กิมหยง - ตะลุงเว็บบอร์ด

สังคมออนไลน์ => รถไควสายสงขลา => ข้อความที่เริ่มโดย: กิมหยง ที่ 20:54 น. วันที่ 18 ธ.ค.53

หัวข้อ: 31
เริ่มหัวข้อโดย: กิมหยง ที่ 20:54 น. วันที่ 18 ธ.ค.53
 ส-ดีใจ
หัวข้อ: Re: [หนังสือหายาก] ที่รฦกแห่งการเปิดทางรถไฟ
เริ่มหัวข้อโดย: ลูกแมวตาดำๆ ที่ 16:14 น. วันที่ 22 ธ.ค.52
๙. กำแพงพระนคร

(http://i284.photobucket.com/albums/ll8/Mongwin/souvenir1917/031tn2.jpg)
หัวข้อ: Re: [หนังสือหายาก] ที่รฦกแห่งการเปิดทางรถไฟ
เริ่มหัวข้อโดย: ลูกแมวตาดำๆ ที่ 16:16 น. วันที่ 22 ธ.ค.52
๑๒. โรงเรียนวัดเทพศิรินทร์

(http://i284.photobucket.com/albums/ll8/Mongwin/souvenir1917/032tn.jpg)
หัวข้อ: Re: [หนังสือหายาก] ที่รฦกแห่งการเปิดทางรถไฟ
เริ่มหัวข้อโดย: ลูกแมวตาดำๆ ที่ 16:21 น. วันที่ 22 ธ.ค.52
(http://i284.photobucket.com/albums/ll8/Mongwin/souvenir1917/033tn.jpg)

๒๕

ได้เปลี่ยนเปนตึกรามเสียแล้วโดยมาก แต่ถึงกระนั้นก็ดีกรุงเทพฯ
ยังรักษารูปทรงสนฐานของเมืองในฝ่ายตวันออกอันงดงามน่าดูไว้ได้อย่าง
น่าพิศวง

จากบนภูเขาทองซึ่งเปนที่สูงมากในกรุงเทพฯ แห่งหนึ่ง ที่จะแล
เห็นส่วนใหญ่ของพระมหานครได้ดีนั้น จะเห็นยอดมณฑป, ยอดปรางค์
ปราสาทราชถานแลยอดเจดีย์ต่างๆ อันสละสลวยงดงาม แลหลังคา
สีต่างๆ อันมีสีงามสดสอาด หลังคาสีเหล่านี้ คือ หลังคาพระที่นั่ง
ใหญ่น้อยต่างๆ ในพระราชนิเวศ แลโบสถ์วิหารกาญเปรียญตามวัดวา
อารามเปนต้น โผล่สพรั่งขึ้นมาทางโน้นบ้างทางนี้บ้าง จากหมู่ต้นไม้
อันเขียวชะอุ่ม

ส่วนพระมหานครตอนสวนดุสิตที่ได้สร้างขึ้นใหม่นั้น ควรได้
รับความชมเชยว่าเปนแบบตัวอย่างอันดีในการกะวางแบบแผนบ้านเมือง
สำหรับสมัยนี้ได้ ที่สวนดุสิตนี้มีพระราชวังซึ่งเปนที่ประทับในกรุงเทพฯ
แห่งหนึ่ง ในระหว่างพระราชวังดุสิตแลพระบรมมหาราชวังนั้น มีถนน
พระราชดำเนินติดต่อถึงกัน ถนนพระราชดำเนินนี้ยาวประมาณ ๓ กิโล
เมเตอร์ กว้างประมาณ ๖๐ เมเตอร์ เปนถนนที่กว้างขวางโอ่โถงร่มรื่น
งดงามยิ่งนัก ด้วยตามสองข้างถนนสายนี้ปลูกต้นไม้เปนระยะตลอด
ทั่วไป อนึ่งในถนนราชดำเนินนี้ มีสพานซึ่งทำด้วยศิลาอ่อนอันวิจิตร์
งดงามสามสพาน ในบริเวณพระราชวังดุสิตที่ปลายทางถนนพระ
ราชดำเนินอันงดงามนี้ เห็นพระที่นั่งอนันตสมาคมอันทำด้วยศิลาอ่อน
หัวข้อ: Re: [หนังสือหายาก] ที่รฦกแห่งการเปิดทางรถไฟ
เริ่มหัวข้อโดย: ลูกแมวตาดำๆ ที่ 16:22 น. วันที่ 22 ธ.ค.52
(http://i284.photobucket.com/albums/ll8/Mongwin/souvenir1917/034tn.jpg)

๒๖

แลในพระลานน่าพระที่นั่งองค์นี้ มีพระบรมรูปพระบาทสมเด็จพระ
รามาธิบดีที่ ๕ ทรงม้าประดิษฐานไว้ด้วย

ที่ทำการค้าขายแลตั้งเคหะสถานของชาวยุโรปโดยมากนั้น อยู่
ข้างภาคใต้แลตวันออกเฉียงใต้แห่งพระมหานคร ซึ่งสถานทูตแล
กงซุลนานาประเทศก็ตั้งอยู่ในแถบนี้โดยมากด้วยเหมือนกัน

พระราชวังซึ่งเปนที่ประทับของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ใน
กรุงเทพพระมหานครนั้น คือ พระบรมมหาราชวังแลพระราชวังดุสิต
นอกจากนี้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวยังมีพระราชคฤหสถานจิตร์ลดา
รโหถานในบริเวณสวนดุสิตอีกแห่งหนึ่ง ส่วนสมเด็จพระศรีพัชรินทรา
พระบรมราชินีนารถ พระราชชนนีพระพันปีหลวงนั้น เสด็จประทับอยู่
ณพระตำหนักพญาไทยซึ่งอยู่ใกล้กัน

พระบรมมหาราชวังนั้นมีกำแพงใบเสมาแลป้อมอย่างโบราณอยู่โดย
รอบ ภายในกำแพงนี้เห็นยอดปรางค์แลพระมหาปราสาทต่างๆ อัน
สูงระหงแลพระที่นั่งใหญ่น้อยในพระราชนิเวศเหล่านี้อร่ามล้วนไปด้วย
แก้วแกมสุวรรณ ส่วนภายนอกกำแพงนั้นเล่าก็มีสนามหญ้าแลท้อง
สนามหลวงอันเขียวชะอุ่มราบรื่นเปนที่ประลองกำลังพลแลการกรีฑาต่างๆ
ประกอบเข้ากับถนนหนทางกว้างใหญ่ซึ่งมีสีขาว วัดพระศรีรัตนสาสดา
รามอันสง่างาม แลสถานที่ราชการต่างๆ เหล่านี้ บรรดาชาว
นานาประเทศที่ได้เคยเข้ามาเห็นแล้วนั้น มีความเห็นกันว่าเปนที่
วิจิตร์งดงามน่าพึงชมในฝ่ายบูรพาทวีปแห่งหนึ่ง ถ้าขออนุญาตได้
บรรดาผู้ที่เข้ามาเยี่ยมเยียนประเทศสยาม ควรเข้าไปชมในพระบรม
หัวข้อ: Re: [หนังสือหายาก] ที่รฦกแห่งการเปิดทางรถไฟ
เริ่มหัวข้อโดย: ลูกแมวตาดำๆ ที่ 16:23 น. วันที่ 22 ธ.ค.52
๑๒. วัดพระศรีรัตนศาสดาราม

(http://i284.photobucket.com/albums/ll8/Mongwin/souvenir1917/035tn.jpg)
หัวข้อ: Re: [หนังสือหายาก] ที่รฦกแห่งการเปิดทางรถไฟ
เริ่มหัวข้อโดย: ลูกแมวตาดำๆ ที่ 16:23 น. วันที่ 22 ธ.ค.52
๑๓. พุทธปรางค์

(http://i284.photobucket.com/albums/ll8/Mongwin/souvenir1917/036tn.jpg)
หัวข้อ: Re: [หนังสือหายาก] ที่รฦกแห่งการเปิดทางรถไฟ
เริ่มหัวข้อโดย: ลูกแมวตาดำๆ ที่ 16:26 น. วันที่ 22 ธ.ค.52
(http://i284.photobucket.com/albums/ll8/Mongwin/souvenir1917/037tn.jpg)

๒๗

มหาราชวังแลพระที่นั่งอนันตสมาคมที่พระราชวังดุสิตนั้นด้วย

บรรดาวัดวาอารามต่างๆ นั้น ยังคงรักษาการก่อสร้างตามแบบ
ฝีมือช่างไทยอย่างโบราณไว้ สถานที่เหล่านี้บางทีจะนับว่าเปนสิ่งที่ควรดู
ควรชมในพระมหานครได้อย่างหนึ่ง ซึ่งผู้ที่เข้ามาเที่ยวเยี่ยมเยียน
กรุงเทพฯ ควรดู ข้อความที่จะบรรยายต่อไปนี้ จะกล่าวถึงตำนาน
ของวัดที่สำคัญต่างๆ ในกรุงเทพฯ บางวัดโดยสังเขป

วัดพระศรีรัตนสาสดาราม ที่นิยมเรียกกันว่าวัดพระแก้วนั้น
พระบาทสมเด็จพระรามาธิบดีศรีสินทรมหาจักรกรีบรมนารถ พระพุทธ
ยอดฟ้าจุฬาโลกย์ ปถมบรมกระษัตริย์มหาจักรกรีบรมวงศ์ ได้ทรง
สร้างขึ้นเมื่อสถาปนากรุงเทพพระมหานครอมรรัตนโกสินทร ฯ เมื่อพระ
พุทธศักราช ๒๓๒๕ เปนที่ประดิษฐานพระมหามณีรัตนปฏิมากรแก้ว
มรกฏ พระอารามนี้เปนพระอารามหลวงอยู่ในกำแพงพระบรมมหาราช
วัง ไม่มีพระสงฆ์อยู่ในอารามนี้ พระราชพิธีถือน้ำพระพิพัฒน์สัตยา
แลพระราชพิธีบางอย่างก็ทำในพระอารามนี้ แลเปนที่พระราชวงศา
นุวงศ์ทรงผนวชเปนพระภิกษุสงฆ์ด้วย

วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม เดิมชื่อวัดโพธารามเปนวัดเก่า
ก่อนสร้างกรุงเทพฯ ตั้งอยู่ในกำแพงพระนคร ข้างทิศใต้แห่งพระบรม
มหาราชวัง พระบาทสมเด็จพระรามาธิบดีศรีสินทรมหาจักรีบรม
นารถ พระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกย์ ทรงสถาปนาใหม่ทั่วทั้งพระอาราม
แล้วพระราชทานนามวัดใหม่ว่า วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม ครั้ง
ต่อมาในรัชกาลที่ ๓ พระบาทสมเด็จพระรามาธิบดีศรีสินทรมหาเจษฎา
หัวข้อ: Re: [หนังสือหายาก] ที่รฦกแห่งการเปิดทางรถไฟ
เริ่มหัวข้อโดย: ลูกแมวตาดำๆ ที่ 16:28 น. วันที่ 22 ธ.ค.52
(http://i284.photobucket.com/albums/ll8/Mongwin/souvenir1917/038tn.jpg)

๒๘

บดินทร พระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้ทรงปฏิสังขรณ์แลก่อสร้างเพิ่มเติม
ขึ้นอีกมาก รวมทั้งพระพุทธไสยาศน์ใหญ่ด้วยองค์หนึ่ง ยาว ๑ เส้น
๒ วา ๒ ศอก แลได้เชิญพระพุทธรูปหล่อโบราณต่างๆ ลงมาจากเมือง
ฝ่ายเหนือมาประดิษฐานไว้ในพระอารามนี้เปนอันมาก ด้วยวัดนี้เปน
วัดที่ใหญ่โตมาก พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทุกรัชกาล ก็ได้ทรง
ปฏิสังขรณ์ทำนุบำรุงเสมอมา

วัดอรุณราชวราราม นามเดิมชื่อวัดแจ้ง ตั้งอยู่ริมแม่น้ำเจ้า
พระยาฝั่งตวันตก เปนวัดที่สร้างมาแต่ก่อนตั้งกรุงเทพพระมหานคร
ครั้นต่อมาในรัชกาลที่ ๒ พระบาทสมเด็จพระรามาธิบดีศรีสินทรมหาอิศร
สุนทร พระพุทธเลิศหล้านภาไลย์ ทรงปฏิสังขรณ์ทั่วทั้งพระอารามแล
ทรงสร้างพระอุโบสถใหม่ พระราชทานนามใหม่ว่า วัดอรุณราชวราราม
พระบาทสมเด็๗พระรามาธิบดีที่ ๓ ได้ทรงสร้างพระปรางค์ใหญ่อันวิจิตร
งดงามขึ้น ดังปรากฎอยู่ในกาลปัตยุบันนี้ พระปรางค์นี้ยาว ๑ เส้น
๑๓ วา ๑ ศอก ในรัชกาลที่ ๕ เกิดเพลิงไหม้พระอุโบสถ พระบาท
สมเด็จพระรามาธิบดีศรีสินทรมหาจุฬาลงกรณ์ พระจุลจอมเกล้าเจ้า
อยู่หัว ได้ทรงปฏิสังขรณ์พระอุโบสถ, พระปรางค์, แลสิ่งอื่นๆ ที่ชำรุด
ทรุดโทรมนั้นแทบทั่วไป เมื่อแล้วเสร็จได้มีการมหรศพฉลองเปนการ
ใหญ่ ตามประทีปด้วยโคมไฟฟ้าทั่วทั้งองค์พระปรางค์

วัดสระเกษ ตั้งอยู่ริมคลองมหานาค เดิมชื่อวัดสะแก เปน
วัดที่มีมาก่อนสร้างกรุงเทพพระมหานคร พระบาทสมเด็จพระรามา
ธิบดีที่ ๑ ทรงปฏิสังขรณ์ใหม่ทั่วทั้งพระอาราม แล้วพระราชทานนาม
หัวข้อ: Re: [หนังสือหายาก] ที่รฦกแห่งการเปิดทางรถไฟ
เริ่มหัวข้อโดย: ลูกแมวตาดำๆ ที่ 16:30 น. วันที่ 22 ธ.ค.52
๑๔. วัดพระเชตุพน

(http://i284.photobucket.com/albums/ll8/Mongwin/souvenir1917/039tn.jpg)
หัวข้อ: Re: [หนังสือหายาก] ที่รฦกแห่งการเปิดทางรถไฟ
เริ่มหัวข้อโดย: ลูกแมวตาดำๆ ที่ 16:33 น. วันที่ 22 ธ.ค.52
๑๕. วัดอรุณ

(http://i284.photobucket.com/albums/ll8/Mongwin/souvenir1917/040tn.jpg)
หัวข้อ: Re: [หนังสือหายาก] ที่รฦกแห่งการเปิดทางรถไฟ
เริ่มหัวข้อโดย: ลูกแมวตาดำๆ ที่ 16:34 น. วันที่ 22 ธ.ค.52
(http://i284.photobucket.com/albums/ll8/Mongwin/souvenir1917/041tn.jpg)

๒๙

ใหม่ว่าวัดสระเกษ ครั้นถึงรัชกาลที่ ๓ พระบาทสมเด็จพระรามาธิบดี
ศรีสินทรมหาเจษฎาบดินทร พระนั่งเกล้าเจ้ายู่หัว ทรงปฏิสังขรณ์
ใหม่อีกครั้งหนึ่ง แลทรงสร้างบรมบรรพต (ภูเขาทอง) ตามอย่างซึ่ง
เคยมีมาแต่ครั้งกรุงศรีอยุทธยาโบราณขึ้นด้วย ครั้งถึงรัชกาลที่ ๔
พระบาทสมเด็จพระรามาธิบดีศรีสินทรมหามงกุฎ พระจอมเกล้าเจ้า
อยู่หัว ได้ทรงสร้างพระเจดีย์ขึ้นบนบรมบรรพตนั้นองค์ ๑ แต่ยังไม่
ทันสำเร็จก็เสด็จสวรรค์คต พระบาทสมเด็จพระรามาธิบดีที่ ๕ ได้
ทรงสร้างต่อมาจนแล้วเสร็จบริบูรณ์ แลมีงานมหรศพฉลองเปนการ
ใหญ่ อนึ่งในบริเวณบรมบรรพตอันมีทำเลกว้างขวางแลอยู่ในที่ประชุม
ชนนั้น ในวันเพ็ญเดือน ๑๒ ซึ่งเปนวันนิยมไหว้พระเจดีย์ฐานนี้ ประชา
ราษฎรมีการออกร้านขายของเปนงานประจำปีแลเปนที่นิยมของพลเมือง
ทั่วไปแห่งหนึ่ง

วัดสุทัศน์เทพวราราม ตั้งอยู่ในกำแพงพระนครข้างตวันออก
ในรัชกาลที่ ๑ พระบาทสมเด็จพระรามาธิบดีศรีสินทร มหาจักรกรีบรมนารถ
พระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกย์ ทรงเริ่มสร้างขึ้นแต่ยังไม่ทันแล้วบริบูรณ์ดี
ก็เสด็จสวรรค์คต ในรัชกาลที่ ๓ พระบาทสมเด็จพระรามาธิบดีศรีสินทร
มหาเจษฎาบดินทร พระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงสถาปนาจนสำเร็จบริบูรณ์
พระพุทธปฏิมากรที่เปนพระประธานในพระอุโบสถแลวิหารหลวงในพระอาราม
นี้ เปนพระหล่อโบราณที่ได้เชิญลงมาจากเมืองศุโขไทยแต่รัชกาลที่ ๑

วัดเบ็ญจมบพิตร์ เดิมชื่อวัดแหลม ตั้งอยู่ริมคลองเปรมประชากร
เปนวัดมีมาแต่เดิม ในรัชกาลพระบาทสมเด็จพระรามาธิบดีที่ ๔ เจ้า
หัวข้อ: Re: [หนังสือหายาก] ที่รฦกแห่งการเปิดทางรถไ
เริ่มหัวข้อโดย: ลูกแมวตาดำๆ ที่ 16:37 น. วันที่ 22 ธ.ค.52
(http://i284.photobucket.com/albums/ll8/Mongwin/souvenir1917/042tn.jpg)

๓๐

นาย ๕ พระองค์ทรงช่วยกันปฏิสังขรณ์ พระบาทสมเด็จพระรามาธิบดีศรี
สินทรมหามงกุฎ พระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว จึงพระราชทานนามว่า
วัดเบ็ญจมบพิตร ครั้นเมื่อพระบาทสมเด็จพระรามาธิบดีศรีสินทรมหา
จุฬาลงกรณ์ พระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงสร้างสวนดุสิตแลพระ
ราชวัง ได้ทรงพระปฏิสังขรณ์ใหม่ทั่วทั้งพระอาราม โดยฝีมือช่างแบบ
ไทย์อันวิจิตร์บรรจงยิ่งนัก แลโปรเกล้า ฯ ให้ขึ้นไปหล่อถ่ายแบบพระ
พุทธชินราชที่เมืองพิศณุโลกลงมาประดิษฐานไว้ในพระอุโบสถ เปนพระ
ประธาน แลพระราชทานนามวัดนั้นใหม่ว่า วัดเบญจมบพิตร์ดุสิตวนาราม

อนึ่งพิพิธภัณฑ์สถานนั้น ก็ไม่ควรเว้นเสีย ควรไปดูด้วย เพราะ
มีของโบราณต่าง ๆ ที่เกี่ยวกับพงษาวดารของประเทศอยู่มาก

สำเพ็งนั้น ถึงจะได้เปลี่ยนแปลงไปมากมายไม่เหมือนอย่างแต่ก่อน
ก็ดี แต่ก็เปนที่ ๆ ควรไปดู เพราะเปนตำบลที่พวกจีนอยู่แลยังเปน
ตลาดใหญ่อันสำคัญมากอยู่ในเวลานี้เหมือนกัน

การหัตถกรรมในกรุงเทพ ฯ นั้นมีน้อย แต่ก็มีการทำสบู่แล
ปูนสิเมนต์ซึ่งใช้แพร่หลายมาก นอกจากนี้มีโรงทำกระสุนปืน
กองทัพบกด้วยอีกแห่งหนึ่ง

ในกรุงเทพ ฯ นั้น มีสโมสรสถานต่าง ๆ อยู่หลายแหล่ง คือ ราช
กรีฑาสโมสรซึ่งสร้างใหม่อยู่ในพระบรมราชูปถัมภ์ ที่สโมสรนี้
เปนที่ประชุมทั้งชาวไทยแลชาวต่างประเทศ ส่วนสโมสรไทยนั้น คือ
สโมสรเสือป่าแลสโมสรราชตฤณมัยสมาคม นอกจากนี้ยังมีสโมสร
หัวข้อ: Re: [หนังสือหายาก] ที่รฦกแห่งการเปิดทางรถไ
เริ่มหัวข้อโดย: ลูกแมวตาดำๆ ที่ 16:38 น. วันที่ 22 ธ.ค.52
๑๖. บรมบรรพต, วัดสระเกษ

(http://i284.photobucket.com/albums/ll8/Mongwin/souvenir1917/043tn1.jpg)
หัวข้อ: Re: [หนังสือหายาก] ที่รฦกแห่งการเปิดทางรถไฟ
เริ่มหัวข้อโดย: ลูกแมวตาดำๆ ที่ 16:39 น. วันที่ 22 ธ.ค.52
๑๗. วัดสุทัศน์

(http://i284.photobucket.com/albums/ll8/Mongwin/souvenir1917/043tn2.jpg)
หัวข้อ: Re: [หนังสือหายาก] ที่รฦกแห่งการเปิดทางรถไฟ
เริ่มหัวข้อโดย: ลูกแมวตาดำๆ ที่ 16:45 น. วันที่ 22 ธ.ค.52
๑๘. วัดเบ็ญจมบพิตร์

(http://i284.photobucket.com/albums/ll8/Mongwin/souvenir1917/044tn1.jpg)
หัวข้อ: Re: [หนังสือหายาก] ที่รฦกแห่งการเปิดทางรถไฟ
เริ่มหัวข้อโดย: ลูกแมวตาดำๆ ที่ 16:46 น. วันที่ 22 ธ.ค.52
๑๙. พระสมุทเจดีย์

(http://i284.photobucket.com/albums/ll8/Mongwin/souvenir1917/044tn2.jpg)
หัวข้อ: Re: [หนังสือหายาก] ที่รฦกแห่งการเปิดทางรถไฟ
เริ่มหัวข้อโดย: ลูกแมวตาดำๆ ที่ 16:49 น. วันที่ 22 ธ.ค.52
(http://i284.photobucket.com/albums/ll8/Mongwin/souvenir1917/045tn.jpg)

๓๑

อื่นๆ เช่น ยูไนเต็ดคลับ, บริชติชคลับ, แลเยอรมันคลับ, เหล่านี้ นับว่า
เพียงพอแก่ความต้องการของคณะชาวต่างประเทศ

ธนาคารใหญ่นั้น มีอยู่ ๔ แห่ง คือ สยามกัมมาจล, ฮ่องกงแล
เซี่ยงไฮ้, ชาเตอร์แบงก์ออฟอินเดีย ออสเตรเลียแอนด์ไชนา, แลธนาคาร
เดอรแลงโดจีน, เปนต้น

โฮเต็ลในกรุงเทพ ฯ นั้น มีออเรียนตัลโฮเต็ลซึ่งเปนโฮเต็ลใหญ่
กว่าโฮเต็ลอื่น ๆ

งานนักขัตฤกษ์ต่าง ๆ อันเกี่ยวแก่การสาสนาโดยมากนั้น คำ
นวณตามจันทรคติ การนักขัตฤกษ์แลพิธีต่าง ๆ เหล่านี้ เปนพระราช
พิธีด้วยหลายอย่าง งานนักขัตฤกษ์แลพระราชพิธีต่าง ๆ ซึ่งชาวต่าง
ประเทศที่เข้ามาเที่ยวในประเทศสยามควรดูนั้น คือ การพระราชทาน
พระกฐินยก, กฐินเรือ, ตามพระอารามต่าง ๆ ซึ่งเสด็จพระราชทานใน
เดือนตุลาคม พระราชพิธีนี้เปนพระราชพิธีถวายผ้าไตรย์จีวรประจำปี
แก่พระสงฆ์ตามพระอารามต่าง ๆ พระราชพิธีตรียัมปวาย (โล้ชิงช้า) นั้น
เปนพิธีพราหมณ์โบราณทำในเดือนธันวาคมหรือมกราคม พระราชพิธี
จรดพระนังคัล (แรกนาขวัญ) นั้น เปนพระราชพิธีให้เริ่มการทำนา
ทำในเดือนพฤษภาคม พระพิธีตะรุษะสงกรานต์ เข้าปุริมพรรษา
แลออกพรรษาเหล่านี้ เปนวันนักขัตฤกษ์แลหยุดการงานทั้งใน
ราชการแลการงานของมหาชนทั่วไป พระราชพิธีถือน้ำพระพิพัฒน์
สัตยานั้นมีปีละครั้ง พระราชพิธีฉัตรมงคล หรือเปนวันที่พระบาท
สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จขึ้นผ่านพิภพเถลิงถวัลย์ราชสมบัตินั้น นับว่า

หัวข้อ: Re: [หนังสือหายาก] ที่รฦกแห่งการเปิดทางรถไฟ
เริ่มหัวข้อโดย: ลูกแมวตาดำๆ ที่ 16:53 น. วันที่ 22 ธ.ค.52
(http://i284.photobucket.com/albums/ll8/Mongwin/souvenir1917/046tn.jpg)

๓๒

เปนวันสำคัญในทางราชการ ส่วนวันเฉลิมพระชนม์พรรษานั้นครง
กับวันที่ ๑ มกราคม ในงานพระราชพิธีนี้การรื่นเริงแลตามประทีป
โคมไฟทั่วทั้งพระราชอาณาจักร์ ๓ วัน พระราชพิธีเหล่านี้ เป็น
พระราชพิธีที่ควรดูทั้งนั้น

ทางรถไฟหลวงสายใต้
แต่กรุงเทพ ฯ ถึงตรัง แลมณฑลปัตตานี

สถานีต้นทาง ณกรุงเทพ ฯ นั้น เรียกว่าสถานีรถไฟหลวง
สายใต้ อยู่ที่ตำบลบางกอกน้อย ริมแม่น้ำเจ้าพระยาฝั่งตวันตก
เวลานี้กำลังก่อสร้างอยู่ สถานีใหม่นี้มีชานชะลาอยู่ภายใต้หลังคา
โดย ยาว ๑๓๐ เมตร กว้าง ๔๐ เมเตอร์ ส่วนด้านน่าของสถานีที่
หันลงทางแม่น้ำนั้น กว้างประมาณ ๔๒ เมเตอร์ รูปสถานีในสมุดนี้
เป็นรูปที่ถ่ายมาจากรูปเขียนอันเป็นแบบตัวอย่างนั้น

ตั้งแต่บางกอกน้อยถึงเพ็ชรบูรี ทางรถไฟผ่านไปในทุ่งนาตลอด
ทาง ไม่มีที่รกร้างว่างเปล่าเลย และเมื่อเดินทางไปตามทางนี้ในฤดู
กาลต่าง ๆ จะเห็นการทำนาเข้าซึ่งเปนพืชน์ผล แลสินค้าอันสำคัญ
ของประเทศได้โดยตลอด

