gimyong หาดใหญ่
ศูนย์ประชุมนานาชาติฉลองสิริราชสมบัติครบ ๖๐ ปี
 

 


ตอบ

เงื่อนไขและข้อตกลงการโพสข้อมูลเว็บกิมหยง


1. โปรดงดเว้นคำหยาบคาย ส่อเสียด ดูหมิ่น กล่าวหาให้ร้าย สร้างความแตกแยก หรือกระทบถึงสถาบัน
    อันเป็นที่เคารพ

2. ห้ามแนะนำ, ซื้อขาย, แลกเปลี่ยนสินค้าหรือบริการที่ผิดกฎหมาย ผิดศิลธรรมและหรือไม่เหมาะสม
    อาทิเช่น การพนัน,สารเสพติด,สัตว์ป่าคุ้มครอง,สิ่งลามกอนาจาร,การขายบริการเป็นต้น

3. ทุกความคิดเห็นไม่เกี่ยวข้องกับผู้ดำเนินการเว็บไซต์ หากมีการฟ้องร้องผู้ตั้งกระทู้ต้องรับผิดชอบ
    ด้วยตนเองทุกกรณี

4. ควรตั้งกระทู้ให้ตรงหมวดหมู่ หากซ้ำจะลบทันที

5. ทีมงานผู้ดูแล ขอสงวนสิทธิ์ในการลบ ย้าย แก้ไข กระทู้/ความคิดเห็น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใด ๆ
Warning: this topic has not been posted in for at least 30 days.
Unless you're sure you want to reply, please consider starting a new topic.
ชื่อ:
หัวข้อ:
ไอค่อนข้อความ:

แนบไฟล์:
ช่วยเหลือ (Clear Attachment)
(แนบไฟล์เพิ่ม)
ไฟล์ที่อนุญาต: doc, gif, jpg, mpg, pdf, png, txt, zip, JPG, JPEG, xls
Restrictions: 200 per post, maximum individual size 10000KB
การตรวจสอบว่าไม่ได้เป็นบอท หุ่นยนต์ หรือมูสัง:
เว็บนี้มีชื่อว่าอะไร (ภาษาไทย 2 พยางค์):

shortcuts: กด alt+s เพื่อตั้งกระทู้ หรือ alt+p แสดงตัวอย่าง


สรุปหัวข้อ

ข้อความโดย: Mr.No
« เมื่อ: 22:13 น. วันที่ 21 มี.ค.58 »


 ตอนนี้ข่าวคราวเรื่องเส้นทางรถไฟรางคู่สายใหม่ที่กำลังจะเกิด คือ เส้นทางรถไฟที่จะต้องมีการตัดสินใจว่าจะเลือกใช้เส้นทางใดระหว่าง กรุงเทพ – เพชรบูรณ์ หรือ กรุงเทพ – ชัยภูมิ ในราวปลายเดือน เม.ย 2558 นี้


เรื่องทางรถไฟสายใหม่นี้ ..คนเพชรบูรณ์ ภายใต้การนำของคุณวิศัลย์ โฆษิตานนท์ ประธานสภาวัฒนธรรม จังหวัดเพชรบูรณ์ ดูเหมือนจะมีเสียงตอบรับจากประชาชนในจังหวัดและอำเภอต่าง ๆ กันอย่างน่าชื่นชม

เมื่อคิดถึงทางรถไฟสองเส้นนี้ ก็ต้องกลับมาทบทวนประวัติศาสตร์กันเพื่อจะนำมาต่อยอดในการค้นหาว่า เหตุผลว่า ระหว่างสองจังหวัดนี้ จังหวัดใดเหมาะสมและควรจะเข้าวินในการคว้าตำแหน่งสถานีรถไฟใจกลางประเทศไทยแห่งใหม่

แต่เมื่อกางแผนที่ประเทศไทยออกดู ..ก็จะพบว่าเมืองที่อยู่กลางประเทศไทย คงหนีไม่พ้น เพชรบูรณ์

ถัดไปทางตะวันออกก็เป็น ชัยภูมิ เลื่อนมาทางซ้ายก็กลายเป็นกำแพงเพชร  ดังนั้น ด้วยภูมิสัณฐานแห่งประเทศที่เป็นจุดศูนย์กลางประเทศไทยเป๊ะ! อาจเป็นเหตุผลหนึ่งที่ จอมพล ป. พิบูลสงคราม ตัดสินใจเลือกจังหวัดนี้เป็นเมืองสำหรับการเป็นเมืองหลวงแห่งใหม่ของประเทศไทย

