gimyong หาดใหญ่
ศูนย์ประชุมนานาชาติฉลองสิริราชสมบัติครบ ๖๐ ปี
 

 

ผู้เขียน หัวข้อ: วัฏสงสาร 31 ภูมิ  (อ่าน 99914 ครั้ง)

วัฏสงสาร 31 ภูมิ

RedOrange Politicalism

  • บุคคลทั่วไป
Re: วัฏสงสาร 31 ภูมิ
« ตอบกลับ #360 เมื่อ: 20:49 น. วันที่ 06 พ.ย.63 »
สมมุติ...
นายต้อย เก็บขวดขายตั้งแต่หนุ่มจนแก่ ก่อนตายยกเงินเก็บสองแสนบาทให้ลูก นายเจต ทำงาน ร.ป.ภบริษัทมาตั้งแต่หนุ่ม เมื่อเกษียณมีเงินเก็บหนึ่งล้านกว่าบาท เขาส่งทรัพย์สินต่อให้ลูกสองคน นายบุญจริง เปิดโรงงานผลิตปลากระป๋อง กิจการใหญ่ขึ้น มีบ้านห้าหลัง รถยนต์สิบคัน ก่อนตายก็ส่งต่อสิ่งทั้งหมดที่มีให้ลูกหลาน

การส่งทรัพย์สินต่อให้ลูกหลานเป็นระบบที่มนุษย์สร้างไว้มานานแสนนาน กติกาของเราคือทำงานสะสมทรัพย์สินให้เต็มที่ เมื่อตายก็ส่งต่อทรัพย์สินที่ดินให้ลูกหลานได้ ทำให้รู้สึกว่าคุ้มแก่การลงแรงทำงาน ดังนี้จึงเป็นภาพปกติที่เห็นพ่อแม่จำนวนมากก้มหน้าก้มตาหาเงิน เก็บเงินให้ลูก

จะว่าไปแล้ว ระบบนี้ใช้ตัณหาเป็นแรงขับเคลื่อน ตัณหาในที่นี้มิได้หมายความในเชิงร้าย แค่หมายถึงว่าใครทำงานมากกว่าก็ได้มากกว่า

มีผู้วิเคราะห์ว่าเหตุผลหนึ่งที่ระบอบคอมมิวนิสต์ล่มสลายก็เพราะมันสวนทางกับตัณหาของมนุษย์ ทำงานหนักแทบตายได้ค่าตอบแทนเท่าคนเกียจคร้าน ย่อมทำให้ทุกคนขี้เกียจเท่ากัน ระบอบคอมมิวนิสต์ในบางประเทศปัจจุบันจึงเป็นแค่เปลือก แก่นเปลี่ยนเป็นทุนนิยมไปแล้ว มหาเศรษฐีระดับโลกจำนวนมากเป็นคอมมิวนิสต์ ทั้งนี้เพราะระบอบการเมืองเปลี่ยนได้เสมอ แต่ธรรมชาติคนไม่เปลี่ยน ใครๆ ก็อยากได้ทรัพย์สมบัติมากๆ

…………

เคยสังเกตไหมว่า เมื่อเราย้ายเข้าบ้านใหม่หรือห้องเช่าใหม่ กินเวลานานเท่าไรที่เปลี่ยนจากห้องว่างเป็นห้องที่มีข้าวของเต็มแน่น ส่วนใหญ่ไม่นาน เพราะเป็นสัญชาตญาณของเรา

คนเราเกิดมาก็เริ่มสะสม จนกลายเป็นนิสัย

สัตว์จำศีลเก็บอาหารเท่าที่ต้องกินตลอดฤดูหนาว แต่มนุษย์สะสมสิ่งของมากๆ ทั้งที่ไม่มีความจำเป็นต้องใช้ทรัพย์มากขนาดนั้น มันอาจเป็นความรู้สึกปลอดภัยเมื่อมีทรัพย์มากๆ ยิ่งมีมากยิ่งอบอุ่นใจ จนมันกลายเป็นความรู้สึกทางจิตวิทยามากกว่าความจำเป็น

การเก็บเงินทองมากจนใช้ทั้งชีวิตไม่หมด และไม่สามารถเอาไปไหนได้หลังตาย จึงเป็นการใช้เวลาที่สิ้นเปลืองเปล่าๆ

เคยถามตัวเองไหมว่าเราต้องการทรัพย์สินเงินทองมากเท่าไรจึงจะรู้สึกปลอดภัย? เราต้องการความปลอดภัยมากจนมันกลายเป็นนิสัยงกหรือไม่?

เราได้ยินข่าวมหาเศรษฐีซื้อกิจการนั้นกิจการนี้ ซื้อสโมสรกีฬาในต่างประเทศ ฯลฯ ซื้อๆๆๆ เพราะไม่รู้จะทำอะไรกับเงินที่มี บางคนซื้อๆๆๆ เพียงเพราะตนเองสามารถซื้อได้ ไม่ต่างจากคนที่พูดๆๆๆ เพียงเพราะมีสมาร์ทโฟน กลายเป็นทาสเงินตราไปโดยไม่รู้ตัว

มองดูดีๆ จะเห็นว่า มีเงินแล้วเหนื่อยกว่าเดิม! ยิ่งมีสมบัติมากก็ยิ่งมีห่วงผูกคอมากเท่านั้น เพราะเท่าไรก็ไม่เคยพอ

กลายเป็นชีวิตที่รุงรัง

สมมุติว่านายต้อย นายเจต นายบุญจริง อยู่คนเดียวไม่มีญาติมิตร ไม่มีผู้รับมรดก บางทีพวกเขาอาจเดินชีวิตช้าลง เพราะไม่รู้จะสะสมทรัพย์สินมากมายให้คนอื่นใช้ไปทำไม

ถ้าหากการไม่มีห่วงทำให้เรารู้สึกพอเพียงง่ายกว่า เราอาจลองลดห่วงโดยมองว่า การมอบสมบัติให้ลูกหลานมากเกินความจำเป็นอาจทำร้ายพวกเขามากกว่า

…………..