ในฤดูหนาวแห้งแล้ง ตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ถึงเดือนพฤษภาคม
นั้น พื้นดินในทุ่งนาเหล่านี้ตากแกดอยู่ตลอดวันตั้งหลายสัปดาหะ ดิน
นั้นจึงแขงมากจนแตกระแหง พอย่างเข้าฤดูฝนซึ่งตั้งต้นในเดืนอ
มิถุนายนนั้น เมื่อดินอ่อนพอจะไถได้ ชาวนาก็พากันลงมือไถนา แล
เมื่อฝนได้ตกมาพอมีน้ำขังอยู่ในนาแล้ว จึงลงมือดำกัน (นาสวน)
หัวข้อ: Re: [หนังสือหายาก] ที่รฦกแห่งการเปิดทางรถไฟ
เริ่มหัวข้อโดย: ลูกแมวตาดำๆ ที่ 16:55 น. วันที่ 22 ธ.ค.52
๒๐. แม่น้ำเจ้าพระยา

(http://i284.photobucket.com/albums/ll8/Mongwin/souvenir1917/047tn.jpg)
หัวข้อ: Re: [หนังสือหายาก] ที่รฦกแห่งการเปิดทางรถไ
เริ่มหัวข้อโดย: ลูกแมวตาดำๆ ที่ 16:58 น. วันที่ 22 ธ.ค.52
๒๑. ธนาคารสยามกัมมาจล

(http://i284.photobucket.com/albums/ll8/Mongwin/souvenir1917/048tn.jpg)
หัวข้อ: Re: [หนังสือหายาก] ที่รฦกแห่งการเปิดทางรถไฟ
เริ่มหัวข้อโดย: ลูกแมวตาดำๆ ที่ 17:01 น. วันที่ 22 ธ.ค.52
(http://i284.photobucket.com/albums/ll8/Mongwin/souvenir1917/049tn.jpg)

๓๓

ในเวลาเกี่ยวเก็บนั้น ถ้าเปนเข้าเบาก็ต้องเกี่ยวเวลาที่ยังมีน้ำขัง
อยู่ในนาเหมือนกัน ส่วนวิธีการทำนาอย่างใหม่ โดยใช้เครื่องมือ
แลเครื่องจักร์ต่าง ๆ ที่นิยมใช้กันอยู่ในนานาประเทศนั้น ยังมีผู้นิยม
กันน้อยนัก ไถซึ่งชาวนายังนิยมใช้อยู่ในเวลานี้เปนไถไม้เทียมด้วยโค
หรือกระบือ ซึ่งได้ใช้มาแต่ในกาลดึกดำบรรพ์โบราณนั้น ไถเหล่านี้
ไถได้แต่ในเวลาที่ดินอ่อน หรือเมื่อกำลังเปนน้ำเปนโคลนก็ไถได้
เพราะเบามาก

ในระหว่างกรุงเทพ ฯ แลเพ็ชรบูรีนั้น มีสพานเหล็กใหญ่ข้าม
แม่น้ำอยู่ ๒ แห่ง คือ สพานข้ามแม่น้ำนครไชยศรีแห่งหนึ่งยาว ๑๓๒
เมเตอร์ ข้ามแม่น้ำราชบูรีแห่งหนึ่ง ยาว ๑๕๐ เมเตอร์ สพานข้าม
แม่น้ำราชบูรีนั้น มีทางกว้าง ๔ เมเตอร์สำหรับล้อยานเดินได้สดวก

สถานที่อันน่าดูตามทางรถนี้ เมื่อออกจากกรุงเทพ ฯ แล้วนั้น
คือพระมหาเจดีย์ใหญ่ที่นครปฐม พระเจดีย์องค์นี้ เรียกว่าพระ
ปฐมเจดีย์ สันนิษฐานกันว่าได้สร้างขึ้นในที่เดิมอันเปนที่ประดิษฐาน
แห่งเจดีย์ที่ได้สร้างขึ้นในสยามประเทศเปนปฐม โดยมีพระมหาเถร
อันมีนามว่าโสณะแลอุทตระ ซึ่งได้นำพระบวรพุทธสาสนาจากประเทศ
อินเดียเข้ามาแผ่ในประเทศสยามในประมาณ ๒,๐๐๐ ปีที่ล่วงมาแล้วนั้น

นครปฐมนี้ได้เคยเปนบ้านเมืองที่เจริญรุ่งเรืองมากในเวลา ๒,๐๐๐ ปี
ที่ล่วงมาแล้วนั้น ด้วยยังมีของโบราณที่น่าชมเหลือเปนพยานอยู่ในที่
ใกล้กับเมืองนี้มีพระราชวังเปนที่ประทับ ของพระบาทสมเด็จพระเจ้า

หัวข้อ: Re: [หนังสือหายาก] ที่รฦกแห่งการเปิดทางรถไฟ
เริ่มหัวข้อโดย: ลูกแมวตาดำๆ ที่ 17:03 น. วันที่ 22 ธ.ค.52
(http://i284.photobucket.com/albums/ll8/Mongwin/souvenir1917/050tn.jpg)

๓๔

อยู่หัวเรียกว่า พระราชวังสนามจันทร์ พระราชวังนี้ได้สร้างขึ้น
ในที่เดิมแห่งกรุงศรีวิไชย ซึ่งมีป้อมปราการโดยรอบ แต่ในกาล
โบราณนั้นเคยเปนพระนครหลวงของกรุงไทยโบราณอันมีนามเดียวกันใน
ภาคนี้แห่งหนึ่ง ส่วนคูพระนครโบราณที่ยังมีเหลืออยู่บางแห่งนั้น
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ ให้ขุด
ขยายให้กว้างลึกขึ้น นครปฐมนั้นเวลานี้เปนที่ซึ่งอุปราชแห่งมณฑล
ภาคตวันตกอยู่ประจำอำนวยการปกครอง ในบริเวณนครปฐมนี้เปนที่
ดอนน้ำไม่ท่วมเหมาะแก่การทำไร่สวนพืชน์ผลต่าง ๆ สำหรับส่งเข้า
มาจำหน่ายในกรุงเทพ ฯ, ราชบูรี, แลตำบลอื่น ๆ แลตั้งแต่ได้มีทาง
รถไฟซึ่งเปนคมนาคมอันสดวกดีขึ้นแล้ว ไร่สวนในท้องที่เหล่านี้ก็ยิ่ง
เจริญขึ้นเปนอันมาก อนึ่งในที่ใกล้แห่งนครปฐมนี้ มีโรงทหารของ
กองทัพบกอยู่หนาแน่น แลมีสนามอันกว้างใหญ่ เปนที่สำหรับ
ฝึกหัดทหารด้วย

ราชบูรีนั้นเปนเมืองเก่าที่มีกำแพงโดยรอบ ศาลารัฐบาลของ
มณฑลก็ตั้งอยู่ที่เมืองนี้ ในจังหวัดราชบูรีนี้มีภูเขาแลป่าไม้กระยา
เลยที่เปนไม้แก่นอย่างดีอยู่มาก ส่วนข้างตอนบนของแม่น้ำราชบูรี
นั้น มีแร่ธาตุต่าง ๆ เช่น ตะกั่วอ่อน, ดีบุกแลพลวง แร่ธาตุเหล่านี้ก็
ได้มีผู้ไปขุดทำกันบ้างแล้ว อนึ่งเขาอันอยู่ในที่ใกล้เมืองแลลำแม่น้ำ
นั้น มีหินปูนอย่างดีเหมาะสำหรับการทำปูนขาว มีผู้ไปตั้งระเบิดเผา
ปูนกันมาก จนเปนสินค้าที่สำคัญ แลมีชื่อเสียงของราชบูรีอย่าง
หนึ่ง ในเมืองราชบูรีนี้มีกองพลอิศรตั้งอยู่ด้วย
หัวข้อ: Re: [หนังสือหายาก] ที่รฦกแห่งการเปิดทางรถไฟ
เริ่มหัวข้อโดย: ลูกแมวตาดำๆ ที่ 17:04 น. วันที่ 22 ธ.ค.52
๒๓. ถ้ำ, ที่เพ็ชรบูรี

(http://i284.photobucket.com/albums/ll8/Mongwin/souvenir1917/051tn.jpg)
หัวข้อ: Re: [หนังสือหายาก] ที่รฦกแห่งการเปิดทางรถไ
เริ่มหัวข้อโดย: ลูกแมวตาดำๆ ที่ 17:08 น. วันที่ 22 ธ.ค.52
(http://i284.photobucket.com/albums/ll8/Mongwin/souvenir1917/052tn.jpg)


๓๕

ตั้งแต่ราชบูรีแลใต้เพ็ชรบูรีลงไป ทางรถไฟทำไปใกล้ภูเขา
ต่าง ๆ ซึ่งทำให้ภูมิภาพตามทางในตอนนี้งดงามน่าดูน่าชมมาก
เพ็ชรบูรีนี้ตามความวิจารณ์ของนักโบราณคดีกล่าวว่า ในกาลโบราณ
นั้นได้เคยเปนที่รวมสินค้าต่าง ๆ ในภาคตวันออกแห่งสินค้าต่าง ๆ ที่
เข้ามาในประเทศสยาม ทางบกจากประเทศอินเดียแลยุโรปทางหนึ่ง
ก่อนที่ได้รู้จักทางเดินเรืออ้อมคาบสมุทรมลายูเข้ามายังกรุงสยามกันดี
เพ็ชรบูรีตั้นตามพระราชพงษาวดารปรากฎว่า ได้เคยเปนเมืองเอกราช
มีเจ้าเปนผู้ครองนครมาแต่ในกาลก่อนคราวหนึ่ง ซึ่งยังมีโบราณ
สถานต่าง ๆ อันทำด้วยศิลาแลอิฐแผ่นขนาดใหญ่ โบราณสถาน
ต่าง ๆ อันบุบฉลายปรักหักพังแล้วนี้ เปนเทวสถานของสาสนาพราหมณ์
บ้าง เปนโบสถ์วิหารของฝ่ายพุทธสาสนาบ้าง ซึ่งยังมีปรากฏอยู่
จนกาลบัดนี้ อันเปนพยานให้เห็นความสมบูรณแลความเจริญรุ่งเรือง
ในที่นี้

บนเขาพระนครคีรีนั้น มีพระราชวังเก่า ที่พระบาทสมเด็จ
พระรามาธิบดีศรีสินทรมหามงกุฏ พระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้ทรงสร้าง
ไว้ แลที่ตำบลบ้านปืนนั้น มีพระราชวังอย่างใหม่ ซึ่งพระบาทสมเด็จ
พระรามาธิบดีศรีสินทรมหาจุฬาลงกรณ์ พระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้
ทรงสร้างไว้อีกแห่งหนึ่ง ถ้ำต่าง ๆ ตามภูเขาเหล่านี้ เปนถ้ำที่งด
งามน่าชมมาก อนึ่งที่เพ็ชรบูรีนี้มีกองทหารของกองพลอิศรตั้งอยู่
กองหนึ่ง
หัวข้อ: Re: [หนังสือหายาก] ที่รฦกแห่งการเปิดทางรถไฟ
เริ่มหัวข้อโดย: ลูกแมวตาดำๆ ที่ 17:10 น. วันที่ 22 ธ.ค.52
(http://i284.photobucket.com/albums/ll8/Mongwin/souvenir1917/053tn.jpg)

๓๖

เมื่อออกจากสถานีเพ็ชรบูรีแล้ว ทางรถไฟข้ามแม่น้ำเพ็ชรบูรี
ทีเดียว สพานเหล็กที่ข้ามแม่น้ำนี้ยาว ๘๐ เมเตอร์ แล้วเลี้ยว
เลียบไปตามชาวเขตร์ของบ้านเมือง เมื่อพ้นเขตรบ้านเมืองแล้วจึงผ่าน
ไปตามในทุ่งนาแล้วตรงลงไปทางทิศใต้ในคาบสมุทนั้น เมื่อใกล้จะ
ถึงตำบลชะอำ ภูเขาที่มีอยู่ข้างขวามือนั้นน่าดูมาก ด้วยภูเขา
เหล่านี้ตั้งเด่นอยู่กลางทุ่งอันกว้างใหญ่ ข้างด้านตวันออกของเขานี้
เปนผาชันแล้วลาดลงไปข้างด้านตวันตก ราษฎรโดยมากย่อมตั้งบ้าน
เรือนอยู่ตามชายทะเลหรือที่ใกล้ภูเขา แลนอกจากมีการทำนาแห่ง
ละเล็กแห่งละน้อย ที่โน่นบ้างที่นี่บ้างแล้ว ตามทางรถไฟตอนนี้ก็ไม่สู้มี
อะไรดูนัก บรรดาราษฎรที่อยู่ตามชายทะเลนั้นโดยมาก หาเลี้ยง
ชีพในการจับปลาแลผสมปสุสัตว์ เช่น โค กระบือขาย ส่วนพวกที่
อยู่ลึกเข้าไปในป่าแลตามชายเขานั้น ทำไร่, ทำนา, แลค้าขายของ
ป่าต่าง ๆ

ที่ตำบลหัวหินซึ่งอยู่ที่ระยะกิโลเมเตอร์ ๒๑๒ นั้น แต่ก่อนมีแต่
หมู่บ้านจับปลาอันเล็กน้อยเท่านั้น ตั้งแต่มีทางรถไฟถึงตำบลนี้แล้ว
ได้เจริญขึ้นโดยเร็ว แลกลายเป็นที่ ๆ ชาวกรุงเทพ ฯ นิยมไป
เปลี่ยนอากาศผ่อนพักร่างกายตามชายทะเลแห่งหนึ่ง สมเด็จพระบรม
ราชินีนารถ พระราชชนนี พระพันปีหลวง แลพระราชวงศานุวงศ์อีก
หลายพระองค์ก็ได้ทรงสร้างพระตำหนักขึ้นในที่นั้น ในบางฤดูมีทั้ง
ไทย์แลชาวยุโรปพากันไปพักผ่อนร่างกายอยู่ที่นั้นมาก ในเวลาต่อไป
ข้างน่าตำบลนี้นับวันแต่จะเจริญขึ้นทุกที
หัวข้อ: Re: [หนังสือหายาก] ที่รฦกแห่งการเปิดทางรถไฟ
เริ่มหัวข้อโดย: ลูกแมวตาดำๆ ที่ 17:10 น. วันที่ 22 ธ.ค.52
๒๔. นา, บ้านชะอำ

(http://i284.photobucket.com/albums/ll8/Mongwin/souvenir1917/054tn.jpg)
หัวข้อ: Re: [หนังสือหายาก] ที่รฦกแห่งการเปิดทางรถไฟ
เริ่มหัวข้อโดย: ลูกแมวตาดำๆ ที่ 17:11 น. วันที่ 22 ธ.ค.52
๒๕. หัวหิน

(http://i284.photobucket.com/albums/ll8/Mongwin/souvenir1917/054tn2.jpg)
หัวข้อ: Re: [หนังสือหายาก] ที่รฦกแห่งการเปิดทางรถไฟ
เริ่มหัวข้อโดย: ลูกแมวตาดำๆ ที่ 17:12 น. วันที่ 22 ธ.ค.52
(http://i284.photobucket.com/albums/ll8/Mongwin/souvenir1917/055tn.jpg)

๓๗

หาดทรายตามชายทะเลที่ตำบลนี้เปนหาดทรายแขงขาวสอาดยาว
หลายสิบเส้น เปนที่เหมาะสำหรับการอาบน้ำทะเล ส่วนในฤดู
ลมมรสุมตวันออกเฉียงเหนือนั้น มีอากาศเย็นสบายดีมาก

อนึ่ง ตามในป่าแลภูเขาที่ทางทิศตวันตกแห่งทางรถไฟนั้น มี
สัตว์ป่าต่าง ๆ ชุกชุม พลเมืองที่ตำบลหัวหินเองนั้น มีประมาณ ๑,๒๐๐
นอกจากหากินในทางจับปลา ก็มีการทำไร่ทำนาแลการหัตถกรรม
อื่น ๆ ที่เหมาะแก่ท้องที่นั้น เช่น การทอผ้าเปนอาทิ

จากหัวหินทางรถไฟตัดตรงลงไปทางทิศใต้เลียบไปตามชายทะเล
ประมาณ ๒ ถึง ๓ กิโลเมเตอร์ แล้วเดินห่างจากฝั่งขึ้นไปยังปราณบุรี
แลหลังเขาสามร้อยยอด แล้วตัดลงไปหาฝั่งทะเลที่ประจวบคีรีขันธ์
หมู่บ้านที่มีอยู่ตามทางในตอนนี้ เมื่อออกจากหัวหินแล้ว คือบ้าน
หนองแก (หรือ สะแก) แล้วผ่านเลียบเขาตะเกียบ ตามท้องที่เหล่านี้
มีภูมิภาพที่งามน่าดูอยู่หลายแห่ง

สถานีถัดลงไปข้างน่านั้น ชื่อสถานีเขาเต่า ชื่อบ้านนี้เรียก
ตามชื่อเขาซึ่งสันนิษฐานกันว่ามีสัณฐานคล้ายกับหลังเต่า เมื่อทาง
รถไฟนั้นขึ้นไปถึงที่ชันที่สุดที่เนินเขานี้แล้ว ถ้าแลดูลงไปทางในลุ่ม
ลำน้ำปราณแล้ว จะเห็นหมู่เขาสามร้อยยอดได้แต่ไกลข้างน่าทาง
ฝั่งทะเลนั้นอย่างงดงาม

แม่น้ำปราณนั้น เปนแม่น้ำที่มีน้ำขึ้นลงถึง พ้นตำบลที่ทาง
รถไฟข้ามแม่น้ำนั้นไป ทางทิศตวันตกบ้างเล็กน้อย แม่น้ำนี้เปน
แม่น้ำที่งามแลมีปลาต่าง ๆ อุดมมาก แลในเวลาเมื่อรถไฟข้าม
หัวข้อ: Re: [หนังสือหายาก] ที่รฦกแห่งการเปิดทางรถไฟ
เริ่มหัวข้อโดย: ลูกแมวตาดำๆ ที่ 17:13 น. วันที่ 22 ธ.ค.52
(http://i284.photobucket.com/albums/ll8/Mongwin/souvenir1917/056tn.jpg)

๓๘

สพาน ถ้าดูไปตามในลำแม่น้ำนั้นจากรถไฟก็งามดี ที่ตำบลนี้อยู่
ห่างจากทะเล วัดตามเส้นตรงประมาณ ๘ กิโลเมเตอร์ ถ้าวัดตาม
ลำแม่น้ำประมาณ ๒๔ กิโลเมเตอร์ เพราะแม่น้ำคดไปคดมามากแห่ง
สพานที่ข้ามแม่น้ำนี้เปนสพานเหล็กยาว ๘๐ เมเตอร์

หมู่เขาสามร้อยยอดที่รถไฟเดินลงไปหาแลในราว ๑ ชั่วโมง จะ
เข้าไปใกล้ จะเห็นภูมิภาพอันงดงามน่าดูมากในท้องที่นั้น มีสัตว์
ป่าต่าง ๆ หลายอย่าง เช่น เสือ, หมี, กระทิง, โครำ (เลียงผา) เปนต้น
อนึ่ง ทางด้านตวันออกของเขานี้ที่ติดกับทะเลนั้น มีถ้ำใหญ่งาม ๆ
อยู่หลายแห่ง นกปากซ่อมนั้นมีอยู่ชุกชุมตามสองข้างทางรถไฟ
ระหว่างสถานีหนองคางแลสถานีสามร้อยยอด ที่ดินระหว่างหัวหินแล
สามร้อยยอดโดยมาก เมื่อผ่านพ้นปราณบูรีไปแล้ว เปนที่ทำเลดี
เหมาะแก่การทำนาแลผสมสัตว์ เช่นโค แลการทำไร่สวนธรรมดา
แต่มะพร้าวนั้นไม่ปรากฎว่าขึ้นงามดีในที่แถบนี้ จะหาก็เกือบไม่พบเลย
จนใต้ประจวบคีรีขันธ์ลงไปจึงจะปะบ้างแต่ก็ไม่งาม ส่วนตามชายทะเล
นั้น ตั้งแต่หัวหินตลอดลงไปถึงเขาเต่าเปนหาดทรายสอาดสอ้านดีทั่วไป
น้ำจืดที่ดีนั้นอยู่ข้างจะอัตคัด ไม่ใช่แต่ที่ตำบลหัวหินนี้แห่งเดียว ตาม
ทางรถไฟแถบนี้ในฤดูแล้งก็อัตคัดน้ำมากเหมือนกัน แต่ถ้าได้ทดลอง
ขุดบ่อให้ลึกมากลงไปดูบางทีจะได้น้ำจืดสนิทใช้ก็เปนได้ ตามภูเขา
ต่าง ๆ ในท้องที่เหล่านี้ มีต้นยางรับเบอร์ป่าขึ้นอยู่มาก แต่ยังไม่
มีผู้ใดทำ
หัวข้อ: Re: [หนังสือหายาก] ที่รฦกแห่งการเปิดทางรถไฟ
เริ่มหัวข้อโดย: ลูกแมวตาดำๆ ที่ 17:24 น. วันที่ 22 ธ.ค.52
๒๖. วัดมหาธาตุ ไชยา (ทรงถ่าย)

(http://i284.photobucket.com/albums/ll8/Mongwin/souvenir1917/057tn.jpg)
หัวข้อ: Re: [หนังสือหายาก] ที่รฦกแห่งการเปิดทางรถไ
เริ่มหัวข้อโดย: ลูกแมวตาดำๆ ที่ 17:26 น. วันที่ 22 ธ.ค.52
(http://i284.photobucket.com/albums/ll8/Mongwin/souvenir1917/058tn.jpg)

๓๙

เมื่อออกจากสถานีสามร้อยยอดแล้ว ทางรถไฟตัดตรงลงไปยัง
ตำบลสังกระทาย จะเห็นเขาสามร้อยยอดอยู่ข้างซ้าย แลภูเขาทาง
เขตร์แดนอยู่ข้างขวา แลเมื่อลงไปทางกุยบูรีที่สองข้างทางนั้นเปน
ทราย พอรถไฟเดินไปอีกสักหน่อยหนึ่ง ทางรถไฟกลับตัดลงไปหา
ฝั่งทะเลอีก จะเห็นน่าผาที่ชันแลเขาต่าง ๆ ในจังหวัดประจวบคีรีขันธ์
เปนภูมิภาพอันงดงาม แลเมื่อจวนจะถึงสถานีประจวบคีรีขันธ์นั้น
ถ้าสังเกตดูแล้วจะเห็นเปนช่องมีอยู่บนไหล่เขานั้นแห่งหนึ่ง คล้าย
เปนช่องที่มีกระจกติดไว้ ราษฎรชาวบ้านจึงเรียกเขานั้นว่าเขาช่อง
กระจก อนึ่งที่ดินตามทางรถไฟในจังหวัดนี้ที่สำหรับทำการต่าง ๆ ก็มี
อยู่มาก เช่น การทำไร่ทำนาแลการผสมสัตว์ก็มีทำกันอยู่บ้างแล้ว

อ่าวประจวบคีรีขันธ์นั้นงดงามดี มีภูเขาสูงชันแลเกาะต่าง ๆ
ที่เปนหินล้วน มีผาชันสูงตรงขึ้นมาจากทะเลทำให้ภูมิภาพในอ่าวนี้
งดงามยิ่งนัก ส่วนอ่าวมะนาวซึ่งอยู่หลังข้างใต้นั้น ก็เปนที่น่าไป
เที่ยวเล่น เพราะไปสดวก ด้วยมีถนนโรยศิลาไปถึงตำบลนั้น รถ
ยนต์แลรถจักรยานเดินได้สดวกดี ตามภูเขาแลเกาะเหล่านี้มีสัตว์
ต่าง ๆ ชุกชุม เช่นโครำ (เลียงผาชนิดหนึ่ง)

ที่จังหวัดประจวบคีรีขันธ์นี้ เปนที่ตั้งศาลากลางแลที่อยู่ของ
ผู้ว่าราชการจังหวัดนี้ มีพลเมืองประมาณ ๓,๐๐๐ อนึ่ง สินค้าต่าง ๆ
ในจังหวัดนี้ ราษฎรย่อมนำมาขายซื้อกันในที่นี้ ต่อไปข้างน่า ๆ จะ
เปนที่สำหรับผ่อนพักร่างกายเปลี่ยนอากาศ แลที่จับปลาดีได้แห่งหนึ่ง
ป่าไม้กระยาเลยชนิดที่ดีต่าง ๆ ที่ตำบลห้วยยางนั้น ก็อยู่ไม่ห่างไกล
หัวข้อ: Re: [หนังสือหายาก] ที่รฦกแห่งการเปิดทางรถไ
เริ่มหัวข้อโดย: ลูกแมวตาดำๆ ที่ 17:30 น. วันที่ 22 ธ.ค.52
(http://i284.photobucket.com/albums/ll8/Mongwin/souvenir1917/059tn.jpg)

๔๐

กับประจวบคีรขันธ์นัก แลการที่จะขนไม้จากป่ามาโดยทางรถไฟนั้น
ก็ราว ๓๐ กิโลเมเตอร์เท่านั้น การที่จะค้าขายไม้เหล่านี้คงจะไม่ยาก
ส่วนการผสมสัตว์ต่าง ๆ นั้น ก็คงจะบำรุงได้ง่ายเหมือนกัน

ที่ตำบลบ้านห้วยยางซึ่งตั้งอยู่ริมชายทะเลนั้น เปนแต่หมู่บ้าน
เล็กน้อย อยู่ใต้ประจวบคีรีขันธ์ลงไปประมาณ ๓๒ กิโลเมเตอร์ แต่
มีไข่มุกแลมีคนดำกันอยู่บ้าง แต่ไข่มุกที่ดำได้นั้นเปนชนิดที่ไม่
สู้ดี เพราะมีวาววาบน้อย แลมักเปนขนาดที่ย่อม ๆ ไข่มุก
คล้าย ๆ กันนี้ บางทีที่ประจวบคีรีขันธ์เองก็งมหาได้ อนึ่งที่ในป่า
ตำบลห้วยยางซึ่งอยู่ห่างจากทางรถไฟราว ๙ กิโลเมเตอร์เศษนั้น มี
สัตว์ป่าชุกชุมเช่น เนื้อ, เสือ, แลเลียงผา, เปนต้น ผู้ที่ฝักใฝ่ในการ
ยิงสัตว์ป่าเหล่านี้ ก็จะเปนที่สำหรับเที่ยวยิงเล่นได้แห่งหนึ่ง นก
ต่าง ๆ เช่น นกยุง, นกเปล้า, นกเขาต่าง ๆ, แลนกปากซ่อมเหล่านี้
ก็มีอยู่มาก ในระหว่างประจวบคีรีขันธ์แลตำบลห้วยยาง ตามลำห้วย
ทับสะแกแลเขานั้นที่ดินดียังมีว่างเปล่าอยู่มาก ที่ดินเหล่านี้เมื่อถาก
ถางบำรุงทำการเพาะปลูกต่างๆ ขึ้นแล้ว ก็น่าจะหาผลประโยชน์
ได้ดี ส่วนต้นยางรับเบอร์ป่านั้นก็มีอยู่มาก แต่ยังมีผู้ไปทำกัน
น้อยนัก

เมื่อออกจากจังหวัดประจวบคีรีขันธ์แล้ว ทางรถไฟผ่านไปในป่า
ระนาม ซึ่งอยู่ในระหว่างทะเลแลภูเขานั้น กิ่งของภูเขาต่าง ๆ ที่
ไม่สู้สูงนักนั้น ทางรถตัดผ่านไปหลายแห่ง อนึ่งที่ตำบลนี้เปนตอน
ซึ่งแคบที่สุดของพระราชอาณาจักร์สยามในคาบสมุทนี้ ด้วยเขตร์แดน
หัวข้อ: Re: [หนังสือหายาก] ที่รฦกแห่งการเปิดทางรถไฟ
เริ่มหัวข้อโดย: ลูกแมวตาดำๆ ที่ 17:32 น. วันที่ 22 ธ.ค.52
๒๗. ภูมิภาพที่ทุ่งสง

