gimyong หาดใหญ่
ศูนย์ประชุมนานาชาติฉลองสิริราชสมบัติครบ ๖๐ ปี
 

 


ตอบ

เงื่อนไขและข้อตกลงการโพสข้อมูลเว็บกิมหยง


1. โปรดงดเว้นคำหยาบคาย ส่อเสียด ดูหมิ่น กล่าวหาให้ร้าย สร้างความแตกแยก หรือกระทบถึงสถาบัน
    อันเป็นที่เคารพ

2. ห้ามแนะนำ, ซื้อขาย, แลกเปลี่ยนสินค้าหรือบริการที่ผิดกฎหมาย ผิดศิลธรรมและหรือไม่เหมาะสม
    อาทิเช่น การพนัน,สารเสพติด,สัตว์ป่าคุ้มครอง,สิ่งลามกอนาจาร,การขายบริการเป็นต้น

3. ทุกความคิดเห็นไม่เกี่ยวข้องกับผู้ดำเนินการเว็บไซต์ หากมีการฟ้องร้องผู้ตั้งกระทู้ต้องรับผิดชอบ
    ด้วยตนเองทุกกรณี

4. ควรตั้งกระทู้ให้ตรงหมวดหมู่ หากซ้ำจะลบทันที

5. ทีมงานผู้ดูแล ขอสงวนสิทธิ์ในการลบ ย้าย แก้ไข กระทู้/ความคิดเห็น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใด ๆ
Warning: this topic has not been posted in for at least 30 days.
Unless you're sure you want to reply, please consider starting a new topic.
ชื่อ:
หัวข้อ:
ไอค่อนข้อความ:

แนบไฟล์:
ช่วยเหลือ (Clear Attachment)
(แนบไฟล์เพิ่ม)
ไฟล์ที่อนุญาต: doc, gif, jpg, mpg, pdf, png, txt, zip, JPG, JPEG, xls
Restrictions: 200 per post, maximum individual size 10000KB
การตรวจสอบว่าไม่ได้เป็นบอท หุ่นยนต์ หรือมูสัง:
เว็บนี้มีชื่อว่าอะไร (ภาษาไทย 2 พยางค์):

shortcuts: กด alt+s เพื่อตั้งกระทู้ หรือ alt+p แสดงตัวอย่าง


สรุปหัวข้อ

ข้อความโดย: จันทร์กระจ่างฟ้า
« เมื่อ: 20:46 น. วันที่ 10 ก.พ.54 »

ทำการย้ายกระทู้เสร็จสมบูรณ์แล้ว
ข้อความโดย: SAMIHLA
« เมื่อ: 22:02 น. วันที่ 18 ต.ค.53 »

ตำเหน่งอ้างอิงปัจจุบัน และหมายเลข 11
ข้อความโดย: SAMIHLA
« เมื่อ: 21:48 น. วันที่ 18 ต.ค.53 »

  พอดีว่าเกิดอยู่แถวนั้นแต่เกิดไม่ทันรถไฟ จากการที่ได้ถามพ่อมาได้ผลสรุปดังนี้ครับ
  หมายเลข   11         คือ อาคารของแขวงการทาง เป็นเรือนไม้หลังใหญ่ นายตรวจใช้เป็นที่พัก ปัจจุบันตำแหน่งนั้นคือสำนักเข้าทรง
                                 ติดกับศูนย์อุตสาหกรรมฯ
                    8    คือบริเวณทางเข้าของโบกี้ขนหิน เพื่อไปซ่อมรางรถไฟ ระยะทาง 500-600 เมตร เจ้าของเหมืองคือ
                                " เถ้าแก่แปะตั้งห้อง "  ปัจจุบันเป็นที่ตั้งของศุนย์อุตสาหกรรม และถัดไปด้านในคือ "กลุ่มบ้านดอนผาสุข"
                    1         แต่ก่อนตรงนี้จะมีกองหินอยู่ ถัดจากศูนย์อุตสาหกรรมมา 1 หลัง(บ้านแต่ละหลังห่างกันมาก)
                                บริเวณบ้านของ ตาพร่อง และตาชิกคิ่ม  ในช่วงสงครามโลกใช้บริเวณนี้เป็นที่ฝังศพทหาร
                                ยาวไปถึงหลังบ้านของข้าพเจ้า เขตของรถไฟจะเริ่มจากศูนย์อุตสาหกรรมยาวไปถึง"บ้านแปะวด"
                                พ.ท.เป็นรูป3เหลี่ยมชายธง โดยจุดปลายอยู่ที่ศูนย์อุตสาหกรรม
                               
                               * ส่วนของถ้ำนั้น มีจริงแต่จะเป็นบริเวณที่เป็นถนนในปัจจุบัน 
ข้อความโดย: กิมหยง
« เมื่อ: 09:05 น. วันที่ 11 ก.ย.53 »

เข้ามาติดตามด้วยคนครับ
ข้อความโดย: หม่องวิน มอไซ
« เมื่อ: 00:36 น. วันที่ 08 ก.ย.53 »