 เหตุผลเมื่อครั้งที่ จอมพล ป. ต้องการย้ายเมืองหลวงจากกรุงเทพฯ มาเพชรบูรณ์เพราะเหตุของปัญหาสงครามโลกครั้งทีส่องที่กรุงเทพฯ ถูกทำลายแทบจะเสียหายไปทั่วเมือง และปัญหาที่ยังไม่รู้ว่าสงครามจะจบลงเมื่อใด และใครจะเป็นผู้ชนะสงครามทำให้แนวคิดการย้ายเมืองหลวงไปยังชัยภูมิที่เหมาะกว่า คือ เพชรบูรณ์ เพราะเป็นเมืองที่ล้อมรอบด้วยขุนเขา และทางเข้าออกเมืองมีเพียงทางเดียว จึงยากแก่การเข้าถึงและง่ายในการต่อกรกับศัตรู

พร้อม ๆ ไปกับการเตรียมย้ายเมืองหลวง ..จอม พล.ป ท่านได้เตรียมที่จะทำเส้นทางรถไฟไปเพชรบูรณ์โดยการสำรวจเส้นทางเริ่มจาก แก่งคอย ผ่านวิเชียรบุรี และต่อเข้าไปยังเพชรบูรณ์  และยังเตรียมแผนการขยายทางรถไฟในแนวขวางออกไปยังชัยภูมิ และไปสุดท้ายที่ชายแดนอีสานตะวันออกคือ มุกดาหาร

แต่สุดท้ายคนเพชรบูรณ์ที่กำลังจะกลายเป็นคนเมืองหลวงแห่งใหม่ก็มีอันต้องยุติลง เพราะเมื่อการเตรียมนำกฎหมายบริหารราชการเมืองเพชรบูรณ์เพื่อยกเป็นเมืองหลวงเข้าสภาฯ กลับต้องพ่ายต่อเสียงในสภาด้วยเหตุผลว่า เมืองเพชรบูรณ์นั้น ทุรกันดารเกินไป!

ประกอบกับห้วงเวลาที่บ้านเมืองระส่ำระส่ายเศรษฐกิจง่อนแง่น..ทางรถไฟสายนี้จึงกลายเป็น (เกือบจะเป็น) ทางรถไฟในตำนานมากว่า 70 ปี!


และเวลาที่ผ่านมากว่า 70ปี ได้เปลี่ยนแปลงหลายสิ่งขึ้นในประเทศไทย ความเจริญก้าวหน้าของโลกและหลายประเทศรวมทั้งไทย ทำให้ เพชรบูรณ์กลายเป็นเมืองที่คนไทยหลายคนรู้จักในฐานะเมืองที่เป็นศูนย์กลางท่องเที่ยวอีสาน ที่ประกอบไปด้วยหลายอำเภอหลายเมืองที่มีรายได้จากการท่องเที่ยวโดยเฉพาะในหน้าหนาว

แม้นวันนี้และหลายคนในวันนั้นอาจไม่ได้เห็นพ้องกับ จอมพล.ป เรื่องการย้ายเมืองหลวง..แต่ผมเชื่อว่าวันนี้และคนวันนั้นเห็นตรงกันว่า เพชรบูรณ์คือจังหวัดที่เหมาะสำหรับการเป็นฮับของเส้นทางรถไฟ  ที่จะต้องเรียกว่าเป็นสถานีรถไฟชุมทางเพชรบูรณ์

เช่นเดียวกับการมาถึงของรถไฟสายใต้ที่เชื่อมมาจนถึงอำเภอหาดใหญ่ เมื่อในอดีตที่ยังเป็นอำเภอเหนือ ซึ่งก่อนที่จะเป็นสถานีชุมทางหาดใหญ่  เรามีสถานีรถไฟชุมทางอู่ตะเภาที่มีเส้นทางแยกเชื่อมไปเมืองสงขลา

และด้วยความมุ่งมั่นของคนสร้างเมืองในเวลานั้นสามสี่ท่านโดยเฉพาะ ขุนนิพัทธ์ (เจีย กี ซี) ที่มีโอกาสได้รับการประมูลทำเส้นทางรถไฟจากทุ่งสง มาหาดใหญ่ ทำให้สามารถรับรู้ได้ว่า วันหนึ่ง สถานีรถไฟอู่ตะเภาจะต้องย้ายมาที่หาดใหญ่

เป็นธรรมดาที่คนทราบเรื่องไว้ล่วงหน้าจะต้องเตรียมการบุกเบิกสร้างบ้านแปงเมืองทำผังเมืองผังถนนเตรียมไว้ และก็เป็นจริงอย่างที่คาด เมื่อทางการประกาศย้ายสถานีรถไฟมาเป็นที่หาดใหญ่ ความเจริญจึงบังเกิดเพราะ “เส้นทางรถไฟ”