(http://i284.photobucket.com/albums/ll8/Mongwin/souvenir1917/060tn.jpg)

ชมภาพใหญ่ได้ที่นี่ครับ
 http://biochem.flas.kps.ku.ac.th/rft/060.jpg
หัวข้อ: Re: [หนังสือหายาก] ที่รฦกแห่งการเปิดทางรถไฟ
เริ่มหัวข้อโดย: ลูกแมวตาดำๆ ที่ 17:36 น. วันที่ 22 ธ.ค.52
(http://i284.photobucket.com/albums/ll8/Mongwin/souvenir1917/061tn.jpg)

๔๑

เมืองทวายซึ่งเปนของอังกฤษนั้น อยู่ห่างประมาณ ๒๐ กิโลเมเตอร์
เท่านั้น ตามทางรถไฟตอนนี้ไม่มีหมู่บ้านที่สำคัญเลย จนถึงบาง
ตะพานซึ่งอยู่ที่ระยะ ๓๗๙ กิโลเมเตอร์จากกรุงเทพ ฯ นั้น

ที่บางตะพานนี้เปนตลาดแลที่ประชุมชนของชาวบ้านต่าง ๆ ที่
อยู่ใกล้เคียง เมื่อประมาณ ๓๐ ปีมาแล้ว ได้มีบริษัทชาวยุโรปได้
ขออนุญาตขุดหาแร่ทองคำตามในป่าแลภูเขาซึ่งอยู่ทางทิศตวันตกนั้น
แต่หาเปนผลสำเร็จไม่ เพราะได้ซื้อเครื่องจักร์ใหญ่โตเกินกว่าการไป
ใช้ เวลานี้มีแต่ชาวบ้านไปเที่ยวหาทองโดยใช้วิธีร่อนแต่ในชั่วเวลา
บางเดือนที่ไม่มีความไข้ร้ายแรง แลผลประโยชน์ที่ได้จากการร่อน
ทองนี้ ก็พอเปนค่าใช้สรอยของพวกชาวบ้านเหล่านั้นได้ในชั่วปีหนึ่ง
ทองคำบางตะพานนี้นิยมกันว่าเปนทองคำซึ่งมีเนื้อสุกดีที่สุดที่จะร่อน
หาได้ในกรุงสยาม

ตอนตั้งแต่บางตะพานถึงชุมพรนั้น ทางรถไฟกลับตัดห่างจาก
ฝั่งทะเลแลหมู่บ้านต่าง ๆ ไปหาภูเขาข้างทิศตวันตก ที่ตัดทางรถไฟ
เข้าไปหาเขาเช่นนี้ ก็เสมอได้เปิดท้องที่ซึ่งมีดินอันอุดมเหมาะ
แก่การเพาะปลูกพืชน์ผลต่าง ๆ ขึ้นอีกมากมาย ซึ่งทิ้งรกร้างว่าง
เปล่าอยู่ เพราะไม่มีคมนาคมดี ท้องที่เหล่านี้เปนที่อยู่สูงกว่า
ระดับน้ำทะเลตั้งแต่ ๘๐ ถึง ๑๐๐ เมเตอร์ เปนเนื้อที่กว้างใหญ่
ประมาณ ๑๕๐ กิโลเมเตอร์ จัตุรัศ
หัวข้อ: Re: [หนังสือหายาก] ที่รฦกแห่งการเปิดทางรถไฟ
เริ่มหัวข้อโดย: ลูกแมวตาดำๆ ที่ 17:38 น. วันที่ 22 ธ.ค.52
(http://i284.photobucket.com/albums/ll8/Mongwin/souvenir1917/062tn.jpg)

๔๓

ได้ แต่ลักษณของภูมิที่นั้นเปนคลื่นด้วยมีเนินย่อม ๆ อยู่มาก จะ
เปนที่เหมาะสำหรับการประลองยุทธแห่งหนึ่ง เพราะน้ำจืดก็จะหาได้
ตามห้วยแลลำน้ำต่าง ๆ อันไหลผ่านไปในท้องที่เหล่านี้

ในท้องที่อันมีดินอุดมดังนี้ แต่ปราศจากต้นไม้ใหญ่ดังกล่าวมาแล้ว
ดูก็น่าปลาดมาก มีผู้ได้สันนิษฐานกันว่าชรอยที่เหล่านี้จะถูกหางลม
ใต้ฝุ่นซึ่งเป็นลมพายุห์ใหญ่อันเกิดขึ้นในทะเลจีนทุกปี แต่ประมาณ
ใน ๕๐ ปี หางหรือปลายของลมพายุห์ใต้ฝุ่นนั้น จึงจะพัดมาถึง
พระราชอาณาจักร์แถบนี้สักครั้งหนึ่ง ท้องที่เหล่านี้ก็คงจะได้ถูกลมใต้
ฝุ่นมาแล้ว ต้นไม้ใหญ่จึงได้หักโค่นลงหมด ที่ซึ่งเปนป่าไม้อันร่มรื่น
อยู่เดิมไม่มีหญ้าขึ้นรกนั้น เมื่อต้นไม้ใหญ่โค่นลงหมดแล้ว ก็กลาย
เปนที่แจ้ง หญ้าคาก็ขึ้น เมื่อที่เหล่านี้กลายเปนทุ่งหญ้าคาไปแล้ว
ตามธรรมดาก็มีไฟป่าไหม้ทุกปี ต้นไม้ขึ้นไม่ได้จึงกลายเปนที่เตียน
โล่ง ดังปรากฏอยู่ในทุกวันนี้

อนึ่งหางของลมใต้ฝุ่นเช่นนี้ ก็ได้พัดเข้ามาถึงท้องที่ใต้แถบ
นี้ลงไป เมื่อ พ.ศ.๒๔๓๕ เมื่อคราวเมืองไชยาล่มนั้น แต่ในท้องที่นี้
มีผู้คนอยู่แทบทั่วไปจึงได้ทราบกันว่าลมพายุห์เช่นนั้น ทำให้เสียหาย
อย่างไร บรรดาผู้ที่โดยสานไปในรถไฟเมื่อเข้าในบริเวณอำเภอไชยา
แล้ว ถ้าสังเกตดูภูเขาแลต้นไม้ในท้องที่เหล่านั้นก็จะเห็นได้ชัดเจน
ทีเดียว ว่าด้านของเขาที่ถูกลมใต้ฝุ่นนั้นเตียนหมดไม่มีต้นไม้ขึ้น
ส่วนด้านที่บังลมนั้น มีต้นไม้ขึ้นอยู่โดยบริบูรณ์ ส่วนไม้ที่หักโค่น
ลงนั้นยังมีเหลืออยู่ ที่ยังดีเอามาใช้การรถไฟได้บ้างก็มี
หัวข้อ: Re: [หนังสือหายาก] ที่รฦกแห่งการเปิดทางรถไฟ
เริ่มหัวข้อโดย: ลูกแมวตาดำๆ ที่ 17:39 น. วันที่ 22 ธ.ค.52
๒๘. อุโมงค์, ทางทุ่งสง

(http://i284.photobucket.com/albums/ll8/Mongwin/souvenir1917/063tn2.jpg)
หัวข้อ: Re: [หนังสือหายาก] ที่รฦกแห่งการเปิดทางรถไฟ
เริ่มหัวข้อโดย: ลูกแมวตาดำๆ ที่ 17:40 น. วันที่ 22 ธ.ค.52
๒๙. ถ้ำตลอดที่ทุ่งสง

(http://i284.photobucket.com/albums/ll8/Mongwin/souvenir1917/063tn.jpg)
หัวข้อ: Re: [หนังสือหายาก] ที่รฦกแห่งการเปิดทางรถไฟ
เริ่มหัวข้อโดย: ลูกแมวตาดำๆ ที่ 17:40 น. วันที่ 22 ธ.ค.52
๓๐. ท่าจอดเรือที่ตรัง

(http://i284.photobucket.com/albums/ll8/Mongwin/souvenir1917/063tn3.jpg)
หัวข้อ: Re: [หนังสือหายาก] ที่รฦกแห่งการเปิดทางรถไฟ
เริ่มหัวข้อโดย: ลูกแมวตาดำๆ ที่ 17:42 น. วันที่ 22 ธ.ค.52
๓๑. สถานีรถไฟตรัง

(http://i284.photobucket.com/albums/ll8/Mongwin/souvenir1917/064tn1.jpg)

หมายเหตุ ปัจจุบันนี้คือ สถานีรถไฟกันตัง
หัวข้อ: Re: [หนังสือหายาก] ที่รฦกแห่งการเปิดทางรถไฟ
เริ่มหัวข้อโดย: ลูกแมวตาดำๆ ที่ 17:46 น. วันที่ 22 ธ.ค.52
๓๒. เหมืองแร่, ภูเก็ต

(http://i284.photobucket.com/albums/ll8/Mongwin/souvenir1917/064tn.jpg)
หัวข้อ: Re: [หนังสือหายาก] ที่รฦกแห่งการเปิดทางรถไฟ
เริ่มหัวข้อโดย: ลูกแมวตาดำๆ ที่ 17:49 น. วันที่ 22 ธ.ค.52
๓๓. ถนนระหว่างทับเที่ยงแลช่อง

(http://i284.photobucket.com/albums/ll8/Mongwin/souvenir1917/064tn3.jpg)

ช่อง น่าจะหมายถึง ตำบลช่อง อำเภอนาโยง จังหวัดตรังในปัจจุบัน
ซึ่งเป็นช่องเขาสามารถเดินทางระหว่างอ่าวไทยกับอันดามันได้
หัวข้อ: Re: [หนังสือหายาก] ที่รฦกแห่งการเปิดทางรถไฟ
เริ่มหัวข้อโดย: ลูกแมวตาดำๆ ที่ 17:50 น. วันที่ 22 ธ.ค.52
(http://i284.photobucket.com/albums/ll8/Mongwin/souvenir1917/065tn.jpg)

๔๓

ท้องที่เหล่านี้น่าจะเหมาะสำหรับการเลี้ยงแลผสมสัตว์ ตาม
ภูเขานั้นเปนที่ทำเลดีสำหรับเที่ยวยิงสัตว์ป่าต่าง ๆ เวลานี้ได้มีชาว
กรุงเทพ ฯ ออกไปลงทุนรอนจับจองที่ดินทำการเพาะปลูกอยู่บ้างแล้ว
พืชน์ผลที่ขึ้นได้งามดีนั้น คือ ธัญญชาติต่าง ๆ , พริกไทย, ยาสูบ,
อ้อย, หมาก, มะพร้าว, พลู, ฝ้าย, ถั่วต่าง ๆ, พริก, มะเขือ, ยาสูบ,
เข้าโภช, แตงโม, แตงกวา, ผักกาดหัว, ฟักเขียว, ฟักทอง, ฯ ล ฯ ฯ ล ฯ
ผลไม้มี ทุเรียน, มะม่วง, ขนุน, ส้มโอ, แลส้มอื่น ๆ น้อยหน้า, สัปรส,
ฯ ล ฯ ส่วนป่าไม้ที่มีอยู่ในบริเวณใกล้เคียงมีพรรณไม้ต่าง ๆ ที่ดี คือ
ไม้เคี่ยม, ไม้มะค่า, ไม้ตะเคียนทอง, ไม้ยาง, สัตว์ต่าง ๆ ที่ผสมแล
เลี้ยงกันนั้น คือ ม้า, โค กระบือ, แพะ, สุกร, ห่าน, เป็ดแลไก่
เปนต้น ส่วนช้างที่ใช้เปนพาหนะนั้น ตามธรรมดาย่อมจับช้างป่ามา
เลี้ยงใช้ การจับปลานั้นมีตลอดไปตามชายทะเล สถานีที่สำคัญใน
ตอนนี้ คือ สถานีบ้านกรุดแลบางสนเปนต้น สัตว์ป่าอย่างใหญ่ที่มี
อยู่ในป่าดงแถบนี้มีอยู่มากหลายอย่าง เช่น เสือใหญ่, เสือดาวทั้งลาย
ตลับแลดำ, หมีดำ, ช้าง, สมเสร็จ, เลียงผา, วัวป่า, กวางแลอีเก้ง
เปนต้น ส่วนสัตว์ป่าต่าง ๆ จำพวกที่มีปีกนั้น มีนกยุง, ไก่ป่าต่าง ๆ,
นกเปล้าแลนกเขาต่าง ๆ เปนต้น สัตว์เหล่านี้มีอยู่ตลอดปี นกปากซ่อม
นั้นในเทศกาลของนกเหล่านี้มีชุมมาก

เมื่อออกจากบางตะพานแล้ว ตำบลสำคัญที่แรกถึงนั้น ก็คือ
ชุมพรซึ่งอยู่ที่ระยะกิโลเมเตอร์ ๔๖๘ สินค้าสำคัญของจังหวัดนี้ ก็คือ
ปลาทะเลต่าง ๆ มีปลาทูเปนอาทิ รังนกแลหวายต่าง ๆ รังนกซึ่ง
หัวข้อ: Re: [หนังสือหายาก] ที่รฦกแห่งการเปิดทางรถไฟ
เริ่มหัวข้อโดย: ลูกแมวตาดำๆ ที่ 17:52 น. วันที่ 22 ธ.ค.52
(http://i284.photobucket.com/albums/ll8/Mongwin/souvenir1917/066tn.jpg)

๔๔

เปนสินค้ามีราคานี้ เก็บมาจากในถ้ำตามเกาะต่าง ๆ ที่เรียกว่า
เกาะรังนก เกาะเหล่านี้มีอยู่ประมาณ ๓๐ เกาะ เปนเกาะเล็ก ๆ ใน
ทะเลตามน่าจังหวัดชุมพร, หลังสวน, แลอำเภอไชยา เกาะรังนก
เช่นนี้ในทะเลสาประหว่างพัทลุงแลสงขลาก็มี แลทางฝั่งตวันตกแห่ง
คาบสมุทรในมณฑลภูเก็ต เช่น ตามน่าจังหวัดพังงา, กระบี้ ฯลฯ ก็
มีอยู่เหมือนกัน จากเกาะเหล่านี้รัฐบาลได้ค่าอากรรังนกนี้ ในปีหนึ่ง
เปนเงินประมาณ ๘๐,๐๐๐ บาท นกอีแอ่นชนิดนี้ชอบทำรังในถ้ำแล
ซอกเขาตามเกาะในทะเลที่ไม่มีคนอยู่ รังนกเหล่านี้เข้าใจกันว่า ทำ
ด้วยเขฬะของนกซึ่งสำรอกออกมา จีนนิยมว่ากินมีกำลังเปนของดี
จึงเปนสินค้าดีมีราคาที่ส่งไปขายในเมืองจีนอย่างหนึ่ง รังนกที่เก็บ
ครั้งแรกนั้นจัดว่าเปนชนิดอย่างดีที่หนึ่ง ด้วยมีน้ำหนักมากแลขาว
กว่ารังนกที่เก็บได้ในครั้งที่ ๒ แลที่ ๓ นั้น

เวลาที่นกใช้ทำรัง ๆ หนึ่งนั้น กินเวลาราว ๑๐ วัน รังที่ทำ
ครั้งที่ ๒ แลที่ ๓ นั้นเปนรังที่ทำโดยด่วน แลรังที่นกทำเปนครั้งที่ ๓
นั้น ตามธรรมดาย่อมปล่อยให้นกไข่แลฟักไข่ของมันเพื่อเปนพืชพรรณ
ต่อไป รังนกที่ทำในครั้งที่ ๑ แลที่ ๒ ทำโดยนกตัวเมียพวกเดียว
ไม่ได้รับความช่วยเหลือจากตัวผู้เลย แต่รังที่ทำครั้งที่ ๓ นั้น นก
ตัวผู้ช่วยทำด้วย เพราะจวนจะถึงเวลาไข่ต้องรีบทำให้แล้วทัน การ
ทำรังครั้งที่ ๓ ซึ่งเปนการรีบเร่งมากนั้น บางคราวปีกของนกนั้น
ติดแน่นอยู่กับเขฬะหรือสิ่งที่นกใช้ทำรัง เพราะเปนของที่เหนียงแล
แห้งเร็ว จนปีกของนกนั้นติดแน่นอยู่จนนกนั้นตายก็มี รังนก
หัวข้อ: Re: [หนังสือหายาก] ที่รฦกแห่งการเปิดทางรถไฟ
เริ่มหัวข้อโดย: ลูกแมวตาดำๆ ที่ 17:52 น. วันที่ 22 ธ.ค.52
๓๔. วะนาที่ช่อง

(http://i284.photobucket.com/albums/ll8/Mongwin/souvenir1917/067tn.jpg)
หัวข้อ: Re: [หนังสือหายาก] ที่รฦกแห่งการเปิดทางรถไฟ
เริ่มหัวข้อโดย: ลูกแมวตาดำๆ ที่ 17:53 น. วันที่ 22 ธ.ค.52
๓๕. เรือนในวะนาที่ช่อง

(http://i284.photobucket.com/albums/ll8/Mongwin/souvenir1917/067tn2.jpg)
หัวข้อ: Re: [หนังสือหายาก] ที่รฦกแห่งการเปิดทางรถไฟ
เริ่มหัวข้อโดย: ลูกแมวตาดำๆ ที่ 17:54 น. วันที่ 22 ธ.ค.52
๓๖. ลำธารในวะนาที่ช่อง

(http://i284.photobucket.com/albums/ll8/Mongwin/souvenir1917/067tn3.jpg)
หัวข้อ: Re: [หนังสือหายาก] ที่รฦกแห่งการเปิดทางรถไฟ
เริ่มหัวข้อโดย: ลูกแมวตาดำๆ ที่ 17:54 น. วันที่ 22 ธ.ค.52
๓๗. น้ำตกในวะนาที่ช่อง

(http://i284.photobucket.com/albums/ll8/Mongwin/souvenir1917/068tn1.jpg)
หัวข้อ: Re: [หนังสือหายาก] ที่รฦกแห่งการเปิดทางรถไฟ
เริ่มหัวข้อโดย: ลูกแมวตาดำๆ ที่ 17:56 น. วันที่ 22 ธ.ค.52
๓๘. ศาลาที่พักระหว่างพัทลุงแลช่อง

(http://i284.photobucket.com/albums/ll8/Mongwin/souvenir1917/068tn2.jpg)
หัวข้อ: Re: [หนังสือหายาก] ที่รฦกแห่งการเปิดทางรถไฟ
เริ่มหัวข้อโดย: ลูกแมวตาดำๆ ที่ 17:56 น. วันที่ 22 ธ.ค.52
๓๙. ถนนจากพัทลุงถึงช่อง (ทรงถ่าย)

(http://i284.photobucket.com/albums/ll8/Mongwin/souvenir1917/068tn3.jpg)
หัวข้อ: Re: [หนังสือหายาก] ที่รฦกแห่งการเปิดทางรถไฟ
เริ่มหัวข้อโดย: ลูกแมวตาดำๆ ที่ 17:57 น. วันที่ 22 ธ.ค.52
(http://i284.photobucket.com/albums/ll8/Mongwin/souvenir1917/069tn.jpg)

๔๕

อีแอ่นที่ใช้กินกันนี้ปรากฏว่าเมื่อได้แยกธาตุตรวจดูแล้ว เปนสาหร่าย
ทะเลอย่างหนึ่ง หาใช่เขฬะที่เข้าใจกันว่านกสำรอกออกมาจากทรวง
อกนั้นไม่ น่าที่เก็บรังนกชนิดนี้เก็บกันในน่าลมมรสุมตวันตกเฉียงใต้
ภูมิภาพของหมู่เกาะรังนกเหล่านี้งดงามมาก

จากชุมพรมีถนนข้ามคาบสมุทไปยังกระบูรี ซึ่งอยู่ไม่ไกลจาก
ระนองซึ่งเปนที่ทำเหมืองแร่ดีบุกอันสำคัญแห่งหนึ่งนั้น แลที่กระบูรี
นั้นก็มีไร่นาที่ดีอยู่มาก

ตำบลสำคัญถัดชุมพรลงไปนั้น คือ หลังสวน ซึ่งตั้งอยู่ที่ระยะ
กิโลเมเตอร์ ๕๓๓ จากกรุงเทพฯ ที่หลังสวนนั้นมีสวนผลไม้ต่าง ๆ มาก
แลมีการจับปลาด้วยเหมือนกัน ปลาทูนั้นนับว่าเปนปลาสำคัญตาม
ชายทะเลของจังหวัดเหล่านี้ อนึ่งปลาทูนี้ในเทศกาลของมันย่อมมี
ชุกชุมมาก ตั้งแต่หลังสวนขึ้นไปถึงปากน้ำเจ้าพระยา ชาวประโมง
ทำโป๊ะไว้ให้เข้าแล้วจับด้วยอวนอย่างหนึ่ง ปลาทูนี้เปนสินค้าใหญ่ส่ง
ออกไปจำหน่ายยังเมืองต่างประเทศ อย่างใส่เกลือตากแห้งบ้างเปน
ปลาทูน้ำบ้าง พวกชาวประโมงเหล่านี้ เช่น ชาวประโมงในมณฑล
ปัตตานี้นั้น กล่าวกันว่าเมื่อดำลงไปตามโขดต่าง ๆ ในทะเลที่ปลา
ชอบอาไศรย์นั้นแล้วฟังดู ถ้าทีฝูงปลาอยู่ ณ ที่ใดแล้วก็อาจจะทราบได้
แต่ไกลแล้วก็ลงอวนล้อมจับเอา

แร่ดีบุกนั้นก็มีอยู่ตามภูเชาในมณฑลสุราษฎร์นี้ แลมีพวกจีน
ทำกันได้ประโยชน์ดีอยู่ ส่วนผลไม้ต่าง ๆ นั้นมีอุดมมาก เช่น ทุเรียน
มังคุด, มะม่วง, ขนุน, เงาะ, แลลางสาด, เปนต้น นามที่เรียกว่า
หัวข้อ: Re: [หนังสือหายาก] ที่รฦกแห่งการเปิดทางรถไฟ
เริ่มหัวข้อโดย: ลูกแมวตาดำๆ ที่ 17:58 น. วันที่ 22 ธ.ค.52
(http://i284.photobucket.com/albums/ll8/Mongwin/souvenir1917/070tn.jpg)

๔๖

หลังสวนนั้น บางทีจะหมายความว่าเปนรังหรือคลังของสวนก็จะเปน
ได้ เพราะมีสวนมาก

ผลไม้ต่าง ๆ ที่หลังสวนนี้เริ่มออกก่อนผลไม้ในกรุงเทพฯ แล
เมื่อรถไฟระหว่างกรุงเทพฯ แลหลังสวน เดินติดต่อถึงกันได้เสมอแล้ว
ชาวสวนในจังหวัดนี้คงจะส่งผลไม้ต่างๆ โดยทางรถไฟขึ้นมาจำหน่าย
ในกรุงเทพฯ แลจังหวัดต่าง ๆ ได้ราคาดี เพราะผลไม้ต่าง ๆ ในกรุง
เทพฯ ยังไม่มีขาย ทั้งชาวกรุงเทพฯ ก็จะมีผลไม้ต่าง ๆ เช่น มังคุด
ทุเรียน ฯลฯ กินได้นานกว่าแต่ก่อน ที่ดินในคาบสมุทตอนใต้ซึ่งเปน
ดินสีแดงอันนับว่าเปนดินอุดมดีชนิดหนึ่ง ทั้งเปนทำเลอันเหมาะ
สำหรับการเพราะปลูกพืชพรรณต่าง ๆ นั้น ยังมีว่างเปล่าอยู่มาก

อนึ่ง ที่ปากน้ำหลังสวนนี้มีหินใต้น้ำอยู่แห่งหนึ่ง เรียกกันว่า
หินคันนา เพราะมีสัณฐานเปนพืดยาวคล้ายกับคันนายาวประมาณสัก
๔๐ ถึง ๕๐ เส้น แลกั้นทางลมมรสุมที่จะพัดมานั้นอยู่ด้วย หิน
ใต้น้ำนี้เวลาน้ำลงมากจะเห็นบางตอนผุดขึ้นมาปริ่มน้ำ ถ้าจะทำ
กำแพงกันคลื่นเสริมขึ้นบนคันหินใต้น้ำนี้ แลทำเครื่องหมายทาง
สำหรับเรือเข้าออกไว้ด้วยแล้ว บางทีก็จะป้องกันคลื่นในฤดูมรสุม
ได้ดี เพราะน้ำข้างภายในหินแลในลำแม่น้ำหลังสวนนั้นก็ลึกพอ
สำหรับเรือใหญ่ขึ้นไปได้ถึงทางรถไฟ ด้วยเรือที่บรรทุกเครื่องรถไฟนั้น
ได้เคยขึ้นไปมากแล้ว ผู้เดินเรือที่ไม่ชำนาญในน่านน้ำนี้ เวลาเข้า
ออกย่อมกลัวหินใต้น้ำนี้มาก
หัวข้อ: Re: [หนังสือหายาก] ที่รฦกแห่งการเปิดทางรถไฟ
เริ่มหัวข้อโดย: ลูกแมวตาดำๆ ที่ 17:59 น. วันที่ 22 ธ.ค.52
๔๐. สพานเขาเทวะดา ใกล้นาวง (ทรงถ่าย)

(http://i284.photobucket.com/albums/ll8/Mongwin/souvenir1917/071tn1.jpg)

หมายเหตุ นาวง เป็นชื่อหมู่บ้าน ปัจจุบันอยู่ริมทางหลวงหมายเลข 4 (เพชรเกษม)
ในตำบลบ้านนา อำเภอศรีนครินทร์ จังหวัดพัทลุง
หัวข้อ: Re: [หนังสือหายาก] ที่รฦกแห่งการเปิดทางรถไฟ
เริ่มหัวข้อโดย: ลูกแมวตาดำๆ ที่ 18:01 น. วันที่ 22 ธ.ค.52
๔๑. วะนาที่นาวง พัทลุง (ทรงถ่าย)

(http://i284.photobucket.com/albums/ll8/Mongwin/souvenir1917/071tn2.jpg)
หัวข้อ: Re: [หนังสือหายาก] ที่รฦกแห่งการเปิดทางรถไฟ
เริ่มหัวข้อโดย: ลูกแมวตาดำๆ ที่ 18:02 น. วันที่ 22 ธ.ค.52
๔๒. อุโมงค์ ทางร่อนพิบูลย์

(http://i284.photobucket.com/albums/ll8/Mongwin/souvenir1917/071tn3.jpg)
หัวข้อ: Re: [หนังสือหายาก] ที่รฦกแห่งการเปิดทางรถไฟ
เริ่มหัวข้อโดย: ลูกแมวตาดำๆ ที่ 18:04 น. วันที่ 22 ธ.ค.52
๔๓. สถานีแยกนคร

(http://i284.photobucket.com/albums/ll8/Mongwin/souvenir1917/072tn1.jpg)

หมายเหตุ สถานีแยกนคร ปัจจุบันคือ สถานีชุมทางเขาชุมทอง
หัวข้อ: Re: [หนังสือหายาก] ที่รฦกแห่งการเปิดทางรถไฟ
เริ่มหัวข้อโดย: ลูกแมวตาดำๆ ที่ 18:06 น. วันที่ 22 ธ.ค.52
๔๔. วัดมหาธาตุ, นครศรีธรรมราช

