gimyong หาดใหญ่
ศูนย์ประชุมนานาชาติฉลองสิริราชสมบัติครบ ๖๐ ปี
 
 

 

ผู้เขียน หัวข้อ: วัฏสงสาร 31 ภูมิ  (อ่าน 133962 ครั้ง)

วัฏสงสาร 31 ภูมิ

หลวงพ่อเงิน(แดง)

  • บุคคลทั่วไป
Re: วัฏสงสาร 31 ภูมิ
« ตอบกลับ #420 เมื่อ: 09:43 น. วันที่ 05 มี.ค.64 »
“มานึกดูว่า คนเรานี้จะทำอะไรให้เป็นประโยชน์สูงไปขึ้นไปกว่าที่จะหากิน ใส่ปากใส่ท้อง มีกินมีใช้ มีเกียรติยศ มีอะไรแล้ว ก็จะทำอะไรกันต่อไป
.
มันก็เหลือเรื่องเดียว คือเรื่องจิตใจที่มันสะอาด สว่าง สงบ ไม่มีความทุกข์ นี่ก็เรียกว่าธรรมะ มีธรรมะเพื่ออย่างนี้
.
อย่าเข้าใจว่ามีเงิน มีอำนาจวาสนาแล้ว มันจะไม่มีความทุกข์ ถ้ามันโง่แล้วมันจะยิ่งมีความทุกข์ ยิ่งมีเงินมากก็ยิ่งมีความทุกข์ถ้ามันโง่ มีอำนาจวาสนามาก ถ้ามันโง่มันก็จะฆ่าตัวมันเอง ด้วยอำนาจวาสนานั่นแหล่ะ
.
เรื่องเงินเรื่องอำนาจวาสนานี้ต้องระวังให้ดี ถ้าใช้มันผิด ทำมันผิด คือไม่มีธรรมะแล้ว มันก็ทำความทุกข์ให้แก่บุคคลนั้น
.
ถ้ามีเงิน หรือมีอำนาจวาสนา แต่ปราศจากศีลธรรมแล้ว ก็ไม่มีความหมายอะไร ก็มีแต่ว่าจะสรรเสริญเยินยอกันแต่ในพวกคนที่ไม่มีศีลธรรมด้วยกัน คนที่มีศีลธรรมเขาสั่นหัวทั้งนั้นแหล่ะ และมันก็พิสูจน์ตัวมันเองว่าคนเหล่านั้นจะอยู่อย่างเป็นทุกข์ทรมาน มีกิเลสเผาลนอยู่ในจิตใจตลอดเวลา ทั้งที่มีเงินมาก มีอำนาจมาก
.
อย่าไปหลง อย่าไปบูชาเงิน บูชาอำนาจ โดยส่วนเดียว ถ้ามันไม่มีธรรมะแล้ว เงินหรืออำนาจนั่นแหล่ะมันเป็นอันตรายที่สุด แล้วมันก็ฆ่าคนนั้นอยู่เรื่อยๆไป ก็อย่างในประวัติศาสตร์หลายพันปีมาแล้วมันก็แสดงอยู่ กระทั่งเดี๋ยวนี้วันวานนี้มันก็แสดงอยู่อย่างนี้”
.
พุทธทาสภิกขุ
ที่มา : ธรรมบรรยายหัวข้อเรื่อง “พุทธธรรมกับสังคม”


True Nerverdied

  • บุคคลทั่วไป
Re: วัฏสงสาร 31 ภูมิ
« ตอบกลับ #421 เมื่อ: 09:46 น. วันที่ 05 มี.ค.64 »
ความจริงที่ชัดเจน ย่อมเหนือกว่า ความเท็จที่พร่ามัว... ส.สู้ๆ

ลัทธิขากถุย

  • บุคคลทั่วไป
Re: วัฏสงสาร 31 ภูมิ
« ตอบกลับ #422 เมื่อ: 15:18 น. วันที่ 07 มี.ค.64 »
จงทำกับเพื่อนมนุษย์ โดยคิดว่า…