ในช่วงสงครามใหญ่ เมื่อทั้งเมืองถูกทำลายราบเป็นหน้ากลอง จนมองไม่เห็นเส้นแบ่งที่ดิน แต่ละคนต้องเริ่มต้นใหม่ สร้างตัวใหม่จากศูนย์ เมื่อนั้นจึงพบสัจธรรมว่าความมั่นคงที่เกิดจากทรัพย์สินเป็นภาพลวงตา มนุษย์ไม่เคยเป็นเจ้าของอะไรทั้งสิ้น โฉนดที่ดินหรือใบกรรมสิทธิ์ เป็นเพียงสิ่งสมมุติในโลกมนุษย์ ออกแบบมาให้เราอยู่ร่วมกันได้

ทรัพย์สินพันล้านหมื่นล้านก็ไม่ได้ทำให้คนคนหนึ่งเป็นคนพิเศษขึ้นมา หากกอดสมบัตินั้นแน่น เพราะมันไม่ใช่ของเรา มันไม่เคยเป็นของเรา เราแค่ยืมธรรมชาติมาเท่านั้น

ดังนั้นทัศนคติว่าต้องมีมากกว่าคนอื่นอาจเป็นการสร้างโซ่ตรวนมาพันธนาการวิญญาณตัวเอง

แน่นอน มันย่อมมิใช่เรื่องเลวร้ายที่จะมีสมบัติพัสถานมาก หรือร่ำรวยล้นฟ้า แต่หากไม่สามารถอยู่เหนือความรวย ชีวิตก็ต้องเหนื่อยกับการแบกของหนักตลอดเวลา

ลองนึกภาพตัวเองเดินป่า ก่อนเข้าป่า ต้องการขนของชิ้นนั้นชิ้นนี้ ทุกชิ้นสำคัญ เข้าไปได้พักหนึ่ง ก็ลดความจำเป็นลงไปเรื่อยๆ เพราะพอเหนื่อยมากๆ สิ่งที่เคยจำเป็นเหลือเกินก็กลายเป็นความไม่จำเป็นแล้ว

เครื่องบินที่ประสบปัญหาขัดข้อง น้ำหนักมากไป ต้องทิ้งสัมภาระลงไป จึงตัวเบาขึ้น และบินต่อไปได้

เราไม่จำเป็นต้องทิ้งทุกอย่าง เพียงแต่อยู่เหนือทรัพย์สินเงินทอง เป็นเจ้านายมัน ไม่ใช่เป็นทาสมัน

ทานจึงเป็นเรื่องสำคัญทางพุทธ มันทำให้ตัวเราเบาสบาย คล่องตัว สมบัติยิ่งน้อยยิ่งเป็นอิสระ

ท่านพุทธทาสภิกขุกล่าวว่า “เวลาที่เราไม่มีอะไรเป็นของเราเลย นั่นแหละเป็นเวลาที่เรามีความสุขที่สุด”

ความหมายคือ เมื่อไม่มีอะไรเป็นตัวเราหรือเป็นของเรา ก็จะว่างจากความทุกข์

วลี ‘ไม่มีอะไร’ น่าจะกว้างกว่าแค่ทรัพย์สิน ข้าวของ คน ชื่อเสียง แต่รวมเรื่องการปรุงแต่งของใจด้วย

เมื่อห้องของหัวใจว่างจากตัณหา ก็ไม่เป็นทุกข์

การปล่อยวางทางวัตถุต้องเริ่มที่ปล่อยวางทางจิต แต่ไม่ง่าย

หัวใจของการออกแบบศิลปะทุกชนิดคือความเรียบง่าย องค์ประกอบไม่มากจนรุงรัง ชีวิตก็เหมือนกัน

เราเลือกที่เกิดไม่ได้ เราเลือกพ่อแม่ไม่ได้ เลือกสีผิว ประเทศ ไม่ได้ แต่เราเลือกที่จะเดินแบกของหนักหรือเดินแบบตัวเบาสบายไปตลอดชีวิตที่เหลืออยู่ได้... ส.หลก

Dr.RedOrange Jet Toy

  • บุคคลทั่วไป
Re: วัฏสงสาร 31 ภูมิ
« ตอบกลับ #361 เมื่อ: 05:42 น. วันที่ 09 พ.ย.63 »

คณะเรือดำน้ำ ทุ่งตาปรือ

  • บุคคลทั่วไป
Re: วัฏสงสาร 31 ภูมิ
« ตอบกลับ #362 เมื่อ: 05:45 น. วันที่ 09 พ.ย.63 »
พระภาคตรัสว่า “คหบดีบุตร อริยสาวกละกรรมกิเลส(กรรมเครื่องเศร้าหมอง) ๔ ประการได้แล้ว ไม่ทำบาปกรรมโดยเหตุ ๔ ประการ
และไม่ข้องแวะอบายมุข(ทางเสื่อม) ๖ ประการ แห่งโภคะทั้งหลาย
อริยสาวกนั้นเป็นผู้ปราศจากบาปกรรม ๑๔ ประการนี้แล้ว ชื่อว่าเป็นผู้ปิดป้องทิศ๑- ๖ ปฏิบัติเพื่อครองโลกทั้งสอง ทำให้เกิดความยินดีทั้งโลกนี้และโลกหน้า หลังจากตายแล้ว ย่อมไปเกิดในสุคติโลกสวรรค์
กรรมกิเลส ๔. ◼️
             [๒๔๕] กรรมกิเลส ๔ ประการที่อริยสาวกละได้แล้ว อะไรบ้าง คือ
                          ๑. กรรมกิเลสคือปาณาติบาต
                          ๒. กรรมกิเลสคืออทินนาทาน
                          ๓. กรรมกิเลสคือกาเมสุมิจฉาจาร
                          ๔. กรรมกิเลสคือมุสาวาท
             กรรมกิเลส ๔ ประการนี้ ที่อริยสาวกนั้นละได้แล้ว”