(http://i284.photobucket.com/albums/ll8/Mongwin/souvenir1917/072tn2.jpg)

หมายเหตุ ปัจจุบันคือวัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร
หัวข้อ: Re: [หนังสือหายาก] ที่รฦกแห่งการเปิดทางรถไฟ
เริ่มหัวข้อโดย: ลูกแมวตาดำๆ ที่ 18:07 น. วันที่ 22 ธ.ค.52
๔๕. พระมหาเจดีย์, วัดมหาธาตุ

(http://i284.photobucket.com/albums/ll8/Mongwin/souvenir1917/072tn3.jpg)
หัวข้อ: Re: [หนังสือหายาก] ที่รฦกแห่งการเปิดทางรถไฟ
เริ่มหัวข้อโดย: ลูกแมวตาดำๆ ที่ 18:08 น. วันที่ 22 ธ.ค.52
(http://i284.photobucket.com/albums/ll8/Mongwin/souvenir1917/073tn.jpg)

๔๗

ใต้หลังสวนลงไปที่ระยะกิโลเมเตอร์ ๕๗๐ จากกรุงเทพ ฯ นั้น
เปนที่ตั้งโรงงานใหญ่ของกรมรถไฟสายนี้ ซึ่งกำลังทำการก่อสร้าง
อยู่ที่ตำบลคันทุลี ที่ตำบลนี้เปนที่มีอากาศดีทั้งน้ำท่าก็บริบูรณ์ แล
อยู่ห่างจากชายทะเลเพียง ๒ กิโลเมเตอร์เท่านั้น อนึ่งที่เชิงเขาใต้
ตำบลคันทุลีลงไปเล็กน้อยนั้น มีพุน้ำร้อนที่ไหลออกมาจากเขา น้ำ
นี้ได้นำมาแยกธาตุดูปรากฏว่ามีธาตุต่าง ๆ ดังนี้
ทดลองดูว่าจะมีกรดหรือไม่..................มีเชื้อกรดอยู่บ้างเล็กน้อย
สี........................................................ขาวแต่ไม่สู้ใสสอาด
กลิ่น....................................................ไฮโดรเย็นซัลไฟด์
รศ......................................................เค็ม
วัตถุธาตุอันกำเนิดแต่พฤกษาชาติ์แลสัตว์.............๐.๐๐๓ ‰
รวมธาตุเกลือต่าง ๆ..........................................๕.๐๐๖ ‰
ธาตุไนตริก แอนไฮไดรด์...............NO3...........๐.๐๙๘ ‰
ธาตุไนตรัส แอนไฮไดรด์..............NO2...........๐.๐๑๐ ‰
ธาตุซัลเฟอริก แอนไฮไดรด์...........SO3...........๐.๕๔๒ ‰
ธาตุซัลเฟอรัส แอนไฮไดรด์...........SO2..........๑.๑๒๒ ‰
ธาตุโคลไรน์................................Cl................๐.๙๓๔ ‰
ธาตุแอมโมเนีย............................NH4...........๐.๐๐๕ ‰
ธาตุคัลซีอัม.................................Ca..............๐.๓๒๘ ‰
ธาตุแมกนีซีอัม............................Mg..............๐.๑๙๙ ‰
หัวข้อ: Re: [หนังสือหายาก] ที่รฦกแห่งการเปิดทางรถไฟ
เริ่มหัวข้อโดย: ลูกแมวตาดำๆ ที่ 18:10 น. วันที่ 22 ธ.ค.52
(http://i284.photobucket.com/albums/ll8/Mongwin/souvenir1917/074tn.jpg)

๔๘

ธาตุแมกนีซีอัม............................Mg..............๐.๑๙๙ ‰
ธาตุเฟอร์รัม.............................. Fe............... ๑.๒๘๖ ‰
ธาตุโปรเตสซีอัม โบรไมน์ ไอโอได ...................๐.๐๖๒ ‰
รวมธาตุเกลือ ..................................................๕.๐๖๖

น้ำแร่ธาตุเช่นนี้มีชื่อในภาษาลาตินว่า "เอกวา ซาไลนา เฟอรโรยิดุ
โนซา ซัลเฟอรีอา" ตามความเห็นของเจ้าพนักงานแยกธาตุโรงเรียน
ราชแพทยาลัยว่าจะใช้บริโภคไม่ได้ ด้วยมีธาตุเกลืออยู่มากเกินไป
(ถ้าบริโภคจะถ่ายท้อง) แค่ในน้ำนี้มีธาตุซัลเฟอรัสแอนไฮไดรด์ คือ
ธาตุสุพรรณถัน แอนไฮไดรด์เจือปนอยู่มาก บางทีจะมีคุณในการใช้
อาบ เพื่อบำบัดโรคต่าง ๆ ที่เปนตามผิวหนังนั้นได้

ไชยาซึ่งตั้งอยู่ที่ระยะกิโลเมเตอร์ ๕๙๗ นั้น เปนบ้านเมือง
โบราณและมีของโบราณที่น่าดูอยู่บ้าง

ที่สำคัญต่อลงไปนี้ คือ สุราษฎร์ธานี (เดิมเรียกท่าข้าม) อยู่
ที่ระยะกิโลเมเตอร์ ๖๓๕ แลตั้งอยู่บนเนินริมแม่น้ำตาปี (เดิมเรียกว่า
แม่น้ำหลวง) ซึ่งเปนแม่น้ำกว้างใหญ่ มีสพานเหล็กของทางรถไฟ
ยาว ๒๐๐ เมเตอร์ข้ามตรงนี้ อนึ่งที่ใกล้ปากน้ำมีตำบลบ้านใหญ่เรียก
ว่าบ้านดอน ตั้งอยู่ใต้สุราษฎร์ธานีลงไปประมาณ ๒๕ กิโลเมเตอร์
ในแม่น้ำตาปีนี้ในฤดูน่าน้ำเรือสินค้าขนาดใหญ่ขึ้นไปได้ไกลมาก แล
ตามตอนปลายแม่น้ำนี้มีป่าไม้กระยาเลยที่มีราคาอยู่มาก นอกจากนี้
ยังมีถ่านศิลาแลแร่ดีบุก ถ่านนั้นได้ขุดแต่จากชั้นตื้น ๆ มาทดลองดู
หัวข้อ: Re: [หนังสือหายาก] ที่รฦกแห่งการเปิดทางรถไฟ
เริ่มหัวข้อโดย: ลูกแมวตาดำๆ ที่ 18:10 น. วันที่ 22 ธ.ค.52
๔๖. บรรไดขึ้นชั้นปทักษิณมหาเจดีย์, วัดมหาธาตุ

(http://i284.photobucket.com/albums/ll8/Mongwin/souvenir1917/075tn.jpg)
หัวข้อ: Re: [หนังสือหายาก] ที่รฦกแห่งการเปิดทางรถไฟ
เริ่มหัวข้อโดย: ลูกแมวตาดำๆ ที่ 18:11 น. วันที่ 22 ธ.ค.52
๔๗. ภาพที่ผนัง, วัดมหาธาตุ

(http://i284.photobucket.com/albums/ll8/Mongwin/souvenir1917/076tn.jpg)
หัวข้อ: Re: [หนังสือหายาก] ที่รฦกแห่งการเปิดทางรถไฟ
เริ่มหัวข้อโดย: ลูกแมวตาดำๆ ที่ 18:12 น. วันที่ 22 ธ.ค.52
(http://i284.photobucket.com/albums/ll8/Mongwin/souvenir1917/077tn.jpg)

๔๙

ก็ว่าใช้ได้ดี แต่ยังไม่มีผู้ใดไปทำกัน ส่วนแร่ดีบุกนั้นมีผุ้ไปทำกัน
อยู่บ้างแล้ว แร่ธาตุเหล่านี้อยู่ไม่ห่างไกลจากลำน้ำนัก จะขน
มาขึ้นรถไฟหรือบรรทุกเรือที่ปากน้ำก็สดวก ไม่สู้ไกลจากสุราษฎร์
ธานีเท่าใดนัก ตามทางนี้น่าจะเปนทางที่พวกอินเดียเข้ามาตั้งภูมิลำเนาทำ
มาหากินในท้องที่เหล่านี้แต่ในโบราณสมัยแล้วก็เปนได้ ด้วยตามใน
ถ้ำต่าง ๆ ในท้องที่เหล่านี้ ขุดได้พระพุทธรูปและเทวรูปต่าง ๆ ซึ่งพิมพ์
ด้วยดินเหนียวไม่เผา มีอักษรของชาวอินเดียภาคใต้จาฤกไว้ที่ข้างหลัง
นั้นด้วย รูปดินพิมพ์แลอักษรจาฤกเหล่านี้คล้ายหรืออย่างเดียวกันกับ
ที่มีอยู่ที่พุทธโบราณสถานที่ในเกาะชวาแลที่นครวัดเมืองเสียมราบนั้น
ทีเดียว ซึ่งนักโบราณคดีวิจารณกันว่า พวกอินเดียได้มาสร้างไว้
เมื่อราว ๘๐๐ หรือ ๙๐๐ ปีที่ล่วงมาแล้ว ซึ่งน่าจะเปนเวลาที่ชาว
อินเดียเที่ยวแผ่อำนาจสาสนาหาเมืองขึ้นอย่างที่ชาวยุโรปทำอยู่ในกาล
ปัตยุบันนี้ วัตถุโบราณที่พบปะในถ้ำต่าง ๆ นี้ บางทีจะได้สร้างขึ้น
ในสมัยนั้นกระมัง

อนึ่งที่วัดถ้ำสิงขรซึ่งอยู่ริมแม่น้ำตาปีขึ้นไปประมาณสัก ๔๐ กิโล
เมเตอร์ (เรือยนต์เดินอย่างกลางราว ๔ ชั่วโมง) ตามลำแม่น้ำนี้
งดงามดีมาก แลมีบ้านเรือนเรือกสวนไร่นาตลอดทาง ที่วัดถ้ำสิงขร
นี้มีถ้ำอยู่หลังวัดริมแม่น้ำนั้นเอง เข้าก็สดวกง่ายดายไม่พักต้อง
---------
หมายเหตุ วัดถ้ำสิงขร ปัจจุบันอยู่ที่ตำบลถ้ำสิงขร อำเภอคีรีรัฐนิคม จังหวัดสุราษฎร์ธานี
หัวข้อ: Re: [หนังสือหายาก] ที่รฦกแห่งการเปิดทางรถไฟ
เริ่มหัวข้อโดย: ลูกแมวตาดำๆ ที่ 18:13 น. วันที่ 22 ธ.ค.52
(http://i284.photobucket.com/albums/ll8/Mongwin/souvenir1917/077tn.jpg)

๕๐

ปีนป่ายอย่างถ้ำอื่น ๆ แลเปนถ้ำที่ไม่มีใครไปก่อสร้างของต่าง ๆ ไว้
มากนัก จึงยังไม่ทำให้เสียความงามธรรมดาของถ้ำนั้น ถ้ำนี้กว้าง
ขวางยืดยาวมีเปลวปล่องหลายแยกหลายแคว แลถ้าจะเรียกว่าถ้ำ
"แสงงาม" ก็สมควร เพราะแสงสว่างตามที่ต่าง ๆ ในถ้ำนี้จะเห็น
ได้หลายอย่างต่างกัน ผู้ที่เคยได้อ่านได้ฟังเรื่องนิยายต่าง ๆ ซึ่ง
บางทีมีกล่าวถึงแสงสว่างในถ้ำต่าง ๆ อันงดงาม ก็จะเห็นได้ในถ้ำนี้
ที่ปากถ้ำนั้นยังมีพระพุทธรูปศิลาแลงแลเทวะรูปโบราณเหลืออยู่บ้าง ผู้
เดินทางซึ่งมีเวลาพักอยู่ที่สุราษฎร์ธานีหลายวัน ควรหาเรือกลไฟ
หรือเรือยนต์ขึ้นไปเที่ยวที่ถ้ำนี้ เพราะเรือยนต์ขนาดใหญ่ไปได้สดวก
แลเทียบท่าวัดได้ทีเดียว แลจะได้เห็นภูมิลำเนาตามลำแม่น้ำนี้ด้วย

อนึ่งในระหว่างไชยาแลสุราษฎร์ธานีตามสองข้างทางรถไฟนั้นเปน
ไร่นาแลดงตาลอันอุดมดีแลจนสุดสายตา ส่วนตามริมแม่น้ำตาปี,
พุมดวง, พุนพิน, แลท่าทองอันเปนแพรกแยกต่อกับแม่น้ำตาปีนั้นเล่า
(เดละตา) ก็มีสวนมะพร้าวแลไร่นาอันเจริญอยู่ทั่วไป นาที่มีอยู่ตอน
ใกล้ปากน้ำนี้เขาเรียกกันว่า "ไร่นาทุ่ง" เปนนาที่ทำได้ผลเสมอทุกปี
ไม่เสียเลยด้วยมีน้ำพอดีเสมอ เพราะอาไศรย์น้ำทะเลล้นทดขึ้นเอง
หรือถ้ามีน้ำป่าไหลบ่ามามากก็ระบายไหลลงทะเลไปเอง น้ำไม่มาก
เกินไป ส่วนเข้าที่ทำได้ในนาเหล่านี้ว่าเปนเข้าอย่างดี เกือบดีเท่า
เข้านครไชยศรี อันมีชื่อเสียงในเมืองไทยนั้น ที่จังหวัดสุราษฎร์ธานีนี้
น่าจะเหมาะสำหรับสร้างโรงสีกลไฟ เพราะมีเข้าอุดมแลคมนาคม
หัวข้อ: Re: [หนังสือหายาก] ที่รฦกแห่งการเปิดทางรถไฟ
เริ่มหัวข้อโดย: ลูกแมวตาดำๆ ที่ 18:14 น. วันที่ 22 ธ.ค.52
๔๘. สถานีพัทลุง

(http://i284.photobucket.com/albums/ll8/Mongwin/souvenir1917/079tn1.jpg)
หัวข้อ: Re: [หนังสือหายาก] ที่รฦกแห่งการเปิดทางรถไฟ
เริ่มหัวข้อโดย: ลูกแมวตาดำๆ ที่ 18:15 น. วันที่ 22 ธ.ค.52
๔๙. ภูเขาที่พัทลุง

(http://i284.photobucket.com/albums/ll8/Mongwin/souvenir1917/079tn2.jpg)
หัวข้อ: Re: [หนังสือหายาก] ที่รฦกแห่งการเปิดทางรถไฟ
เริ่มหัวข้อโดย: ลูกแมวตาดำๆ ที่ 18:17 น. วันที่ 22 ธ.ค.52
๕๐. ภูเขาอกทะลุ, พัทลุง

(http://i284.photobucket.com/albums/ll8/Mongwin/souvenir1917/079tn3.jpg)
หัวข้อ: Re: [หนังสือหายาก] ที่รฦกแห่งการเปิดทางรถไฟ
เริ่มหัวข้อโดย: ลูกแมวตาดำๆ ที่ 18:17 น. วันที่ 22 ธ.ค.52
(http://i284.photobucket.com/albums/ll8/Mongwin/souvenir1917/080tn.jpg)

๕๑

อันดีทั้งทางน้ำแลทางบก ที่จะนำเข้าไปจำหน่ายยังตลาดเช้าในต่าง
ประเทศได้สดวก ในเวลานี้ก็มีโรงสีกลไฟขนาดย่อมตั้งขึ้นโรงหนึ่งแล้ว
แลโรงเลื่อยจักรใหญ่ของบริษัทเดนมารคตั้งอยู่ที่บ้านดอน การหัตถ
กรรมอย่างอื่นในจังหวัดนี้ มีการทอผ้าต่าง ๆ มาก ตั้งแต่ผ้าพื้น,
ผ้าม่วง, ผ้ายกดอก, จนผ้ายกทองก็ทอได้

ตั้งแต่สุราษฎร์ธานีลงไป ทางรถไฟผ่านไปในป่าใสไม่มีอะไร
ที่น่าดูนัก จนเข้าในเขตร์ทุ่งกระเบียด ตำบลบ้านกระเบียดนั้นเปน
ทุ่งย่อม ๆ อยู่ในระหว่างภูเขามีทุ่งนาแลหมู่บ้านแลในเวลาที่มีอากาศ
ดีก็เปนที่น่าดูอยู่แห่งหนึ่ง ด้วยภูมิภาพในตำบลนี้งามดี แลตาม
ในท้องที่เหล่านี้มีนกยุงชุกชุมมาก เมื่อรถไฟผ่านไปเคยเห็นนกยุงลง
กินอยู่ตามในที่เตียนบ่อย ๆ สัตว์ป่าต่าง ๆ ที่น่ายิงนั้นมีชุกชุมแลจะ
หายิงได้ง่าย อนึ่งช้างเถื่อนนั้น ในท้องที่เหล่านี้ในตอนใกล้ทุ่งสงก็มีอยู่
ชุกชุมเหมือนกัน ส่วนแร่ดีบุกนั้น ก็มีอยู่ทั่วไป แลมีผู้ไปตั้งทำ
เหมือนกันบ้างแล้ว แลเมื่อมีทางรถไฟซึ่งเปนคมนาคมอันดีขึ้นแล้ว
ความเจริญในการทำเหมืองแร่ดีบุกนั้นต่อไป ก็คงจะเจริญขึ้นได้ใน
เร็วปีเปนแน่

ทุ่งสงซึ่งอยู่ที่ระยะกิโลเมเตอร์ ๗๕๗ จากกรุงเทพ ฯ นั้น เปน
ตำบลที่ทางรถไฟแยกลงไปจากสายกลางยังท่าเรือที่ตรัง ซึ่งตั้งอยู่ริม
แม่น้ำใหญ่ชื่อเดียวกัน ทางแยกนี้มีระยะยาว ๙๓ กิโลเมเตอร์ แล
ที่ปลายทางรถไฟนี้อยู่ห่างจากทะเลประมาณ ๑๒ กิโลเมเตอร์เท่านั้น เปน
หัวข้อ: Re: [หนังสือหายาก] ที่รฦกแห่งการเปิดทางรถไฟ
เริ่มหัวข้อโดย: ลูกแมวตาดำๆ ที่ 18:19 น. วันที่ 22 ธ.ค.52
(http://i284.photobucket.com/albums/ll8/Mongwin/souvenir1917/081tn.jpg)

๕๒

ท่าจอดเรือที่ใกล้ที่สุดทางฝั่งตวันตกของประเทศสยามแลเมืองปินัง
ในระหว่างตรังแลปินังนั้น มีเรือรับส่งคนโดยสานแลสินค้าสัปดาหะ
ละ ๒ ครั้ง แลเวลาที่ใช้เดินเรือนั้นประมาณ ๒๐ ชั่วโมง (เรือขนาด
ย่อมไม่ใช่เรือเร็ว) ถ้าไปเรือทางตอนในระหว่างฝั่งแลเกาะต่าง ๆ
นั้น จะเห็นภูมิภาพอันงดงามน่าชมมาก

ที่ทุ่งสงนั้นเปนทุ่งกว้างมีภูเขาล้อมอยู่โดยรอบ แลเปนทุ่งที่
อยู่สูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ ๑๗๐ ฟีต (บางทีที่เรียกตำบลนี้ว่า
ทุ่งสงนั้น ก็จะเปนทุ่งสูงนั้นกระมัง) ด้วยจะเห็นได้ชัดเมื่อเดินทาง
อยู่ในรถไฟจากสถานีแยกนครหรือจากตรังมายังทุ่งสงว่าทุ่งนั้นเปนที่
สูงด้วย ทางรถไฟนั้นเดินสูงขึ้นไปทุกทีจนถึงทุ่งสงแล้วจึงเปนที่ราบ
ที่ตำบลทุ่งสงนี้มีบ้านเรือนเรือกสวนไร่นาหนาแน่น, ตลาดผ้าผ่อน
แพรพรรณสิ่งของเครื่องใช้ต่าง ๆ แลอาหารการกินต่าง ๆ ก็มี
บริบูรณ์ เปนที่เย็นสบายมีอากาศดีแห่งหนึ่ง ส่วนภูมิภาพที่เห็นโดย
รอบจากตำบลนี้ก็งดงามดียิ่งนัก ด้วยเห็นภูเขาต่าง ๆ ทั้งที่อยู่ใกล้
แลไกล เช่น เขาร่อนพิบูลย์แลเขาหลวง ซึ่งอยู่ใกล้นครศรีธรรมราช
อันเปนเขาสูงที่สุดในพระราชอาณาจักร์ภาคนี้ สูงประมาณ ๕,๗๐๐ ฟีต
ส่วนน้ำท่าในตำบลนี้ก็มีบริบูรณ์ตลอดปี แลเปนน้ำที่ใสสอาดดีมาก
ในที่ใกล้ที่ว่าการอำเภอนั้นมีเขาน้อยอยู่แห่งหนึ่ง เรียกว่าร "เขาถ้ำ
ตลอด" มีถ้ำยาวคล้ายอุโมงค์รถไฟทะลุตลอดเขา จึงเรียกกันว่า
ถ้ำตลอด ในถ้ำนี้มีพระพุทธรูปไสยาศน์ด้วย ถ้ามีเวลาก็น่าเดินไปดู
หัวข้อ: Re: [หนังสือหายาก] ที่รฦกแห่งการเปิดทางรถไฟ
เริ่มหัวข้อโดย: ลูกแมวตาดำๆ ที่ 18:20 น. วันที่ 22 ธ.ค.52
๕๑. ถนนระหว่างตรังแลพัทลุง

(http://i284.photobucket.com/albums/ll8/Mongwin/souvenir1917/082tn2.jpg)
หัวข้อ: Re: [หนังสือหายาก] ที่รฦกแห่งการเปิดทางรถไฟ
เริ่มหัวข้อโดย: ลูกแมวตาดำๆ ที่ 18:21 น. วันที่ 22 ธ.ค.52
๕๒. หมู่บ้านในทะเลสาป, สงขลา

(http://i284.photobucket.com/albums/ll8/Mongwin/souvenir1917/082tn1.jpg)
หัวข้อ: Re: [หนังสือหายาก] ที่รฦกแห่งการเปิดทางรถไฟ
เริ่มหัวข้อโดย: ลูกแมวตาดำๆ ที่ 18:21 น. วันที่ 22 ธ.ค.52
๕๓. ท่าเรือในที่ปลายทางรถไฟสงขลา (ทรงถ่าย)

(http://i284.photobucket.com/albums/ll8/Mongwin/souvenir1917/082tn3.jpg)
หัวข้อ: Re: [หนังสือหายาก] ที่รฦกแห่งการเปิดทางรถไฟ
เริ่มหัวข้อโดย: ลูกแมวตาดำๆ ที่ 18:22 น. วันที่ 22 ธ.ค.52
๕๔. สถานีบอกสัญญาแลกระโจมไฟ, สงขลา

(http://i284.photobucket.com/albums/ll8/Mongwin/souvenir1917/083tn1.jpg)
หัวข้อ: Re: [หนังสือหายาก] ที่รฦกแห่งการเปิดทางรถไฟ
เริ่มหัวข้อโดย: ลูกแมวตาดำๆ ที่ 18:24 น. วันที่ 22 ธ.ค.52
ในภาพมีภูเขาสองลูก
เขาด้านหลังมีเจดีย์อยู่ข้างบน คือ เขาตังกวน
เขาด้านหน้า ซึ่งอยู่ทางขวามือของภาพ บังเขาด้านหลังอยู่ คือ เขาน้อย

ดังนั้นภาพนี้ ไม่ใช่ถนนสุขุม ซึ่งอยู่ระหว่างเขาตังกวนกับเขาน้อยครับ
แต่น่าจะเป็นถนนซอยของถนนสะเดาครับ

และอาคารในภาพคือ จวนสมุหเทศาภิบาล ครับ
ปัจจุบันตำแหน่งตรงนี้คือ ตำหนักเขาน้อยนั่นเอง
หัวข้อ: Re: [หนังสือหายาก] ที่รฦกแห่งการเปิดทางรถไฟ
เริ่มหัวข้อโดย: ลูกแมวตาดำๆ ที่ 18:24 น. วันที่ 22 ธ.ค.52
๕๕. ป่าสน, ที่สงขลา

(http://i284.photobucket.com/albums/ll8/Mongwin/souvenir1917/083tn2.jpg)
หัวข้อ: Re: [หนังสือหายาก] ที่รฦกแห่งการเปิดทางรถไฟ
เริ่มหัวข้อโดย: ลูกแมวตาดำๆ ที่ 18:26 น. วันที่ 22 ธ.ค.52
๕๖. เสือป่าถือน้ำที่สงขลา

(http://i284.photobucket.com/albums/ll8/Mongwin/souvenir1917/083tn3.jpg)
หัวข้อ: Re: [หนังสือหายาก] ที่รฦกแห่งการเปิดทางรถไฟ
เริ่มหัวข้อโดย: ลูกแมวตาดำๆ ที่ 18:29 น. วันที่ 22 ธ.ค.52
(http://i284.photobucket.com/albums/ll8/Mongwin/souvenir1917/084tn.jpg)

๕๓

เพราะอยู่ใกล้ ๆ นอกจากนี้ยังมีน้ำตกอยู่แห่งหนึ่งที่โยง เรียกกันว่า
"น้ำตกโยง" น้ำตกนี้สูงประมาณ ๑๕ วา ตกลงมาในอ่างอันกว้าง
ใหญ่เปนที่งดงามน่าดูอยู่อีกแห่งหนึ่ง ส่วนป่าที่ก่อนจะถึงตำบลที่
มีน้ำตกนั้น เปนป่าอันงดงามร่มรื่นเย็นสบายน่าชมยิ่งนัก

อนึ่งที่ทุ่งสงนี้มีทางรถยนต์ไปยังทับเที่ยง, ตรัง, อำเภอร่อนพิบูลย์,
แลนครศรีธรรมราช ทางรถยนต์เหล่านี้ผ่านไปในทุ่งนาป่าเขาอันเปน
ที่งดงามน่าชมมาก

ที่ร่อนพิบูลย์นั้นมีการทำเหมืองแร่ดีบุกตามวิธีโบราณ ถ้ายัง
ไม่เคยเห็นการทำเหมืองเปนสิ่งที่น่าดู เพราะการทำเหมืองแร่ดีบุก
นี้เปนผลประโยชน์ แลสินค้าใหญ่ของบ้านเมืองนี้อย่างหนึ่ง

ตรังนั้นนับว่าเปนเมืองเก่าแก่เมืองหนึ่ง เพราะชาวโปร์ตุแกล
ซึ่งเปนชาวชาติ์ยุโรปที่ได้เดินเรือค้าขายในทวีปฝ่ายตวันออกในกาลหลาย
ร้อยปีมาแล้ว ก่อนชาวชาติอื่น ๆ ในยุโรปนั้นก็ได้เคยรู้จักตรังมา
แต่ในกาลโบราณโน้นแล้ว แต่เขาเรียกว่า "ตารังกะ" แต่เมืองเก่า
แก่นั้นตั้งอยู่ห่างจากปากน้ำเข้ามามาก หาใช่ตรังซึ่งตั้งอยู่ในปัตยุบันนี้ไม่

สินค้าต่าง ๆ ที่จำหน่ายออกไปยังเมืองต่างประเทศจากจังหวัดตรังนั้น
มีแร่ดีบุก, ไม้ต่าง ๆ, พริกไทย, ลูกจันดอกจัน, โค, กระบือ, สุกร, เป็ด,
ไก่, เปนต้น พริกไทยตรังนั้นมีชื่อว่าเปนพริกไทยอย่างดีในตลาด
กรุงลอนดอน จากท่าเรือที่ตรังนี้มีเรือเดินไปยังจังหวัดต่าง ๆ ตาม
--------------
หมายเหตุ น่าสังเกตว่า ตรังในหนังสือเล่มนี้ หมายถึง กันตังในปัจจุบัน
ส่วนตัวเมืองตรังในปัจจุบัน ในหนังสือเล่มนี้ เรียกว่า ทับเที่ยง

