ข่าว:

ทดลองใช้งานบอร์ดตะลุง ที่อยู่ในขั้นตอนการกู้คืนข้อมูล เบื้องต้นมีแต่กระทู้ (ข้อความ) กำลังกู้รูปภาพ ไฟล์แนบต่าง ๆ คาดว่าจะทยอยสมบูรณ์ภายในไม่ช้า

Main Menu

เมื่อ"ซีพี"ไม่ใช่แค่"อาหาร" แต่ยักษ์กำลังใส่ล้อ ?

เริ่มโดย ฅนสองเล, 15:22 น. 18 ธ.ค 55

ฅนสองเล

โดย มติชน www.matichon.co.th

นายนพดล เจียรวนนท์ รองประธานกรรมการ กลุ่มธุรกิจยานยนต์ และอุตสาหกรรม (จีน) เครือเจริญโภคภัณฑ์ เปิดเผยว่าเครือเจริญโภคภัณฑ์ได้ร่วมทุนกับ บริษัท เซี่ยงไฮ้ ออโต้โมทีฟ อินดัสทรี คอร์ปอเรชั่น จำกัด (Shanghai Automotive Industry Corp. - SAIC) ซึ่งเป็นบริษัทผลิตรถยนต์รายใหญ่ที่สุดในจีน และใหญ่เป็นอันดับ 7 ของโลก ดำเนินธุรกิจผลิตและจำหน่ายรถยนต์ภายใต้แบรนด์ MG ป้อนสู่ตลาดไทยและตลาดโลก โดยใช้ประเทศไทยเป็นฐานในการผลิตและส่งออกไปยังทุกประเทศทั่วโลก ทั้งนี้เพราะเชื่อมั่นในศักยภาพของประเทศไทยที่จะเป็นศูนย์กลางการผลิตยานยนต์ของเอเชีย หรือ ดีทรอยซ์แห่งเอเชีย (Detroit of Asia) ซึ่งจะก่อให้เกิดการจ้างงาน และมีส่วนสำคัญที่ทำให้เศรษฐกิจไทยเติบโตเป็นผู้นำในภูมิภาคอาเซียน

ในการร่วมทุนนี้ SAIC ถือหุ้นสัดส่วน 51% เครือเจริญโภคภัณฑ์ถือหุ้นสัดส่วน 49% ในนาม บริษัท ซีพี มอเตอร์ โฮลดิ้ง จำกัด ซึ่งตั้งขึ้นมาใหม่เพื่อทำธุรกิจยานยนต์ในไทย ซึ่งได้มีการจัดพิธีเซ็นสัญญาร่วมทุนอย่างเป็นทางการไปเมื่อไม่นานที่ผ่านมา ณ มหานครเซี่ยงไฮ้ สาธารณรัฐประชาชนจีน โดยเครือเจริญโภคภัณฑ์มีนายธนากร เสรีบุรี รองประธานกรรมการ เครือเจริญโภคภัณฑ์ ในฐานะประธานกรรมการ กลุ่มธุรกิจยานยนต์ และอุตสาหกรรม (จีน) เป็นผู้ลงนาม ส่วน SAIC มีนายเฉิน หง (Mr.Chen Hong) รองประธานกรรมการและกรรมการผู้จัดการใหญ่ เป็นผู้ลงนามในสัญญาร่วมทุน โดยในเฟสแรกของการลงทุนจะใช้เงินไม่ต่ำกว่า 10,000 ล้านบาท ขณะนี้อยู่ระหว่างพิจารณาเลือกที่ตั้งโรงงานซึ่งต้องการสร้างโรงงานที่อยู่ใกล้กับท่าเรือแหลมฉบัง เพื่อสะดวกในการส่งออกไปต่างประเทศ