                                                                 พระสุตตันตปิฎก ทีฆนิกาย ปาฎิกวรรค [๘. สิงคาลกสูตร]

                                                                 เหตุ ๔ ประการ
             พระผู้มีพระภาคผู้สุคตศาสดา ครั้นตรัสเวยยากรณภาษิตนี้แล้ว จึงได้ตรัสคาถาประพันธ์ต่อไปอีกว่า
                          “การฆ่าสัตว์ การลักทรัพย์
             การล่วงละเมิดภรรยาผู้อื่น และการพูดเท็จ
             เรียกว่า เป็นกรรมกิเลส บัณฑิตทั้งหลายไม่สรรเสริญ”เหตุ ๔ ประการ
             [๒๔๖] อริยสาวกไม่ทำบาปกรรมโดยเหตุ ๔ ประการ อะไรบ้าง คือ
             ปุถุชน
                          ๑. ย่อมถึงฉันทาคติ (ลำเอียงเพราะรัก) ทำบาปกรรม
                          ๒. ย่อมถึงโทสาคติ (ลำเอียงเพราะชัง) ทำบาปกรรม
                          ๓. ย่อมถึงโมหาคติ (ลำเอียงเพราะเขลา) ทำบาปกรรม
                          ๔. ย่อมถึงภยาคติ (ลำเอียงเพราะกลัว) ทำบาปกรรม
           ส่วนอริยสาวก
                          ๑. ย่อมไม่ถึงฉันทาคติ
                          ๒. ย่อมไม่ถึงโทสาคติ
                          ๓. ย่อมไม่ถึงโมหาคติ
                          ๔. ย่อมไม่ถึงภยาคติ
           อริยสาวกย่อมไม่ทำบาปกรรม โดยเหตุ ๔ ประการนี้
             พระผู้มีพระภาคผู้สุคตศาสดา ครั้นตรัสเวยยากรณภาษิตนี้แล้ว จึงได้ตรัสคาถาประพันธ์ต่อไปอีกว่า
                          “บุคคลใดละเมิดความชอบธรรม
             เพราะฉันทาคติ โทสาคติ โมหาคติ ภยาคติ
             ยศของบุคคลนั้นย่อมเสื่อม
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๑๑ หน้า : ๒๐๑}

ขี้แรด ลงแดง

  • บุคคลทั่วไป
Re: วัฏสงสาร 31 ภูมิ
« ตอบกลับ #363 เมื่อ: 05:48 น. วันที่ 09 พ.ย.63 »
มารยาทชาวไทย สืบสานจาก"ศีลาจารวัตร"

การบัญญัติมารยาท เป็นกฎเกณฑ์ใช้สืบต่อกันมา ต้นบัญญัติมารยาทต่างๆ ที่เก่าแก่และถือเป็นต้นแบบของมารยาทของชาวไทยปัจจุบัน คือ “เสขิยวัตร” ซึ่งเป็นหมวดพระวินัยในพระพุทธศาสนา

ความสง่างามใน “ศีลาจารวัตร” ขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า #ยังความเลื่อมใสศรัทธาแก่ผู้พบเห็น และพระพุทธองค์ทรงอบรมสั่งสอนพระภิกษุสงฆ์ให้มี “ ศีลาจารวัตร” ที่งดงามเรียบร้อย โดยทรงบัญญัติหมวด “พระวินัยเสขิยวัตร” ขึ้น

ครั้นเมื่อพระภิกษุสงฆ์ปฏิบัติตามพระวินัยหมวดนี้แล้ว ทำให้เกิดความเป็นระเบียบเรียบร้อย สงบ สำรวม สง่างาม แก่ผู้ที่มาพบเห็นเข้า #เกิดความเลื่อมใสศรัทธาในพระรัตนตรัย ตั้งแต่ครั้งบรรพบุรุษไทยต่อมาจนกระทั่งถึงปัจจุบัน

พระพุทธศาสนาได้หยั่งรากลึกลงในประเทศไทย ชนชาติไทยจึงได้คุ้นเคยกับ “ศีลาจารวัตร” อันงดงามของพระภิกษุสงฆ์ จนซึมซับและถ่ายทอดกิริยามารยาทที่นุ่มนวลนั้น มาอบรมสั่งสอนลูกหลานสืบทอดต่อๆ กันมา

“เสขิยวัตร” จึงเปรียบเสมือน #เพชรน้ำหนึ่งที่ทำให้คนไทยพิเศษ มีความอ่อนโยน นุ่มนวล น่ารัก ซึ่งสิ่งเหล่านี้ไม่ค่อยมีปรากฏในชนชาติอื่นมากนัก

จึงสมควรที่ลูกหลานไทยยุคปัจจุบันจะต้องกลับมาทบทวน ฝึกฝนตนเองอีกครั้งหนึ่งเพื่อรักษาวัฒนธรรมอันทรงคุณค่า และเป็นเอกลักษณ์ของชนชาวไทยนี้ไว้... ส.หลก