ไม่แน่ใจว่า ตารังกะ อยู่ที่ไหนกันแน่ครับ
หัวข้อ: Re: [หนังสือหายาก] ที่รฦกแห่งการเปิดทางรถไฟ
เริ่มหัวข้อโดย: ลูกแมวตาดำๆ ที่ 18:30 น. วันที่ 22 ธ.ค.52
(http://i284.photobucket.com/albums/ll8/Mongwin/souvenir1917/085tn.jpg)

๕๔

ชายทะเลในมณฑลภูเก็ตซึ่งเป็นมณฑลที่มีการทำเหมืองแร่ดีบุกมาก
ถ้าผู้ใดมีประสงค์จะดูการทำเหมืองแร่ดีบุกแล้ว ก็ควรไปเที่ยวดูใน
มณฑลนี้

ทับเที่ยงนั้นอยู่ข้างทิศเหนือแห่งตรังประมาณ ๒๑ กิโลเมเตอร์
เปนตำบลสำคัญแห่งหนึ่งตามทางรถไฟที่แยกจากทุ่งสงไปยังตรัง ด้วย
เปนที่ ๆ ทำการเพาะปลูกเจริญมาก ทั้งมีพลเมืองหนาแน่น จาก
ทับเที่ยงนี้มีถนนรถยนต์ไปยังตรังทางทิศใต้ ทางทิศตวันออกเฉียงเหนือ
ยังนครศรีธรรมราชผ่านตำบลห้วยยอด, เขาขาว, ทุ่งสง, แลร่อนพิบูลย์
แลทางทิศตวันออกยังพัทลุง ผ่านทางช่องเขา การเที่ยวด้วยรถยนต์
ตามถนนเหล่านี้ เปนที่สนุกสบายงดงามเพลิดเพลินดีนัก

ภูมิที่ตามทางเหล่านี้ แลที่ช่องเขานั้นเปนต้น เปนที่งดงาม
น่าชมมาก แลที่เชิงเขาซึ่งเปนเขาปันน้ำแลปันเขตร์มณฑลนคร
ศรีธรรมราชแลมณฑลภูเก็ตนั้น มีวะนาของหลวงอันงดงามน่าพึงชม
ยิ่งนัก วะนาในเขตร์มณฑลนครศรีธรรมราชนั้นอยู่ที่ตำบลนาวง แลใน
เขตร์มณฑลภูเก็ตนั้น อยู่ในที่ใกล้ช่องเขานั้นเอง ในวะนาทั้ง ๒ แห่งนี้
มีพลับพลาที่ประทับของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว แต่อนุญาตให้
เที่ยวชมเล่นได้ ในวะนาทั้ง ๒ แห่งนี้มีลำธารซึ่งมีน้ำใสสอาดไหล
อยู่ตลอดปี ส่วนตามลำธารอันอยู่ในวะนาที่ช่องเขาในเขตร์ของมณฑล
ภูเก็ตนั้น มีน้ำตกอันงดงามน่าชมหลายแห่ง

อนึ่งตามเขาสูงในที่ใกล้ตำบลนี้ยังมีพวกเงาะป่าซึ่งเปนเจ้าถิ่น
หัวข้อ: Re: [หนังสือหายาก] ที่รฦกแห่งการเปิดทางรถไฟ
เริ่มหัวข้อโดย: ลูกแมวตาดำๆ ที่ 18:30 น. วันที่ 22 ธ.ค.52
๕๗. น้ำตกที่โยง (ทรงถ่าย)

(http://i284.photobucket.com/albums/ll8/Mongwin/souvenir1917/086tn1.jpg)
หัวข้อ: Re: [หนังสือหายาก] ที่รฦกแห่งการเปิดทางรถไฟ
เริ่มหัวข้อโดย: ลูกแมวตาดำๆ ที่ 18:32 น. วันที่ 22 ธ.ค.52
๕๘. ท่าเรือ, สายบูรี (ทรงถ่าย)

(http://i284.photobucket.com/albums/ll8/Mongwin/souvenir1917/086tn2.jpg)
หัวข้อ: Re: [หนังสือหายาก] ที่รฦกแห่งการเปิดทางรถไฟ
เริ่มหัวข้อโดย: ลูกแมวตาดำๆ ที่ 18:33 น. วันที่ 22 ธ.ค.52
๕๙. วัดชลธารา, ปัตตานี

(http://i284.photobucket.com/albums/ll8/Mongwin/souvenir1917/087tn1.jpg)
หัวข้อ: Re: [หนังสือหายาก] ที่รฦกแห่งการเปิดทางรถไฟ
เริ่มหัวข้อโดย: ลูกแมวตาดำๆ ที่ 18:33 น. วันที่ 22 ธ.ค.52
๖๐. กระบวนแห่, ปัตตานี

(http://i284.photobucket.com/albums/ll8/Mongwin/souvenir1917/087tn2.jpg)
หัวข้อ: Re: [หนังสือหายาก] ที่รฦกแห่งการเปิดทางรถไฟ
เริ่มหัวข้อโดย: ลูกแมวตาดำๆ ที่ 18:35 น. วันที่ 22 ธ.ค.52
(http://i284.photobucket.com/albums/ll8/Mongwin/souvenir1917/088tn.jpg)

๕๕

ดั้งเดิมของท้องที่เหล่านี้เหลืออยู่บ้าง นายคะนังเงาะป่าที่พระบาท
สมเด็จพระรามาธิบดีที่ ๕ ทรงได้มาเมื่อคราวเสด็จประภาศตามบ้านเมือง
แถบนี้ ก็มาแต่ภูเขาสูงเหล่านี้

ที่ดินในท้องที่แถวนี้เปนที่ดินดีเหมาะสำหรับการปลูกต้นยาง
ปารารับเบอร์

อำเภอห้วยยอด ซึ่งอยู่ตามทางรถไฟที่ระยะกิโลเมเตอร์ ๕๐ เหนือ
ตรังนั้น มีการทำเหมืองแร่ดีบุกที่ตำบลเขาขาว แลห่างจากที่
ว่าการอำเภอห้วยยอดไปข้างทิศตวันตกประมาณ ๓๒ กิโลเมเตอร์ มี
ถ้ำงามน่าชมอยู่หลายแหล่ง แต่ถ้ำที่สำคัญนั้นชื่อ ถ้ำปินะ

ความเจริญรุ่งเรืองของชาวอินเดียในโบราณกาลนั้น คงได้เข้า
มาถึงท้องที่เหล่านี้ด้วยเหมือนกัน เพราะตามในถ้ำต่าง ๆ ขุดได้พระ
แลเทวะรูปต่าง ๆ ซึ่งทำด้วยดินไม่เผาซึ่งเปนฝีมือฮินดูโบราณมาก
รูปดินพิมพ์เหล่านี้อย่างเดียวกันกับที่ได้ขุดพบในมณฑลสุราษฎร์ จึง
ไม่น่าสงไสย์เลยว่า พวกนักบวชพราหมณ์ได้เคยใช้ถ้ำเหล่านี้เปนที่อยู่
หรือที่เข้าฌานมาแต่ในกาลโบราณ ซึ่งพระสงฆ์ก็ยังชอบเข้าไปอยู่ใน
เวลานี้

อนึ่งตามในท้องที่เหล่านี้แร่ดีบุกก็มีอยู่มาก ทั้งดินก็อุดม
เหมาะแก่การกสิกรรม แลเมื่อมีทางรถไฟขึ้นแล้วดังนี้ ก็คงจะ
เจริญขึ้นเร็วได้เปนแน่

เมื่อออกจากทุ่งสงแล้ว ทางรถไฟตัดไปข้างทางทิศตวันออก
หัวข้อ: Re: [หนังสือหายาก] ที่รฦกแห่งการเปิดทางรถไฟ
เริ่มหัวข้อโดย: ลูกแมวตาดำๆ ที่ 18:35 น. วันที่ 22 ธ.ค.52
(http://i284.photobucket.com/albums/ll8/Mongwin/souvenir1917/089tn.jpg)

๕๖

เลียบขึ้นไปตามลุ่มน้ำปากแพรกจนถึงตำบลซึ่งสูงสุดในช่องเขาปันน้ำ
นั้นแล้ว ผ่านลงไปตามช่องทางลึกซึ่งตัดไปในเขานั้นต่อไปตามคัน
ทางที่ได้ถมขึ้นสูงมากนั้นแล้ว ก็ลอดเข้าอุโมงค์สั้นแห่งหนึ่งลงไป
ยังท้องทุ่งในอำเภอร่อนพิบูลย์ ตัดไปหาฝั่งตวันออกแห่งคาบสมุท
ลงไปทางทิศใต้ยังพรมแดนเมืองกลันตัน ภูมิภาพตาม ๒ ข้างทาง
รถไฟ เมื่อจวนจะข้ามช่องเขาปันน้ำแลเมื่อลงเขานั้นงามมาก

ในอำเภอร่อนพิบูลย์นี้มีแร่ดีบุกอยู่มาก ซึ่งมีผู้ได้ทำแต่ใน
กาลโบราณมาแล้ว แลเขากล่าวกันว่าชาวยุโรปโปร์ตุแกลได้
เคยมาเที่ยวตรวจดูเหมืองแร่ถึงตำบลนี้ เมื่อประมาณ ๒๐๐ ปีมาแล้ว
จากทุ่งสงมา ๒๔ กิโลเมเตอร์ มีทางแยกจากทางสายกลางไปยัง
นครศรีธรรมราช (ที่ตำบลนี้เรียกกันโดยย่อว่า "แยกนคร") ทางแยก
นี้ยาวเพียง ๓๕ กิโลเมเตอร์เท่านั้น

นครศรีธรรมราชนี้นับว่าเปนเมืองเก่าแก่โบราณที่สุดในคาบสมุท
ซึ่งชาวนานานประเทศรู้จักกันมาแล้วแต่ในสมัยโบราณ มีชาวยุโรป
เปนต้นแลเรียกกันว่า ลิกอร์ (หรือนครนั่นเอง)

ที่นครศรีธรรมราชนี้ มีมหาเจดีย์โบราณสำคัญซึ่งนิยมกันว่า
เปนที่บรรจุพระบรมธาตุอันเปนที่เลื่องลือนับถือมากที่สุดในประเทศสยาม
แห่งหนึ่ง เมืองนี้ได้เคยเปนนครหลวงแห่งนครศรีธรรมราชมาแต่ใน
กาลโบราณอันมีเดชานุภาพมากในคาบสมุทนี้ แลมีปรากฏในตำนาน
ว่าได้เคยมีการค้าขายติดต่อกับประเทศอินเดียช้านานหลายร้อยปีมาแล้ว
หัวข้อ: Re: [หนังสือหายาก] ที่รฦกแห่งการเปิดทางรถไฟ
เริ่มหัวข้อโดย: ลูกแมวตาดำๆ ที่ 18:36 น. วันที่ 22 ธ.ค.52
๖๒. วะนา, ที่ตรัง

(http://i284.photobucket.com/albums/ll8/Mongwin/souvenir1917/090tn1.jpg)
หัวข้อ: Re: [หนังสือหายาก] ที่รฦกแห่งการเปิดทางรถไฟ
เริ่มหัวข้อโดย: ลูกแมวตาดำๆ ที่ 18:38 น. วันที่ 22 ธ.ค.52
๖๑. เหมืองแร่, เขาขาว

(http://i284.photobucket.com/albums/ll8/Mongwin/souvenir1917/090tn2.jpg)
หัวข้อ: Re: [หนังสือหายาก] ที่รฦกแห่งการเปิดทางรถไฟ
เริ่มหัวข้อโดย: ลูกแมวตาดำๆ ที่ 18:38 น. วันที่ 22 ธ.ค.52
๖๓. ที่ใกล้ปากอุโมงค์ข้างใต้

(http://i284.photobucket.com/albums/ll8/Mongwin/souvenir1917/090tn3.jpg)
หัวข้อ: Re: [หนังสือหายาก] ที่รฦกแห่งการเปิดทางรถไฟ
เริ่มหัวข้อโดย: ลูกแมวตาดำๆ ที่ 18:39 น. วันที่ 22 ธ.ค.52
๖๔. ภูมิภาพ สงขลา ดูไปจากเขาตังกวน

(http://i284.photobucket.com/albums/ll8/Mongwin/souvenir1917/091tn1.jpg)
หัวข้อ: Re: [หนังสือหายาก] ที่รฦกแห่งการเปิดทางรถไฟ
เริ่มหัวข้อโดย: ลูกแมวตาดำๆ ที่ 21:53 น. วันที่ 22 ธ.ค.52
ภาพนี้นับได้ว่ามีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ยุคใหม่ของเมืองสงขลาเป็นอย่างยิ่ง
มองเห็นอาคารสถานีรถไฟสงขลาและทางรถไฟอยูทางด้านซ้ายของภาพ

ด้านขวาที่เป็นเส้นตรง ๆ คือ ถนนรามวิถี ซึ่งเพิ่งสร้างเสร็จไม่นานครับ
สำหรับหลังคาโบสถ์ที่เห็นในภาพ
เป็นโบสถ์วัดแจ้ง ซึ่งโบสถ์ของวัดหลายแห่งในสงขลา
หัวข้อ: Re: [หนังสือหายาก] ที่รฦกแห่งการเปิดทางรถไฟ
เริ่มหัวข้อโดย: ลูกแมวตาดำๆ ที่ 21:57 น. วันที่ 22 ธ.ค.52
๖๕. ลำน้ำเหนือทับเที่ยง

(http://i284.photobucket.com/albums/ll8/Mongwin/souvenir1917/091tn2.jpg)
หัวข้อ: Re: [หนังสือหายาก] ที่รฦกแห่งการเปิดทางรถไ
เริ่มหัวข้อโดย: ลูกแมวตาดำๆ ที่ 22:08 น. วันที่ 22 ธ.ค.52
(http://i284.photobucket.com/albums/ll8/Mongwin/souvenir1917/092tn.jpg)

๕๗

ในจังหวัดนครศรีธรรมราชนั้น การกสิกรรมรุ่งเรืองเจริญมาก
เช่นการทำนาแลการทำไร่แลสวนผลไม้ต่าง ๆ เป็นต้น ส่วนสัตว์
ต่าง ๆ เช่น ช้างแลโคกระบือเปนต้นนั้น ย่อมเลี้ยงแลผสมกันตาม
เชิงเขาต่าง ๆ อันเปนที่เหมาะสำหรับการนี้

จากสถานีแยกนคร ทางรถไฟตัดตรงไปยังอู่ตะเภาผ่านพัทลุง
พัทลุงนี้ก็เปนเมืองเก่าแก่โบราณเหมือนกัน เคยเปนที่ประทับของเจ้า
ผู้ปกครองนครอันมีอำนาจในภาคนี้มาแต่ก่อนแห่งหนึ่ง แลได้เคยมีการ
ค้าขายกับประเทศอินเดียมาแต่ในกาลโบราณนั้นด้วยเหมือนกัน ส่วน
พวกพราหมณ์ในจังหวัดนี้ซึ่งเปนผู้สืบสายต่อมาจากพวกพราหมณ์นักบวช
ซึ่งมาแต่ประเทศอินเดียในกาลโบราณหลายร้อยปีมาแล้วนั้น ก็ยัง
ประพฤติ์แลถือเพศนักบวชพราหมณ์อยู่ตราบเท่าทุกวันนี้ สถานีที่
พัทลุงนั้นอยู่ห่างจากที่ว่าการจังหวัดซึ่งอยู่ริมทะเลสาป ณ ตำบลลำปานั้น
ประมาณ ๗ กิโลเมเตอร์ สำหรับผู้ที่ชอบเที่ยวทางเรือแล้ว ก็ควร
หยุดเที่ยวในทะเลสาปตามเกาะรังนกแลที่อื่น ๆ ด้วยเปนที่น่าสนุกอยู่
แลงามดี จากพัทลุงมีถนนข้ามคาบสมุทไปยังฝั่งตวันตกผ่านทางช่อง
เขาแลทับเที่ยงไปยังตรังดังได้กล่าวมาแล้วนั้น ถนนสายนี้ก็ได้ตัดไป
ตามทางดั้งเดิมที่เคยใช้เปนทางเดินไปมาค้าขายกันมาแต่ในสมัยโบราณ
แล้วนั้นเอง ในจังหวัดนี้มีการทำนา, การเลี้ยงโค, กระบือ, สุกร, เป็ด,
ไก่, แลจับปลาในทะเลสาปเปนการสำคัญ
หัวข้อ: Re: [หนังสือหายาก] ที่รฦกแห่งการเปิดทางรถไฟ
เริ่มหัวข้อโดย: ลูกแมวตาดำๆ ที่ 22:11 น. วันที่ 22 ธ.ค.52
(http://i284.photobucket.com/albums/ll8/Mongwin/souvenir1917/093tn.jpg)

๕๘

สถานีอู่ตะเภานั้น ที่ระยะกิโลเมเตอร์ ๙๒๕ จากกรุงเทพ ฯ นั้น
มีทางแยกไปยังสงขลายาว ๒๗ กิโลเมเตอร์ทางหนึ่ง
แลแยกไปยัง
เมืองเคดา (ไทรบุรี) อีกทางหนึ่งยาว ๔๘ กิโลเมเตอร์ ไปต่อกับทาง
รถไฟในแหลมมลายูของอังกฤษที่พรมแดนเมืองเคดา

สงขลานั้นตั้งอยู่ริมทะเลสาบตอนที่ติดต่อกับทะเลใหญ่ แลท่า
จอดเรือที่สุดทางรถไฟ ในทะเลสาปที่สงขลานี้ นับว่าเปนท่าจอดเรือ
อย่างวิเศษที่เปนเอง ด้วยตามฝั่งตะวันออกของคาบสมุทนี้ ตั้งแต่
กรุงเทพ ฯ ลงไปยังเมืองสิงคโปร์นั้น นอกจากที่สงขลานี้แล้วก็ไม่มี
ท่าจอดเรือดีเลย ถ้าขุดปากช่องทะเลสาปนั้นให้ลึกพอ หรือขุด
คลองตัดแหลมสนไปออกตรงเกาะหนูเกาะแมวอันเปนที่กำบังลมมรสุม
แลมีน้ำลึกนั้นขึ้นแล้ว ก็จะเปนท่าจอดเรืออย่างเอกแห่งหนึ่ง เพราะ
เรือสินค้าขนาดใหญ่จะเข้าออกได้สดวกตลอดปี ด้วยในทะเลสาปนั้น
มีน้ำลึกมากกว้างขวางพอสำหรับเรือขนาดใหญ่ที่กินน้ำลึกจะเข้าไปจอด
แลทอดสมอได้มาก ในเวลานี้เข้าได้แต่เรือขนาดย่อมที่กินน้ำเพียง
๗ ฟิตเท่านั้น เรือใหญ่เข้าไปจอดใกล้ฝั่งได้เพียง ๒ ถึง ๓ กิโลเมเตอร์
เปนอย่างใกล้ แล้วต้องถ่ายสินค้าลงเรือลำเลียงอีกชั้นหนึ่งซึ่งทำให้
ราคาแพงมากขึ้น ส่วนในฤดูมรสุมนั้นเรือใหญ่ต้องไปจอดบังลมอยู่ที่
เกาะหนูเกาะแมวซึ่งอยู่ห่างออกไปอีกมาก การถ่ายสินค้านั้นลำบาก
ยิ่งนัก ที่ท่าเรือสงขลานี้กรมรถไฟได้ขนเครื่องรถไฟขึ้นแล้วประมาณ
๓๐,๐๐๐ ตันกว่า ถ้าได้แก้ไขท่าเรือให้เรือใหญ่จอดได้สดวกทุกฤดู
หัวข้อ: Re: [หนังสือหายาก] ที่รฦกแห่งการเปิดทางรถไฟ
เริ่มหัวข้อโดย: ลูกแมวตาดำๆ ที่ 22:16 น. วันที่ 22 ธ.ค.52
๖๖. เขาเทวะดา (ทรงถ่าย)

(http://i284.photobucket.com/albums/ll8/Mongwin/souvenir1917/094tn1.jpg)
หัวข้อ: Re: [หนังสือหายาก] ที่รฦกแห่งการเปิดทางรถไฟ
เริ่มหัวข้อโดย: ลูกแมวตาดำๆ ที่ 22:18 น. วันที่ 22 ธ.ค.52
๖๗. ทุ่งนาที่นาม่วง

(http://i284.photobucket.com/albums/ll8/Mongwin/souvenir1917/094tn2.jpg)
หัวข้อ: Re: [หนังสือหายาก] ที่รฦกแห่งการเปิดทางรถไฟ
เริ่มหัวข้อโดย: ลูกแมวตาดำๆ ที่ 22:58 น. วันที่ 22 ธ.ค.52
๖๘. เหมืองแร่, ที่นาม่วง

(http://i284.photobucket.com/albums/ll8/Mongwin/souvenir1917/094tn3.jpg)
หัวข้อ: Re: [หนังสือหายาก] ที่รฦกแห่งการเปิดทางรถไฟ
เริ่มหัวข้อโดย: ลูกแมวตาดำๆ ที่ 23:02 น. วันที่ 22 ธ.ค.52
(http://i284.photobucket.com/albums/ll8/Mongwin/souvenir1917/095tn.jpg)

๕๙

กาลแล้ว ไม่น่าสงไสย์เลยว่าคงจะมีบริษัทเดินเรือกลไฟนำเรือใหญ่
มาเดินในระหว่างสงขลาอันเปนสุดทางรถไฟทางฝั่งตวันออกของประเทศ
สยามแลเมืองจีน แลเดินเรือรับส่งสินค้าแลคนโดยสานในระหว่าง
ประเทศสยามภาคนี้แลเมืองจีนเปนแน่ ด้วยเปนทางตรง ส่วนคน
โดยสาน (จีน) แลสินค้าที่จะมีไปมาในระหว่างมณฑลภูเก็ตแลมณฑล
อื่นในภาคนี้ คงจะไปมาทางนี้มาก ด้วยไม่ต้องอ้อมไปขึ้นที่ปีนัง
หรือเลยขึ้นมายังกรุงเทพ ฯ ก่อนดังที่เปนอยู่ในเวลานี้ ถ้าจัดการให้
เปนได้เช่นนั้นแล้ว ผลประโยชน์ของการรถไฟก็จะเจริญขึ้นโดยเร็ว
ด้วย ทั้งการกสิกรรมแลพานิชการในพระราชอาณาจักร์ภาคนี้ ก็จะ
เจริญตามขึ้นด้วยเหมือนกัน

จากตำบลอู่ตะเภานั้น ทางสายกลางตัดตรงลงไปยังทิศใต้ผ่าน
มณฑลปัตตานีไปต่อกับทางรถไฟของอังกฤษที่แม่น้ำโกโละอันเปนพรมแดน
ระหว่างปัตตานีแลกลันตันนั้น เปนระยะทางยาว ๒๑๙ กิโลเมเตอร์ รวม
ระยะทางจากกรุงเทพพระมหานครตำบลบางกอกน้อยลงไปถึงพรมแดน
เมืองกลันตัน เปนทางยาวประมาณ ๑,๑๔๕ กิโลเมเตอร์ ในเวลานี้
ทางที่ทำแล้วเสร็จเปิดรับคนโดยสานได้ถึงตำบลนาโดหรือนาประดูใน
มณฑลปัตตานี จากสถานีนี้มีถนนรถยนต์ยาวประมาณ ๓๐ กิโลเมเตอร์
ไปถึงศาลารัฐบาลมณฑลปัตตานี ซึ่งรถยนต์เดินในราว ๑ ชั่วโมง
เท่านั้น ส่วนการก่อสร้างทางรถไฟตอนใต้ลงไปนั้น ก็กำลังทำอยู่ต่อไป
หัวข้อ: Re: [หนังสือหายาก] ที่รฦกแห่งการเปิดทางรถไฟ
เริ่มหัวข้อโดย: ลูกแมวตาดำๆ ที่ 23:03 น. วันที่ 22 ธ.ค.52
(http://i284.photobucket.com/albums/ll8/Mongwin/souvenir1917/096tn.jpg)

๖๐

มณฑลปัตตานีนั้น เปนมณฑลอันอยู่ในภาคใต้ที่สุดของพระราช
อาณาจักร์สยาม ตำบลบ้านใหญ่ ๆ ในมณฑลนี้ โดยมากตั้งอยู่ตาม
ฝั่งทะเล ด้วยการคมนาคมแต่ก่อนนั้นมีแต่ทางเรือทางเดียว เวลานี้
มณฑลปัตตานีมีถนนหนทางมากไปมาติดต่อกันได้เกือบทั่วถึงกันทุก
ตำบล แลถนนหนทางต่าง ๆ นี้ โดยมากตัดเข้าหาทางรถไฟ แล
มณฑลปัตตานีก็มีพลเมืองหนาแน่นมาก มีการทำบ่อแร่ต่าง ๆ เช่น
ทองคำแลดีบุก มีนาเกลืออันดี ทั้งการจับปลาทะเลก็เจริญมากอยู่
แล้ว นอกจากนี้ยังมีที่ดินอันอุดมเหมาะแก่การกสิกรรม เช่น การ
ทำนา, ทำสวนผลไม้ต่าง ๆ, สวนมะพร้าว, สวนยางปารารับเบอร์, การ
ผสมสัตว์ต่าง ๆ เช่น โค, กระบือ, แพะ, แกะ, อยู่มาก เมื่อทางรถไฟ
ได้เดินถึงแล้วก็คงจะเจริญยิ่งขึ้นตามลำดับโดยเร็ว

การเดินทางโดยรถไฟจากกรุงเทพ ฯ ลงไปยังอู่ตะเภานั้น ใน
ชั้นต้นเมื่อยังมีแต่การเดินรถธรรมดาอยู่ จะเปนเวลาราว ๔ วัน แต่
ต่อไปเมื่อเดินรถเร็ว (เอกซ์เปรส) แล้วจะไปถึงสงขลาแลปัตตานีได้ใน
ประมาณ ๒ วัน ส่วนผู้ที่จะเดินทางจากกรุงเทพฯ ไปเมืองปินัง เพื่อ
ลงเรือเมล์ใหญ่ไปยุโรปนั้น ก็จะไปถึงได้ใน ๓ วัน.