อยากให้วันเก่า ๆ กลับคืนมาครับ  ::)
ข้อความโดย: SydneyChocolatier
« เมื่อ: 23:32 น. วันที่ 07 ก.ย.53 »

 :-\  มาร่วมแจมกระทู้นี้ด้วยคน สมัยเด็กๆ พ่อผมมักหนีบผมนั่งรถไปสงขลาด้วยกันบ่อยๆ พอผ่านบริเวณเขาบันไดนางจะจำได้แม่นมากเลยว่าถนนจะโค้งซิกแซก ณ จุดนี้จะต้องรถต้องวิ่งทับรางรถไฟสองเส้นใกล้ๆกัน บางทีจะเห็นรถไฟขบวนนึงเพิ่งผ่านไป แล้วเห็นอีกขบวนนึงจอดรออยู่ในอีกรางซึ่งน่าจะเป็นรางที่เข้าไปขนหิน จุดๆนั้นผมสงสัยอยู่นานแล้วว่า เป็นรางสับหลีกขบวนหรือเปล่า?? ซึ่งไม่น่าจะใช่ เพราะมันดูแล้วเหมือนรถไฟเข้าไปจอดแอบซะมากกว่า ต้องขอบคุณทุกท่านที่ทำให้ความทรงจำครั้งวัยเยาว์กลับมาอีกครั้งคับ
ข้อความโดย: yaitin
« เมื่อ: 23:35 น. วันที่ 01 ก.ย.53 »

 :D :D :D :D :D :D :D

เยี่ยมครับ
ข้อความโดย: S.B.
« เมื่อ: 14:21 น. วันที่ 13 เม.ย.53 »

มาอัพเดทครับ จากที่ได้สอบถามจากทางคนเฒ่า คนแก่ ได้ความมาว่า
 วงกลมที่ 1 ยายบอกว่าป็นร้านน้ำชา
 วงกลมที่2 เป็นทางรถไฟที่แยกออกไปรับหินบริเวณบ่อหิน ปัจจุบันเป็นที่ตั้งศูนย์อุตสาหกรรมโซนด้านใน
 เขาบันไดนางที่แท้จริงก็คือเนินเขาที่ตั้ง ของศูนย์อุตสาหกรรมปัจจุบันฝั่งด้านบนที่อยู่บนเนิน  แต่ก่อนถนนบนเนิน จะสูงกว่านี้มาก คนสมัยก่อนเลยเรียกเขาบันไดนาง ตามชื่อของทวดบันไดนางที่คอยดูแลรักษาพื้นที่บริเวณนั้น   และจากการสอบถามถึงสถานีเขาบันไดนางยายบอกว่า สถานีเขาบันไดตั้งขึ้นมาภายหลัง เพื่อหยุดรับคนแถวนั้น  ต่อจากนั้นก็จะมีสถานีเกาะหมี ซึ่งทั้งสองที่ จะเป็นป้ายจอดรับผู้โดยสาร ไม่ได้เป็นสถานีใหญ่ เหมือนสถานีน้ำน้อย   และสวนบวร แต่ก่อนดำเนินธุรกิจปลูกยางพารา และมีลูกจ้างมาตัดยางมากมายหลายครอบครัว  (แล้วจะมาเล่าต่อครับ ;))
ข้อความโดย: มาเสริมจ้า
« เมื่อ: 23:23 น. วันที่ 05 เม.ย.53 »

ก่อนอื่นต้องอนุญาติ Save รูปเพื่อจะเอาไปให้แม่หรือ คนแก่แถวบ้านดูครับ เพราะผมก็เป็นคนนึงที่เกิดที่นี่ บ้านเขาบันไดนาง  เสียดายที่ คุณตา กะ ยาย เสียซะแล้วไม่งั้นมีเรื่องเล่าให้ฟังมากมายเกี่ยวกับที่นี่ เพราะตาเคยบอกว่าเคยทำงานเจาะระเบิดหิน ที่นี่  ถ้าได้กลับบ้านจะสอบถามจากคุณแม่ดูครับ  ชื่อเขาบันไดนาง มีที่มานะครับ และในบริเวณที่ตั้งศูนย์อุตสาหกรรม ด้านบนเนิน คนสมัยก่อนเล่ากันว่าเคยมีถ้ำอยู่ครับ แต่ปัจจุบันหาทางเข้าไม่เจอแล้ว ยายบอกว่าที่นี่ จะมีทวดเขาบันได้นางคอยดูแลถ้ำอยู่

ผมก็เคยได้ยินมาแนวนี้เช่นกัน ขอเล่าต่อนะครับ คือ สมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 ทหารญี่ปุ่นได้ขน ทรัพย์สิน เงินทอง

เข้าไปในถ้ำเขาบันไดนาง โดยทางรางรถไฟ แต่ต่อมาเกิดหินถล่มปิดปากถ้ำ และไม่สามารถหาทางเข้าถ้ำดังกล่าวได้อีกเลย

