gimyong หาดใหญ่
ศูนย์ประชุมนานาชาติฉลองสิริราชสมบัติครบ ๖๐ ปี
 

 

ผู้เขียน หัวข้อ: วิกฤติอู่ตะเภา วาระคลอง ภาระคุณ ครบรอบ 10 ปี อีกครั้ง  (อ่าน 1082 ครั้ง)

วิกฤติอู่ตะเภา วาระคลอง ภาระคุณ ครบรอบ 10 ปี อีกครั้ง

เด็กข้างคลอง อยู่ข้างป่า

  • บุคคลทั่วไป
วิกฤติอู่ตะเภา วาระคลอง ภาระคุณ ครบรอบ 10 ปี อีกครั้ง

มุมมองสังคม
     เป็นเรื่องปกติที่ประชาชนมีความคิดที่จะต้องหาผู้รับผิดชอบให้ได้และต้องเข้ามาช่วยเหลือ ซึ่งก็หนีไม่พ้นผู้ปกครองในพื้นที่และในระดับที่สูงขึ้น ทั้งๆ ที่เรื่องบ้างเรื่องเป็นเรื่องที่จัดการได้ด้วยตนเอง แต่กลับรอคอยความช่วยเหลือกันเพราะรูปแบบทางสังคมที่แสร้งสร้างขึ้นทำให้เกิดเหตุการณ์แบบนี้ใช่หรือไม่ อีกแนวทางหนึ่งคือความคิดริเริ่มของประชาชนในการหาแนวทางความร่วมมือกัน กับเรื่องที่จะต้องเกิดขึ้นเป็นประจำเพื่อ เร่ง กระตุ้นหรือเตือนนั้นไม่มี และยังเห็นว่าไม่ใช่หน้าที่ของตน แต่พอมีปัญหากลับเห็นเป็นเรื่องสำคัญและจะเป็นจะตายกับสิ่งที่เกิดขึ้น คือ ความไม่รู้จักตัวตนและท้องถิ่นของตัวเองใช่หรือไม่ ความสะดวกสบาย ความก้าวหน้าและการศึกษาที่เกิดขึ้นในสังคมเมืองนี้ คือเรื่องไร้สารประโยชน์ที่จะนำมาใช้แก้ปัญหาของคนในพื้นที่ เพราะสภาพปัจจุบันนั้นฟ้องทุกอย่างอย่างเห็นได้ชัด และนั้นเพราะทุกปัญหาสามารถหาผู้รับผิดชอบได้แล้วนั้นเอง จึงไม่คิดว่าเรื่องที่เกิดขึ้นนั้นสำคัญอีกต่อไป บทเรียนนี้ซ้ำซากจาก 10 ปี ก่อน แสดงให้เห็นว่าไม่มีพัฒนาการใดๆ ด้านสังคมเกิดขึ้น ต่อให้ขยายคลอง ร.1 ให้กว้างใหญ่เพียงใด การร่วมตัวเพื่อการแก้ปัญหาร่วมกันก็ยังไม่เกิดขึ้นอยู่ดี มิหนำซ้ำยังเพิ่มความเห็นแก่ได้เห็นแก่ตนของคนมากยิ่งขึ้นด้วย ในขณะที่ท้องถิ่นนี้เป็นของเราและมีความเมตตากรุณาจากเบื้องสูงมาสร้างแบบอย่างและวางแผนให้เรา แต่ประชาชนในท้องที่ก็ยังคงทำตัวไม่รู้ร้อนรู้หนาวสานงานของท่านอยู่ดี หากวันนี้ไม่ใช่เหตุการณ์น้ำท่วมหรือพายุเข้าแต่เป็นแผ่นดินไหวหรือภัยร้ายแรงอื่นๆ คงทำให้ภาพลักษณ์เมืองที่จะก้าวสู่สากลเป็นเพียงเรื่องเล่าหรือสวยแต่รูปเท่านั้นเอง