เขาเป็นเพื่อนเกิด แก่ เจ็บตาย ของเรา
เขาเป็นเพื่อน เวียนว่ายอยู่ในวัฏสงสาร ด้วยกันกะเรา
เขาก็ตกอยู่ใต้อำนาจกิเลส เหมือนเรา ย่อมพลั้งเผลอไปบ้าง
เขาก็มีราคะ โทสะ โมหะ ไม่น้อยไปกว่าเรา
เขาย่อมพลั้งเผลอ บางคราวเหมือนเรา
เขาก็ไม่รู้ว่าเกิดมาทำไม เหมือนเรา ไม่รู้จักนิพพานเหมือนเรา
เขาโง่ในบางอย่าง เหมือนที่เราเคยโง่
เขาก็ตามใจตัวเองในบางอย่าง เหมือนที่เราเคยกระทำ
เขาก็อยากดีเหมือนเรา ที่อยาก ดี -เด่น -ดัง
เขาก็มักจะกอบโกย และเอาเปรียบเมื่อมีโอกาสเหมือนเรา
เขามีสิทธิที่จะบ้าดี-เมาดี-หลงดี-จมดี เหมือนเรา
เขาเป็นคนธรรมดา ที่ยึดมั่น ถือมั่น อะไรต่างๆเหมือนเรา
เขาไม่มีหน้าที่ ที่จะเป็นทุกข์ หรือตายแทนเรา
เขาเป็นเพื่อนร่วมชาติ ร่วมศาสนา กะเรา
เขาก็ทำอะไรด้วยความคิดชั่วแล่น และผลุนผลันเหมือนเรา
เขามีหน้าที่รับผิดชอบ ต่อครอบครัวของเขา มิใช่ของเรา
เขามีสิทธิ ที่จะมีรสนิยม ตามพอใจของเขา
เขามีสิทธิ ที่จะเลือก(แม้ศาสนา) ตามพอใจของเขา
เขามีสิทธิ ที่จะใช้สมบัติ สาธารณะ เท่ากันกับเรา
เขามีสิทธิ ที่จะเป็นโรคประสาท หรือเป็นบ้า เท่ากับเรา
เขามีสิทธิ ที่จะขอความช่วยเหลือ เห็นอกเห็นใจจากเรา
เขามีสิทธิ ที่จะได้รับอภัย จากเรา ตามควรแก่กรณี
เขามีสิทธิ ที่จะเป็นสังคมนิยม หรือ เสรีนิยม ตามใจเขา
เขามีสิทธิ ที่จะเห็นแก่ตัว ก่อนเห็นแก่ผู้อื่น
เขามีสิทธิ แห่งมนุษยชน เท่ากันกับเรา,สำหรับจะอยู่ในโลก
       
ถ้าเราคิดกันอย่างนี้ จะไม่มีการ ขัดแย้งใดๆเกิดขึ้น.
                   
ที่มา...หนังสือ แก่นพุทธศาสน์

โดย ท่านอาจารย์พุทธทาสภิกขุ

(หนังสือที่ได้รับรางวัลชนะเลิศจากองค์การสหประชาชาติ)  ส.สู้ๆ


สุนัขนำทาง

  • บุคคลทั่วไป
Re: วัฏสงสาร 31 ภูมิ
« ตอบกลับ #423 เมื่อ: 17:35 น. วันที่ 08 มี.ค.64 »
ชีวฉันมีแต่หมาพาไป...จะไปหนใดมีแต่หมานำ... ส.หลกจริง