Smile Buffalo

  • บุคคลทั่วไป
Re: วัฏสงสาร 31 ภูมิ
« ตอบกลับ #364 เมื่อ: 18:11 น. วันที่ 16 พ.ย.63 »
การที่พระองค์ท่านไปประทับที่เยอรมนีบ่อยในช่วงก่อนเพราะพระองค์ท่านทรงเข้ามาสังคายนาพวกกร่าง และโกงกินในวัง และพวกที่ถูกลงโทษมีความเจ็บแค้นอาจคิดลอบปลงพระชนม์ จึงต้องป้องกันไว้ก่อน โดยเฉพาะเรื่องอาหาร

คนเป็นจำนวนมากไม่รู้ว่า ร.๑๐ ทรงงานอย่างที่ไม่ได้เปิดเผยหรือโฆษณาประชาสัมพันธ์อะไร และพระองค์ท่านมีพระราชวินิจฉัยที่ดีมาก และทีมงานที่พระองค์ท่านทรงเลือกก็เป็นบุคลากรที่มีประสิทธิภาพสูง ขยัน อดทน และมีดุลยพินิจดีมากด้วยเช่นกัน

เราเคยทำงานในบริษัทหนึ่ง และถูกส่งตัวไปช่วยงานที่ สนง.ทรัพย์สินฯ ส่วนพระมหากษัตริย์ พวกเรายังแอบทึ่งเลยที่พระองค์ท่านทรง commented หลายเรื่องด้วยลายพระหัตถ์ของพระองค์ท่านเองอย่างรอบคอบ

แถมซ้ำที่ดินใจกลางเมืองหลายแห่งที่เหลืออยู่นั้น ทางเอกชนบางรายจ้องจะประมูลเช่าไปทำธุรกิจ แต่เมื่อพระองค์ท่านครองราชย์ ก็ทรงเอาที่ดิน prime area ใจกลางเมืองหลายแห่งมาทำเป็นสาธารณประโยชน์ เช่น

**สนามม้านางเลิ้ง 300 กว่าไร่ เอกชนเคยมาจ้องจะเช่าไปทำธุรกิจใหญ่โต แต่ตอนนี้ ร.๑๐ พระราชทานให้ทำเป็นสวนสาธารณะแห่งใหม่ให้ชาว กทม. เป็นสวนเฉลิมพระเกียรติ ร.๙ ซึ่งมีขนาดเกือบเท่าสวนลุมฯ เลย

**ที่ดิน (แถวพลับพลา) ติดคลองลาดพร้าว จำนวน 80 ไร่ พวกเราเคยได้รับมอบหมายให้ช่วยศึกษาดูว่า ควรจะนำมาทำโครงการอะไรดี แต่พอพระองค์ท่านครองราชย์ ทรงตัดสินพระทัยยกที่ดินทำเลทองนี้ให้แก่กองทัพบก เพื่อทำเป็นพิพิธภัณฑ์ไม้มีค่าไปเลย

**แล้วที่ชาวบ้านเคยบ่นว่า ทรงเอาคืนที่ดินสวนสัตว์ดุสิต แล้วจัดที่ดินใหม่ให้ไปอยู่ชานเมือง แต่เราหารู้ไม่ว่ากำลังมีพระราชดำริให้มีโครงการก่อสร้างโรงพยาบาลในที่ดินตรงนี้แทน เพราะโรงพยาบาลในใจกลางเมือง กทม.ไม่เพียงพอต่อความต้องการของประชาชน

เราลองคิดดูสิว่า ระหว่างโรงพยาบาลที่มีความจำเป็นต่อราษฎรที่หนาแน่นในใจกลางเมือง กับสวนสัตว์ที่จำเจ อะไรจะมีประโยชน์กว่ากัน (ส่วนการเรียนรู้ของเด็กๆ ที่ต้องการไปสวนสัตว์ เราสามารถเดินทางออกไปชานเมืองอีกหน่อยเดียวจะรื่นรมย์กว่าไหม)

**ส่วนการปรับปรุงพื้นที่พระราชวังสวนจิตรฯ ที่หลายคนบอกว่ามีรับสั่งให้เคลียร์พื้นที่ทดลองโครงการในพระราชดำริของ ร.๙ ไปหมดเลย แต่เราลองคิดดูสิว่า โครงการเหล่านั้นพระชนกท่านได้ทรงทำสำเร็จแล้ว และได้ส่งต่อผลการทดลองออกไปสอนชาวบ้านตามสถานที่จริงแล้วทั่วประเทศ และมีการต่อยอดการเรียนรู้เกษตรทฤษฎีใหม่ออกไปอย่างกว้างขวาง แล้วเรายังจะเก็บพื้นที่ในวังให้เป็นแบบนี้เพียงแค่ให้เป็นที่ระลึกเท่านั้นหรือ ในเมื่อการทดลองได้สำเร็จไปหมดแล้ว

ทำไมเราไม่เอามาปรับปรุง เพื่อดูว่าควรจะทำอะไรที่เป็นประโยชน์ต่อไป หรืออย่างน้อยก็ปรับปรุงให้กลับมาเป็นพระราชวังที่ดูดีอีกครั้ง และพวกคนในวังที่ทุจริตจะได้ถูกถอดถอนออกไปด้วยเลย

พระองค์ท่านทรงกล้าหาญที่จะปราบทุจริต ทรงกล้าที่จะสะสาง และทรงหนักแน่นต่อคำใส่ร้ายนินทา