มุมมองการเมือง
       เป็นความอัปยศอดสูของการเมืองการปกครองไทย ที่ทำงานเพื่อตัวเอง ความรู้ความสามารถที่เอ่ยอ้างจากประสบการณ์เป็นเพียงลมปากเปล่าที่กล่าวเอามันส์เท่านั้น ไม่มีใครไม่รู้ว่าท้องถิ่นเราน้ำท่วม ไม่มีใครในวงการปกครองที่ไม่รู้จักภูมิประเทศแห่งนี้ว่าเป็นเช่นไร แต่ทำไมจึงเกิดขึ้น 10 ปีที่ผ่านมา คือคำตอบของการไม่ทำงานหรือการทำงานไม่ถูกจุดใช่หรือไม่  การวางแผนป้องกัน การเตือนภัย การช่วยเหลือและการจัดการต่างๆ เป็นเพียงการสร้างภาพการทำงาน สิ่งที่น่าจะมีกลับไม่มี สิ่งไม่น่าทำกลับทำอย่างเร่งรีบ สิ่งเหล่านี้ชี้ให้เห็นว่าผู้นำของเราคิดแต่เรื่องตัวเองมากกว่าเรื่องส่วนรวมทั้งสิ้น นอกจากนี้ยังไม่รู้จักหน้าที่ตนเองว่าควรทำอะไรก่อนหลังและเป็นเบี้ยล่างของผู้อื่นในยามวิกฤติเสมอและนี้อาจเป็นคุณลักษณะของผู้นำยุดใหม่ก็เป็นได้ จะใช้เวลาอีกกี่ปีที่ทุกท้องถิ่นการปกครองจะร่วมมือกันรับมืองานประจำปีงานนี้ให้ได้ หรือนี้อาจเป็นหนทางของการหาเงินครั้งใหม่ของใครบางคนที่เราเลือกเข้าไปผลาญเงินของเราก็เป็นได้


มุมมองการศึกษา
       สิ่งที่เกิดขึ้นแสดงให้เห็นแล้วว่าการศึกษาที่เป็นอยู่ในปัจจุบันไม่ได้ช่วยอะไรกับท้องถิ่น ซึ่งเป็นความล้มเหลวอย่างสิ้นเชิงเช่นเดียวกับการศึกษาในลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลาที่ผ่านมากว่า 30 ปี และยังแสดงให้เห็นถึงกระบวนการศึกษาที่ไม่ได้นำพื้นที่มาเรียนร่วมกันในทุกระดับการศึกษา จนนำมาสู่การดำรงชีพในช่วงเวลาวิกฤติไม่เป็นและไม่ได้มีการเตรียมความพร้อมต่อการเกิดเหตุการณ์ต่างๆ ด้วยความรู้ที่เอาแต่ตนเอง ไม่สนคนอื่น ไม่ยอมเข้าใจว่าเป็นเรื่องปกติของธรรมชาติและเห็นว่าสิ่งที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องที่ยอมรับไม่ได้  จึงเกิดความสูญเสียอย่างมากมายทั้งชีวิตและทรัพย์สิน การศึกษาธรรมชาติเพื่อการเตือนภัย การศึกษาผังเมือง การศึกษาระบบโครงข่ายสื่อสาร การศึกษาระบบขนส่งและการศึกษาในด้านอื่นๆ ล้วนเผยให้เห็นถึงความจนปัญญาด้านวิชาการและไม่สามารถสู้ความรู้ดั้งเดิมอย่างภูมิปัญญาชาวบ้านได้ในหลายๆ ด้าน มิหนำซ้ำการมีความคิดที่จะก้าวอย่างทะเยอทะยานด้วยการสร้างแนวความคิดเมืองแห่งการเรียนรู้จึงเป็นเรื่องน่าอนาถใจที่สุดที่มีเครือข่ายสถาบันการศึกษามากมายแต่แก้ปัญหาประจำปีหรือหาทางรับมือกับสิ่งที่ที่เกิดขึ้นต่อเนื่องนี้ไม่ได้