เสร็จนาฆ่าโคถึก

  • บุคคลทั่วไป
Re: วัฏสงสาร 31 ภูมิ
« ตอบกลับ #424 เมื่อ: 17:37 น. วันที่ 08 มี.ค.64 »
สรุปคำสอนของท่านพุทธทาส ภิกษุ
ที่ผู้คนจดจำมากที่สุด
________________
     ๑) ความเข้าใจผิด
เข้าใจผิดว่า ทำดี ต้องได้ดี ทำบุญต้องได้บุญ ที่ถูก คือ ทำดีไม่ได้อะไร ได้แค่ละกิเลส ทำบุญ ได้แค่สบายใจ
     ๒) เข้าใจผิดว่า ดีกับใคร คนนั้นต้องดีตอบ ที่ถูก คือ เรามีหน้าที่ดี ใครจะดีกับเรา ไม่ดีกับเรา ไม่ใช่เรื่องของเรา
     ๓) เข้าใจผิดว่า ให้อะไรใคร ต้องได้กลับคืน ที่ถูก คือ การ “ให้” คือ ยินดีเสียสละ ให้แล้วคาดหวัง..ไม่ใช่การให้ อ้างบุญคุณไม่ได้
     ๔) เข้าใจผิดว่า แก่แล้วทำอะไรก็ได้ ที่ถูก คือ แก่แล้วต้องยิ่งสำนึก ทำชั่วไม่ได้ เวลาเหลือน้อย
     ๕) เข้าใจผิดว่า ต้องทำเพื่อความมั่นคงของชีวิตในภายหน้า ที่ถูก ความมั่นคงไม่มีในโลก ตายได้ทุกเมื่อ
     ๖) เข้าใจผิดว่า ความต้องการของตัวเองสำคัญที่สุด เราสำคัญที่สุด  ที่ถูก คือ ไม่มีความต้องการนั่นแหละสำคัญที่สุด ไม่มีเราต่างหากสำคัญที่สุด
     ๗) เข้าใจผิดว่า เข้าวัด ใจสงบ. ที่ถูก คือ วัดอยู่ในใจ ใจสงบ
     ๘) เข้าใจผิดว่า ความสบายเลือกได้. ที่ถูก คือ เกิดมาก็ทุกข์แล้ว มันเลือกไม่ได้ ไม่มีใครสบายตลอดชาติ
     ๙) เข้าใจผิดว่า สิ่งของ คนของเรา ตัวตนของเรา เราต้องยึดไว้ รักษาไว้ ที่ถูก คือ ไม่มีอะไร หรือใครให้ต้องยึด ต้องรักษา ทุกอย่างไม่ใช่ของเราและที่สุดแล้วก็ไม่มี
☆☆☆☆☆☆☆☆☆☆☆☆☆☆
สาธุธรรมคำสอนของพระอาจารย์ "พุทธทาสภิกษุ"   ส.สู้ๆ

เสร็จศึกฆ่าขุนพล

  • บุคคลทั่วไป
Re: วัฏสงสาร 31 ภูมิ
« ตอบกลับ #425 เมื่อ: 10:29 น. วันที่ 09 มี.ค.64 »
ขาดทุนคือกำไร การเสียสละออกไป คือการได้ทุกอย่าง... ส.สู้ๆ


ส้มเจต จีนหลง

  • บุคคลทั่วไป
Re: วัฏสงสาร 31 ภูมิ
« ตอบกลับ #426 เมื่อ: 07:54 น. วันที่ 15 มี.ค.64 »
มงคล ๓๘ ข้อที่ ๑
                         อเสวนา จ พาลานํ ฯ
             การไม่คบคนพาลเป็นมงคลสูงสุด
คนพาลมีลักษณะ ๓ ประการ
๑.ชอบคิดชั่ว เช่น คิดโลภ คิดพยาบาท คิดอิจฉาริษยาเขา
๒.ชอบพูดชั่ว เช่น พูดโกหก พูดคำหยาบ พูดส่อเสียดยุยงให้เขาแตกแยก พูดเพ้อเจ้อเหลวไหลไร้สาระ
๓.ชอบทำชั่ว เช่น ฆ่าสัตว์ ลักทรัพย์ ประพฤติผิดในกาม ดื่มสุรายาเมา เล่นการพนันหรืออบายมุข
     ปลาร้ามีกลิ่นเหม็นห่อด้วยใบตองใบตองนั้นก็มีกลิ่นเหม็นติดไปด้วย ฉันใด
     ผู้ที่คบคนพาลเป็นมิตรก็พลอยเสื่อมเสียชื่อเสียงไปด้วย ติดความเป็นพาลเดือดร้อนไปด้วย ฉันนั้น... ส.หลก