เท่าที่ได้ประสบมา จะเห็นได้ว่ากษัตริย์พระองค์นี้มีพระราชวินิจฉัยที่ดีมาก และไม่ได้ทรงเห็นแก่พระองค์อย่างที่หลายคนนินทาเลย

การที่ทรงกล้าหาญที่จะออกมาจัดการทรัพย์สมบัติที่เป็นมรดกตกทอดของบูรพกษัตริย์ไทย มันไม่ใช่ความเห็นแก่พระองค์เลย แต่เป็นสิทธิโดยชอบธรรม และความมีพระทัยกว้างของพระองค์ท่านมากกว่า ที่ทรงยินดีเอาที่ดินทรัพย์มรดกของพระองค์ท่าน (หลายหมื่นล้าน) มาแบ่งปัน และทำประโยชน์ให้แก่สังคมไทยด้วยน้ำพระราชหฤทัยที่กว้างขวางมาก

หากเราไม่มีอคติ และมีใจเป็นกลาง เราจะเห็นอะไรดีๆ มากมายที่บูรพกษัตริย์ไทยได้ทรงทำให้แก่ประชาชน แต่ถ้าเราหูเบา ฟังความข้างเดียว และถูกปลูกฝังชุดความคิดที่มีอคติ เข้าข้างตัวเอง เราก็จะตกอยู่ในห้วงแห่งความเกลียดชัง ก้าวร้าว ทำตัวเป็นศาลที่ต้องการตัดสินผู้อื่นอย่างเมามัน และตกเป็นเครื่องมือของคนที่ไม่หวังดีต่อความมั่นคงของชาติอย่างน่าเสียใจ

น้อมดวงจิตกราบพระบาทน้อมเกล้าฯถวายพระพรชัยมงคลขอพระองค์ทรงพระเจริญยิ่งยืนนาน

#แชร์ความจริงออกมา
#รักชาติศาสน์กษัตริย์   ส.สู้ๆ

Smile Bull

  • บุคคลทั่วไป
Re: วัฏสงสาร 31 ภูมิ
« ตอบกลับ #365 เมื่อ: 18:16 น. วันที่ 16 พ.ย.63 »
ในฐานะที่ผมเป็นคนไทยคนหนึ่งขออนุญาตส่งข้อความสั้นๆถึงพี่น้องคนไทยที่รักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ เพื่อเป็นสิ่งน้อมนำไปสู่ความสงบสุขของประเทศชาติ แผ่นดินไทยและพี่น้องคนไทย
" แผ่นดินไทยและประเทศไทยของเราต้องมีพระมหากษัตริย์เท่านั้น อีกทั้ง ชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ ต้องอยู่คู่กับแผ่นดินไทย คนไทยตลอดไป ผู้ใดจะมาล้มล้าง เปลี่ยนแปลงมิได้โดยเด็ดขาด คนไทยต้องลุกขึ้นมาปกป้องสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ให้มีและอยู่คู่แผ่นดินไทยตลอดไปและถ้าคนไทยทุกคนรู้รักสามัคคี ไม่ทำร้ายซึ่งกันและกัน เคารพในสิทธิ เสรีภาพ ภราดรภาพซึ่งกันและกัน มีความรักสถาบันชาติ ศาสน์ กษ้ตริย์ เคารพกฏหมายบ้านเมือง เหตุการณ์ร้ายๆจะไม่มีทางเกิดขึ้นเด็ดขาด # ฝากถึงกลุ่ม พรรค บุคคลใดๆก็ตาม พึงสำนึกและไตรตรองให้ดีก่อนจะกระทำสิ่งที่ไม่ดีต่อชาติบ้านเมือง สถาบันและพี่น้องคนไทย # พึงสำนึกให้จงหนักว่าคนไทยจะไม่ทำร้ายกัน "
ข้าพเจ้าขอตั้งจิตอธิฐานถึงบารมีอดีตพระมหากษัตริย์ธิราชเจ้าทุกพระองค์ได้ทรงแผ่เมตตาบารมีปกป้องคุ้มครองให้แผ่นดินไทย ประเทศไทยและพี่น้องคนไทยปลอดภัยจากสิ่งชั่วร้ายและเหตุการณ์ที่ไม่ดีทั้งปวงตลอดไป
ขอพระมหากษัตริย์ไทยและพระบรมวงศานุวงศ์ทรงพระเจริญยิ่งยืนนาน

รักชาติ ศาสน์ กษัตริย์
รักประเทศไทย
รักแผ่นดินไทย
รักนายกรัฐมนตรี
รักคนไทยทุกคน
รักความสงบและความสามัคคี
วัตถุประสงค์ : เพื่อปกป้องชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ให้ดำรงค์อยู่คู่แผ่นดินไทยและคนไทยตลอดไป
จาก : คนไทยคนหนึ่ง
สถานที่ : แผ่นดินไทยและประเทศไทย... ส.สู้ๆ

ลูกคุณหนู

  • บุคคลทั่วไป
Re: วัฏสงสาร 31 ภูมิ
« ตอบกลับ #366 เมื่อ: 19:09 น. วันที่ 19 พ.ย.63 »
โลกวิปริตหรือคนสิ้นคิดกันแน่

คำถามแรก ทำไมต้องสลายม็อบ ..คำตอบ แล้วทำไมต้องก่อม็อบ เป็นม็อบที่ผิดกฏหมาย ตะโกนด่าหยาบคาย ให้ร้ายผู้อื่น ปิดถนน สร้างปัญหา สร้างความเดือดร้อน ลำบาก ทุกข์ยากอย่างสาหัสให้ประชาชน ร้านค้า ห้างร้านต้องปิดตัว ทำมาหากินไม่ได้ ไปไหนไม่ได้ กลับบ้านไม่ได้