ผมเล่าเรื่องนี้เพราะคิดว่า คนเพชรบูรณ์อาจแวะมาอ่าน และจะได้ทราบว่า เมืองที่มีรถไฟผ่านและยิ่งเป็นเมืองที่จะสามารถเป็นชุมทางหรือฮับเพื่อการเชื่อมต่อไปเมืองอื่น ๆได้นั้น มันจะนำความเจริญมาสู่ชุมชนและเมืองแบบยั่งยื่นได้อย่างไร

เพราะเมื่อไล่เรียงเส้นทางแล้ว จากกรุงเทพขึ้นไปแก่งคอย ผ่านวิเชียรบุรี และเข้าสู่เพชรบูรณ์ด้วยระยะทาง 300 กิโลเมตรเศษไม่ใช่เรื่องเพ้อเจ้อแต่สามารถเป็นจริงได้อย่างสบาย ๆ

และความเหมาะสมในการเป็น “ชุมทาง” แหงใหม่ด้วยการสร้างทางรถไฟขยายจาก เพชรบูรณ์ ไปชนขอนแก่นแล้วทะลุไปถึงมุกดาหารเพื่อเตรียมการเป็นเส้นทางรถไฟขนถ่ายสินค้าในยุคที่เมืองเชื่อมเมือง ประเทศเชื่อมประเทศ และหลายประเทศเชื่อมต่อภูมิภาค กำลังมาถึงในอีกไม่ไกลนัก

ฝั่งซ้ายขยายทางรถไฟออกไปเชื่อมกับกำแพงเพชรและไล่ไปถึงจ.ตาก เพื่อรองรับการขนส่งสินค้าจากทางพม่าที่จะผ่านมาทาง อ.แม่สอด  ได้ในอนาคต

และในอนาคตหากต้องการต่อขยายขึ้นไปทางเหนือเพื่อไปบรรจบกับ จ.เลย และเชื่อกับประเทศลาว ก็ไม่ใช่เรื่องเพ้อผัน

นักผังเมืองหลายท่านล้วนเห็นตรงกันว่า เส้นทางรถไฟของไทยที่มีอยู่นั้น ยังน้อยเกินไปและโลกในอนาคตระบบรางจะต้องเป็นทางเลือกอันดับต้น ๆ ที่รัฐจะต้องเร่งลงทุน

ในขณะที่คนเพชรบูรณ์ส่วนใหญ่กำลังตื่นเต้นที่จะทำให้ความผิดหวังในอดีตกลายเป็นความสดชื่นสมหวัง  ก็เป็นเรื่องเดียวกันกับกับคนสงขลาหาดใหญ่ที่เฝ้ารอ เส้นทางรถไฟเดิมที่เคยมีกลับมาเพื่อช่วยลดปัญหาความแออัดด้านการจราจรและเป็นประตูที่จะทำให้การเชื่อมต่อของเมืองหาดใหญ่กับสงขลาเข้าเป็น “มหานคร” ใหญนั้น จะทำได้เร็วขึ้นเพียงใด

“ที่นี่..สถานีรถไฟชุมทางเพชรบูรณ์.... ท่านผู้โดยสารที่จะเดินทางไปกับขบวนรถด่วนพิเศษเพชรบูรณ์ปลายทางสถานีกรุงเทพฯ .....”   เสียงประกาศสดใสเสียงดังนี้จะมีหวังหรือไม่อยู่ที่คนเพชรบูรณ์ต้องร่วมมือกันอย่างแข็งขัน


ส่วน “ที่นี่สถานีรถไฟสงขลา.....”  ยังคงกลายเป็นเสียงในอดีตที่น่าเศร้าอีกนาน เพราะแรงขับเคลื่อนของคนสองเมือง ยังไม่มีพลังเพียงพอ....ทั้งที่มันสิทธิและกรรมสิทธิ์ของคนสองเมืองแท้ ๆ



ร่วมขับเคลื่อนโดย
เว็บไซท์นี้จัดสร้างขึ้นมาเพื่อเป็นสังคมออนไลน์ของชาวหาดใหญ่ - สงขลา สงวนลิขสิทธิ์ © บริษัท บ้านเรา คอร์ปอเรชั่น จำกัด
นโยบาย | เกี่ยวกับเรา | ลงโฆษณา | ร้องเรียน | แจ้งข้อผิดพลาด | ติดต่อเรา | มีอะไรใหม่ในเว็บกิมหยง | คุยกับเว็บมาสเตอร์
เครือข่ายเว็บไซท์ท้องถิ่นไทย [ ตรัง ] [ ขอนแก่น ] [ เชียงใหม่ ] [ เชียงราย ] [ อุดรธานี ] [ หาดใหญ่ - สงขลา ] [ น่าน ] [ พัทลุง ] [ นครศรีธรรมราช ]