ส้มเจต แดงต้อย

  • บุคคลทั่วไป
Re: วัฏสงสาร 31 ภูมิ
« ตอบกลับ #427 เมื่อ: 07:56 น. วันที่ 15 มี.ค.64 »
#สุนัขขี้เรื้อน

ภิกษุ ท. ! ลาภสักการะและเสียงเยินยอ เป็นอันตรายที่ทารุณแสบเผ็ดหยาบคาย ต่อการบรรลุพระนิพพาน อันเป็นธรรมเกษมจากโยคะ ไม่มีธรรม อื่นยิ่งกว่า.
ภิกษุ ท. ! พวกเธอเห็นสุนัขจิ้งจอกตัวที่อาศัยอยู่เมื่อตอนย่ำรุ่ง แห่ง ราตรีนี้ไหม ?
“เห็น พระเจ้าข้า !”.
ภิกษุ ท. ! สุนัขจิ้งจอกตัวนั้น เป็นโรคหูชัน (โรคเรื้อนสุนัข) วิ่งไปบนแผ่นดินก็ไม่สบาย ไปอยู่ที่โคนไม้ก็ไม่สบาย ไปอยู่กลางแจ้งก็ไม่สบาย. มันไปในที่ใด มันยืนในที่ใด มันนั่งในที่ใด มันนอนในที่ใด ล้วนแต่ได้รับ ทุกข์ทรมาน ในที่นั้น ๆ.
ภิกษุ ท. ! ภิกษุบางรูปในศาสนานี้ก็เหมือนกัน, ครั้นถูกลาภสักการะและเสียงเยินยอครอบงำเอาแล้ว มีจิตติดแน่นอยู่ในสิ่งนั้น ๆไปอยู่สุญญาคารก็ไม่สบาย ไปอยู่โคนไม้ก็ไม่สบาย ไปอยู่กลางแจ้งก็ไม่สบาย. เธอไปในที่ใด เธอยืนในที่ใด เธอนั่งในที่ใด เธอนอนในที่ใด ล้วนแต่ได้รับ ทุกข์ทรมาน ในที่นั้น ๆ.
ภิกษุ ท. ! ลาภสักการะและเสียงเยินยอ เป็นอันตรายที่ทารุณแสบเผ็ดหยาบคาย ต่อการบรรลุพระนิพพาน อันเป็นธรรมเกษมจากโยคะ ไม่มีธรรมอื่นยิ่งกว่า ด้วยอาการอย่างนี้. เพราะฉะนั้น ในเรื่องนี้ พวกเธอทั้งหลายพึงสำเหนียกใจไว้ดังนี้ว่า “เราทั้งหลายจักไม่เยื่อใยในลาภสักการะและเสียงเยินยอที่เกิดขึ้น. อนึ่ง ลาภสักการะและเสียงเยินยอ ที่เกิดขึ้นแล้ว ต้องไม่มาห่อหุ้มอยู่ที่จิตของเรา”.
ภิกษุ ท. ! พวกเธอทั้งหลาย พึงสำเหนียกใจไว้ อย่างนี้ แล.

- บาลี พระพุทธภาษิต นิทาน. สํ. ๑๖/๒๗๐/๕๕๓-๔.