คำถามจากนักการเมืองฝ่ายก่อม็อบ ถามทำไมตำรวจต้องรุนแรง ..คำตอบ เขาเตือนอย่างสุภาพให้เลิก ทำไมไม่เลิก  เขาก็ดำเนินการตามขั้นตอนอย่างละมุนละม่อม ไม่มีความรุนแรง  แต่นักการเมืองชั่วนำไปบิดเบือนสร้างวาทะกรรมใส่ร้ายตำรวจ

คำถามต่อไป ทำไมพวกก่อม็อบถึงเรียกร้องประชาธิปไตย ..คำตอบ คือเพราะนักการเมืองขี้โกงที่อยู่เบื้องหลังม็อบ เกิดแพ้การเลือกตั้ง พอแพ้ก็กล่าวหาว่าไม่เป็นประชาธิปไตย การไม่เคารพกติกา แล้วต้องการให้คนอื่นทำตามที่ตัวเองต้องการ แบบนี้หรือคือประชาธิปไตย   อย่างนี้เขาเรียกว่า ระบบตามความพอใจของพวกกูมากกว่า นี่มันระบบเผด็จการของม็อบ 3 นิ้วกับนักการเมืองชั่วที่สมคบคิดกันก่อความวุ่นวาย ชัดๆ

พวกม็อบ 3 นิ้วกับนักการเมืองชั่วเรียกร้องให้เปลี่ยนรัฐธรรมนูญ อ้างว่ารัฐธรรมนูญไม่ดี  ทำไมก่อนเลือกตั้งไม่บอกให้เปลี่ยน  แต่พอแพ้เลือกตั้งแล้วรู้ว่าคะแนนใกล้เคียงกันไม่มีวันได้เปลี่ยนฝ่าย ก็เลยพาลไปที่รัฐธรรมนูญใช่ไหม แล้วรัฐธรรมนูญจะไม่ดีได้อย่างไร ในเมื่อผ่านการลงประชามติเสียงข้างมากไปแล้ว

บ้านเมืองนี้ล่มจมเพราะไม่มีกฎหมายฉบับไหนปราบโกงแบบจริงจัง ถามว่าทุกคนบอกว่าอยากปราบคอรัปชั่น  แต่พอได้กฎหมายที่เขียนมาปราบโกง ทำไมไม่เอา ใครคือคนไม่เอา ประชาชนไม่เอาหรือนักการเมืองขี้โกงไม่เอา

บอกว่าเศรษฐกิจไม่ดีก็ต้องถามว่ามันไม่ดีตรงไหน ไม่ดีก่อนโควิค หรือไม่ดีหลังโควิด คำตอบคือถ้าก่อนโควิคไม่ใช่เศรษฐกิจไม่ดี แต่เพราะคนรุ่นใหม่หันไปซื้อขายออนไลน์ เป็นตัวทำลายเศรษฐกิจ ที่ร้ายแรงที่สุด ซื้อสินค้าออนไลน์ คือไม่เสียภาษี ไม่ต้องจ้างงาน ไม่ต้องให้บริการ มีโทรศัพท์เครื่องเดียว ขายสินค้าได้หมด เมื่อคนนิยมซื้อสินค้าออนไลน์ ไม่มีคนออกมาจับจ่ายซื้อของในตลาด ห้างร้านต่างๆต้องปิดตัว พอรัฐบาลจะออกกฎหมายมาเก็บภาษีการค้าออนไลน์ นักการเมืองชั่วมันก็ออกมาก่อกวนตีรวนไม่ยอมให้เก็บภาษี ใครกันแน่ที่ทำลายระบบเศรษฐกิจ จะถามว่าถ้าไม่มีภาษี ประเทศนี้จะอยู่อย่างไร เด็กๆจะได้เรียนฟรี ประชาชนจะได้รักษาฟรีไหม  จะมีเงินมาทำถนนหนทาง สร้างโรงพยาบาล สร้างโรงเรียน สร้างมหาวิทยาลัย ให้พวกเอ็งได้เรียนอย่างสุขสบายไหม  ข้าราชการจะมีเงินเดือนหรือเปล่า

พวกม็อบที่ออกมาประท้วง อ่างสิทธิ์ว่าเป็นประชาชนผู้เสียภาษี อ้างว่าเสียดายเงินภาษีของกู เห็นอ้างตัวเองว่าเป็นม็อบนักเรียน นิสิต นักศึกษา พวกเอ็งยังไม่มีรายได้ ยังไม่เคยเสียภาษีรายได้ให้รัฐสักสตางค์  ม็อบอ้างพล่อยๆ โกหกคำโต  ส่วนนักการเมืองชั่วที่หนุนม็อบนี้ ส่วนใหญ่มันก็หลีกเลี่ยงหนีภาษี หรือแม้แต่แว๊ดมันก็ไม่เสีย เพราะมันไปซื้อสินค้าออนไลน์กัน ไม่ต้องเสียภาษี

ถ้าบอกว่าเศรษฐกิจไม่ดีเพราะหลังโควิค อันนี้เป็นกันทั้งโลกไม่ใช่เป็นที่ประเทศไทยที่เดียว ก็ต้องถามว่า แล้วที่ออกมาประท้วงกันนี่ มันช่วยให้เศรษฐกิจดีขึ้นหรืออย่างไร  ตรงกันข้ามพอเริ่มจะทำมาหากินได้ มันออกมาทำลายระบบทำมาหากินอีกแล้วแบบนี้ เรียกว่าความชอบธรรมหรืออย่างไร