จบเพียงเท่านี้
-----*****------
หัวข้อ: Re: [หนังสือหายาก] ที่รฦกแห่งการเปิดทางรถไฟ
เริ่มหัวข้อโดย: ลูกแมวตาดำๆ ที่ 23:05 น. วันที่ 22 ธ.ค.52
แผนที่พระราชอาณาจักร์สยาม

(http://i284.photobucket.com/albums/ll8/Mongwin/souvenir1917/siammap.jpg)

------------------------------
ภาพใหญ่ขนาด 2253x3845 px (3,149 KB)
 http://biochem.flas.kps.ku.ac.th/rft/siammap.jpg
หัวข้อ: Re: [หนังสือหายาก] ที่รฦกแห่งการเปิดทางรถไ
เริ่มหัวข้อโดย: ลูกแมวตาดำๆ ที่ 23:06 น. วันที่ 22 ธ.ค.52
ขอขอบคุณทุกท่านที่ติดตามอ่านมาโดยตลอดครับ 
หากสนใจหนังสือเก่า ๆ เกี่ยวกับรถไฟไทยหรือเอกสารประวัติศาสตร์ หนังสือหายาก สามารถอ่านได้ที่ห้องสมุดคิดดี (KIDS-D) ห้องสมุดดิจิทัลเพื่อการศึกษา
 http://dl.kids-d.org

สำหรับหนังสือที่รฦกแห่งการเปิดทางรถไฟหลวงสายใต้ ๒๔๕๙ นี้ ดาวน์โหลดได้ที่หน้านี้ครับ

 http://dl.kids-d.org/handle/123456789/2666

ค้นหาหนังสือเกี่ยวกับรถไฟ ในหัองสมุดคิดดี มีอีก 3 เล่มครับ
จดหมายเหตุ เรื่องเปิดรถไฟสายตะวันออกและสายเหนือ และเสด็จพระราชดำเนินประพาสเมืองฉะเชิงเทรา
 http://dl.kids-d.org/handle/123456789/2661

การรถไฟไทย
 http://dl.kids-d.org/handle/123456789/HASH01fb79fb726b5e502b2400cd

ระยะทางไปมณฑลภาคพายัพ พระพุทธศักราช ๒๔๖๕
 http://dl.kids-d.org/handle/123456789/2630
_________________
+++ คิดถึงเสียงหวูดที่สถานีรถไฟสงขลา +++ by หม่องวิน มอไซ
หัวข้อ: Re: ที่รฦกแห่งการเปิดทางรถไฟหลวงสายใต้ ๒๔๕๙ [หนังสือหายาก]
เริ่มหัวข้อโดย: ลูกแมวตาดำๆ ที่ 23:17 น. วันที่ 22 ธ.ค.52
เนื้อหาของบทความจบแต่เพียงเท่านี้ครับ

ขอขอบพระคุณเจ้าของบทความที่เอื้อเฟื้อข้อมูล มา ณ ที่นี้ด้วยครับ
หัวข้อ: Re: ที่รฦกแห่งการเปิดทางรถไฟหลวงสายใต้ ๒๔๕๙ [หนังสือหายาก]
เริ่มหัวข้อโดย: หม่องวิน มอไซ ที่ 06:50 น. วันที่ 23 ธ.ค.52
ขอขอบคุณคุณลูกแมวตาดำ ๆ เป็นอย่างยิ่ง ที่ช่วยสละเวลาเผยแพร่หนังสือเก่าแก่ที่มีคุณค่าทางประวัติศาสตร์เล่มนี้
ให้ออกสู่วงกว้างมากขึ้น ถือเป็นการอนุรักษ์มรดกทางวัฒนธรรมอีกช่องทางหนึ่ง

และทำให้ไม่ลืมว่า ณ ท่าเรือริมทะเลสาบสงขลาแห่งนี้ คือ จุดกำเนิดของทางรถไฟสายใต้ ที่ใช้ขนเครื่องมือ วัสดุอุปกรณ์ที่ขนมาทางเรือ
เพื่อนำมาใช้สร้างทางรถไฟ จนเปิดเดินรถช่วงสงขลา-อู่ตะเภา-พัทลุงได้สำเร็จ เมื่อวันที่ 1 ม.ค. 2456

(http://i284.photobucket.com/albums/ll8/Mongwin/songkhlaport2477.jpg)

หัวข้อ: Re: ที่รฦกแห่งการเปิดทางรถไฟหลวงสายใต้ ๒๔๕๙ [หนังสือหายาก]
เริ่มหัวข้อโดย: หม่องวิน มอไซ ที่ 06:53 น. วันที่ 23 ธ.ค.52
รอยอดีตที่ยังหลงเหลืออยู่ครับ

(http://i438.photobucket.com/albums/qq107/patiew/Hatyai-Songkla_27-28june2009/DSC01283_resize.jpg)
หัวข้อ: Re: ที่รฦกแห่งการเปิดทางรถไฟหลวงสายใต้ ๒๔๕๙ [หนังสือหายาก]
เริ่มหัวข้อโดย: ลูกแมวตาดำๆ ที่ 17:31 น. วันที่ 23 ธ.ค.52
เพิ่มเติมครับ ที่เห็นภาพในปัจจุบันมีเพียงรางเดียว รางดังกล่าวคือรางหลีก(รางรองลงมาเป็นที่2)ครับ

ซึ่งก่อนหน้านั้น รางประธาน(รางหนึ่ง)ขวา และรางหลีก (รางสอง)ซ้าย ขนานกันไปที่ท่าเรือไม้

เมื่อมีการสร้างท่าเรือคอนกรีต(ท่าเรือที่เห็นในปัจจุบัน)ขึ้น จึงปรับรางหลีกให้ไปทางซ้าย

ส่วนรางประธานอยู่เช่นเดิมและเป็นรางตันไว้จอดตู้สินค้า ครับ

รางประธานในปัจจุบันอยู่ใต้พื้นบ้านหลังหนึ่งครับ

เดินไปทางหลังป้อมยามท่าเรือ ไปตามแนวกำแพงแล้วจะเจอครับ
หัวข้อ: Re: ที่รฦกแห่งการเปิดทางรถไฟหลวงสายใต้ ๒๔๕๙ [หนังสือหายาก]
เริ่มหัวข้อโดย: หม่องวิน มอไซ ที่ 09:15 น. วันที่ 26 ธ.ค.52
อ่านหนังสือเล่มนี้แล้ว
ผมเริ่มฝันเห็นหนังสือ
ที่ระลึกแห่งการเปิดทางรถไฟชานเมืองสายหาดใหญ่-สงขลา 2559 [หนังสือหาง่าย] แล้วครับ  ::) :o

ฝัน ฝัน รอวันเป็นจริง
1 ม.ค. 2556 นี้ก็ครบรอบ 100 ปี เปิดรถไฟสายสงขลา-พัทลุงแล้วครับ
(http://topicstock.pantip.com/library/topicstock/2008/06/K6737935/K6737935-18.jpg)
(http://topicstock.pantip.com/library/topicstock/2008/06/K6737935/K6737935-19.jpg)
หัวข้อ: Re: ที่รฦกแห่งการเปิดทางรถไฟหลวงสายใต้ ๒๔๕๙ [หนังสือหายาก]
เริ่มหัวข้อโดย: หม่องวิน มอไซ ที่ 09:18 น. วันที่ 26 ธ.ค.52
 >:(

(http://topicstock.pantip.com/library/topicstock/2008/06/K6737935/K6737935-12.jpg)

อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับทางรถไฟสายหาดใหญ่-สงขลาได้ที่นี่ครับ
http://topicstock.pantip.com/library/topicstock/2008/06/K6737935/K6737935.html
หัวข้อ: ที่รฦกแห่งการเปิดทางรถไฟหลวงสายใต้ ๒๔๕๙ [หนังสือหายาก]
เริ่มหัวข้อโดย: ลูกแมวตาดำๆ ที่ 13:42 น. วันที่ 22 ธ.ค.52
กระทู้ดังกล่าวนี้ มีการเผยแพร่ในเว็บรถไฟไทย.คอม
(http://portal.rotfaithai.com/images/logo.gif) (http://www.rotfaithai.com)
บทความดังกล่าวนี้ ได้ขออนุญาติจาก คุณ พุทธพร ส่องศรี ผู้เป็นเจ้าของกระทู้ เป็นที่เรียบร้อยแล้ว

เนื่องจากภาษาที่จะทำเสนอต่อไปนี้เป็นภาษาตามข้อความในหนังสือเล่มดังกล่าว ไม่ได้มีการพิมพ์ผิดแต่ประการใด ซึ่งอาจจะไม่ตรงกกับยุคสมัยนี้

หัวข้อ: Re: [หนังสือหายาก] ที่รฦกแห่งการเปิดทางรถไฟหลวงสายใต้ ๒๔๕๙
เริ่มหัวข้อโดย: ลูกแมวตาดำๆ ที่ 13:45 น. วันที่ 22 ธ.ค.52
หนังสือที่เกี่ยวข้องกับรถไฟเล่มหนึ่ง ที่มีอายุเก่าแก่กว่า 90 ปีแล้ว และมีคุณค่าในการศึกษาสภาพบ้านเมือง สังคม เศรษฐกิจ วัฒนธรรมและสิ่งแวดล้อมในสมัยนั้นได้เป็นอย่างดีนั่นคือ
ที่รฦกแห่งการเปิดทางรถไฟหลวงสายใต้ ๒๔๕๙  
(SOUVENIR OF THE OPENING OF THE SIAMESE STATE RAILWAY SOUNTHERN LINE 1917)

เนื่องจากในปัจจุบัน หนังสือเล่มนี้ค่อนข้างหาอ่านได้ยาก แม้จะสืบค้นพบว่ามีอยู่ที่หอสมุดแห่งชาติก็ตาม
กระทู้นี้จึงขอนำเนื้อหาที่บรรจุอยู่ในหนังสือเก่าแก่เล่มนี้มาเสนอ เพื่อเป็นการอนุรักษ์หนังสือฉบับนี้ให้คงอยู่ต่อไปครับ

(http://i284.photobucket.com/albums/ll8/Mongwin/souvenir1917/001tn.jpg)
หัวข้อ: Re: [หนังสือหายาก] ที่รฦกแห่งการเปิดทางรถไฟ
เริ่มหัวข้อโดย: ลูกแมวตาดำๆ ที่ 13:46 น. วันที่ 22 ธ.ค.52
เล่มที่ผมนำมาใช้ในการศึกษาค้นคว้านี้ จากใบรองปกหน้าทำให้ทราบว่า ซื้อจากร้านของคุณเจริญ เกษากิจ ตั้งอยู่เหนือบีกริม สามยอด ขายกฎหมายแลหนังสือทุกชนิด
โดยซื้อมาในราคา 1.00 Baht เมื่อวันที่ 21 ก.ย. 1947
(http://i284.photobucket.com/albums/ll8/Mongwin/souvenir1917/002tn.jpg)
หัวข้อ: Re: [หนังสือหายาก] ที่รฦกแห่งการเปิดทางรถไฟ
เริ่มหัวข้อโดย: ลูกแมวตาดำๆ ที่ 13:50 น. วันที่ 22 ธ.ค.52
หน้าถัดมาเป็นภาพพิมพ์สอดสีสวยงามมาก
เรือพระที่นั่งสุพรรณหงส์ หน้าพระปรางค์วัดอรุณราชวราราม ฝั่งธนบุรี
ส่วนลวดลายกรอบ เป็นลายเดียวกับปกครับ

เห็นแล้วอดนึกถึงปกหน้าของหนังสือ Oxford ที่ผมใช้เรียนภาษาอังกฤษสมัย ป.5-ป.6 ไม่ได้ เป็นภาพพระปรางค์เช่นเดียวกันครับ
(http://i284.photobucket.com/albums/ll8/Mongwin/souvenir1917/003tn.jpg)
หัวข้อ: Re: [หนังสือหายาก] ที่รฦกแห่งการเปิดทางรถไฟ
เริ่มหัวข้อโดย: ลูกแมวตาดำๆ ที่ 13:51 น. วันที่ 22 ธ.ค.52
หน้าสารบาญ
โปรดสังเกตว่าหัวข้อเนื้อหา ใช้อ้างอิงศึกษาสภาพเมืองไทยในยุคนั้นได้อย่างดีครับ
(http://i284.photobucket.com/albums/ll8/Mongwin/souvenir1917/004tn.jpg)
หัวข้อ: Re: [หนังสือหายาก] ที่รฦกแห่งการเปิดทางรถไฟ
เริ่มหัวข้อโดย: ลูกแมวตาดำๆ ที่ 13:58 น. วันที่ 22 ธ.ค.52
จากหน้าสารบาญ ก็มาถึงบาญชีรูปครับ
(http://i284.photobucket.com/albums/ll8/Mongwin/souvenir1917/005tn.jpg)
หัวข้อ: Re: [หนังสือหายาก] ที่รฦกแห่งการเปิดทางรถไฟ
เริ่มหัวข้อโดย: ลูกแมวตาดำๆ ที่ 14:03 น. วันที่ 22 ธ.ค.52
(http://i284.photobucket.com/albums/ll8/Mongwin/souvenir1917/006tn.jpg)
หัวข้อ: Re: [หนังสือหายาก] ที่รฦกแห่งการเปิดทางรถไ
เริ่มหัวข้อโดย: ลูกแมวตาดำๆ ที่ 14:04 น. วันที่ 22 ธ.ค.52
(http://i284.photobucket.com/albums/ll8/Mongwin/souvenir1917/007tn.jpg)
ในหนังสือเล่มนี้ มีภาพถ่ายประกอบถึง 69 ภาพ
โดยนอกเหนือจากสถานที่ท่องเที่ยวที่รู้จักกันดีแล้ว
ยังมีภาพถ่ายสถานีรถไฟบางแห่งให้ได้ชมกันด้วยครับ
ช่วยให้รู้ด้วยว่า สถานีรถไฟตรังในอดีตนั้น ปัจจุบันคือสถานีกันตัง
และสถานีแยกนคร ปัจจุบันคือสถานีชุมทางเขาชุมทอง
หัวข้อ: Re: [หนังสือหายาก] ที่รฦกแห่งการเปิดทางรถไฟ
เริ่มหัวข้อโดย: ลูกแมวตาดำๆ ที่ 14:05 น. วันที่ 22 ธ.ค.52
คำนำ
(http://i284.photobucket.com/albums/ll8/Mongwin/souvenir1917/007introcopy.jpg)
คำนำ

หนังสือเล่มนี้พิมพ์ขึ้นเพื่อเปนที่รฦกในการเปิดทางรถไฟหลวง
สายใต้ แต่เพ็ชรบูรีลงไปในมณฑลสุราษฎร์, นครศรีธรรมราช, ภูเก็ต,
แลปัตตานี การที่พิมพ์หนังสือนี้ขึ้นนั้น มได้มุ่งหมายจะให้เปน
สมุดนำทางสำหรับกรุงสยามไม่ เปนแต่การบรรยายสังเขปเฉภาะ
สำหรับท้องที่ต่าง ๆ ที่อยู่ใกล้ชิดติดต่อกับทางรถไฟที่จะเปิดนี้เท่านั้น
จึงได้เลือกเก็บเอาแต่สิ่งที่ควรทราบ แลบาญชีสถิติบางอย่าง ซึ่ง
บางทีผู้ที่จะโดยสานไปในรถไฟสายนี้มีประสงค์จะใคร่ทราบ ส่วน
ความพิศดารที่เกี่ยวกับท้องทุ่งต่างๆ ซึ่งมีดินอุดมแลกว้างใหญ่มาก
ที่เหมาะแก่การเพาะปลูกพืชพรรณ์ธัญญาหารต่างๆ ไร่, สวน, ที่เหมาะ
สำหรับการเพาะปลูกพืชผลอย่างอื่น, ภูเขาต่างๆ, ป่าไม้สัก, ป่าไม้
กระยาเลย, บ่อแร่ธาตุต่างๆ ฯลฯ ซึ่งมีอยู่เหนือกรุงเทพพระมหา
นครทางฝ่ายเหนือจดถึงพรมแดนเมืองพม่าแลเมืองเงี้ยว ทางฝ่าย
ตวันออกจนถึงลำแม่น้ำโขง แลฝ่ายตวันตกจดถึงเมืองทวายนั้น หา
ได้กล่าวในหนังสือนี้ไม่.

กระทรวงคมนาคม
กรุงเทพฯ วันที่ ๑๑ ตุลาคม พ.ศ. ๒๔๕๙
หัวข้อ: Re: [หนังสือหายาก] ที่รฦกแห่งการเปิดทางรถไฟ
เริ่มหัวข้อโดย: ลูกแมวตาดำๆ ที่ 14:07 น. วันที่ 22 ธ.ค.52
(http://i284.photobucket.com/albums/ll8/Mongwin/souvenir1917/008tn.jpg)
รัฐบาล

รัฐบาลของประเทศสยามนั้น มีสมเด็จพระเจ้าแผ่นดินทรงพระ
บรมเดชานุภาพสิทธิ์ขาดในกิจราชการแผ่นดินทั้งปวง ทรงพระปรมา
ภิไธยว่า พระบาทสมเด็จพระรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราวุธพระมงกุฎ
เกล้าเจ้าอยู่หัว ซึ่งได้เสด็จขึ้นผ่านพิภพเถลิงถวัลยราชสมบัติ เมื่อ
วันที่ ๒๓ ตุลาคม พระพุทธศักราช ๒๔๕๓ ส่วนการปกครองแผ่นดิน
นั้น พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระบรมเดชานุภาพสิทธิ์ขาด
มีท่านเสนาบดีกระทรวงต่างๆ เปนที่ปฤกษา

พระราชอาณาจักร์แลจำนวนพลเมือง

พระราชอาณาเขตร์ มีเนื้อที่ประมาณ ๓๒๐,๐๑๙ กิโลเมเตอร์
จัตุรัศ โดยยาวตั้งแต่เหนือถึงใต้ประมาณ ๑,๖๒๙ กิโลเมเตอร์ โดย
กว้างตั้งแต่ตวันออกถึงตวันตกประมาณ ๗๘๒ กิโลเมเตอร์ ส่วน
พระราชอาณาจักร์ที่ติดต่อกับอ่าวสยาม, ทะเล, แลมหาสมุทนั้น ยาว
ประมาณ ๒,๔๐๐ กิโลเมเตอร์ มีพลเมืองประมาณ ๘,๒๖๖,๔๐๐
ส่วนในกรุงเทพพระมหานครนั้น มีพลเมืองประมาณ ๕๔๐,๐๐๐

เงินผลประโยชน์รายได้ของแผ่นดิน

ผลประโยชน์รายได้ของแผ่นดิน ในปีพระพุทธศักราช ๒๔๕๖
๗๔,๓๙๙,๖๘๒ บาท รายจ่าย ๖๓,๒๒๐,๓๐๙ กับมีรายจ่าย
พิเศษอีก ๑๑,๘๓๓,๒๒๐ (ซึ่งมิได้จ่ายจากรายได้ของแผ่นดิน
หัวข้อ: Re: [หนังสือหายาก] ที่รฦกแห่งการเปิดทางรถไฟ
เริ่มหัวข้อโดย: ลูกแมวตาดำๆ ที่ 14:11 น. วันที่ 22 ธ.ค.52
(http://i284.photobucket.com/albums/ll8/Mongwin/souvenir1917/009tn.jpg)



ที่กล่าวมาแล้วนี้) ตามรายได้รายจ่ายที่กล่าวมาแล้วนี้ เปน
จำนวนที่รับแลจ่ายจริงในครั้งที่สุดเมื่อเรียบเรียงหนังสือเล่มนี้ ใน
เวลา ๒๒ ปีที่ล่วงแล้วมานั้น (พ.ศ. ๒๔๓๕) ผลประโยชน์รายได้
ของแผ่นดินได้เพียง ๑๕,๓๗๘,๑๑๔ บาทเท่านั้น จะเห็นได้ว่าในวาระ
๒๒ ปีที่ล่วงมาแล้วนี้ เงินผลประโยชน์ของแผ่นดินได้ทวีขึ้นถึงร้อย
ละ ๔๘๐

เงินผลประโยชน์รายได้เหล่านี้ ได้จากประเภทต่างๆ ดังนี้
(๑) ค่าภาษีอากรแลค่าธรรมเนียมต่างๆ คือ อากรสุรา,
ยาฝิ่น, ภาษีภายใน, อากรค่านา, อากรสมภักษร, เงินค่าราชการ, ภาษี
ขาเข้าแลขาออก, อากรค่าน้ำ, ค่าอาชญาบัตร์ฆ่าสัตว์, ค่าลง
ทะเบียฬรถแลเรือ, ค่าใบอนุญาตตั้งโรงจำนำ, ค่าภาษีโรงร้าน, ค่า
ธรรมเนียมความ, แลค่าธรรมเนียมอำเภอเบ็ดเตล็ดต่างๆ
(๒) ค่ารถไฟ, ไปรสนีย์โทรเลข, ประตูน้ำ, โอสถศาลา,
ค่าธรรมเนียมหอทะเบียฬ, ออกใบจอง, ค่าธรรมเนียม
ป่าไม้แลค่าตอไม้, ค่าอาชญาบัตร์เหมืองแร่, ค่าเช่าที่ดิน, แลค่าขาย
ของๆ รัฐบาล
(๓) ค่าดอกเบี้ย, กำไรค่าแลกเงิน, กำไรทำเหรียญกระสาปน์,
ค่าขายของที่ทำด้วยแรงนักโทษ, เหล่านี้เปนต้น

อนึ่งการปกครอง กระทรวงทะบวงการต่างๆ ที่ได้เปลี่ยนแปลง
แก้ไขให้เจริญยิ่งขึ้นเปนลำดับมาตามกาลสมัยนั้น ก็จำเปนที่ต้อง
เก็บส่วยสาอากรทวีขึ้นบ้างกว่าแต่ก่อนตามสมควร แต่การที่ผล
ประโยชน์รายได้ของแผ่นดินได้ทวีขึ้น ไม่ใช่เพราะขึ้นภาษีอากรแต่



อย่างเดียว ย่อมเนื่องมาจากการออกพระราชกำหนดกฎหมายต่างๆ
อันเกี่ยวกับการเงินเปนอาทิ นอกจากนี้ต้องนับว่าการที่ได้จัดระเบียบ
การปกครองทั่วไปให้ดีขึ้นกว่าแต่ก่อนนั้นเปนอันมาก ส่วนการตรวจ
ตราในการเก็บผลประโยชน์ต่างๆ นั้นก็ถ้วนถี่ดีขึ้นด้วย ทั้งจำนวน
พลเมืองก็ได้ทวีมากขึ้นเปนลำดับมา แลการคมนาคมเช่นการรถไฟ,
การทางน้ำ, ทางบก, แลการไปรสนีย์โทรเลข ก็ได้เจริญขึ้นสมควร
แก่เวลานั้นด้วย

ในปลายปีพระพุทธศักราช ๒๔๕๙ หนี้ของประเทศสยามที่กู้จาก
เมืองต่างประเทศ คิดเปนเงินตราอังกฤษเปนเงิน ๖,๕๘๐,๑๖๐ ปอนด์
เปนเงินสยามประมาณ ๘๕,๕๔๖,๐๘๐ บาท การที่กู้เงินต่างประเทศ
มาใช้เช่นนี้ ย่อมเป็นประเพณีรัฐบาลทั่วไปใช้อยู่เปนธรรมดา ที่รัฐบาล
ได้เริ่มทดลองกู้เงินต่างประเทศมาใช้นี้ ถ้าจะเปรียบกับรัฐบาลอื่นๆ
แล้ว ก็นับว่าเปนจำนวนเงินน้อย หรือหนี้ของประเทศมีน้อยที่สุด
ส่วนเงินที่กู้มาแต่ต่างประเทศนี้ก็เอามาใช้ในการสร้างทางรถไฟแล
การประปาเปนต้น เพื่อบำรุงบ้านเมืองให้มั่นคงสมบูรณ์ แลให้
ประชาชนพลเมืองได้รับความผาสุขยิ่งขึ้นเปนอาทิ

การค้าขาย

ภายใน ๒๒ ปี นับตั้งแต่ปีพระพุทธศักราช ๒๔๓๖ เปนต้นมา
สินค้าที่ส่งออกไปต่างประเทศ มีราคาทวีขึ้นตั้งแต่ ๓๘,๐๐๐,๐๐๐
บาทถึง ๑๑๕,๕๐๐,๐๐๐ (กว่าร้อยละ ๓๐๐) อนึ่งราคาสินค้า
ต่างประเทศที่ได้นำเข้ามาขายในประเทศสยามนั้น ก็มีส่วนทวีขึ้น
หัวข้อ: Re: [หนังสือหายาก] ที่รฦกแห่งการเปิดทางรถไฟ
เริ่มหัวข้อโดย: ลูกแมวตาดำๆ ที่ 14:13 น. วันที่ 22 ธ.ค.52
(http://i284.photobucket.com/albums/ll8/Mongwin/souvenir1917/010tn.jpg)



เกือบเท่ากัน ราคาสินค้าขาเข้าที่มากที่สุดนั้น นับว่าในปีพระพุทธ
ศักราช ๒๔๕๖ ซึ่งเปนจำนวนเงินถึง ๙๐,๗๘๘,๘๓๘ บาท การ
ค้าขายของประเทศสยามกับต่างประเทศนั้น ย่อมอาไศรย์เรือแลทุน
ของต่างประเทศอยู่โดยมาก สินค้าที่ประเทศสยามได้ส่งออกไปขาย
ในนานาประเทศทวีขึ้นตามลำดับเปนอันมากดังกล่าวมาแล้วนี้ ถ้า
คิดเฉลี่ยตามจำนวนพลเมืองแล้ว จะเห็นได้ว่าพลเมืองของประเทศ
สยามคนหนึ่ง ได้ส่งสินค้าออกไปจำหน่ายยังต่างประเทศเปนราคา
คนละ ๕ บาท ๘๐ สตางค์ ทวีขึ้นคนละ ๑๔ บาท ๓๐ สตางค์ หรือ
ได้ทวีขึ้นเกือบร้อยละยี่สิบห้า ทั้งนี้ย่อมเนื่องมาแต่เหตุที่บ้านเมือง
ได้เจริญขึ้นอย่างรวดเร็วเปนลำดับมา ส่วนจำนวนเงินที่ใช้จ่ายกันอยู่
ในประเทศนั้น ได้ทวีขึ้นตั้งแต่ ๓๖,๐๐๐,๐๐๐ ถึง ๑๐๙,๐๐๐,๐๐๐ บาท

สินค้าสำคัญที่ส่งออกไปขายในนานาประเทศนั้น มีเข้า, ไม้สัก,
พืชผลที่เกิดจากสวน ปลา, แลโคกระบือเปนต้น ส่วนบ่อเกิดแห่ง
โภคทรัพย์อื่นๆ ของประเทศนั้น ก็มีอยู่อีกเปนอันมาก คือ แร่ธาตุ
ต่างๆ เช่น ทองคำ, ดีบุก, ถ่านหิน, น้ำมันดิน, เหล็ก, ทองแดง, ตะกั่ว,
แร่ตายหรือวอลแฟรม, แลพลวงเปนต้น อนึ่งแก้วอันมีค่าก็มี เช่น
นิลแลทับทิมเปนอาทิ ในจำนวนโลหะต่างๆ นี้ มีแต่แร่ดีบุกแลแร่
วอลแฟรมเท่านั้น ที่มีผู้ขออนุญาตทำมากในมณฑลภาคใต้จนเปน
สินค้าใหญ่ ในปีพุทธศักราช ๒๔๕๗ รวมดีบุกที่ขุดได้เปนจำนวน
๑๑๐,๗๓๒ หาบ.