อิ่มมา มืดไป

  • บุคคลทั่วไป
Re: วัฏสงสาร 31 ภูมิ
« ตอบกลับ #428 เมื่อ: 07:57 น. วันที่ 15 มี.ค.64 »
ภิกษุทั้งหลาย !  ภิกษุในธรรมวินัยนี้
ย่อมเล่าเรียนปริยัติธรรม (นานาชนิด) คือ สุตตะ เคยยะ เวยยากรณะ คาถา อุทาน อิติวุตตกะ ชาตกะ อัพภูตธัมมะ เวทัลละ,
แต่เธอไม่ใช้วันทั้งวันให้เปลืองไปด้วยการเรียนธรรมนั้นๆ ไม่เริดร้างจากการหลีกเร้น,
ตามประกอบซึ่งธรรมเป็นเครื่องสงบใจในภายในเนืองๆ.
ภิกษุอย่างนี้แล ชื่อว่า ธรรมวิหารี (ผู้อยู่ด้วยธรรม) .

ภิกษุทั้งหลาย !  ภิกษุผู้มากด้วยปริยัติ เราก็แสดงแล้ว,
ผู้มากด้วยการบัญญัติ เราก็แสดงแล้ว,
ผู้มากด้วยการสาธยาย เราก็แสดงแล้ว,
ผู้มากด้วยการคิด เราก็แสดงแล้ว,
และธรรมวิหารี (ผู้อยู่ด้วยธรรม) เราก็แสดงแล้ว
ด้วยประการ ฉะนี้.

ภิกษุทั้งหลาย !  กิจอันใดที่ศาสดาผู้เอ็นดู
แสวงหาประโยชน์เกื้อกูล
อาศัยความเอ็นดูแล้ว
จะพึงทำแก่สาวกทั้งหลาย,
กิจอันนั้น เราได้ทำแล้วแก่พวกเธอทั้งหลาย.
 
ภิกษุทั้งหลาย ! นั่น โคนไม้ทั้งหลาย นั่น เรือนว่างทั้งหลาย,
ภิกษุทั้งหลาย ! เธอทั้งหลาย จงเพียรเผากิเลส,
อย่าได้เป็นผู้ประมาท,
เธอทั้งหลาย อย่าเป็นผู้ที่ต้องร้อนใจในภายหลังเลย,
นี่แล เป็นวาจาเครื่องพร่ำสอนพวกเธอทั้งหลายของเรา.
-บาลี ปญฺจก. อํ. ๒๒/๙๘/๗๓.

มืดมา อิ่มไป

  • บุคคลทั่วไป
Re: วัฏสงสาร 31 ภูมิ
« ตอบกลับ #429 เมื่อ: 07:58 น. วันที่ 15 มี.ค.64 »
#ธรรมทั้งปวงไม่ควรยึดมั่น

ภิกษุรูปหนึ่ง ได้ทูลถามพระผู้มีพระภาคเจ้าดังนี้ว่า
“ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ! ธรรมอย่างหนึ่ง มีอยู่หรือไม่หนอ ซึ่งเมื่อภิกษุละได้แล้ว อวิชชาย่อมละไป วิชชาย่อมเกิดขึ้นพระเจ้าข้า ?”.
ภิกษุ !  ธรรมอย่างหนึ่ง มีอยู่แล ...ฯลฯ...
“ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ !  ธรรมอย่างหนึ่ง นั้นคืออะไรเล่าหนอ ...ฯลฯ...?”
ภิกษุ !  อวิชชานั่นแล  เป็นธรรมอย่างหนึ่ง
ซึ่งเมื่อภิกษุละได้แล้ว
อวิชชาย่อมละไป วิชชาย่อมเกิดขึ้น.
“ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ !  เมื่อภิกษุรู้อยู่อย่างไร เห็นอยู่อย่างไร
อวิชชาจึงจะละไป วิชชาจึงจะเกิดขึ้น พระเจ้าข้า ?”.

