดี

จุดนี้หลวงพ่อก็ไม่อยากจะพูดเพราะเป็นพระสงฆ์ แต่ก็อยู่ในตะกร้าในกะละมังใบเดียวกัน อยู่ในข้องเดียวกัน อยู่ในประเทศชาติเดียวกัน ถ้าไม่แสดงความคิดเห็นเสียเลย ก็ดูเหมือนเฉื่อยชา ไม่รับรู้รับทราบโลกเขาไปถึงไหน แต่เราจะไปก้าวก่ายเกินไป ไปชี้นำชี้แนะมันก็ไม่ถูก มีแต่บอกกล่าวให้เลือกคนดีนะลูกหลานทุกคน อย่าไปเห็นแก่เงินแก่ทองสินจ้างรางวัล เขาจ้างห้าบาทสิบบาทร้อยบาทพันบาทให้ตัดแข้งตัดขาตัวเองก็ตัด ให้ตัดนิ้วมือก็ตัด ให้ตัดลิ้นก็ตัด เพราะเขาจ้าง ก็ไม่น่าจะเป็นอย่างนั้น เราต้องเป็นตัวของตัวเอง จะไปเห็นแก่เงินแก่ทองแค่นั้น พอผลเสียหายเกิดขึ้นแก่ประเทศชาติบ้านเมืองจะเป็นยังไง
 
ผู้ที่สมัครเป็นผู้แทนราษฎรก็เหมือนกัน ต้องพร้อมทุกอย่าง เข้าไปพัฒนาประเทศชาติให้มีความเจริญรุ่งเรือง ไม่ได้ไปกอบไปโกยไปถอนทุนคืน  เข้าไปเป็นผู้แทนของราษฎร  ไม่ใช่ผู้แทนของรัฐบาล ไม่ใช่ผู้แทนของผู้ว่าราชการจังหวัด ไม่ใช่ผู้แทนของนายอำเภอ ไม่ใช่ผู้แทนของตำรวจ ไม่ใช่ผู้แทนของผู้ใหญ่บ้านกำนัน แต่เป็นผู้แทนราษฎร ราษฎรก็คือพวกเราท่านทั้งหลาย พวกเราจะให้เสียงใครไปก็ต้องกลั่นกรองให้ดีนะ หลวงพ่อมีแต่แนะนำอย่างนี้เท่านั้น ให้เอาคนดีเข้าสู่สภา
 
นโยบายเขา เราก็ต้องฟัง นโยบายไหนเขาบอกในโทรทัศน์เราก็ต้องฟังนโยบายของเขา มีนโยบายอย่างไร นโยบายให้อย่างเดียวใช่ไหม ไม่มีวิธีการหา ไม่รู้จักหาใช่ไหม รู้จักแต่จะใช้อย่างเดียวใช่ไหม สิ่งเหล่านี้ต้องคิดทั้งหมด พวกเราเป็นราษฎรอยู่ในประเทศชาติต้องเอาคนฉลาด แต่ฉลาดแล้วโกงกินก็ไม่เอา ฉลาดแล้วต้องมีคุณธรรม ศีลธรรม จริยธรรมที่ดี เห็นแก่ประเทศชาติบ้านเมือง มาปกครองประเทศชาติบ้านเมือง นี่หลวงพ่อพูดในฐานะเป็นหลวงปู่หลวงตา อยากจะให้ลูกหลานทั้งหลายใช้ดุลพินิจ ใช้ความคิดความอ่าน เอาพรรคไหนที่จะพัฒนาประเทศชาติบ้านเมือง เป็นตัวแทนของราษฎร เป็นตัวแทนของเรา เป็นรัฐบาล จากนั้นประเทศชาติบ้านเมืองก็จะร่มเย็นเป็นสุข