สินค้าสำคัญที่ได้ส่งออกไปขายตามนานาประเทศในปี พ.ศ. ๒๔๔๗
นั้น มีรายชื่อดังต่อไปนี้ :-

รายชื่อสินค้า----------ราคาเงินบาท-----------ราคาเงินปอนด์
เข้า ......................๘๕,๓๔๖,๕๗๒............. ๖,๕๖๕,๑๒๑
ไม้สัก ...................๕,๐๔๔,๔๕๙ ................๓๘๘,๐๓๕
ไม้ต่างๆ ...............๗๔๔,๐๒๒ ....................๕๗,๒๓๒
หนังโค กระบือ ......๒,๔๖๗,๒๕๘ .................๑๘๙,๗๘๙
ปลาต่างๆ .............๑,๓๕๕,๕๘๖ .................๑๐๔,๒๓๖
พริกไทย์ ..............๑,๐๓๘,๕๔๗ .................๗๙,๘๘๘
ไหมต่างๆ .............๗๒๔,๔๖๑ ....................๕๕,๗๒๗
ไหมดิบ .................๓๑๑,๑๘๕ ...................๒๓,๙๓๗
ฝ้าย ......................๒๒๔,๕๑๙ ...................๑๗,๒๗๐
โค กระบือ .............๕๔๑,๖๖๕ ....................๔๑,๖๖๖

สินค้าสำคัญที่ได้ส่งเข้ามาจากนานาประเทศในปีเดียวกัน ดังมี
รายชื่อต่อไปนี้ :-

รายชื่อสินค้า-----------------------ราคาเงินบาท-----------ราคาเงินปอนด์
ผ้าต่างๆ ที่ทำด้วยเยื่อใยต่างๆ
แลขนสัตว์ ..............................๑๗,๕๕๐,๓๑๕ ...........๑,๓๕๐,๐๒๔

ด้ายชนิดต่างๆ ที่ทำด้วยฝ้าย ........๒,๐๔๘,๘๔๑ ............๑๕๗,๕๒๖
หัวข้อ: Re: [หนังสือหายาก] ที่รฦกแห่งการเปิดทางรถไฟ
เริ่มหัวข้อโดย: ลูกแมวตาดำๆ ที่ 14:14 น. วันที่ 22 ธ.ค.52
(http://i284.photobucket.com/albums/ll8/Mongwin/souvenir1917/011tn.jpg)



รายชื่อสินค้า------------------------------ ราคาเงินบาท-------------------ราคาเงินปอนด์
เครื่องใช้ต่างๆ ทำด้วยโลหะ ...............๔,๖๘๐,๒๕๔ ...............๓๖๐,๐๑๙
เครื่องจักร์ต่างๆ ............................๑,๔๕๔,๘๔๘ ................๑๑๑,๙๑๑
โลหะต่างๆ ...................................๖๑๑,๖๔๐ ....................๔๗,๐๕๐
กระสอบป่าน ..............................๔,๔๓๓,๔๔๔ .................๓๔๑,๐๓๔
น้ำมันที่เกิดจากแร่ธาตุต่างๆ ..............๓,๐๑๔,๑๒๕ .................๒๓๑,๘๕๕
น้ำมันต่างๆ ที่ไม่ใช่เกิดจากแร่ธาตุ .......๑,๓๓๐,๘๓๗ ................๑๐๒,๓๗๒
ยาสูบต่างๆ ..................................๑,๖๓๕,๖๗๐ ................๑๒๕,๘๒๑
เหล้าองุ่น, เบียร์, แลเหล้าต่างๆ .........๑,๖๒๙,๐๑๗ .................๑๒๔,๓๐๙
อาหารแลเครื่องดื่มต่างๆ ที่ไม่ปนแอลกอฮอ ๑,๑๘๓๖,๔๖๘ ..........๙๑๐,๔๙๘
เสื่อแลเครื่องจักสานต่างๆ ....................๑,๑๓๐,๕๗๑ .............๘๖,๙๖๗
ไม้ต่างๆ .......................................๑,๑๓๐,๓๘๑ ...............๘๖,๙๕๒
ภาชนะต่างๆ ที่ทำด้วยหินฟันม้า
(เช่นชาม) แลที่ทำด้วยดินเหนียว ..........๑,๐๑๕,๒๕๐ ...............๓๘,๐๙๖
ยาต่างๆ ......................................๙๑๗,๗๓๓ ..................๗๐,๕๙๕
ทองใบ .....................................๓,๐๔๔,๘๕๒ ................๒๓๔,๒๒๐
เนื้อเงินแลเงินตราต่างๆ ...................๓,๖๗๑,๑๙๙ ................๒๘๒,๔๐๐
ฝิ่น ...........................................๒,๘๙๑,๐๓๗ ...............๒๒๒,๓๘๗



นอกจากนี้ยังมีสินค้าที่ส่งเข้ามาขาย แลจำหน่ายออกไปทาง
บกทางเขตร์แดนเมืองพม่า, เงี้ยวแลเมืองยุนนาน (จีน) และเมืองญวน
อีกด้วย ตามรายงานสินค้าเข้าออกทางบก ระหว่างประเทศ
สยามแลเมืองพม่านั้น ในปี พ.ศ.๒๔๕๗ สินค้าขาออกเปนราคา
๖,๐๐๔,๐๒๙ รูปี (ประมาณ ๕,๓๑๓,๓๐๐ บาท) สินค้าขาเข้าเปน
ราคา ๔,๓๘๔,๐๑๗ รูปี (ประมาณ ๓,๘๗๙,๖๐๐ บาท) สินค้า
เหล่านี้รวมทั้งที่เปนสิ่งของทองเงินรูปพรรณต่างๆ นั้นด้วย

การทำนา

ใน ๒๒ ปีที่ล่วงแล้วมานี้ การทำนาได้เจริญขึ้นตามลำดับ
ดังนี้ คือ เมื่อปี ๒๔๓๖ มีนาอยู่ประมาณ ๗,๓๐๐,๐๐๐ ไร่ ใน
ปี ๒๔๕๙ จำนวนนาได้ทวีขึ้นเปน ๑๓,๒๑๕,๐๐๐ ไร่ จำนวนเข้าที่ทำได้
นั้นได้ทวีขึ้น ตั้งแต่ ๓๑,๐๐๐,๐๐๐ ถึง ๗๑,๐๐๐,๐๐๐ หาบ จำนวน
เข้าที่ส่งออกไปยังต่างประเทศนั้นได้ทวีขึ้น ตั้งแต่ ๘,๐๐๐,๐๐๐ ถึง
๑๙,๐๐๐,๐๐๐ หาบ ราคาเข้าทวีขึ้นตั้งแต่หาบละ ๓ บาท ๓๐ สตางค์
ถึงหาบละ ๕ บาท

มาตราวัดชั่งตวง

ในการที่จะนำมาตราวัดชั่งตวงแบบเมตริกมาใช้ในประเทศสยาม
นั้น รัฐบาลก็ได้เปนอันตกลงว่าจะใช้แล้ว แลในกระทรวงทะบวงการ
ต่างๆ ก็ได้ใช้มากขึ้นเปนลำดับมา ส่วนแบบตัวอย่างเครื่องวัด
ชั่งตวงนั้น กระทรวงซึ่งเปนเจ้าน่าที่ก็ได้จัดหาไว้พร้อมแล้ว เว้น
หัวข้อ: Re: [หนังสือหายาก] ที่รฦกแห่งการเปิดทางรถไฟ
เริ่มหัวข้อโดย: ลูกแมวตาดำๆ ที่ 14:15 น. วันที่ 22 ธ.ค.52
(http://i284.photobucket.com/albums/ll8/Mongwin/souvenir1917/012tn.jpg)

๑๐

แต่ยังไม่ได้ประกาศใช้ให้เปนอันถูกต้องตามกฎหมายเท่านั้น จึงได้
เทียบมาตราวัดชั่งตวงอย่างเก่าซึ่งใช้กันอยู่ทั่วไปนั้นไว้ในที่นี้ด้วย อัตรา
อย่างเก่านั้นหามีกฎหมายบังคับไว้ประการใดไม่ เพราะเหตุฉนั้นจึงมี
เครื่องวัดชั่งตวงที่ต่างกันใช้แพร่หลายอยู่หลายอย่าง

มาตราวัดชั่งตวงแบบเก่าเทียบกับแบบเมตริกมีดังนี้
๑ นิ้ว ....................ประมาณ ๒๑ มิลิเมเตอร์
๑๒ นิ้ว = ๑ คืบ " ๒๕๐ "
๒ คืบ = ๑ ศอก " ๕๐๐ "
๔ ศอก = ๑ วา " ๒ เมเตอร์
๒๐ วา = ๑ เส้น " ๔๐ "
ตามมาตราวัดชั่งตวงแบบเก่า แลแบบเมตริกที่ได้เทียบให้เห็นนี้
จะเห็นได้ว่าการที่จะคิดมาตราอย่างเก่าให้เปนแบบเมตริกนั้น เปน
การง่ายดาย

มาตราวัดเนื้อที่จัตุรัศ๑๖ ตารางศอก = ๑ ตารางวา หรือ ๔ ตารางเมเตอร์
๑๐๐ ตารางวา = ๑ งาน " ๔๐๐ "
๔ งาน = ๑ ตารางเส้น " ๑,๖๐๐ "
๑ ตารางเส้น = ๑ ไร่

ไร่หนึ่งเปนมาตราของการวัดเนื้อที่ดินในประเทศสยาม คำที่
เรียกว่า "แอร์" เปนมาตราของการวัดเนื้อที่ดินอย่างหนึ่งในแบบ
เมตริก แลเท่ากับเนื้อที่ ๒๕ ตารางวา หรือ ๑๐๐ ตารางเมเตอร์

๑๑

อัตราเครื่องตวง

อัตราเครื่องตวงนี้ ยังใช้แตกต่างกันอยู่โดยมาก แต่อัตรา
ที่ใช้กันอยู่ทั่วไปมีอยู่ดังนี้ :-
๑ ทะนาน เท่ากับ ๑๙/๒๐ ของลิเตอร์
๑ ถัง ประมาณ ๑๙ ลิเตอร์
๑ เกวียน เท่ากับเข้าเปลือก ๑๖ หาบ หรือเข้ากล้อง ๒๒ หาบ
หรือเข้าสาร ๒๓ หาบ
๘๐ สัด หรือ ๑๐๐ ถัง เท่ากับ ๑ เกวียน

มาตราชั่ง๑ บาท หนัก ๑๕ แกรม
๑ ตำลึง (๔ บาท) " ๖๐ "
๑ หาบ หนัง ๖๐.๔๘ กิโลแกรม หรือ เท่ากับน้ำหนัก ๑๓๓ ๑/๓ ปอนด์
หรือเท่ากับ ๑๐๐ ชั่งจีน คิด ๑ ๑/๓ ปอนด์ต่อชั่ง ซึ่งเปนอัตราสำหรับใช้
ชั่งสินค้าต่างๆ ทั่วไป

เงินของประเทศสยาม
เงินของประเทศสยามที่ใช้อยู่นั้นได้กำหนดราคาตามราคาทองเปน
หลัก เพื่อให้สดวกแก่การค้าขาย รัฐบาลได้ทำเงินเหรียญบาทขึ้น
ใช้ ซึ่งได้กำหนดราคาแลกเปลี่ยนไว้ ๑๓ บาทต่อ ๑ ปอนด์ อังกฤษ
(อัตรากระทรวงพระคลัง) แต่ราคาแลกเปลี่ยนของแบงก์ย่อมขึ้นลง
บ้างเล็กน้อยตามเวลา เมื่อวันที่ ๓๑ สิงหาคม พระพุทธศักราช ๒๔๕๘
เงินปอนด์ที่รัฐบาลมีไว้เปนจำนวน ๑,๐๘๙,๐๐๑ ปอนด์ สำหรับการใช้
หัวข้อ: Re: [หนังสือหายาก] ที่รฦกแห่งการเปิดทางรถไฟ
เริ่มหัวข้อโดย: ลูกแมวตาดำๆ ที่ 14:16 น. วันที่ 22 ธ.ค.52
(http://i284.photobucket.com/albums/ll8/Mongwin/souvenir1917/013tn.jpg)

๑๒

มาตราทองคำ เงินบาทหนึ่งแบ่งออกเปน ๑๐๐ สตางค์ เงินตราแล
สตางค์ที่ใช้อยู่นั้นมีดังนี้ :-

๑ สตางค์ (ทองแดง), ๕ สตางค์, แล ๑๐ สตางค์ (นิเกอล),
๒๕ สตางค์, ๕๐ สตางค์, แล ๑ บาท (เงิน) ๒๕ สตางค์เรียกว่าสลึง
หนึ่ง และ ๕๐ สตางค์ ๒ สลึง พระราชบัญญัติมาตราทองคำ ได้
กำหนดราคาเหรียญทองทศเหรียญหนึ่ง เปนราคา ๑๐ บาท แต่ยัง
มิได้ประกาศให้ใช้ เงินธนาบัตร์ที่ใช้อยู่นั้นมีธนาบัตร์ราคาใบละ ๕ บาท
อย่างหนึ่ง, ๑๐ บาทอย่างหนึ่ง, ๒๐ บาทอย่างหนึ่ง, ๑๐๐ บาท
อย่างหนึ่ง, แลราคาใบละ ๑,๐๐๐ บาทอย่างหนึ่ง, ส่วนธนาบัตร์
ที่รัฐบาลจ่ายออกใช้นั้น จนถึงเดือนพฤศจิกายน พระพุทธศักราช ๒๔๕๘
มีจำนวน ๓๕๖๔๖๗๐๕ บาท เงินเหรียญบาทนั้นได้จัดทำขึ้นที่กรมกะสาปน์สิทธิการ

การวัดลมอากาศแลฝน

ความร้อนหนาวของอากาศในกรุงเทพฯ แลจำนวนน้ำฝนที่ตกนั้น
ในเวลา ๑๓ ปีที่ล่วงมาแล้วนี้ ตามรายงานที่ได้วัดตรวจตราไว้
นั้น ปรากฏว่าหลอดปรอทสำหรับวัดอากาศร้อนหนาวที่แขวนไว้ในร่ม
นั้น อย่างปานกลางเพียง ๘๖ ดีกรีเศษ ๙ ฟาเรนไฮต์ เท่ากับ ๒๘
ดีกรีเศษ ๓ เซนติเกรด อย่างร้อนที่สุด ๑๐๐ ดีกรีฟาเรนไฮต์ เท่ากับ
๔๑ ดีกรีเศษ ๑ เซนติเกรด อย่างหนาวที่สุด ๕๒ ดีกรีฟาเนไฮต์
เท่ากับ ๑๑ ดีกรีเศษ ๑ เซนติเกรด

๑๓

ส่วนการวัดน้ำฝนในเวลา ๑๓ ปีนั้นปรากฏว่า อย่างปานกลาง
๕๖ นิ้วอังกฤษเศษ ๒๔ เท่ากับ ๑,๔๒๘ มิลิเมเตอร์เศษ ๕, อย่างมาก
ที่สุดใน ๒๔ ชั่วโมง ๕ นิ้วอังกฤษเศษ ๓๕, เท่ากับ ๑๓๕ มิลิเมเตอร์
เศษ ๙, ฤดูฝนนั้นตั้งต้นแต่เดือนพฤศภาคมถึงพฤศจิกายน ฤดู
ที่เย็นดีที่สุดไม่มีฝน เปนเวลาเหมาะสำหรับเดินทางสดวกแลสบาย
ดีนั้น คือในเดือนธันวาคม, มกราคมแลกุมภาพันธ์

ปฏิทิน

การนับวันเดือนปีนั้น นับแลคำนวณตามสุริยคติ ปีใหม่นั้น
ตั้งต้นตั้งแต่วันที่ ๑ เมษายน ส่วนศักราชนั้นใช้พระพุทธศักราช นับ
แต่วันที่พระสมณะโคดมเสด็จเข้าสู่พระปรินิพพานเปนต้นมา ซึ่งในปีนี้
เปนปี ๒๔๕๙ อนึ่งปฏิทินที่นับแลคำนวณตามจันทรคตินั้น ทางฝ่าย
พุทธจักร์ก็ยังใช้กันอยู่

การศึกษา

การศึกษานั้นในโบราณสมัยวัดต่างๆ เปนที่สั่งสอนหนังสือแล
วิชาการต่างๆ คล้ายกันกับในประเทศยุโรป พระภิกษุสงฆ์เปนครูผู้
สั่งสอน บรรดาชายหนุ่มไม่ว่าชั้นใดตระกูลใด เมื่อมีอายุครบ ๒๑ ปี
โดยบริบูรณ์แล้ว ตามธรรมดาย่อมจะอุปสมบทเปนพระภิกษุสงฆ์ในพระ
บวรพุทธศาสนา อย่างน้อยก็เพียงหนึ่งพรรษา ธรรมเนียมอันนี้ยังนิยม
ใช้กันอยู่เสมอมา ในเวลาที่บวชเปนพระอยู่นั้นเล่าเรียนหนังสือแล
ธรรมวินัยตามสมควร ด้วยเหตุนี้คนที่อ่านหนังสือไม่ออกจึงมีน้อย
ในเวลานี้ ถึงแม้ว่าการศึกษานั้น ได้จัดวางระเบียบใหม่ตามกาลนิยม
หัวข้อ: Re: [หนังสือหายาก] ที่รฦกแห่งการเปิดทางรถไฟ
เริ่มหัวข้อโดย: ลูกแมวตาดำๆ ที่ 14:17 น. วันที่ 22 ธ.ค.52
(http://i284.photobucket.com/albums/ll8/Mongwin/souvenir1917/015tn.jpg)

๑๔

แล้วก็ดี แต่วัดต่างๆ นั้นก็ยังคงเปนสถานที่สั่งสอนอันสำคัญอยู่
เหมือนกัน
โรงเรียนนั้นแบ่งเปน ๒ ชนิด คือ โรงเรียนรัฐบาลแลโรงเรียน
เชลยศักดิ์ โรงเรียนรัฐบาลนั้น คือ โรงเรียนที่รัฐบาลออกทุนรอน
อุดหนุน มีโรงเรียนปถม, มัธยม, แลอุดมเปนต้น มีนักเรียนรวม
๒๗,๘๐๗ คน โรงเรียนเชลยศักดิ์นั้น ได้รับความบำรุงจากเงินที่เรี่ย
รายได้จากพลเมืองในท้องที่นั้น หรือตามที่ครูจะเก็บค่าเล่าเรียนจาก
นักเรียนที่เล่าเรียนอยู่ในโรงเรียนเหล่านั้นได้ โรงเรียนเชลยศักดิ์เหล่านี้
ตามธรรมดาเปนโรงเรียนชั้นปถมศึกษาเปนต้น มีนักเรียน ๑๐๐,๑๗๕
คน นอกจากนี้ในจำนวนวัด ๑๓,๒๗๗ วัด ซึ่งมีอยู่ในประเทศสยาม
นั้น ไม่นับวัดที่เปนที่ตั้งโรงเรียนตามแบบของกรมศึกษาธิการที่ได้
กล่าวมาแล้ว ๑,๐๗๓ วัดนั้น ยังมีวัดต่างๆ ที่มีการสอนหนังสือ
ตามแบบวัดอีก ๘,๗๓๗ วัด พระสงฆ์ในวัดเหล่านั้นเองเปนครูสอน
ศิษย์ของตน ด้วยเหตุนี้ก็พอจะเห็นได้ว่าการศึกษาเบื้องต้นนั้นได้
รับความอุปถัมภ์บำรุงอันดีอยู่แล้ว แลจำนวนนักเรียนนั้นก็ทวีมาก
ขึ้นทุกที ด้วยมีผู้ชอบส่งบุตร์หลานไปเล่าเรียนกันมาก การศึกษา
วิชาชั้นสูงขึ้นไปนั้น, ก็มีความต้องการอยู่มาก, แต่กระทรวงทะบวง
การบางกระทรวง ต่างก็มีโรงเรียนสำหรับให้กุลบุตร์ได้เล่าเรียนศึกษา
วิชาชั้นสูง เพื่อเข้ารับราชการในกระทรวงต่างๆ เช่น โรงเรียนทหาร
บก, ทหารเรือ, โรงเรียนกฎหมาย, โรงเรียนแพทย์, โรงเรียนข้า
ราชการพลเรือน, โรงเรียนพานิชการแลโรงเรียนเพาะช่างเปนอาทิ ส่วน
หัวข้อ: Re: [หนังสือหายาก] ที่รฦกแห่งการเปิดทางรถไฟ
เริ่มหัวข้อโดย: ลูกแมวตาดำๆ ที่ 14:21 น. วันที่ 22 ธ.ค.52
ถัดจากหน้า ๑๔ ก็จะเป็น plate ภาพแผ่นแรกครับ
(กระดาษที่ใช้พิมพ์ภาพถ่าย จะมีคุณภาพดีกว่ากระดาษที่ใช้พิมพ์ตัวหนังสือ เข้าใจว่าพิมพ์ภาพต่างหากแล้วนำมาแทรกไว้ในเล่มในภายหลังช่วงที่จะเข้าเล่มครับ และเลขหน้าจะรันไปเฉพาะส่วนที่เป็นตัวหนังสือ ภาพที่แทรกจะไม่นับเลขหน้ารวมไว้ด้วยครับ)

ภาพที่ ๑ กระทรวงคมนาคม

(http://i284.photobucket.com/albums/ll8/Mongwin/souvenir1917/016tn.jpg)
หัวข้อ: Re: [หนังสือหายาก] ที่รฦกแห่งการเปิดทางรถไฟ
เริ่มหัวข้อโดย: ลูกแมวตาดำๆ ที่ 14:22 น. วันที่ 22 ธ.ค.52
ภาพที่ ๒ สถานีรถไฟหลวงสายใต้ กรุงเทพฯ

(http://i284.photobucket.com/albums/ll8/Mongwin/souvenir1917/016tn2.jpg)

หมายเหตุ ภาพนี้เป็นภาพร่าง ไม่ใช่ภาพถ่ายจากสถานที่จริง ดังปรากฏข้อความอธิบายในหน้า ๓๒ ว่า
...สถานีรถไฟหลวงสายใต้ อยู่ที่ตำบลบางกอกน้อย ...เวลานี้กำลังก่อสร้างอยู่...รูปสถานีในสมุดนี้เป็นรูปที่ถ่ายมาจากรูปเขียนอันเป็นแบบตัวอย่างนั้น

น่าเสียดายที่ผมยังหาภาพสถานีรถไฟหลวงสายใต้แรกเริ่มเดิมทีไม่ได้ครับ
หรือแม้แต่รุ่นที่ 2 ที่ก่อสร้างแล้วเสร็จก็ยังหาไม่พบครับ
(ภาพที่หอจดหมายเหตุแห่งชาติมีอยู่ ก็เป็นภาพที่สำเนาจากหนังสือที่รฦกฯ เล่มนี้เช่นกัน)
ส่วนสถานีรถไฟธนบุรีรุ่นที่ 3 ก็คืออาคารที่กรมศิลปากรขึ้นทะเบียนโบราณสถานแล้ว และออกแบบโดย ม.จ.โวฒยากร วรวรรณครับ

สถานีรถไฟธนบุรีในปัจจุบันจึงน่าจะเป็นรุ่นที่ 4 ใช่ไหมครับ
หัวข้อ: Re: [หนังสือหายาก] ที่รฦกแห่งการเปิดทางรถไฟ
เริ่มหัวข้อโดย: ลูกแมวตาดำๆ ที่ 14:24 น. วันที่ 22 ธ.ค.52
(http://i284.photobucket.com/albums/ll8/Mongwin/souvenir1917/017tn.jpg)

๑๕

ในโรงเรียนข้าราชการพลเรือนนั้น ในเวลานี้มีการฝึกหัดสั่งสอนอยู่
๓ แพนก คือ แพนกยันตรศึกษา ๑, ครุศึกษา ๑, รัฏฐประสาตร
ศึกษา ๑, โรงเรียนนี้ก็คือโครงของมหาวิทยาลัย ซึ่งจะได้มีสืบต่อไป
ในภายน่านั้น อนึ่งที่ดินอันกว้างใหญ้เหมาะแก่การสร้างมหาวิทยาลัย
นั้น พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้ทรงพระมหากรุณาโปรดพระราช
ทานให้ตัวตึกใหญ่ที่จะเปนมหาวิทยาลัยสืบต่อไป ที่กำลังก่อสร้างอยู่
ก็จวนสำเร็จอยู่แล้ว

ในที่สุดนี้ควรจะกล่าวถึงโรงเรียนมหาดเล็กหลวงอีกแห่งหนึ่ง ซึ่ง
เวลานี้กำลังปลูกสร้างอยู่นั้น โรงเรียนนี้เปนพยานให้เห็นในพระมหา
กรุณาธิคุณที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงเปนพระราชธุระฝักใฝ่
ในความเจริญของการศึกษาอยู่มากเพียงใด

อนึ่ง มหาวิทยาลัยแลโรงเรียนซึ่งกล่าวมาว่ากำลังก่อสร้างอยู่นั้น
เมื่อแล้วเสร็จจะเปนสฐานที่อย่างแบบไทย์โบราณอันดีที่สุด ซึ่งภายใน
ทำตามแบบอย่างใหม่ที่นิยมกันอยู่ในสมัยปัตยุบันนี้

การป้องกันรักษา

พระราชบัญญัติลักษณเกณฑ์ทหารนั้น ได้ประกาศใช้ทั่วพระราช
อาณาจักร์ เวลารับราชการในกองประจำการนั้นมีกำหนด ๒ ปี ใน
ราชการฝ่ายทหารนั้น เจ้าน่าที่ของกองทัพบกได้จัดการอย่างเคร่งครัด
เมื่อมีราชการทัพศึกก็พร้อมที่จะทำการตามน่าที่ได้อย่างดี กำลัง
ของกองทัพบกนั้นมี ๑๐ กองพล และจัดเปนกองทัพน้อย ๓ กองทัพ
เปนกองพลอิศร ๑ กองพล ในกรุงเทพฯ มีโรงเรียนนายร้อยซึ่งเปน
หัวข้อ: Re: [หนังสือหายาก] ที่รฦกแห่งการเปิดทางรถไฟ
เริ่มหัวข้อโดย: ลูกแมวตาดำๆ ที่ 14:25 น. วันที่ 22 ธ.ค.52
(http://i284.photobucket.com/albums/ll8/Mongwin/souvenir1917/018tn.jpg)

๑๖

สำนักนิ์ที่ศึกษาวิชาการทหารบก สำหรับผู้ที่จะเปนนายทหารชั้น
สัญญาบัตร์แลนายดาบ ส่วนโรงเรียนนายสิบนั้นมีอยู่ตามกรมทหาร
นอกจากนี้ยังมีโรงเรียนแม่นปืนแลโรงเรียนปืนใหญ่สำหรับนายทหาร
ชั้นสัญญาบัตร์ด้วย ในการบำรุงกำลังร่างกายทหารให้แขงแรงแล
ผาศุขสบายนั้น เจ้าน่าที่คอยเอาใจใส่ตรวจตราอยู่อย่างกวดขัน เครือง
อาวุธยุทธภัณฑ์นั้น เปนของที่นิยมใช้กันในสมัยนี้ทั้งสิ้น ในที่ใกล้
เคียงกรุงเทพฯ นั้น มีโรงทำกระสุนปืนอยู่แห่งหนึ่ง นายทหารที่
เปนผู้บังคับการแลครูในกองบินนั้น ได้ฝึกหัดมาแต่ประเทศยุโรป

ฝ่ายกองทัพเรือ มีทหารเรือประจำการ ๕,๐๐๐ คน มีทหาร
กองหนุน ๒๐,๐๐๐ คน มีเรือปืน ๔ ลำ เรือพิฆาฎตอร์ปิโด ๒ ลำ แล
เรือตอปิโด ๔ ลำ ส่วนความมุ่งหมายที่จะจัดกองทัพเรือนั้น ก็มุ่งหมาย
จะให็เป็นอย่างดีแลเพียงพอตามน่าที่ในเวลาที่มีการสงคราม โรงเรียน
ทหารเรือนั้นมีหลักสูตร์อย่างดีแลพอเพียงสำหรับราชการทหารเรือ

