ข่าว:

ทดลองใช้งานบอร์ดตะลุง ที่อยู่ในขั้นตอนการกู้คืนข้อมูล เบื้องต้นมีแต่กระทู้ (ข้อความ) กำลังกู้รูปภาพ ไฟล์แนบต่าง ๆ คาดว่าจะทยอยสมบูรณ์ภายในไม่ช้า

Main Menu

ตอบ

รูปแนบ: (ล้างรูป)
Restrictions: 10 per post (10 remaining), maximum total size 6.40 MB, maximum individual size 4.88 MB
เลือกที่นี่เพื่อลบไฟล์แนบของคุณ
คลิกเพื่อใส่รูปหรือลากรูปมาวางตรงนี้
ตัวเลือกเพิ่มเติม...
การยืนยัน:
กรุณาเว้นช่องนี้ว่างไว้:
พยัญชนะไทยตัวสุดท้าย:
shortcuts: กด alt+s เพื่อตั้งกระทู้ หรือ alt+p แสดงตัวอย่าง

สรุปหัวข้อ

กระทู้โดย ฅนสองเล
 - 15:47 น. 26 พ.ย 63
(25 พ.ย.63) น.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ในวันที่ 27 พ.ย.นี้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม จะเป็นประธานพิธีลงนามในสัญญาการจัดหาวัคซีนโควิด-19 โดยการจองล่วงหน้าและสัญญาการจัดซื้อวัคซีนกับบริษัท แอสตร้าเซเนก้า หลังจากที่ประชุมคณะรัฐมนตรีเห็นชอบโครงการจัดหาวัคซีนป้องกันโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 สำหรับประชาชนไทย

โดยการจองล่วงหน้าและการจัดซื้อวัคซีนในวงเงินกว่า 6,000 ล้านบาท โดยให้สถาบันวัคซีนแห่งชาติจัดทำสัญญาการจัดหาวัคซีนโดยการจองล่วงหน้า ภายใต้เงื่อนไขว่ามีโอกาสที่จะได้รับวัคซีนหรือไม่ ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับผลการวิจัยพัฒนาหรือเหตุอื่นๆ ในวงเงินกว่า 2,300 ล้านบาท โดยจะมีการลงนามที่ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล สำหรับการลงนามดังกล่าว จะทำใหัคนไทยมีโอกาสเข้าถึงวัคซีนมากกว่าประเทศอื่นโดยคาดว่าจะได้รับวัคซีนกลางปี 2564

น.ส.ไตรศุลี กล่าวด้วยว่า ล่าสุดกระทรวงสาธารณสุขเปิดเผยข่าวดีเกี่ยวกับการวิจัยวัคซีน ที่ผลิตโดยบริษัท แอสตร้า เซเนก้า โดยผลการวิจัยวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 มีประสิทธิผลเกินข้อกำหนดขององค์การอนามัยโลก (WHO) ที่กำหนดมาตรฐานการรับรองวัคซีนป้องกันโควิด-19 ต้องมีประสิทธิผลไม่ต่ำกว่าร้อยละ 50 ซึ่งการวิจัยแบ่งออกเป็น 2 แบบ โดยแบบแรกพบว่าประสิทธิผลในการป้องกันโรคโควิด-19 สูงถึงร้อยละ 90 ส่วนแบบที่สองพบว่ามีประสิทธิผลร้อยละ 60 เฉลี่ยประสิทธิผลโดยรวมของทั้ง 2 แบบอยู่ที่ร้อยละ 70.4 และวัคซีนยังมีความปลอดภัยสูงด้วย