ถ้าหากว่าเราเอาพวกกเฬวราก เอาแต่พวกที่ตัวเองชอบ คนไหนให้มากก็เอาคนนั้น เราต้องการแต่คนที่แจกเท่านั้นใช่ไหม แล้ววิธีการทำล่ะ วิธีการพัฒนาล่ะ แจกไปแจกมาก็หมด ประเทศก็เจ๊งล่ะทีนี้ คนขี้เกียจ ไม่รู้จักหา มีแต่จะใช้ รู้จักแต่รับ ถ้ารัฐบาลรู้จักแต่ให้อย่างเดียวไม่รู้จักว่าจะลงทุนยังไง ปรับปรุงแก้ไขการดำรงชีพอย่างไร ให้พึ่งตนเองอย่างไร ให้คอยรับอย่างเดียว ผลที่สุดประเทศก็เจ๊ง อย่างที่ในหลวงท่านสอน ให้รู้จักหา ให้รู้จักเก็บ ให้รู้จักใช้ เรียกว่าเศรษฐกิจพอเพียง ถ้าเราใช้อย่างนี้ ถึงจะอยู่ในสถานที่ใดก็ร่มเย็นเป็นสุข รู้จักประมาณตน...  ส.สู้ๆ

วิน กบแดง

  • บุคคลทั่วไป
Re: วัฏสงสาร 31 ภูมิ
« ตอบกลับ #71 เมื่อ: 17:59 น. วันที่ 27 มี.ค.62 »
ความอยากเป็นสิ่งมีอำนาจมาก ทำคนให้เสียมามากต่อมากทีเดียว ความอยากส่วนมากมีแต่อยากลงทางต่ำ ไม่อยากขึ้นที่สูง ไม่อยากดิบอยากดี ทั้งๆ ที่ไม่อยากเลวนั่นแหละ การคิด การพูด การทำ ไปด้วยความอยาก หากเป็นเรื่องของความเลวทราม จึงทำให้คนเลวไปด้วยได้ อันใดเลวก็ตามสู้มนุษย์เลวไม่ได้ มนุษย์เลวนี้เลวที่สุดทรามที่สุด และดีก็ไม่มีอะไรดียิ่งกว่ามนุษย์ ถ้าเรามีข้อบังคับ มีกฎเกณฑ์ มีขื่อมีแป มีกฎหมายบ้านเมือง มีศีลธรรมเป็นเครื่องบังคับให้ต่างคนต่างปฏิบัติอยู่ในกรอบแห่งความดีนั้นแล้ว ผู้นั้นๆ ก็เป็นสาระในตนและสังคมนั้นๆ มีสง่าราศีด้วยความดีนั้น ดังนั้นจึงขอให้พี่น้องลูกหลานทั้งหลายได้นำไปพินิจพิจารณา ปฏิบัติตนตามธรรม จะเป็นคนดีไม่มีสิ้นสุด ตัวเราก็เป็นคนดีมีศักดิ์ศรีและเจริญรุ่งเรืองทั้งปัจจุบันแลอนาคต บ้านเมืองก็เจริญด้วยความดีคนดี... ส.สู้ๆ

มืด มโน

  • บุคคลทั่วไป
Re: วัฏสงสาร 31 ภูมิ
« ตอบกลับ #72 เมื่อ: 18:09 น. วันที่ 27 มี.ค.62 »
❇️ #ปกิณกธรรม_หลวงปู่ปานบอกหลวงพ่อ__เรื่องการเงิน_เหตุที่ไม่สะสมทรัพย์❇️

   หลายคนถามว่า "เหตุที่ไม่สะสมทรัพย์นั้นมีความเป็นมาอย่างไร" ได้ตอบให้ทราบว่ามีมาตั้งแต่วันที่อุปสมบท (บวช) วันแรก  เมื่อออกจากโบสถ์  แล้วพักเหนื่อยประมาณ ๑ ชั่วโมงเศษๆ

   หลวงพ่อปานท่านเรียกเข้าไปหาท่าน  ท่านแนะนำว่า  เรื่องการเงินเป็นเรื่องที่ต้องระวังมาก  อย่าเผลอปล่อยให้ความโลภเข้าครอบงำจิต

ขออธิบายโดยย่อว่า...
ท่านแนะนำว่า  อย่าสะสมเงินไว้ให้มากเมื่อมีคนถวายมาให้แบ่งส่วนดังนี้
 
๑.ส่วนที่หนึ่ง  ร่วมสังฆทาน  คือเอาเข้าโรงครัว
๒. ส่วนที่สอง  เอาไปเข้าร่วมวิหารทาน คือร่วมการก่อสร้าง
๓. ส่วนที่สาม  เอาไว้ใช้ส่วนตัวเมื่อมีความจำเป็น
๔. ในจำนวนเงินที่เอาไว้ใช้ส่วนตัวนั้น  จงอย่าให้มีเกินพันบาท  ถ้าเกินพันบาทให้ทำบุญเสีย
๕. เงินในปีนี้  จงอย่าให้เหลือถึงปีหน้า
ถ้าเหลือให้คิดว่าปีหน้าเราจะทำอะไรที่มีการใช้จ่ายเกินจำนวนเงินทีเหลือ  และเมื่อถึงปีหน้าจริงๆให้ทำตามที่ตั้งใจไว้