ภิกษุ !  หลักธรรมอันภิกษุในกรณีนี้ได้สดับแล้ว ย่อมมีอยู่ว่า
“สิ่งทั้งหลายทั้งปวง อันใครๆ ไม่ควรยึดมั่น ถือมั่น (ว่าเป็นตัวเรา-ของเรา)
(สพฺเพ ธมฺมา นาลํ อภินิเวสาย)” ดังนี้.
ภิกษุ !  ถ้าภิกษุได้สดับหลักธรรมข้อนั้นอย่างนี้ว่า
สิ่งทั้งหลายทั้งปวง
อันใครๆ ไม่ควรยึดมั่น ถือมั่น ดังนี้แล้ว ไซร้,
ภิกษุนั้นย่อมรู้ยิ่งซึ่งธรรมทั้งปวง;
ครั้นรู้ยิ่งซึ่งธรรมทั้งปวงแล้ว,
ย่อมรอบรู้ซึ่งธรรมทั้งปวง;
ครั้นรอบรู้ซึ่งธรรมทั้งปวงแล้ว,
ภิกษุนั้น ย่อมเห็นซึ่ง นิมิตทั้งหลายของสิ่งทั้งปวง
โดยประการอื่น :
ย่อมเห็นซึ่ง จักษุ โดยประการอื่น;
ย่อมเห็นซึ่ง รูปทั้งหลาย โดยประการอื่น;
ย่อมเห็นซึ่ง จักขุวิญญาณ โดยประการอื่น;
ย่อมเห็นซึ่ง จักขุสัมผัส โดยประการอื่น;
ย่อมเห็นซึ่งเวทนาอันเป็นสุขก็ตาม เป็นทุกข์ก็ตาม มิใช่ทุกข์มิใช่สุขก็ตาม
ที่เกิดขึ้นเพราะจักขุสัมผัสเป็นปัจจัยโดยประการอื่น.

    (ในกรณีแห่งโสตะก็ดี ฆานะก็ดี ชิวหาก็ดี กายะก็ดี มโนก็ดี และธรรมทั้งหลายที่สัมปยุตต์

ด้วยโสตะ ฆานะ ชิวหา กายะ และมโน นั้นๆ ก็ดี พระผู้มีพระภาคเจ้าได้ตรัสไว้ มีนัย อย่างเดียวกันกับใน

กรณีแห่งการเห็นจักษุ และธรรมทั้งหลายที่สัมปยุตต์ด้วยจักษุ).

ภิกษุ !  เมื่อภิกษุรู้อยู่อย่างนี้ เห็นอยู่อย่างนี้แล
อวิชชาจึงจะละไป วิชชาจึงจะเกิดขึ้น.

-บาลี สฬา. สํ. ๑๘/๖๒/๙๖.

COVID-19

  • บุคคลทั่วไป
Re: วัฏสงสาร 31 ภูมิ
« ตอบกลับ #430 เมื่อ: แรกวา เวลา 16:38 »
ประกาศให้ทราบโดยทั่วกัน... ส.สู้ๆ

 


ร่วมขับเคลื่อนโดย
เว็บไซท์นี้จัดสร้างขึ้นมาเพื่อเป็นสังคมออนไลน์ของชาวหาดใหญ่ - สงขลา สงวนลิขสิทธิ์ © บริษัท บ้านเรา คอร์ปอเรชั่น จำกัด
นโยบาย | เกี่ยวกับเรา | ลงโฆษณา | ร้องเรียน | แจ้งข้อผิดพลาด | ติดต่อเรา | มีอะไรใหม่ในเว็บกิมหยง | คุยกับเว็บมาสเตอร์
เครือข่ายเว็บไซท์ท้องถิ่นไทย [ ตรัง ] [ ขอนแก่น ] [ เชียงใหม่ ] [ เชียงราย ] [ อุดรธานี ] [ หาดใหญ่ - สงขลา ] [ น่าน ] [ พัทลุง ] [ นครศรีธรรมราช ]