มุมมองสื่อมวลชน
       ความเข้าใจหรือไม่เข้ากันในช่วงเวลาวิกฤติจำเป็นต้องมีผู้สื่อสารทำความเข้าใจ แต่หากผู้สื่อสารที่เป็นกลางนั้นสร้างบทบาทความสำคัญตนเป็นพิเศษ การสื่อสารเพื่อสร้างความเข้าใจก็จะกลายเป็นเพียงภาพหนึ่งของผลประโยชน์ที่เกิดขึ้นจากความเดือดร้อนเท่านั้น การฉกชิงโอกาสในการนำเสนอข่าวสารสำคัญอาจเป็นสิ่งจำเป็นที่ต้องทำในวิชาชีพ แต่หากการฉกชิงในเรื่องนั้นคือความลำบากของผู้คนอีกมากมาย การกระทำดังกล่าวก็ไม่ต่างจาก... ไม่ว่าสื่อใดจะเป็นผู้นำหรือผู้ตามยามเวลาวิกฤติของพื้นที่ยอมต้องสร้างความปึกแผ่นและเป็นหนึ่งในการสื่อสารเพื่อลดความเข้าใจผิดหรือการสื่อสารที่ผิดพลาดให้น้อยที่สุด

คลองอู่ตะเภา  คือ  ความยั้งยืนของเมืองสงขลา
เวลาน้ำคลองเสีย  คือ  ความเสี่ยงต่อสุขภาวะของประชาชนครึ่งจังหวัดและเศรษฐกิจของจังหวัดจากน้ำดื่ม
เวลาน้ำคลองท่วม  คือ  ความเสี่ยงต่อระบบเศรษฐกิจสำคัญของชายแดนใต้
แล้วเราจะรักษ์คลองอู่ตะเภาดี...หรือเกลียดคลองอู่ตะเภาดี
หากวันนี้ทุกองค์กรร่วมมือทำงานกันอย่างจริงจัง มีระบบต่างๆ เป็นมาตรฐาน (ไม่ใช่สร้างขึ้นเมื่อเกิดเรื่อง) แม้จะมีภัยร้ายแรงเกิดขึ้นก็น่าจะบรรเทาได้อย่างรวดเร็ว

คำถามคาใจ
ทำไมต้องรอให้เรื่องมันเกิดในเมื่อบ้านเรามีเดือนตุลาคม – ธันวาคม เป็นหน้าฝน
ทำไมไม่เตรียมความพร้อมรับมือฤดูฝนด้วยการเตรียมสิ่งของจำเป็น
ทำไมถึงเก็บของไม่ทันเมื่อมีคำเตือนก่อนหน้านี้ตั้งหลายวัน
ทำไมต้องโทษคนอื่นว่าไม่มาช่วยในเวลาเกิดเรื่อง
ทำไมเวลาคนเข้าไปช่วยแล้วไม่มีระเบียบ ไม่มีน้ำใจ เผื่อคนอื่นบ้าง
ทำไมต้องโวยวายเมื่อเกิดความเสียหายขึ้นและต้องหาคนรับผิดชอบ
ทำไมถึงไม่ยอมเข้าใจว่าเรื่องที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องธรรมชาติที่เรารู้อยู่แล้วแต่ทำลืม
ทำไมไม่มีการเตรียมการล่วงหน้าที่เป็นระบบ
ทำไมทุก อปท. จึงไม่มีเรือประจำการเป็นของตัวเอง
ทำไมทุก อปท. จึงไม่มีรถลาดตระเวนแจ้งข่าวเตือนภัย
ทำไมถึงไม่มีระบบเตือนภัยที่เป็นมาตรฐานเดียวกันทั้งลุ่มน้ำ
ทำไมจึงไม่มีการแถลงการณ์อย่างเป็นระบบของผู้นำจังหวัดที่ไม่ต้องไปพลอยเพื่อน
ทำไมถึงไม่มีระบบไฟฟ้าสำรองที่เชื่อมตรงกับสถานีไฟฟ้าของโรงพยาบาลและสถานที่สำคัญ
ทำไมไม่มีระบบโทรศัพท์ฉุกเฉินรองรับสถานการณ์
ทำไมไม่มีอุปกรณ์เชื่อมต่อระหว่างอาคารเป็นจุดๆ
ทำไมไม่มีบุคลากรพอในการช่วยเหลือ
ทำไมการศึกษาไม่สอนการใช้ชีวิตในยามวิกฤติ
ทำไมไม่เรียนรู้ท้องถิ่นตนเองว่าเป็นอย่างไร
ทำไมไม่ยอมรับภูมิปัญญาท้องถิ่นที่ดีและทำได้จริง
ทำไมการศึกษาที่มีอยู่เอามาแก้ปัญหาที่เกิดไม่ได้
ทำไมสื่อจึงไม่เป็นหนึ่งเดียวกัน
ทำไมสื่อสั่งผู้นำจังหวัดได้แต่เราสั่งไม่ได้
ทำไมสื่อด่า ไม่คุยหรือเลือกคุยกับคนต่างๆ ได้
และอีกคำถามมากมาย....ว่า...ทำไม?