ม็อบออกมาไล่นายกด้วยคนสองสามหมื่นคนแล้วบอกว่าทำผิดต่างๆ  ก็ต้องถามว่าแล้วไอ้พวกคนก่อม็อบ 2 - 3 หมื่นคนเหล่านี้มันมีสิทธิ์มาเรียกร้องด้วยหรือ ในขณะที่สถานการณ์ในขณะนี้ทั่วทั้งโลก เขาต่างยกย่องการบริหารจัดการของประเทศไทย ต้องถือว่าไทยน่าจะดีสุด เพราะไม่มีโรคโควิคระบาด  ถ้านายกที่ทำเรื่องนี้ได้ดีต้องถูกไล่ออกเพราะคนสองสามหมื่นคนที่สิ้นคิด   ประเทศนี้ก็ควรเป็นประเทศของคนสิ้นคิดแล้วใช่ไหม

มันบอกว่าระบอบกษัตริย์ไม่มีดีสักอย่าง ก็ต้องถามว่าในอดีตชาวไร่ชาวนา ประเทศนี้ยากจนอย่างไร ชาวป่าชาวเขา ปลูกฝิ่นกันเต็มบ้านเต็มเมือง ไม่เห็นมีนักการเมืองค่ายประชาธิปไตยคนไหนที่เข้าไปเปลี่ยนแปลง มีแต่คอยต้องจะเข้าไปแสวงหาผลประโยชน์ ก็มีแต่ระบบกษัตริย์ไทยนี่แหละที่เข้าไปช่วยปรับปรุงเปลี่ยนแปลงช่วยเหลือประชาชนรากหญ้า ชาวไร่ ชาวนา ชาวเขา อย่างจริงจัง เป็นรูปธรรม ท่านทำโครงการต่างๆมากกว่า 1,000 โครงการ จนประชาชนรากหญ้า ผู้ยากไร้ยากจน ทุกท้องถิ่นทั่วประเทศ มีฐานะความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นชัดเจน  ในขณะที่ไอ้พวกม็อบที่มาร้องให้เปลี่ยนแปลงระบบกษัตริย์นั้น พวกเอ็งเคยทำประโยชน์ใดๆให้ประเทศชาติบ้างไหม อยากถามว่าชีวิตพวกเอ็ง นอกจากเกาะประเทศนี้กินแล้วเคยทำอะไรให้ประเทศนี้บ้าง

ที่สำคัญที่สุด โพลสำรวจทุกโพลระบุชัดเจนว่าไม่เอาพฤติกรรมล้มเจ้า 98% ก็ต้องถามว่าคน 2%ที่ต้องการล้มระบอบกษัตริย์ มันจะเอาชนะคนส่วนใหญ่ นี่คือกติกาของพวกเอ็งใช่ไหม นี่หรือคือประชาธิปไตยเอาเสียงน้อยนิดมาข่มขู่เสียงส่วนใหญ่ แบบนี้เขาเรียกว่าเผด็จการชัดๆ เป็นเผด็จการของพวกใจทรามต่ำช้า ขี้ข้านักการเมืองชั่ว ที่ยุแยงแสวงหาอำนาจ แสวงหาผลประโยชน์แบบไม่ลืมหูลืมตามากกว่า

ขอตั้งคำถามกลับพวกม็อบ 3 นิ้วว่า พวกเอ็งต้องการให้ประเทศนี้ เป็นขี้ข้าประเทศอื่นหรืออย่างไร ต้องให้ประเทศนี้ อยู่ภายใต้คนสิ้นคิดไม่กี่คนหรืออย่างไร ต้องให้ประเทศนี้ฉิบหายล่มสลายลง ด้วยม็อบชั่วทำลายชาติกับนักการเมืองชั่วบ้าอำนาจไม่กี่คนของพวกเอ็งหรืออย่างไร หรือต้องให้คนเจ็ดสิบล้านคนที่รักในขนบธรรมเนียมประเพณีของไทย ต้องมายอมสยบให้กับไอ้พวกขี้ข้าตะวันตกไม่กี่คน  พวกเอ็งดูถูกคนเจ็ดสิบล้านคนมากไปหรือเปล่า ประชาชนเจ็ดสิบล้านคน เขาไม่ได้สิ้นคิดเหมือนพวกเอ็งหรอกจะบอกให้

อยากจะบอกพวกม็อบ 3 นิ้ว ขี้ข้าของคนโกงชาติทั้งหลายว่า ตอนนี้ความจริงคือ บ้านเมืองนี้ไม่มีอะไรเหลือให้พวกเอ็งแทะอีกแล้ว และถ้ายังไม่เลิกพฤติกรรมชั่วๆ ก็ให้ระวังให้ดี ต้องมีสักวันที่คนเดือดร้อนจริง ทำมาหากินไม่ได้ เขาจะไม่ทนกับพวกเอ็งอีกต่อไป

สุดท้ายอยากจะบอกกับคน 98% ของประเทศว่า ถ้าทุกคนยังทนนิ่ง แล้วไม่ยอมแสดงปฏิกิริยาอะไร ก็จะกลายเป็นเครื่องมือให้ไอ้พวกจิตต่ำช้าบ้าอำนาจพวกนี้เหิมเกริมต่อไปไม่สิ้นสุด จะถามว่ายอมรับกันได้เชียวหรือ ถามหน่อยเถอะถ้ารู้ว่า ลูกเรามันแย่ขนาดนั้น ปัญญามันอ่อนได้ขนาดนั้น แล้วคนที่เป็นพ่อเป็นแม่ ยังยอมปล่อยให้ลูกตัวเองทำร้ายตัวเอง ทำร้ายประชาชน ทำร้ายประเทศชาติไปเรื่อยๆอย่างนั้นหรือ ถ้ายอมให้เป็นอย่างนั้นก็ต้องถามว่าคุณยังเป็นพ่อแม่ สปิชี่ไหน คุณยังเป็นคนอยู่หรือเปล่า?... ส.สู้ๆ