#อารมณ์คิดเมื่อรับเงิน
   เมื่อรับเงินท่านแนะนำว่า  ให้คิดว่าถ้าเราไม่เป็นพระ  ไม่มีใครให้เงินใช้ฟรีๆอย่างนี้  เพราะเราบวชเป็นพระจึงมีคนถวายเงิน  จงอย่าเมาเงินที่ญาติโยมถวายมา  จงใช้อย่างพระ  มีอย่างพระ อย่ามีมากกว่าที่กำหนดให้

   คำแนะนำของท่านมากกว่านี้แต่เห็นว่าจะเฟ้อมากเกินไป  จึงนำมากล่าวเพียงย่อๆเมื่อฟังแล้วก็รับปฏิบัติ  ความจริงทำแบบที่หลวงพ่อปานสอนมาเป็นปกติ  ชินต่อการปฏิบัติเช่นนี้จึงบอกว่าไม่จำเป็นต้องเป็นพระอริยะก็ละการสะสมได้

✴️หลวงพ่อพระราชพรหมยาน
(หลวงพ่อฤๅษีลิงดำ)
วัดท่าซุง จ.อุทัยธานี

วิน กบแดง

  • บุคคลทั่วไป
Re: วัฏสงสาร 31 ภูมิ
« ตอบกลับ #73 เมื่อ: 11:21 น. วันที่ 28 มี.ค.62 »
คำพ่อสอน "ที่หนึ่งในโลก"

"ขอให้ทุกคนช่วยกัน อย่าเบียดเบียนกัน ก็จะทำให้เรายังคงรักษาความสงบได้ จะเรียกว่าตามอัตภาพของเรา คือประเทศไทยเราอาจไม่เป็นประเทศที่รุ่งเรืองที่สุดในโลก หรือรวยที่สุดในโลก หรือฟู่ฟ่าที่สุดในโลก แต่ก็ขอให้เมืองไทยเป็นประเทศที่มีความมั่นคง มีความสงบได้ เพราะว่าในโลกนี้หายากแล้ว

เราทำเป็นประเทศที่สงบ ประเทศที่มีคนช่วยเหลือซึ่งกันและกันจริงๆ เราจะเป็นที่หนึ่งในโลกในข้อนี้ แล้วรู้สึกว่าที่หนึ่งในโลกในข้อนี้จะดีกว่าผู้อื่น จะดีกว่าคนที่รวยที่สุดในโลก จะดีกว่าคนที่เก่งในทางอะไรก็ตามที่สุดในโลก ถ้าเรามีความสงบแล้วมีความสบาย ความมั่นคงที่สุดในโลกนั้นรู้สึกจะไม่มีใครสู้เราได้"


วิน กบแดง

  • บุคคลทั่วไป
Re: วัฏสงสาร 31 ภูมิ
« ตอบกลับ #74 เมื่อ: 19:22 น. วันที่ 28 มี.ค.62 »

. ส.สู้ๆ

 


ร่วมขับเคลื่อนโดย
เว็บไซท์นี้จัดสร้างขึ้นมาเพื่อเป็นสังคมออนไลน์ของชาวหาดใหญ่ - สงขลา สงวนลิขสิทธิ์ © บริษัท บ้านเรา คอร์ปอเรชั่น จำกัด
นโยบาย | เกี่ยวกับเรา | ลงโฆษณา | ร้องเรียน | แจ้งข้อผิดพลาด | ติดต่อเรา | มีอะไรใหม่ในเว็บกิมหยง | คุยกับเว็บมาสเตอร์
เครือข่ายเว็บไซท์ท้องถิ่นไทย [ ตรัง ] [ ขอนแก่น ] [ เชียงใหม่ ] [ เชียงราย ] [ อุดรธานี ] [ หาดใหญ่ - สงขลา ] [ น่าน ] [ พัทลุง ] [ นครศรีธรรมราช ]