ออฟไลน์ ต้อม_รัตภูมิ

  • คนอกตัญญูถึงยืนที่สูงก็ไม่สง่า
  • ประวัติการขาย
  • สมาชิกกลุ่มดาว 10-1
  • *
  • แหลงใต้ไม่ชับ
    • http://www.songkhlamedia.com/media/
ผมมองในมุมของการเมืองและภาคราชการเป็นหลัก การเมืองมีความใกล้ชิดประชาชนมากขึ้น ประชาชนได้ประโยชน์จริงหรือ นักการเมืองที่มีมากมายค่อนท้องถิ่น นายก รอง กำนัน นายบ้าน ผู้ช่วย สท. สจ. อบต. ประธาน กรรมการชุมชน และอีกหลากหลายมันสร้างประโยชน์หรือภาระให้กับประชาชนกันแน่

ราชการและระบบการศึกษาสอนให้คนไทยห่างไกลบ้านตัวเองขึ้นทุกทีอย่าว่าแต่ท้องถิ่นเลย ประวัติศาสตรืความเป็นไทย เด็กไทยสักกี่คนที่มีความรู้ มีลูกมีหลานชั้นประถมลองถามดูสิว่าเขารู้เรื่องรากเหง้าและชนชาติตัวเองดีแค่ไหน ส่วนใหญ่ไม่รู้เลย

วันนี้ อู่ตะเภา เขาคอหงส์ เขาคูหา คลองภูมี ผาดำ โตนงาช้าง ทุกที่ล้วนวิกฤตมีใครหน้าไไหนตั้งใจแก้ปัญหาจริงจังบ้าง วิจัยตั้งหิ้ง ทำเสร็จซื้อพื้นที่สื่ิอพีอาร์ จบข่าว
------------------
สนับสนุนการขับเคลื่อนโดย
นมพัทลุงหาดใหญ่ โทร 0844074167
สั่งสินค้าออนไลน์ www.facebook.com/nomptlhatyai

 


ร่วมขับเคลื่อนโดย
เว็บไซท์นี้จัดสร้างขึ้นมาเพื่อเป็นสังคมออนไลน์ของชาวหาดใหญ่ - สงขลา สงวนลิขสิทธิ์ © บริษัท บ้านเรา คอร์ปอเรชั่น จำกัด
นโยบาย | เกี่ยวกับเรา | ลงโฆษณา | ร้องเรียน | แจ้งข้อผิดพลาด | ติดต่อเรา | มีอะไรใหม่ในเว็บกิมหยง | คุยกับเว็บมาสเตอร์
เครือข่ายเว็บไซท์ท้องถิ่นไทย [ ตรัง ] [ ขอนแก่น ] [ เชียงใหม่ ] [ เชียงราย ] [ อุดรธานี ] [ หาดใหญ่ - สงขลา ] [ น่าน ] [ พัทลุง ] [ นครศรีธรรมราช ]