ไปลงนรกซะเถิด... ส.หลก

เด็กเทพชุมนุม

  • บุคคลทั่วไป
Re: วัฏสงสาร 31 ภูมิ
« ตอบกลับ #367 เมื่อ: 19:13 น. วันที่ 19 พ.ย.63 »
แพทย์ผู้ที่รับใช้ใกล้ชิด ได้เล่าให้ฟังว่าภาพที่พ่อนั่งเหม่อลอยอยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยาเป็นเวลานานเหมือนจะ ร้องไห้นั้น ณ.ที่ตรงนั้นกับเวลาที่ยาวนานพ่อพูดออกมาประโยคเดียวว่า "เราไปทำอะไรให้เขาเจ็บช้ำ หรือ คนไทยเหล่านั้นถึงได้โกรธ/เกลียดเราขนาดนี้" ผู้อยู่ใกล้ชิดพ่อน้ำตาไหลพรากเพราะสงสารพ่อที่ทำทุกอย่างทั้งชีวิตพ่อเพื่อ คนไทยมาตลอด..............ช่วยส่งต่อไปอย่าหยุดน่ะ
แพทย์ที่ถวายการรักษา
บอกว่า ในหลวงท่านทรงทราบข่าวระเบิด เมื่อคืนแล้ว
พระองค์น้ำตาคลอไม่มี รับสั่งอะไรท่านดูเป็น กังวล***

*ในหลวงทรงร้องไห้ พระองค์ท่านทรงท้อ... และตรัสเสมอว่า ระบบราชาธิปไตย
คงจบลงที่ รัชกาลที่9 ของพระองค์เอง ปกครองไทยมา 600 ปี
แต่น่าใจหายที่จะ สิ้นลงที่รัชกาลของพระองค์
เพราะ คนไทยลืมหน้าที่ของตัวเอง
ลืม หน้าที่ ที่ต้องทำในฐานะประชาชนคนไทย
ปล่อย ให้อำนาจเงิน และข่าวที่ผิด ๆ มาชักจูง
โดยอาศัยความเชื่อส่วนตน เป็นตัวตัดสิน
หาก คุณการไหว้พระภูมิเจ้า ในบ้านแบบง่ายๆ โดยให้ไหว้ในตอนเช้า สิ่งที่ต้องเตรียม คือเป็นคนหนึ่งที่รักพระเจ้า อยู่หัว
และอยากให้ประเทศไทยกลับมาสงบสุขเหมือนเดิม... ส.สู้ๆ

เด็กบ้าฟันน้ำนม

  • บุคคลทั่วไป
Re: วัฏสงสาร 31 ภูมิ
« ตอบกลับ #368 เมื่อ: 20:38 น. วันที่ 27 พ.ย.63 »
สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานบัตรอวยพรปีใหม่ ๒๕๖๔ แก่ปวงชนชาวไทย เป็นภาพฝีพระหัตถ์ "สวัสดีปีฉลูวัว" รูปวัว หน้าตายิ้มแย้มแจ่มใส และพระราชทานพรปีใหม่ ความว่า

"ปีที่แล้วโรคร้ายหมายชีวิต
มีคนติดทั่วโลกอยู่มากหลาย
คนยังอยู่จนยากลำบากกาย
ที่ทุกข์คลายเพราะความรักสามัคคี

ปีฉลูวัวใจดีเข้ามาหา
มีนมมาให้ดื่มเป็นสุขี
สุขภาพของเด็กเติบโตดี
ผู้ใหญ่ที่ดื่มนมก็แข็งแรง"

สวัสดีปีฉลูวัว พ.ศ.๒๕๖๔

เฒ่าทารกฟันปลอม

  • บุคคลทั่วไป
Re: วัฏสงสาร 31 ภูมิ
« ตอบกลับ #369 เมื่อ: 20:40 น. วันที่ 27 พ.ย.63 »
ขอบใจ ขอบใจ
'เราต้องต่อต้านในสิ่งที่ไม่ถูกต้อง ต้องช่วยทำให้คนเห็น
ว่าอะไรผิด อะไรไม่ดี อะไรบิดเบือน อะไรที่เป็นเฟคนิวส์'
.
ในหลวงร.10 ตรัสกับ นายแพทย์วรงค์ เดชกิจวิกรม
หัวหน้ากลุ่มไทยภักดี เมื่อวันที่ 25 พ.ย. 63

 


ร่วมขับเคลื่อนโดย
เว็บไซท์นี้จัดสร้างขึ้นมาเพื่อเป็นสังคมออนไลน์ของชาวหาดใหญ่ - สงขลา สงวนลิขสิทธิ์ © บริษัท บ้านเรา คอร์ปอเรชั่น จำกัด
นโยบาย | เกี่ยวกับเรา | ลงโฆษณา | ร้องเรียน | แจ้งข้อผิดพลาด | ติดต่อเรา | มีอะไรใหม่ในเว็บกิมหยง | คุยกับเว็บมาสเตอร์
เครือข่ายเว็บไซท์ท้องถิ่นไทย [ ตรัง ] [ ขอนแก่น ] [ เชียงใหม่ ] [ เชียงราย ] [ อุดรธานี ] [ หาดใหญ่ - สงขลา ] [ น่าน ] [ พัทลุง ] [ นครศรีธรรมราช ]