เครือเจริญโภคภัณฑ์เชื่อมั่นในการลงทุนครั้งนี้ เนื่องจาก SAIC เป็นบริษัทผลิตรถยนต์รายใหญ่ที่สุดในจีน ผลิตและจำหน่ายรถยนต์ปีละกว่า 4 ล้านคัน และยังเป็นบริษัทที่มีประสบการณ์ในการร่วมทุนกับบริษัทรถยนต์ระดับโลกอีกหลายแห่งมาเป็นเวลานาน อีกทั้งมีการสะสมบุคลากรที่เชี่ยวชาญในธุรกิจนี้เป็นจำนวนมาก จึงมีความเข้าใจในธุรกิจรถยนต์ระดับโลกเป็นอย่างดี และเมื่อเร็ว ๆ นี้ SAIC ได้ลงทุนมหาศาลเป็นเงินกว่า 20,000 ล้านบาทสร้างศูนย์วิจัยและพัฒนารถยนต์ จะมีการออกแบบ ค้นคว้า วิจัย เพื่อรองรับตลาดในอนาคต โดยมีพนักงานออกแบบกว่า 300คน และเมื่อ SAIC มีนโยบายที่จะใช้ไทยเป็นศูนย์กลางการผลิตรถยนต์พวงมาลัยขวาเพียงแห่งเดียวเพื่อป้อนตลาดโลก เครือเจริญโภคภัณฑ์จึงไม่ลังเลที่จะเป็นพันธมิตรทางธุรกิจลงทุนเปิดตลาดรถยนต์ MG ในประเทศไทยและส่งออกไปทั่วโลก

ที่ผ่านมาเครือเจริญโภคภัณฑ์และ SAIC มีความร่วมมือกันมาวนานกว่า 27 ปี เคยร่วมกันผลิตจำหน่ายรถจักรยานยนต์และแอร์คอมเพรสเซอร์สำหรับรถยนต์ในจีน จึงมีความคุ้นเคยและเข้าใจกันเป็นอย่างดี อีกทั้งเครือเจริญโภคภัณฑ์มีการดำเนินธุรกิจในจีนมาเป็นเวลาถึง 33 ปี มีชื่อเสียงเป็นที่ยอมรับ ด้วยเหตุนี้เมื่อ SAIC มีนโยบายลงทุนต่างประเทศ จึงเลือกเครือเจริญโภคภัณฑ์เป็นผู้ร่วมทุน เพราะเชื่อมั่นว่าเครือเจริญโภคภัณฑ์เป็นผู้ร่วมทุนที่ดี และเชื่อมั่นในศักยภาพของประเทศไทย

ทั้งนี้เครือเจริญโภคภัณฑ์ยังมั่นใจด้วยว่ารถยนต์ MG ที่จะผลิตในไทยและส่งออกไปจำหน่ายทั่วโลก จะได้รับความนิยม เนื่องจาก MG รถยนต์มาตรฐานยุโรป ที่มีคุณภาพระดับโลก ซึ่งผู้บริโภคไทยรู้จักและยอมรับในคุณภาพมาตรฐาน โดยจะเริ่มทำการตลาดในปี พ.ศ.2557 ซึ่งรถยนต์ MG รุ่นแรกที่จะจำหน่ายในไทยนั้นจะเป็น MG 6 MG 3 และ MG 5 โดยในระยะเริ่มต้นจะนำชิ้นส่วนเข้ามาประกอบในไทย และในช่วงแรกตั้งเป้าหมายผลิต 50,000 คัน/ปี และมีแผนที่จะขยายการผลิตเป็น 200,000 คัน/ปี ในอนาคต

อนึ่ง MG เป็นรถยนต์ที่มีประวัติยาวนานเกือบ 100 ปี โดยมีต้นกำเนิดที่ประเทศอังกฤษ ทั้งนี้ SAIC เข้าไปซื้อกิจการ MG ตั้งแต่ปี พ.ศ.2550 และได้ตั้งโรงงานผลิต MG ขึ้นใหม่อีกแห่งที่ประเทศจีน โดยผลิตเป็นรถยนต์พวงมาลัยซ้ายเพื่อรองรับตลาดรถยนต์ในจีน