ส่วนกรมสรรพาวุธแลอู่เรือนั้น ก็เพียงพอที่สามารถจะซ่อมแซม
รักษาเรือรบต่างๆ เรือบรรทุกทหารแลเรือราชการอื่นๆ อีกถึง ๑๐
ลำเศษนั้นได้

อนึ่ง ราชนาวีสมาคม ซึ่งได้ตั้งขึ้นก็มุ่งหมายจะเตือนใจชนชาว
สยามทั่วไปให้เห็นความสำคัญแลความจำเปนในการป้องกันรักษาพระ
ราชอาณาเขตร์ทางฝ่ายนี้ เพื่อชักจูงแลปลุกใจชาวไทยให้รู้จักรักชาติ
แลเมืองไทยอันเปนบ้านเกิดเมืองบิดร แลรู้จักน่าที่ของตนที่ควรฉลอง
คุณชาติแลบ้านเมืองของตนอย่างใดนั้น
หัวข้อ: Re: [หนังสือหายาก] ที่รฦกแห่งการเปิดทางรถไฟ
เริ่มหัวข้อโดย: ลูกแมวตาดำๆ ที่ 14:28 น. วันที่ 22 ธ.ค.52
๓. สถานีรถไฟหลวงสายเหนือ กรุงเทพฯ

(http://i284.photobucket.com/albums/ll8/Mongwin/souvenir1917/019tn.jpg)
หัวข้อ: Re: [หนังสือหายาก] ที่รฦกแห่งการเปิดทางรถไฟ
เริ่มหัวข้อโดย: ลูกแมวตาดำๆ ที่ 14:31 น. วันที่ 22 ธ.ค.52
(http://i284.photobucket.com/albums/ll8/Mongwin/souvenir1917/020tn.jpg)

๑๗

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอันทรงพระคุณธรรมอันประเสริฐของ
เราได้ทรงตั้งกองเสือป่าขึ้น แลการตั้งกองเสือป่านั้นก็ได้แพร่หลาย
ตลอดไปทั่วพระราชอาณาเขตร์โดยเร็วพลัน อนึ่งลูกเสือที่ได้ทรงพระ
กรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตั้งขึ้นนั้น ก็ได้รับความอุปถัมภ์บำรุงของประชา
ชนพลเมืองทั่วไปโดยเร็วเหมือนกัน

อัตราไปรสนีย์แลโทรเลข

ประเทศสยามได้เข้าสากลไปรสนีย์สมาคมตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๔๒๘
เพราะฉนั้นอัตราค่าธรรมเนียมไปรสนีย์ในระหว่างประเทศสยามแลนานา
ประเทศที่เข้าอยู่ในสากลไปรสนีย์แล้วนั้นคล้ายคลึงกัน การไปรสนีย์ไป
ต่างประเทศนั้น จะฝากเงินทางไปรสนีย์ธนาณัติซึ่งมีจำนวนเงินไม่เกิน
กว่า ๔๐ ปอนด์, ๑๐๐๐ แฟรงค์, ๘๐๐ มาร์ค, ๔๐๐ เหรียญแมกซิกัน,
หรือเหรียญสิงคโปร์, ไปยังนานาประเทศได้ ห่อวัตถุที่ส่งทางไปรสนีย์
วัตถุนั้น จำกัดน้ำหนักเพียง ๕ กิโลแกรม หรือ ๑๑ ปอนด์ แต่เมือง
ฝรั่งเศษแลอินโดไชนานั้น มีน้ำหนักจนถึง ๑๐ กิโลแกรมก็ส่งได้

ดวงตราไปรสนีย์ที่ออกใช้อยู่นั้น มีราคาต่างกันดังนี้ ๒ สตางค์,
๓ สตางค์, ๕ สตางค์, ๑๐ สตางค์, ๑๕ สตางค์, ๑ บาท, ๒ บาท,
๓ บาท, ๕ บาท, ๑๐ บาท, แล ๒๐ บาท,

หนังสือปิดซองผนึกธรรมดาฝากถึงผู้รับซึ่งอยู่ในแขวงจังหวัดเดียว
กัน ต้องปิดดวงตราค่าธรรมเนียม ๕ สตางค์ ทุกน้ำหนัก ๑๕ แกรม

ฝากไปต่างหัวเมืองในพระราชอาณาเขตร์สยาม ต้องปิดดวงตรา
หัวข้อ: Re: [หนังสือหายาก] ที่รฦกแห่งการเปิดทางรถไฟ
เริ่มหัวข้อโดย: ลูกแมวตาดำๆ ที่ 14:33 น. วันที่ 22 ธ.ค.52
(http://i284.photobucket.com/albums/ll8/Mongwin/souvenir1917/021tn.jpg)

๑๘

ค่าธรรมเนียม ๑๐ สตางค์ ทุกน้ำหนัก ๑๕ แกรม

ฝากออกไปยังนานาประเทศ ต้องปิดดวงตราค่าธรรมเนียม
๑๕ สตางค์ในน้ำหนัก ๒๐ แกรมแรก ต่อไปต้องเสียค่าธรรมเนียม
๑๐ สตางค์ ทุกๆ ๒๐ แกรมหรือเศษของ ๒๐ แกรม,

ค่าธรรมเนียมสำหรับหนังสือจดทะเบียนฝากถึงตำบลใดๆ ต้อง
ปิดดวงตราค่าธรรมเนียมเพิ่มอีก ๑๕ สตางค์

ไปรสนีย์บัตร์ที่ส่งไปมาในจังหวัดเดียวกัน ราคาแผ่นละ ๒ สตางค์
ส่งไปต่างหัวเมืองในพระราชอาณาเขตร์ ราคาแผ่นละ ๓ สตางค์
ส่งไปยังนานาประเทศ ราคาแผ่นละ ๕ สตางค์ ถ้ามีตอบด้วย
ราคาแผ่นละ ๑๐ สตางค์

อัตราค่าธรรมเนียมส่งหนังสือพิมพ์ต่างๆ ดังนี้

ส่งถึงผู้รับซึ่งอยู่ในแขวงเมืองเดียวกัน หรือตามหัวเมืองใน
พระราชอาณาจักร์สยาม ต้องปิดดวงตราค่าธรรมเนียม ๒ สตางค์
ทุกน้ำหนัก ๕๐ แกรม

ส่งออกไปยังต่างประเทศ ต้องปิดดวงตราค่าธรรมเนียม ๓ สตางค์
ทุกน้ำหนัก ๕๐ แกรม
อัตราค่าโทรเลขในพระราชอาณาจักร์สยามใน ๑๐ คำแรก หรือ
น้อยกว่าเปนเงิน ๑ บาท คำต่อๆ ไปคิดคำละ ๑๐ สตางค์

โทรเลขที่จะมีไปยังทวีปยุโรป (เว้นประเทศรุซเซียแลเตอรกี)
มีอัตราต่างกัน ตั้งแต่คำละ ๑ บาท ๙๐ สตางค์ ถึง ๓ บาท
๔๐ สตางค์ แล้วแต่จะส่งไปโดยทางสายใด
หัวข้อ: Re: [หนังสือหายาก] ที่รฦกแห่งการเปิดทางรถไฟ
เริ่มหัวข้อโดย: ลูกแมวตาดำๆ ที่ 14:38 น. วันที่ 22 ธ.ค.52
๔. ที่ทำการกรมไปรสนีย์โทรเลข

(http://i284.photobucket.com/albums/ll8/Mongwin/souvenir1917/022tn.jpg)

หัวข้อ: Re: [หนังสือหายาก] ที่รฦกแห่งการเปิดทางรถไฟ
เริ่มหัวข้อโดย: ลูกแมวตาดำๆ ที่ 14:40 น. วันที่ 22 ธ.ค.52
(http://i284.photobucket.com/albums/ll8/Mongwin/souvenir1917/023tn.jpg)

๑๙

ทางรถไฟ

นอกจากทางขนาดกว้าง ๑ เมเตอร์ของบริษัทซึ่งมีอยู่เพียง ๑๐๖
กิโลเมเตอร์นั้น ทางรถไฟในประเทศสยามทั้งสิ้นเปนของรัฐบาล คือ
ทางรถไฟหลวงสายเหนือ ๑ แลทางรถไฟหลวงสายใต้ ๑ ทางรถไฟ
สายเหนือนั้น เปนทางขนาดกว้าง ๑.๕๐ เมเตอร์ ทำขึ้นไปทาง
พระราชอาณาเขตร์ภาคเหนือแลภาคตวันออก ส่วนทางรถไฟหลวง
สายใต้ ซึ่งเปนทางขนาด ๑ เมเตอร์นั้น ทำลงไปทางพระราชอาณา
จักร์ภาคใต้ เปนทางรถไฟในระหว่างกรุงเทพฯ กับเมืองปินังแลเมือง
สิงคโปร์ทางทิศใต้ แลเมืองพม่าทางทิศเหนือ

ทางรถไฟหลวงสายเหนือที่ได้เปิดรับคนโดยสานแล้วในเวลานี้เปน
ทางยาว ๙๔๘ กิโลเมเตอร์ แลที่กำลังก่อสร้างอยู่อีก ๗๓ กิโลเมเตอร์
ทางสายนี้มีทางแยกต่างๆ ดังนี้ ทางตวันออกแยกไปยังฉะเชิงเทรา
ทางตวันออกเฉียงเหนือแยกไปยังนครราชสีมา, ทางตวันตกเฉียงเหนือ
แยกไปยังสรรคโลกย์ ทางเหนือผ่านนครลำปาง, นครลำพูน, ถึงนคร
เชียงใหม่เปนสุดทาง สถานีใหญ่ต้นทางนั้นตั้งอยู่ที่ตำบลหัวลำโพง
นอก ฝั่งตวันออกของลำแม่น้ำเจ้าพระยา นอกจากทางสายแยกแล
สายกลางที่กล่าวมาแล้วนี้ ยังมีทางแยกลงไปยังตำบลช่องนนทรี
ถึงลำแม่น้ำเจ้าพระยา เปนสถานีริมแม่น้ำด้วยอีกแห่งหนึ่ง

ทางรถไฟหลวงสายใต้นั้น สถานีใหญ่ต้นทางตั้งอยู่ที่ปากคลอง
บางกอกน้อย ฝั่งตวันตกแห่งแม่น้ำเจ้าพระยา ทางสายนี้ได้ทำต่อลงไป
จากทางรถไฟสายเพ็ชร์บูรีซึ่งได้สร้างไว้ก่อน แลได้เปิดรับคนโดยสาน
หัวข้อ: Re: [หนังสือหายาก] ที่รฦกแห่งการเปิดทางรถไฟ
เริ่มหัวข้อโดย: ลูกแมวตาดำๆ ที่ 15:31 น. วันที่ 22 ธ.ค.52
(http://i284.photobucket.com/albums/ll8/Mongwin/souvenir1917/024tn.jpg)

๒๐

แล้วเมื่อปีพระพุทธศักราช ๒๔๔๖ ทางรถไฟหลวงสายใต้นี้จะได้ทำ
ลงไปเชื่อมต่อกับทางรถไฟของประเทศเฟเดอเรเต็ดมาเลสะเต็ดทั้งทาง
ฝ่ายตวันออกแลตวันตกในแหลมมลายู คือ ข้างตวันออกจะได้เชื่อม
ต่อกันที่เขตร์แดนเมืองกลันตัน แลข้างตวันตกที่เขตร์แดนเมืองเคดา
ส่วนที่จังหวัดตรังนั้น ก็เปนสถานีปลายทางแห่งหนึ่งของทางรถไฟ
สายนี้ จากท่าเรือที่จังหวัดตรังนั้น เรือกลไปที่เดินอยู่ในเวลานี้
จะเดินถึงปีนังได้ใน ๑๖ ชั่วโมง

จากเพ็ชร์บูรีไป ทางรถไฟสายนี้ตัดลงไปทางทิศใต้ ผ่านบาง
ตะพาน, ชุมพร, หลังสวนแลสุราษฎร์ธานี เมื่อถึงทุ่งสงแล้วแยก
ออกไปเปนสองทาง ทางหนึ่งแยกไปทางตวันตกยังตรัง ส่วนทาง
ตวันออกนั้นผ่านทางที่แยกไปยังนครศรีธรรมราช, พัทลุง, อู่ตะเภา, ยะลา
แลระแงะ ทางสายแยกนครนั้นยาวเพียง ๓๖ กิโลเมเตอร์

ที่ตำบลอู่ตะเภานี้ มีทางแยกไปยังฝั่งตวันตกแห่งแหลมมลายู
ผ่านเมืองเคดาทางหนึ่งยาว ๔๘ กิโลเมเตอร์ แลแยกลงไปยังสงขลา
อีกทางหนึ่งยาว ๒๘ กิโลเมเตอร์

ทางรถไฟสายใต้ที่สร้างขึ้นเพื่อบำรุงบ้านเมืองให้เจริญ แลเพื่อ
ให้ไปมาได้ตรงในระหว่างกรุงเทพฯ กับมณฑลต่างๆ ในพระราชอาณา
จักร์ภาคใต้ ด้วยในเวลานี้คมนาคมที่มีอยู่ก็มีแต่เรือที่เดินตามชาย
ทะเล หรือทางบกซึ่งเปนทางไกลกันดารมาก เปนต้นว่าถ้าจะไปกับ
เรือกลไปที่เดินอยู่เสมอจากกรุงเทพฯ ถึงสงขลา ก็ต้องใช้เวลา ๔ วัน
หรือถ้าจะเดินทางบกแล้วก็จะต้องใช้เวลาเดือนเศษ แต่ถ้าจะเดินทาง
หัวข้อ: Re: [หนังสือหายาก] ที่รฦกแห่งการเปิดทางรถไฟ
เริ่มหัวข้อโดย: ลูกแมวตาดำๆ ที่ 15:36 น. วันที่ 22 ธ.ค.52
๕. พระบรมมหาราชวัง

(http://i284.photobucket.com/albums/ll8/Mongwin/souvenir1917/025tn.jpg)
หัวข้อ: Re: [หนังสือหายาก] ที่รฦกแห่งการเปิดทางรถไฟ
เริ่มหัวข้อโดย: ลูกแมวตาดำๆ ที่ 15:42 น. วันที่ 22 ธ.ค.52
(http://i284.photobucket.com/albums/ll8/Mongwin/souvenir1917/026tn.jpg)

๒๑

โดยรถไฟ และเมื่อกรมรถไฟเดินรถเร็ว (เอกสะเปรศ) แล้วก็จะไป
ถึงสงขลาได้ภายใน ๒ วัน ถ้าตริตรองดูแล้วสำหรับประเทศเล็กที่ทำ
การใหญ่โตต้องลงทุนรอนมากมายเช่นนี้ ก็ย่อมจะเปนการใหญ่อยู่
เพราะท้องที่ต่างๆ ที่ทำทางรถไฟผ่านไปนั้น มีพลเมืองเบาบางมาก
นัก ส่วนเวลาที่ย่นเข้าได้นี้ ในบางคราวเวลาเมื่อถ่ายถุงไปรสนีย์ถึง
กรุงสยามลงเรือที่จะเข้ามากรุงเทพฯ นั้น ซึ่งตามธรรมดาต้องคอยฝาก
เข้ามากับเรือที่จะมีเข้ามากรุงเทพฯ นั้น ถ้าต้องคอยเรืออีกด้วยแล้ว
เวลาที่จะย่นเข้าได้อีกโดยส่งถุงไปรสนีย์ขึ้นบกโดยทางรถไฟที่เมืองไปร
ตรงขึ้นมายังกรุงเทพฯ ทีเดียว ก็จะยิ่งน้อยกว่าเวลาที่จะย่นเข้าได้
อันกล่าวมาแล้วนี้

อนึ่งบรรดาคนโดยสานซึ่งขึ้นบกที่ปินัง จะหลีกเลี่ยงการโดยสาน
ไปกับเรือผ่านทางเมืองสิงคโปร์ ซึ่งต้องเดินทางในทะเลไกลมากนั้น
ได้ด้วย ทั้งจะประหยัดเวลาที่ต้องเดินทางอยู่ในเรือแลที่จะต้องคอยเรือ
ที่จะมีเข้ามาจากสิงคโปร์นั้นได้อีกด้วย

การประหยัดเวลาเดินทางลงได้นี้ ใช่แต่จะเปนประโยชน์ใหญ่
สำหรับพวกพ่อค้าพานิชที่อยู่ในกรุงเทพฯ แต่ฝ่ายเดียวก็หามิได้ ย่อม
จะเปนประโยชน์แก่ผู้เดินทางแลชาวต่างประเทศที่ตั้งเคหะสถานอยู่ใน
กรุงสยาม จะลาออกไปพักแลเยี่ยมประเทศบ้านเมืองตนนั้นด้วย ส่วน
สำหรับนักเที่ยวรอบโลกย์ก็น่าจะเหมาะแก่ความประสงค์มาก เพราะ
สำหรับนักเที่ยวเช่นนี้ ถ้าขึ้นจากเรือที่เมืองปินังแลข้ามมาขึ้นรถไฟ
ที่เมืองไปร ซึ่งอยู่ที่ฝั่งตวันตกของแหลมมลายูตรงเกาะปีนังข้ามนั้น
หัวข้อ: Re: [หนังสือหายาก] ที่รฦกแห่งการเปิดทางรถไฟ
เริ่มหัวข้อโดย: ลูกแมวตาดำๆ ที่ 15:44 น. วันที่ 22 ธ.ค.52
(http://i284.photobucket.com/albums/ll8/Mongwin/souvenir1917/027tn.jpg)

๒๒

ขึ้นมายังกรุงเทพฯ แล้ว ก็จะได้เห็นบ้านเมืองอันน่าดูน่าชมตลอดทาง
อนึ่ง ท้องที่เหล่านั้นจะว่ายังไม่มีใครเคยรู้จักดีนักก็ว่าได้ เมื่อได้เที่ยว
ดูเที่ยวชมสถานที่ต่างๆ ในกรุงเทพมหานครแล้ว ถ้ามีความ
ประสงค์จะกลับทางเรือลงไปเมืองสิงคโปร์ แล้วเดินทางเที่ยวต่อไปใน
ประเทศตวันออกก็ได้ อนึ่งผู้เดินทางเที่ยวในประเทศตวันออก เช่น
เมืองจีนแลเมืองยี่ปุ่นนั้น ถ้าจะเข้ามาเที่ยวในกรุงสยามจะเข้ามา
โดยทางเรือแลกลับทางรถไฟก็ได้เหมือนกัน

จนถึงกาลบัดนี้ผู้ที่เข้ามาเที่ยวเยี่ยมเยือนกรุงเทพฯ มีน้อย ก็
คงเป็นเพราะเหตุที่หนทางไปมาระหว่างกรุงเทพฯ กับเมืองสิงคโปร์ มี
แต่ทางเรือที่น่าเบื่ออยู่ทางเดียว แต่เมื่อมีทางรถไฟแล้ว ถ้าจะเดิน
ทางโดยรถไฟ ก็จะไม่ต้องกังวลถึงการที่จะเดินทางกลับลงไปกับเรือ
ยังสิงคโปร์ ซึ่งในเทศกาลมรสุมนั้น จะไม่เปนความศุขสบายเลย

ทางรถไฟหลวงที่ได้เปิดรับคนโดยสานแล้วในเวลานี้ มีอยู่ดังนี้
รถไฟสายใต้ ๑,๑๗๕ กิโลเมเตอร์ แลกำลังก่อสร้างอยู่ ๑๗๖ กิโล
เมเตอร์ รถไฟสายเหนือที่ได้เปิดเดินแล้ว ๙๔๘ กิโลเมเตอร์ แลที่
กำลังก่อสร้างอยู่ ๒๔๙ กิโลเมเตอร์ รวมทางรถไฟหลวงที่ได้เปิดแล้ว
๒,๑๒๓ กิโลเมเตอร์

ทางรถไฟหลวงสายใต้นั้น ทำผ่านลงไปในคาบสมุทมลายูซึ่งเปน
ส่วนหนึ่งของพระราชอาณาจักร์ทางภาคใต้ ตั้งแต่ ๖ ดีกรี ถึง ๑๓ ดีกรี
แลติจูดเหนือ พลเมืองในพระราชอาณาจักร์ภาคนี้มีทั้งไทยแลมลายู
รวมกันประมาณ ๑,๑๕๐,๐๐๐ คน
หัวข้อ: Re: [หนังสือหายาก] ที่รฦกแห่งการเปิดทางรถไฟ
เริ่มหัวข้อโดย: ลูกแมวตาดำๆ ที่ 15:44 น. วันที่ 22 ธ.ค.52
๖. ถนนราชดำเนิน

(http://i284.photobucket.com/albums/ll8/Mongwin/souvenir1917/028tn.jpg)
หัวข้อ: Re: [หนังสือหายาก] ที่รฦกแห่งการเปิดทางรถไฟ
เริ่มหัวข้อโดย: ลูกแมวตาดำๆ ที่ 15:45 น. วันที่ 22 ธ.ค.52
๗. พระที่นั่งอนันตสมาคม

(http://i284.photobucket.com/albums/ll8/Mongwin/souvenir1917/028tn2.jpg)
หัวข้อ: Re: [หนังสือหายาก] ที่รฦกแห่งการเปิดทางรถไฟ
เริ่มหัวข้อโดย: ลูกแมวตาดำๆ ที่ 16:02 น. วันที่ 22 ธ.ค.52
(http://i284.photobucket.com/albums/ll8/Mongwin/souvenir1917/029tn.jpg)

๒๓

ภูมิ์ที่ของพระราชอาณาจักร์ภาคนี้มีภูเขามาก แลสิ่งที่มีประโยชน์
อันเกิดแก่บ้านเมืองแถบนี้ นอกจากเข้าก็มีแร่ธาตุต่างๆ เปนของ
สำคัญ ส่วนแร่ดีบุกนั้นเปนแร่ที่มีแพร่หลายมากกว่าแร่อื่นๆ นอก
จากนี้ก็มีสีต่างๆ ที่ใช้ย้อมผ้า ไม้ต่างๆ ที่มีราคา (ในท้องที่
ต่างๆ แถบนี้ มีป่าไม้ต่างๆ ที่จะใช้ในการปลูกสร้างอยู่มาก) ชัน
ต่าง ๆ, น้ำมันยาง, พริกไทย, ลูกจันเทศ, รังนกอีแอ่น, เต่ากระแล
ไข่จาระเม็ด ขนนกที่แปลกปลาศต่างๆ, หนัง ขนสัตว์ป่าต่างๆ,
แลไหม, โค, กระบือ, แลช้างที่อยู่เป็นฝูงแลโขลงนั้นมีมาก ส่วนม้า
นั้นไม่ใคร่จะมี

บ้านเมืองแลท้องที่ต่างๆ ที่ทางรถไฟผ่านไปนั้น มีของน่าดู
น่าชมสำหรับนักเที่ยวตลอดทาง ส่วนพื้นของภูมิ์ประเทศสองข้างทาง
รถไฟนั้นเล่าก็มีทั้งทุ่ง, นา, ป่า, เขา, แลห้วยธารลหานเหวต่างๆ
นาๆ อันงดงามน่าชมยิ่งนัก

บ้านเมืองที่สำคัญตามทางรถไฟสายนี้ คือ นครปฐม, ราชบูรี,
เพ็ชร์บูรี, ชุมพร, สุราษฎร์ธานี, นครศรีธรรมราช, สงขลา ซึ่งตั้งอยู่
ทางฝั่งตวันออก แลตรังอยู่ทางฝั่งตวันตก

กรุงเทพพระมหานคร

กรุงเทพพระมหานครซึ่งเป็นพระนครหลวงของประเทศสยามนั้น
พระบาทสมเด็จพระรามาธิบดีที่ ๑ อันเปนปถมบรมกระษัตริย์มหาจักรกรี
บรมราชวงศ์ ได้ทรงสถาปนาขึ้นเมื่อปีพระพุทธศักราช ๒๓๒๕ ตั้ง
อยู่ทั้งสองฝั่งของแม่น้ำเจ้าพระยา ห่างจากปากน้ำประมาณ ๔๐ กิโล
หัวข้อ: Re: [หนังสือหายาก] ที่รฦกแห่งการเปิดทางรถไ
เริ่มหัวข้อโดย: ลูกแมวตาดำๆ ที่ 16:11 น. วันที่ 22 ธ.ค.52
(http://i284.photobucket.com/albums/ll8/Mongwin/souvenir1917/030tn.jpg)

๒๔

เมเตอร์ หรือ ๒๒.๔ กิโลเมเตอร์โดยทางตรง แม่น้ำนี้เปนท่าเรือ
สำหรับเรือรบแลเรือค้าขาย เพราะกว้างใหญ่แลมีน้ำลึกมาก ที่
เรือทะเลอย่างกินน้ำลึกจะเดินได้สดวกเมื่อได้ข้ามพ้นสันดอนแล้ว การ
ที่มีสันดอนกีดกั้นอยู่เช่นนี้ จึงจำกัดขนาดเรือที่จะขึ้นมาถึงกรุงเทพฯ
ได้นั้น ต้องกินน้ำเพียง ๑๒ ฟีต ๖ นิ้วถึง ๑๔ ฟีต ๖ นิ้ว จึงจะข้าม
สันดอนเข้ามาได้ในเวลาน้ำขึ้นมาก

กรุงเทพพระมหานครนั้น นับว่าเปนเมืองที่เจริญรุ่งเรืองอย่าง
ที่นิยมกันในสมัยนี้ได้เมืองหนึ่ง มีถนนหนทางอันงดงามสอาดเรียบ
ร้อย ยานล้อต่างๆ เดินได้สดวกแลจุดโคมไฟฟ้าทั่วไปยาวประมาณ
๑๔๕ กิโลเมเตอร์ มีทางรถรางไฟฟ้ายาวประมาณ ๓๗ กิโลเมเตอร์
กับมีน้ำประปาแลใช้จุดโคมไฟฟ้ากันทั่วไป

อนึ่งควรจะรฦกถึงว่า กรุงเทพฯ เปนเมืองหนึ่งที่ได้ใช้จุดโคม
ไฟฟ้าก่อนข้างฝ่ายตวันออกนี้ประเทศหนึ่ง หรือบางทีก็จะเปนเมืองแรก
ที่ได้เริ่มใช้จุดโคมไฟฟ้าในทวีปอาเซียฝ่ายตวันออกนี้กระมัง

บรรดาคลองใหญ่น้อยต่างๆ ซึ่งมีอยู่มากมายใช้เปนทางสำหรับ
เรือสัญจรไปมาแทนถนนหนทางมาแต่ในกาลก่อนนั้น นักเที่ยวซึ่งชอบ
ท่องเที่ยวรอบโลกย์ ซึ่งเคยได้เข้ามาในกรุงสยามแล้วนั้น ชอบเปรียบ
เทียบกรุงเทพพระมหานครว่าคล้ายกับเมืองวินิศในยุโรป

เนื้อที่ภายในกำแพงพระนคร มีประมาณ ๒๔ ตารางกิโลเมเตอร์
พลเมืองตามบาญชีสัมโนครัวที่ได้สำรวจในครั้งที่สุดมี ๕๔๐,๖๗๙ คน
เคหะสถานบ้านเรือนที่เปนฝากระดานมุงด้วยจากมาแต่เก่าก่อนนั้น ก็
หัวข้อ: Re: [หนังสือหายาก] ที่รฦกแห่งการเปิดทางรถไฟ
เริ่มหัวข้อโดย: ลูกแมวตาดำๆ ที่ 16:13 น. วันที่ 22 ธ.ค.52
๘. แม่น้ำเจ้าพระยาแลเรือพระที่นั่ง

(http://i284.photobucket.com/albums/ll8/Mongwin/souvenir1917/031tn.jpg)