จนมาถึงปัจจุบันนี้ ผมก็จำเท่านี้ล่ะครับ

มีข้อเสนอว่าเรามีเครื่องมืออะไรบ้างไหม ที่จะสแกนบริเวณนั้นดูว่ามีถ้ำอยู่จริงๆหรือป่าว เราอาจจะได้เจอประวัติศาสตร์เพิ่มมาได้
ข้อความโดย: Singoraman
« เมื่อ: 13:41 น. วันที่ 02 เม.ย.53 »

อะจึ๋ย
ข้อความโดย: น้องบ่าวหน้าค่าย
« เมื่อ: 10:24 น. วันที่ 02 เม.ย.53 »

 )88
ข้อความโดย: Thanakorn P.
« เมื่อ: 10:22 น. วันที่ 02 เม.ย.53 »

รอฟังด้วยคนครับ
ชอบฟังเรื่องราวเก่าๆ น่าสนใจครับ  O0
ข้อความโดย: หม่องวิน มอไซ
« เมื่อ: 10:11 น. วันที่ 02 เม.ย.53 »

รอฟังเรื่องราวต่ออย่างใจจดจ่อนะครับ
น่าสนใจมาก  :o
ข้อความโดย: Nui _ คนน้ำน้อย
« เมื่อ: 10:02 น. วันที่ 02 เม.ย.53 »

ก่อนอื่นต้องอนุญาติ Save รูปเพื่อจะเอาไปให้แม่หรือ คนแก่แถวบ้านดูครับ เพราะผมก็เป็นคนนึงที่เกิดที่นี่ บ้านเขาบันไดนาง  เสียดายที่ คุณตา กะ ยาย เสียซะแล้วไม่งั้นมีเรื่องเล่าให้ฟังมากมายเกี่ยวกับที่นี่ เพราะตาเคยบอกว่าเคยทำงานเจาะระเบิดหิน ที่นี่  ถ้าได้กลับบ้านจะสอบถามจากคุณแม่ดูครับ  ชื่อเขาบันไดนาง มีที่มานะครับ และในบริเวณที่ตั้งศูนย์อุตสาหกรรม ด้านบนเนิน คนสมัยก่อนเล่ากันว่าเคยมีถ้ำอยู่ครับ แต่ปัจจุบันหาทางเข้าไม่เจอแล้ว ยายบอกว่าที่นี่ จะมีทวดเขาบันได้นางคอยดูแลถ้ำอยู่
ข้อความโดย: หม่องวิน มอไซ
« เมื่อ: 00:30 น. วันที่ 25 มี.ค.53 »

ดังนั้น สรุปผลการศึกษาวิเคราะห์ภาพถ่ายได้ดังนี้ครับ
๑. เป็นภาพถ่ายในช่วงปี พ.ศ. ๒๔๘๐ หรือก่อนหลังไม่นาน เพราะเสาโทรเลขยังเป็นเสาไม้แบบเก่า ยุคเริ่มแรก ชานชาลาผู้โดยสารยังไม่ได้สร้าง
๒. ไม่พบทางแยกเข้าไปรับหินที่เขาบันไดนาง แต่พบทางแยกลึกลับ ไปทางด้านทิศเหนือ บริเวณศูนย์ส่งเสริมอุตสาหกรรมในปัจจุบัน
๓. พิกัดทางรถไฟในภาพ สอดคล้องกับพิกัดที่หยุดรถเขาบรรไดนางที่พบในเอกสาร คือ กม.ที่ 936.92 จากสถานีธนบุรี ซึ่งพบหลักฐานว่ามีหลักกิโลที่ ๙๓๗ อยู่ในภาพ พร้อมทั้งตัวเลขพิกัดอยู่บนเสาโทรเลขเป็น 937/4

ขอบคุณทุกท่านที่เข้ามาชม อ.Singoraman ที่แจ้งเบาะแสเพิ่มเติมและคุณ Thanakorn P. ที่ลงพื้นที่ถ่ายภาพมาให้ชมครับ
หากมีข้อมูลเพิ่มเติมประการใด เชิญได้ครับ

ร่วมขับเคลื่อนโดย
เว็บไซท์นี้จัดสร้างขึ้นมาเพื่อเป็นสังคมออนไลน์ของชาวหาดใหญ่ - สงขลา สงวนลิขสิทธิ์ © บริษัท บ้านเรา คอร์ปอเรชั่น จำกัด
นโยบาย | เกี่ยวกับเรา | ลงโฆษณา | ร้องเรียน | แจ้งข้อผิดพลาด | ติดต่อเรา | มีอะไรใหม่ในเว็บกิมหยง | คุยกับเว็บมาสเตอร์
เครือข่ายเว็บไซท์ท้องถิ่นไทย [ ตรัง ] [ ขอนแก่น ] [ เชียงใหม่ ] [ เชียงราย ] [ อุดรธานี ] [ หาดใหญ่ - สงขลา ] [ น่าน ] [ พัทลุง ] [ นครศรีธรรมราช ]